Large Capacity
รองรับ VM ที่มีหน่วยความจำสูงสุด 4 TB และ BMS ที่มีหน่วยความจำสูงสุด 16 TB
ย้าย SAP Applications ของคุณไปยัง CLOUD เพื่อความปลอดภัยระดับองค์กร มีประสิทธิภาพและพร้อมใช้งานที่ธุรกิจของคุณต้องการ อำนวยความสะดวกในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล
โซลูชัน SAP on Cloud ให้บริการแพลตฟอร์ม SAP แบบครบวงจรสำหรับองค์กร ด้วยบริการแบบ IaaS มีโครงสร้างที่ปลอดภัย เสถียร และมีประสิทธิภาพสูง รวมทั้ง EI (Enterprise Intelligence) อันทรงพลัง เอาชนะข้อเสียของระบบ ERP แบบดั้งเดิม ลดความซับซ้อนในการจัดการองค์กร ลดต้นทุน และยั่งยืน

แพลตฟอร์ม SAP แบบครบวงจรสำหรับองค์กร ด้วยบริการแบบ IaaS ที่ปลอดภัย เสถียร และมีประสิทธิภาพสูง รวมทั้ง EI (Enterprise Intelligence) อันทรงพลัง
Why Choose SAP on Cloud?
การใช้บริการ SAP บน CLOUD มีความปลอดภัย เสถียร และมีประสิทธิภาพสูง รองรับข้อมูลขนาดใหญ่ รวมถึง Service lifecycle management (SLM) ลดความซับซ้อนในการจัดการองค์กร ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และอำนวยความสะดวกสำหรับ Digital Transformation
รองรับ VM ที่มีหน่วยความจำสูงสุด 4 TB และ BMS ที่มีหน่วยความจำสูงสุด 16 TB
ประสบความสำเร็จ Leading SAP SD Benchmark performance (SAPS value) ภายใต้ข้อกำหนดผลิตภัณฑ์เดียวกัน
มาตรฐานความปลอดภัย Payment Card Industry Data Security Standard (PCI DSS) ของ BSI
ปรับปรุงความน่าเชื่อถือด้วยโครงร่างที่หลากหลายตั้งแต่ HA local ไปถึงการสำรองและการคืนค่า รวมถึงการกู้คืนจากความเสียหาย
ปรับปรุงประสิทธิภาพให้มากกว่า 30% สำหรับการปรับใช้แอปพลิเคชัน SAP และ O&M
สเปคของระบบ SAP ไม่ได้ซื้อกันด้วยจำนวนคอร์ แต่ซื้อด้วยหน่วยวัดปริมาณงานระดับแอปพลิเคชัน
ทีม SAP Basis กำหนดขนาดของ Landscape จากคำว่า “X vCPU, Y GB RAM” ไม่ได้ เพราะเครื่องสองเครื่องที่มีจำนวนคอร์เท่ากัน ให้ปริมาณงาน SAP ได้ไม่เท่ากัน สเปคบนกระดาษจึงตอบคำถามที่แท้จริงไม่ได้ว่า ระบบนี้ปิดงานทางธุรกิจได้กี่รายการต่อชั่วโมง
SAPS (SAP Application Performance Standard) คือหน่วยวัดที่ตอบคำถามนั้นโดยตรง เป็นหน่วยวัดปริมาณงานระดับแอปพลิเคชันที่ได้มาจาก SAP SD Benchmark (Sales and Distribution) ซึ่งวัดว่าระบบทั้งชุดประมวลผลรายการทางธุรกิจได้มากแค่ไหน ไม่ใช่วัดว่าชิปทำงานที่ความถี่เท่าไหร่
จุดสำคัญที่ทำให้ทั้งวงการ SAP ใช้หน่วยนี้คือ SAPS วัดแบบ end to end ตัวเลขที่ได้จึงรวมผลของหน่วยความจำ การจำลองเสมือน และความหน่วงของสตอเรจเอาไว้แล้วทั้งหมด พูดอีกอย่างคือมันวัดสิ่งที่ผู้ใช้รู้สึกจริง ไม่ใช่วัดชิ้นส่วนใดชิ้นส่วนหนึ่งแยกกัน การประเมินขนาดระบบ SAP ทุกครั้งจึงอ้างอิงหน่วยนี้เป็นหลัก
ในส่วนของ THAI DATA CLOUD เราทำผลงาน Leading SAP SD Benchmark performance (SAPS value) ได้ภายใต้ข้อกำหนดผลิตภัณฑ์เดียวกัน คำว่า “ภายใต้ข้อกำหนดผลิตภัณฑ์เดียวกัน” มีความหมายกับผู้ซื้อโดยตรง เพราะหมายถึงการเทียบบนสเปคที่เท่ากัน ไม่ใช่การชนะด้วยการยกเครื่องที่ใหญ่กว่ามาวัด ซึ่งเป็นการเทียบที่ไม่บอกอะไรเลย
ในทางปฏิบัติ ถ้าคุณมีตัวเลขปริมาณงานจากระบบ SAP ปัจจุบันอยู่แล้ว เช่น รายงาน EarlyWatch หรือข้อมูลจาก ST03 ส่งมาให้ทีมงานได้เลย เราประเมินสเปคเทียบเคียงจากภาระงานจริงของคุณ ไม่ใช่จากการเดา
กับฐานข้อมูลแบบ in-memory หน่วยความจำไม่ใช่แคช แต่คือภาชนะที่ต้องใส่ข้อมูลทั้งชุดให้ลง
เรื่องที่มักเข้าใจคลาดเคลื่อนกันมากที่สุดคือวิธีกำหนดขนาดเครื่อง กับฐานข้อมูล ERP แบบเดิมที่เก็บข้อมูลบนดิสก์ คุณกำหนดขนาดดิสก์เป็นหลักแล้วให้ฐานข้อมูลใช้ RAM เป็นแคชช่วยเร่ง แต่กับ SAP HANA ชุดข้อมูลที่ใช้งานถูกเก็บอยู่ในหน่วยความจำจริง RAM จึงไม่ใช่แคช แต่เป็นภาชนะที่ต้องใส่ข้อมูลให้ลง
ขนาดหน่วยความจำที่ต้องเตรียมจึงคำนวณเป็นลูกโซ่ ไม่ใช่ตัวเลขเดียว:
ผลรวมของสองข้อสุดท้ายคือหน่วยความจำที่ต้องซื้อจริง และมันมากกว่าขนาดข้อมูลที่อยู่ในหน่วยความจำเสมอ สรุปเป็นประโยคเดียวคือ สำหรับ HANA คำถามไม่เคยