Cloud Drive (File Server) · Enterprise File Sync and SharePrivate File Server บน Cloud การแชร์ไฟล์ความเร็วสูงสำหรับธุรกิจ

เก็บไฟล์ แชร์ไฟล์ ภายในองค์กรให้ปลอดภัยด้วย Cloud Storage แบบ Private Server ปกป้องข้อมูลให้ปลอดภัยจากมัลแวร์ไวรัสเรียกค่าไถ่ (Ransomware)

  • ก่อตั้งปี 2016
  • ISO/IEC 27001 · ISO 22301
  • Data Center ไทย + สิงคโปร์
  • SLA 99.9%
500GB-30TB
รองรับการใช้งาน
Managed Service
ให้บริการแบบ
256-bit AES
เข้ารหัสข้อมูล
Data Center ไทย
สอดคล้อง PDPA

Cloud Drive (File Sharing) คืออะไร

บริการ Cloud Drive File Sharing จาก THAI DATA Cloud คือโซลูชันการจัดเก็บและแชร์ไฟล์สำหรับองค์กรที่ครบวงจรและปลอดภัยสูงสุด ออกแบบมาเพื่อยกระดับการทำงานร่วมกันในยุคดิจิทัล ด้วยการมอบพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบ Private Server ที่เข้ารหัสระดับ 256-bit AES Encryption พร้อมฟีเจอร์สแกนไวรัสอัตโนมัติ ทำให้ข้อมูลสำคัญขององค์กรได้รับการปกป้องอย่างเข้มงวด ผู้ใช้สามารถเข้าถึง จัดการ แชร์ และทำงานร่วมกับไฟล์ได้จาก ทุกอุปกรณ์ ทุกที่ ทุกเวลา ด้วยการตั้งค่าสิทธิ์การเข้าถึงที่ละเอียดอ่อนและยืดหยุ่น นอกจากนี้ Data Center ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยยังช่วยรับรองความรวดเร็ว สอดคล้องกับข้อกำหนด PDPA และมีความเสถียรสูง (High Availability) พร้อมการสนับสนุนทางเทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญชาวไทย ทำให้บริการนี้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจที่ต้องการประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และการควบคุมข้อมูลอย่างสมบูรณ์

เสริมประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูล

บริการ Cloud Drive File Sharing จาก THAI DATA Cloud ยังโดดเด่นในด้านความยืดหยุ่นในการขยายตัวและการกู้คืนข้อมูล โดยระบบรองรับการ อัปโหลดไฟล์ขนาดใหญ่ต่อเนื่อง (Resumable Upload) และสามารถ เพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ได้อย่างง่ายดายตามการเติบโตของธุรกิจโดยไม่มีสะดุด นอกจากนี้ ระบบยังมีฟังก์ชัน Recycle Bin และกลไกการสำรองข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ ทำให้องค์กรสามารถกู้คืนไฟล์ที่ถูกลบหรือเกิดความเสียหายได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทั้งหมดนี้รวมอยู่ในการจัดการผ่านแดชบอร์ดที่ใช้งานง่าย พร้อมด้วยความอุ่นใจจากการดูแลโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยตลอด 24 ชั่วโมง

หน้าจอการใช้งาน Cloud Drive แสดงรายการไฟล์และโฟลเดอร์ขององค์กร พร้อมเมนูสำหรับแชร์และกำหนดสิทธิ์การเข้าถึง

ทำไมไฟล์เซิร์ฟเวอร์ในออฟฟิศถึงเป็นกล่องที่เสี่ยงที่สุดในบริษัท

ลองนึกภาพตามครับ ในห้องเก็บของหลังออฟฟิศ หรือใต้โต๊ะทำงานสักตัวหนึ่ง มีเครื่อง Server หรือ NAS ตั้งอยู่หนึ่งเครื่อง ทุกคนในบริษัทแมปไดรฟ์ไปที่เครื่องนั้น และในเครื่องนั้นก็มีสัญญา แบบงาน ไฟล์บัญชี และเอกสารสำคัญของทั้งบริษัทอยู่ครบทุกอย่าง นี่คือภาพที่คุ้นเคยกันดี และเป็นภาพที่ซ่อนความเสี่ยงไว้มากที่สุดในองค์กร

ลองไล่ดูทีละข้อว่ากล่องใบนี้มีจุดอ่อนตรงไหนบ้าง:

  • เข้าถึงได้เฉพาะเครือข่ายภายใน: file server แบบดั้งเดิมต้องเข้าถึงผ่านเครือข่ายภายในเท่านั้น ใครที่ทำงานจากบ้านหรืออยู่หน้างานต้องต่อ VPN ก่อนเสมอ และเมื่อความสะดวกไม่พอ ไฟล์เซิร์ฟเวอร์ก็ค่อยๆ กลายเป็นเหตุผลที่ทำให้พนักงานส่งไฟล์เข้าอีเมลตัวเองแบบเงียบๆ ซึ่งนั่นคือจุดที่ข้อมูลเริ่มรั่วออกจากองค์กรจริงๆ
  • RAID ไม่ใช่การสำรองข้อมูล: ข้อนี้สำคัญที่สุด RAID ป้องกันได้เพียงกรณีดิสก์เสียหนึ่งลูกเท่านั้น แต่ไม่ได้ป้องกันการลบโฟลเดอร์ผิด ไฟล์เสียหาย น้ำท่วม ไฟไหม้ หรือไวรัสเรียกค่าไถ่ เพราะทุกเหตุการณ์ที่ว่ามาจะถูกคัดลอกไปยังดิสก์ทุกลูกในชุดอย่างซื่อสัตย์และทันที
  • สำเนาอยู่ที่เดียวกับต้นฉบับ: องค์กรที่ต้องการทำสำรองข้อมูลข้าม Data Center ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ จำเป็นต้องลงทุนด้วยเม็ดเงินที่มากกว่า 10 ล้านบาท สำหรับอุปกรณ์ บุคคล และระบบเน็ตเวิร์คในการจัดทำ DR-Site หรือ Cross Region ด้วยตัวเลขระดับนั้น องค์กรขนาดกลางและเล็กเกือบทั้งหมดจึงไม่เคยได้ทำ และฮาร์ดดิสก์สำรองก็จบลงที่การวางอยู่ในห้องเดียวกับเครื่องที่มันสำรองอยู่
  • ต้นทุนที่มองไม่เห็น: การจัดทำระบบ File Server แบบเดิม ต้องจัดซื้อทั้ง Hardware backup server ค่า Storage ที่จะนำมาใช้ในการจัดเก็บ และค่า Software License สำหรับระบบ Backup ทำให้มีต้นทุนในการจัดการที่ค่อนข้างสูง และยังมีรอบการเปลี่ยนเครื่องใหม่ที่แทบไม่เคยถูกตั้งงบไว้ล่วงหน้า
  • ต้องมีคนดูแล: Traditional Server จำเป็นต้องใช้มืออาชีพที่มีทักษะและความรู้ระดับสูงในการจัดการ Backup System แต่ไม่ได้นำมาซึ่งการทำงานที่ง่าย และการบำรุงรักษาระบบค่อนข้างลำบากแม้แต่การ Monitor

สังเกตว่าไม่มีข้อไหนแก้ได้ด้วยการซื้อดิสก์ลูกใหญ่ขึ้น เพราะปัญหาที่แท้จริงคือข้อมูลทั้งหมดอยู่ในตึกเดียว ภายใต้การดูแลของคนที่มีงานประจำเป็นอย่างอื่น ตารางถัดไปเปรียบเทียบให้เห็นชัดขึ้นว่าแบบเดิมกับแบบคลาวด์ต่างกันตรงไหน

Traditional File Server เทียบกับ Cloud Server

เหตุผลที่องค์กรซึ่งจริงจังกับข้อมูลของตัวเอง ทยอยย้ายไฟล์เซิร์ฟเวอร์ออกจากออฟฟิศกันเกือบทั้งหมด

Traditional File ServerCloud Server (THAI DATA)
ต้นทุนและการลงทุนต้องลงทุนสูงเกินความจำเป็น: การจัดทำระบบ File Server แบบเดิม ต้องจัดซื้อทั้ง Hardware backup server ค่า Storage ที่จะนำมาใช้ในการจัดเก็บ และค่า Software License สำหรับระบบ Backup ทำให้มีต้นทุนในการจัดการที่ค่อนข้างสูงประหยัดและควบคุมค่าใช้จ่ายได้: ไม่ต้องจัดซื้อ Storage สำหรับเก็บไฟล์ ไม่ต้องลงทุนค่า Backup Software License ไม่ต้องลงทุนซื้อเครื่อง Server เรามีให้พร้อมใช้งานได้ทันที ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 80% จาก Traditional Server
การสำรองข้อมูลข้ามพื้นที่และการเติบโตการทำ Cross Region เป็นไปได้ลำบาก: หลายอุตสาหกรรมที่ต้องการทำสำรองข้อมูลข้าม Data Center ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ลูกค้าจำเป็นต้องลงทุนด้วยเม็ดเงินที่มากกว่า 10 ล้านบาท สำหรับอุปกรณ์ บุคคล และระบบเน็ตเวิร์คในการจัดทำ DR-Site / Cross regionScale to Success: สามารถติดตั้ง Packages เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา คุณสามารถ Remote ได้ถึงระบบ Root และรองรับการพัฒนาเมื่อธุรกิจขยายใหญ่ขึ้น ไม่เพิ่มภาระงานในการเริ่มต้นใหม่
การดูแลรักษาและการสนับสนุนซับซ้อนในการจัดการและดูแลรักษา: ความปลอดภัยไม่รัดกุมเพียงพอ Traditional Server จำเป็นต้องใช้มืออาชีพที่มีทักษะและความรู้ระดับสูงในการจัดการ Backup System แต่ไม่ได้นำมาซึ่งการทำงานที่ง่ายและการบำรุงรักษาระบบค่อนข้างลำบากแม้แต่การ MonitorEnjoy top-rated Support: เรามีผู้เชี่ยวชาญด้าน File Server และ Cloud Storage พร้อมให้บริการดูแล ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ รวมไปถึงการดูแลแบบ Managed Service ฟรี ไม่มีค่าบริการเพิ่มเติม

Ransomware เข้ารหัสไฟล์บนไฟล์เซิร์ฟเวอร์ได้อย่างไร และ Cloud Drive ตัดวงจรตรงไหน

ไวรัสเรียกค่าไถ่เดินทางไปถึงไฟล์เซิร์ฟเวอร์ได้อย่างไร

ไวรัสเรียกค่าไถ่ทำงานอยู่บนเครื่องพนักงาน ด้วยสิทธิ์ของพนักงานคนนั้น ไดรฟ์ที่แมปไว้จากไฟล์เซิร์ฟเวอร์ไม่ได้เป็นเขตหวงห้ามพิเศษแต่อย่างใด ในสายตาของมัลแวร์ มันคือเส้นทางที่เขียนไฟล์ได้อีกเส้นทางหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นวินาทีที่พนักงานคนหนึ่งเปิดไฟล์แนบผิดฉบับ ทุกอย่างที่พนักงานคนนั้นเขียนถึงได้บนไฟล์เซิร์ฟเวอร์จะถูกเข้ารหัสทันที ด้วยความเร็วระดับ LAN

ข้อสรุปที่ไม่ค่อยมีใครอยากได้ยินคือ สิทธิ์ของพนักงานคนนั้นคือสิทธิ์ที่ไวรัสได้ไปด้วย การที่เซิร์ฟเวอร์ตั้งอยู่ในออฟฟิศของคุณเองไม่ได้ช่วยอะไรเลย เพราะระยะทางไม่เคยเป็นเกราะป้องกันมาตั้งแต่ต้น

ทำไมการป้องกันอย่างเดียวจึงไม่ใช่แผน

โปรแกรมป้องกันไวรัสจับได้เฉพาะสายพันธุ์ที่รู้จักแล้ว ในขณะที่สายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา ใครก็ตามที่รับประกันว่าป้องกันได้ 100% คือคนที่กำลังขายอะไรบางอย่างให้คุณอยู่ คำถามที่ถูกต้องจึงไม่ใช่ “จะโดนไหม” แต่คือ “โดนแล้วย้อนกลับได้ไหม และภายในกี่ชั่วโมง”

สี่ชั้นที่ Cloud Drive วางไว้ระหว่างเครื่องที่ติดไวรัสกับการสูญเสียถาวร

  • Scan Virus ก่อน Upload ขึ้นสู่ Server: สแกนไวรัสอัตโนมัติตั้งแต่ก่อนไฟล์จะขึ้นไปถึงเซิร์ฟเวอร์ เพื่อกันไฟล์อันตรายที่รู้จักแล้วไม่ให้เข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่ทั้งองค์กรใช้ร่วมกัน
  • Recycle Bin: รองรับกรณีที่พบบ่อยที่สุด คือลบผิดหรือบันทึกทับไปแล้ว โดยผู้ใช้กู้คืนเองได้ทันทีไม่ต้องรอไอที
  • สำรองข้อมูลและกู้คืนได้ใน 30 วัน: ระบบสำรองข้อมูลอัตโนมัติทำหน้าที่เป็นจุดย้อนกลับ สำหรับกรณีที่ความเสียหายเกิดขึ้นเป็นวงกว้างและถูกพบทีหลัง
  • กำหนดสิทธิ์การเข้าถึง (Permission Control) และ 2 Factor Authentication: ข้อนี้คือคำแนะนำที่ลงมือทำได้จริงที่สุดในหน้านี้ เพราะมันจำกัดวงความเสียหาย ถ้าฝ่ายขายเขียนลงโฟลเดอร์ของฝ่ายบัญชีไม่ได้ ไวรัสที่กำลังรันอยู่ด้วยสิทธิ์ของฝ่ายขายก็เขียนไม่ได้เช่นกัน ขอบเขตความเสียหายจึงเท่ากับขอบเขตสิทธิ์ของคนที่ติด ไม่ใช่ทั้งบริษัท
แผนผังสองแถบ แถบบนคือฝั่งเครื่องพนักงานที่มีความเสี่ยง ไล่จากอีเมลหลอกลวง เครื่องติดไวรัส ไดรฟ์ที่แมปไว้ ไปจนถึงไฟล์ถูกเข้ารหัส แถบล่างคือฝั่ง Private File Server ของ THAI DATA ที่มีการสแกนไวรัสก่อนอัปโหลด Recycle Bin การกู้คืนภายใน 30 วัน และ 2FA กับการกำหนดสิทธิ์ โดยมีลูกศรจากไฟล์ที่ถูกเข้ารหัสวิ่งลงมาแล้วถูกปิดกั้นไว้ก่อนถึงชุดข้อมูลสำหรับกู้คืนของเซิร์ฟเวอร์
เครื่องที่ติดไวรัสเข้ารหัสได้เฉพาะสิ่งที่มันเอื้อมถึง แต่เอื้อมไม่ถึงชุดข้อมูลสำหรับกู้คืนที่อยู่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์

จุดสำคัญที่สุดของทั้งหมดนี้อยู่ในประโยคเดียว ชุดข้อมูลสำหรับกู้คืนอยู่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ ไม่ได้อยู่บนเครื่องที่ติดไวรัส เครื่องที่ติดเชื้อเข้ารหัสได้เฉพาะสิ่งที่มันเอื้อมถึง แต่เอื้อมไม่ถึงชุดข้อมูลสำหรับกู้คืนของเซิร์ฟเวอร์เอง ความไม่สมมาตรตรงนี้คือเกราะป้องกันทั้งหมด และเป็นสิ่งที่ไดรฟ์ซึ่งแมปไว้กับกล่องใต้โต๊ะให้คุณไม่ได้

What's included

จุดเด่นบริการ Cloud Drive

ทุกข้อรวมอยู่ในบริการแล้ว ไม่ต้องจ่ายเพิ่มทีหลัง

  • กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์ และโฟลเดอร์ได้
  • แชร์ไฟล์หรือโฟลเดอร์ให้ Users หรือ Group ได้
  • แชร์ Link กับผู้ใช้ภายนอกได้
  • รองรับ Video Conference และแชร์ Screen
  • สำรองข้อมูลและกู้คืนได้ใน 30 วัน
  • ดูตัวอย่างไฟล์หรือแก้ไขเอกสารออนไลน์ได้
  • รองรับ 2 Factor Authentication
  • รองรับการใช้งานบนเว็บบราวเซอร์และมือถือ
  • Built-in Video Player
  • ฟรี Firewall Layer 7
  • 256-bit AES Encryption
  • Scan Virus ก่อน Upload ขึ้นสู่ Server
  • ฟรี Setup และ Configuration
  • Unlimited Bandwidth
  • Support ดูแลให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

สิทธิ์การเข้าถึงและการแชร์ไฟล์ให้คนนอกองค์กร ทำงานอย่างไร

ภายในองค์กร ให้สิทธิ์ที่บทบาท ไม่ใช่ที่ตัวบุคคล

ผู้ดูแลกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์และโฟลเดอร์ได้ และแชร์ไฟล์หรือโฟลเดอร์ให้ Users หรือ Group ได้ ซึ่งการให้สิทธิ์ที่ระดับ Group ดีกว่าการไล่ให้ทีละคนอย่างชัดเจน เพราะคุณให้สิทธิ์กับบทบาท ไม่ใช่กับตัวคน เวลามีคนเข้าใหม่หรือลาออก การรับเข้าและการถอนสิทธิ์จึงเหลือแค่การกระทำเดียว แทนที่จะกลายเป็นการไล่ตรวจทั้งระบบ นี่คือเหตุผลที่การกำหนดสิทธิ์ตรงนี้ละเอียดกว่าไฟล์เซิร์ฟเวอร์ทั่วไป

จุดที่ข้อมูลรั่วจริง คือไฟล์แนบในอีเมล

เมื่อไฟล์เซิร์ฟเวอร์เข้าถึงได้จากในออฟฟิศเท่านั้น การแชร์ไฟล์ให้ลูกค้าก็เหลือทางเดียวคือแนบไฟล์ไปกับอีเมล และวินาทีที่ไฟล์แนบนั้นออกไป คุณเสียไฟล์นั้นไปแล้ว คุณเรียกคืนไม่ได้ ตั้งวันหมดอายุไม่ได้ ไม่รู้ว่าใครส่งต่อไปให้ใครบ้าง และเพิกถอนไม่ได้แม้ดีลจะล่มไปแล้ว ไฟล์เซิร์ฟเวอร์แบบเดิมไม่ได้ทำให้ข้อมูลรั่วโดยตรง แต่ทำให้รั่วด้วยการไม่สะดวกพอจนคนต้องหาทางอื่น

แผนผังสามคอลัมน์ แสดงการให้สิทธิ์จาก Group ของฝ่ายบัญชี ฝ่ายขาย และฝ่ายบุคคล ไปยังโฟลเดอร์ที่ตรงกันในโครงสร้างไฟล์ขององค์กร และเปรียบเทียบสองเส้นทางที่ไฟล์ออกจากองค์กร คือไฟล์แนบทางอีเมลที่เพิกถอนไม่ได้ ตั้งวันหมดอายุไม่ได้ และไม่รู้ว่าใครถืออยู่ กับการแชร์เป็นลิงก์ที่ตั้งรหัสผ่าน ตั้งวันหมดอายุ และเพิกถอนได้ตลอดเวลา โดยตัวไฟล์ยังอยู่ที่เดิม
ลิงก์ชี้มาที่ไฟล์ซึ่งยังอยู่ภายใต้นโยบายของคุณ ส่วนไฟล์แนบคือสำเนาที่ออกจากมือคุณไปแล้ว

ลิงก์ที่ตั้งรหัสผ่านและวันหมดอายุได้

Cloud Drive ให้แชร์ Link กับผู้ใช้ภายนอกได้ โดยตั้งรหัสผ่านหรือวันหมดอายุสำหรับการแชร์ภายนอกได้ ความต่างอยู่ตรงนี้ครับ ลิงก์คือการชี้มาที่ไฟล์ซึ่งยังอยู่ภายใต้นโยบายของคุณ ส่วนไฟล์แนบคือสำเนาที่ออกจากนโยบายของคุณไปแล้ว เมื่อไฟล์ตัวจริงไม่เคยขยับ คุณจึงยังถอนสิทธิ์ได้ตลอดเวลา สรุปสั้นๆ คือ ลิงก์ที่เพิกถอนได้ ปลอดภัยกว่าสำเนาที่เรียกคืนไม่ได้

ทำให้คนใช้จริง ไม่ใช่หาทางเลี่ยง

การควบคุมที่คนหาทางเลี่ยง ไม่ใช่การควบคุม ระบบจึงต้องสะดวกพอที่จะไม่มีใครอยากกลับไปแนบไฟล์ทางอีเมลอีก Cloud Drive รองรับการดูตัวอย่างไฟล์หรือแก้ไขเอกสารออนไลน์ได้ รองรับการใช้งานบนเว็บบราวเซอร์และมือถือ รองรับ Video Conference และแชร์ Screen และมี Built-in Video Player ในตัว ทำให้การทำงานร่วมกันจบได้ในที่เดียว ภายใต้สิทธิ์ที่คุณตั้งไว้ตั้งแต่ต้น

ควรเริ่มที่พื้นที่เท่าไหร่ 500GB หรือ 30TB

สิ่งที่กำหนดขนาดพื้นที่ไม่ใช่จำนวนพนักงาน แต่คือชนิดของไฟล์ที่ทีมทำงานด้วย

บริษัทที่มีพนักงาน 200 คนแต่ทำงานกับ Word, Excel และ PDF เป็นหลัก อาจใช้พื้นที่น้อยกว่าสตูดิโอ 8 คนที่ตัดต่อวิดีโอด้วยซ้ำ ตารางนี้จึงจัดกลุ่มตามลักษณะงานจริง ไม่ใช่ตามขนาดองค์กร

ลักษณะองค์กรของคุณไฟล์ที่กินพื้นที่จริงแนวทางที่เราแนะนำ
สำนักงาน บัญชี กฎหมาย ที่ปรึกษาเอกสาร Office สัญญา PDF สแกน ที่สะสมมาหลายปีเริ่มที่ 500GB ถึง 1TB แล้วขยายเมื่อถึงเวลา
งานขาย การตลาด และทีมที่ทำงานกับสื่อภาพความละเอียดสูง ไฟล์งานออกแบบ ไฟล์พรีเซนเทชัน2TB ถึง 4TB
สถาปนิก วิศวกรรม ก่อสร้างไฟล์ CAD ไฟล์โมเดล และไฟล์เวอร์ชันย้อนหลังของแต่ละโครงการ4TB ถึง 8TB เพราะไฟล์โครงการเก่ามักลบไม่ได้
โรงงานและการผลิตไฟล์ QC ภาพถ่ายหน้างาน เอกสารมาตรฐาน และข้อมูลย้อนหลังตามข้อกำหนด5TB ถึง 10TB
สื่อ การศึกษา และงานที่มีวิดีโอวิดีโอดิบและไฟล์ตัดต่อ ซึ่งกินพื้นที่ต่างจากเอกสารหลายสิบเท่า10TB ขึ้นไปถึง 30TB

ตารางนี้เป็นแนวทางประเมินเบื้องต้น ทีมงานประเมินขนาดที่เหมาะสมให้ฟรีจากข้อมูลปัจจุบันของคุณ

วิธีประเมินที่แม่นที่สุดคือ ดูขนาดที่ใช้จริงบนไฟล์เซิร์ฟเวอร์เดิมก่อน แล้วบวกการเติบโตของปีที่ผ่านมา อย่าประเมินจากขนาดดิสก์ที่ซื้อไว้ เพราะเกือบทุกองค์กรซื้อเผื่อไว้มากกว่าที่ใช้จริง

และถ้าเลือกน้อยไปก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้อย่างง่ายดายตามการเติบโตของธุรกิจโดยไม่มีสะดุด และปรับขนาดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้ทันทีตามความต้องการของธุรกิจที่เติบโต จึงแนะนำให้เริ่มที่ขนาดเท่ากับข้อมูลที่คุณใช้อยู่วันนี้

แพคเกจและราคา

ทุกแพคเกจให้บริการแบบ Managed Service พร้อมฟรี Setup และ Configuration

ราคาแบบรายปีประหยัดกว่าการจ่ายรายเดือนในทุกขนาดพื้นที่ ยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มที่ขนาดไหน ทีมงานประเมินให้ฟรี

ย้ายไฟล์เซิร์ฟเวอร์เดิมขึ้น Cloud Drive อย่างไร ไม่ให้งานสะดุด

ทีมของคุณยังทำงานบนไฟล์เซิร์ฟเวอร์เดิมได้ตามปกติตลอดกระบวนการ การสลับเกิดขึ้นครั้งเดียวตอนท้าย และย้อนกลับได้เสมอ

  1. 1

    สำรวจข้อมูลและสิทธิ์ของเดิม

    วัดขนาดที่ใช้จริง จำนวนไฟล์ โครงสร้างโฟลเดอร์ และที่สำคัญที่สุดคือใครเข้าถึงอะไรได้บ้าง ขั้นนี้มักเป็นครั้งแรกที่องค์กรได้เห็นว่ามีโฟลเดอร์ที่เปิดกว้างเกินความจำเป็นอยู่เท่าไหร่

  2. 2

    จัดโครงสร้างโฟลเดอร์และ Group ก่อนย้าย

    ออกแบบสิทธิ์ตามทีมและบทบาท ไม่ใช่ตามรายชื่อคน เพราะการย้ายคือโอกาสเดียวที่จะล้างสิทธิ์ที่สะสมมาหลายปีโดยไม่ต้องรบกวนใคร ถ้าย้ายโครงสร้างเดิมมาทั้งก้อน ปัญหาเดิมก็ตามมาด้วย

  3. 3

    คัดลอกข้อมูลชุดแรก

    ย้ายไฟล์ส่วนใหญ่ขึ้น Cloud Drive โดยทีมงานยังใช้เครื่องเดิมทำงานตามปกติ ระบบรองรับ Resumable Upload จึงไม่ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมดหากการเชื่อมต่อสะดุดกลางทาง ซึ่งเป็นเรื่องปกติเมื่อย้ายข้อมูลระดับหลาย TB

  4. 4

    ทดสอบกับทีมนำร่อง

    เลือกทีมเล็กหนึ่งทีมใช้งานจริงก่อน ตรวจว่าเปิดไฟล์ได้ แก้ไขพร้อมกันได้ สิทธิ์ถูกต้อง และแชร์ออกนอกองค์กรได้ตามนโยบาย ก่อนจะแตะทั้งบริษัท

  5. 5

    ซิงก์รอบสุดท้ายและสลับใช้งานจริง

    ซิงก์เฉพาะไฟล์ที่เปลี่ยนแปลงหลังคัดลอกรอบแรก แล้วจึงให้ทั้งองค์กรมาใช้ Cloud Drive ทำให้ช่วงที่ข้อมูลอาจไม่ตรงกันสั้นที่สุด และเลือกทำนอกเวลาทำการได้

  6. 6

    ตรวจสอบหลังย้ายและส่งมอบ

    ตรวจสิทธิ์อีกครั้ง เปิด 2 Factor Authentication ตั้งค่าการสำรองข้อมูล และอบรมการใช้งานให้ผู้ใช้ จากนั้นเราดูแลต่อแบบ Managed Service

ฟรี Setup และ Configuration รวมอยู่ในบริการแล้ว และทีมผู้เชี่ยวชาญชาวไทยดูแลให้ตลอด 24 ชั่วโมง

เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง

Cloud Server Enterprise ระดับโลก ทำงานร่วมกันเป็น Cluster กว่า 1000 เครื่อง รองรับ High Availability (HA) และ Load Balance การันตี Uptime 99.99% มั่นใจได้ว่าไฟล์ขององค์กรคุณเข้าถึงได้ต่อเนื่อง

  • NextCloud

อ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา

FAQs

คำถามที่พบบ่อยเรื่อง Cloud Drive และ File Server บนคลาวด์

Cloud Drive File Sharing ต่างจากไฟล์เซิร์ฟเวอร์ในออฟฟิศอย่างไร ?

ไฟล์เซิร์ฟเวอร์ในออฟฟิศเข้าถึงได้ผ่านเครือข่ายภายในเท่านั้น พนักงานที่อยู่นอกออฟฟิศต้องต่อ VPN ก่อนเสมอ และองค์กรต้องลงทุนเองทั้งเครื่อง Server ค่า Storage สำหรับจัดเก็บ และค่า Software License สำหรับระบบ Backup ทำให้มีต้นทุนในการจัดการที่ค่อนข้างสูง อีกทั้งยังต้องใช้คนที่มีทักษะและความรู้ระดับสูงมาดูแลระบบสำรองข้อมูลและ Monitor อย่างต่อเนื่อง

Cloud Drive ทำหน้าที่เป็นไฟล์เซิร์ฟเวอร์แห่งใหม่ขององค์กร โดยข้อมูลถูกเก็บใน Private Cloud Server ใน Data Center ภายในประเทศไทย ผู้ใช้เข้าถึง จัดการ แชร์ และทำงานร่วมกับไฟล์ได้จากทุกอุปกรณ์ ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านอินเทอร์เน็ต โดยไม่ต้องจัดซื้อฮาร์ดแวร์และไม่ต้องแบกค่าบำรุงรักษาอีกต่อไป ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 80% เมื่อเทียบกับ Traditional Server และให้บริการแบบ Managed Service พร้อมฟรี Setup และ Configuration

ป้องกันไวรัสเรียกค่าไถ่ (Ransomware) ได้จริงไหม ถ้าเครื่องพนักงานติดแล้วไฟล์บนคลาวด์จะโดนด้วยหรือเปล่า ?

ต้องเข้าใจกลไกก่อนครับ ไวรัสเรียกค่าไถ่ทำงานบนเครื่องที่ติดเชื้อด้วยสิทธิ์ของพนักงานคนนั้น และจะเข้ารหัสทุกอย่างที่เครื่องนั้นเขียนถึงได้ รวมถึงไดรฟ์ที่แมปไว้จากไฟล์เซิร์ฟเวอร์ด้วย นี่คือเหตุผลที่การมีไฟล์เซิร์ฟเวอร์ตั้งอยู่ในออฟฟิศไม่ได้ทำให้ปลอดภัยขึ้น เพราะระยะทางไม่เคยเป็นเกราะป้องกัน สิทธิ์ของพนักงานคนนั้นคือสิทธิ์ที่ไวรัสได้ไปด้วย

Cloud Drive จึงออกแบบให้เน้นการกู้คืน ไม่ใช่แค่การป้องกัน ระบบมีการสแกนไวรัสก่อน Upload ขึ้นสู่ Server มีฟังก์ชัน Recycle Bin และมีระบบสำรองข้อมูลอัตโนมัติที่สำรองข้อมูลและกู้คืนได้ใน 30 วัน จุดสำคัญคือชุดข้อมูลสำหรับกู้คืนอยู่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ ไม่ได้อยู่บนเครื่องที่ติดไวรัส เครื่องที่ติดจึงเข้ารหัสได้เฉพาะสิ่งที่มันเอื้อมถึง แต่เอื้อมไม่ถึงชุดกู้คืนของเซิร์ฟเวอร์ เมื่อประกอบกับการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงที่ละเอียดและ 2 Factor Authentication ความเสียหายจะถูกจำกัดวงและย้อนกลับได้

ถ้าลบไฟล์ผิด หรือไฟล์เสียหาย กู้คืนได้ภายในกี่วัน ?

ไฟล์ที่ถูกลบจะเข้าไปอยู่ใน Recycle Bin ก่อน ผู้ใช้จึงกู้คืนได้ด้วยตัวเองทันทีโดยไม่ต้องเปิด Ticket และไม่ต้องรอไอที ซึ่งครอบคลุมกรณีที่พบบ่อยที่สุดในการทำงานจริง คือลบผิดโฟลเดอร์ หรือบันทึกทับไฟล์เดิมไปแล้ว

นอกเหนือจากนั้น ระบบยังมีกลไกสำรองข้อมูลอัตโนมัติที่สำรองข้อมูลและกู้คืนได้ใน 30 วัน ทำให้องค์กรกู้คืนไฟล์ที่ถูกลบหรือเกิดความเสียหายได้อย่างรวดเร็ว ทั้งหมดจัดการผ่านแดชบอร์ดที่ใช้งานง่าย หากองค์กรของคุณมีข้อกำหนดที่ต้องเก็บย้อนหลังนานกว่านี้ แจ้งทีมงานเพื่อออกแบบให้ตรงกับนโยบายของคุณได้

ควรเลือกพื้นที่เท่าไหร่ดี ระหว่าง 500GB กับ 30TB ?

ให้ดูจากชนิดของไฟล์ที่ทีมทำงานด้วยเป็นหลัก ไม่ใช่จำนวนพนักงาน องค์กรที่ทำงานกับเอกสาร Office สัญญา และ PDF เป็นหลัก มักใช้พื้นที่ไม่มากแม้จะมีคนเป็นร้อย แต่ทีมที่เก็บไฟล์งานออกแบบ ไฟล์ CAD ภาพความละเอียดสูง หรือวิดีโอ จะกินพื้นที่ต่างกันหลายสิบเท่าตัวแม้จำนวนคนจะเท่ากัน วิธีประเมินที่แม่นที่สุดคือดูขนาดที่ใช้จริงบนไฟล์เซิร์ฟเวอร์เดิม แล้วบวกการเติบโตของปีที่ผ่านมา ไม่ใช่ดูจากขนาดดิสก์ที่ซื้อไว้ เพราะเกือบทุกองค์กรซื้อเผื่อไว้มากกว่าที่ใช้จริง

เราให้บริการตั้งแต่ 500GB ไปจนถึง 30TB และเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้อย่างง่ายดายตามการเติบโตของธุรกิจโดยไม่มีสะดุด การเริ่มจากขนาดที่ตรงกับข้อมูลปัจจุบันจึงปลอดภัยกว่าการซื้อเผื่อไว้มาก เพราะขยายเมื่อถึงเวลาได้ทันที ทีมงานประเมินขนาดที่เหมาะสมให้ฟรีจากข้อมูลปัจจุบันของคุณได้

Cloud Drive ต่างจาก NAS Backup อย่างไร ต้องใช้ทั้งคู่ไหม ?

สองบริการนี้ทำคนละหน้าที่ครับ Cloud Drive คือไฟล์เซิร์ฟเวอร์หลักที่ทีมงานเปิด แก้ไข และแชร์ไฟล์กันในแต่ละวัน พูดง่ายๆ คือเป็นที่ที่ไฟล์ตัวจริงอยู่และเป็นที่ที่งานเกิดขึ้น ส่วน NAS Backup คือการสำรองข้อมูลจาก NAS หรืออุปกรณ์จัดเก็บที่คุณมีอยู่แล้วขึ้นมาเก็บไว้บนคลาวด์ พูดง่ายๆ คือเป็นที่ที่สำเนาอยู่ ไม่ใช่ที่ที่คุณทำงาน

การเลือกจึงขึ้นกับสิ่งที่คุณกำลังจะทำ ถ้าคุณต้องการเลิกใช้ไฟล์เซิร์ฟเวอร์ในออฟฟิศและย้ายการทำงานประจำวันขึ้นคลาวด์ทั้งหมด Cloud Drive คือคำตอบ แต่ถ้าคุณยังต้องการเก็บ NAS ไว้ใช้งานตามเดิมและแค่อยากได้สำเนาสำรองนอกสถานที่ ให้ดูที่บริการ NAS Backup แทน และองค์กรจำนวนไม่น้อยก็ใช้ทั้งสองอย่างร่วมกัน ปรึกษาทีมงานได้ว่ากรณีของคุณควรใช้แบบไหน

ข้อมูลเก็บอยู่ที่ไหน สอดคล้องกับ PDPA หรือไม่ ?

ข้อมูลของคุณถูกเก็บใน Private Cloud Server ใน Data Center ที่ตั้งอยู่ภายในประเทศไทยและได้มาตรฐานสูงสุด ไม่ได้กระจายออกไปเก็บนอกประเทศ ซึ่งช่วยให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านกฎหมายไทยอย่าง PDPA และยังทำให้ความเร็วในการเข้าถึงไฟล์จากในประเทศดีกว่าการเก็บไว้ต่างประเทศอย่างเห็นได้ชัด เพราะระยะทางของเครือข่ายสั้นกว่ามาก

ในด้านความปลอดภัย ข้อมูลถูกเข้ารหัสระดับ 256-bit AES Encryption มีการสแกนไวรัสก่อน Upload ขึ้นสู่ Server รองรับ 2 Factor Authentication และมีฟรี Firewall Layer 7 ให้ด้วย พร้อมการสนับสนุนทางเทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญชาวไทยที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้องค์กรควบคุมข้อมูลของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์

แชร์ไฟล์ให้ลูกค้าหรือคู่ค้าภายนอกองค์กรได้ไหม ปลอดภัยแค่ไหน ?

แชร์ได้ทั้งภายในและภายนอกองค์กรครับ ภายในองค์กร ผู้ดูแลกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์และโฟลเดอร์ได้ และแชร์ไฟล์หรือโฟลเดอร์ให้ Users หรือ Group ได้ตามโครงสร้างทีมจริง ซึ่งการให้สิทธิ์ที่ระดับ Group จะดูแลง่ายกว่ามาก เพราะเวลามีคนเข้าใหม่หรือลาออก คุณแก้ที่เดียวจบ ไม่ต้องไล่ตรวจทีละโฟลเดอร์

สำหรับบุคคลภายนอก ระบบให้แชร์เป็น Link โดยตั้งรหัสผ่านหรือวันหมดอายุสำหรับการแชร์ภายนอกได้ ต่างจากการส่งไฟล์แนบทางอีเมลอย่างสิ้นเชิง เพราะไฟล์แนบคือสำเนาที่หลุดออกจากมือคุณไปแล้ว เรียกคืนไม่ได้ ตั้งวันหมดอายุไม่ได้ และเพิกถอนไม่ได้ ส่วนลิงก์คือการชี้มาที่ไฟล์ซึ่งยังอยู่ภายใต้นโยบายของคุณเสมอ ลิงก์ที่เพิกถอนได้จึงปลอดภัยกว่าสำเนาที่เรียกคืนไม่ได้

ย้ายไฟล์จากไฟล์เซิร์ฟเวอร์เดิมขึ้น Cloud Drive อย่างไร ต้องหยุดงานทั้งบริษัทไหม ?

ไม่ต้องหยุดงานทั้งบริษัทครับ เราเริ่มจากสำรวจโครงสร้างโฟลเดอร์ ปริมาณข้อมูลที่ใช้จริง และสิทธิ์การเข้าถึงบนไฟล์เซิร์ฟเวอร์เดิมก่อน จากนั้นจัดโครงสร้างโฟลเดอร์และ Group ให้เรียบร้อย แล้วจึงคัดลอกข้อมูลชุดแรกขึ้น Cloud Drive โดยที่ทีมงานของคุณยังใช้เครื่องเดิมทำงานได้ตามปกติ ระบบรองรับการอัปโหลดไฟล์ขนาดใหญ่ต่อเนื่องด้วยฟีเจอร์ Resumable Upload จึงไม่ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมดหากการเชื่อมต่อสะดุดกลางทาง ซึ่งเป็นเรื่องปกติมากเมื่อย้ายข้อมูลระดับหลาย TB

หลังจากนั้นเราจะทดสอบกับทีมนำร่องกลุ่มเล็กก่อน ตรวจว่าเปิดไฟล์ได้ สิทธิ์ถูกต้อง และแชร์ออกนอกองค์กรได้ตามนโยบาย แล้วค่อยซิงก์เฉพาะข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงหลังคัดลอกรอบแรกและสลับให้ทั้งองค์กรมาใช้งานจริง ทำให้ช่วงที่ข้อมูลอาจไม่ตรงกันสั้นที่สุดและเลือกทำนอกเวลาทำการได้ โดยมีฟรี Setup และ Configuration รวมอยู่ในบริการแล้ว และทีมงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยดูแลให้ตลอดกระบวนการ

Managed Service ดูแลอะไรให้บ้าง องค์กรต้องมีไอทีของตัวเองไหม ?

Managed Service หมายถึงเราดูแลเซิร์ฟเวอร์ให้พร้อมใช้งานแทนคุณ ตั้งแต่ติดตั้งและตั้งค่าระบบ ดูแลความพร้อมใช้งาน ไปจนถึงให้คำปรึกษาและช่วยเหลือเมื่อมีปัญหา โดยมีฟรี Setup และ Configuration และไม่มีค่าบริการเพิ่มเติม ซึ่งต่างจากไฟล์เซิร์ฟเวอร์แบบเดิมที่ต้องใช้มืออาชีพที่มีทักษะและความรู้ระดับสูงมาจัดการระบบ Backup และ Monitor เอง

องค์กรที่ไม่มีทีมไอทีของตัวเอง หรือมีแต่ไม่อยากให้เสียเวลาไปกับการดูแลเครื่อง จึงใช้บริการนี้ได้ทันที การจัดการประจำวันทำผ่านแดชบอร์ดที่ใช้งานง่าย ส่วนงานเบื้องหลังเป็นหน้าที่ของเรา และมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญชาวไทยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน บนโครงสร้างพื้นฐานที่มีความเสถียรสูง (High Availability)

ราคาเท่าไหร่ และเริ่มต้นใช้งานอย่างไร ?

ราคาเริ่มต้นที่ 2,500 บาทต่อเดือนสำหรับพื้นที่ 500GB และมีให้เลือกไปจนถึง 30TB ดูตารางแพคเกจและราคาด้านบนได้เลย โดยแบบรายปีจะประหยัดกว่าการจ่ายรายเดือนในทุกขนาดพื้นที่ ทุกแพคเกจให้บริการแบบ Managed Service พร้อมฟรี Setup และ Configuration และไม่มีค่าบริการเพิ่มเติม

หากยังไม่แน่ใจว่าองค์กรของคุณควรเริ่มที่ขนาดไหน หรือมีความต้องการเฉพาะ เช่น การย้ายข้อมูลจากไฟล์เซิร์ฟเวอร์เดิมพร้อมสิทธิ์การเข้าถึงทั้งหมด ติดต่อขอใบเสนอราคาได้ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด ทีมงานประเมินให้จากข้อมูลจริงของคุณ โทร 061-989-8891 หรือทักผ่าน LINE @thaidatacloud ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

พร้อมเลิกใช้ไฟล์เซิร์ฟเวอร์ในออฟฟิศแล้วหรือยัง

เรามีทีมช่วยประเมินขนาดพื้นที่ที่เหมาะกับข้อมูลจริงของคุณ และวางแผนย้ายให้ตั้งแต่ต้นจนจบ ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด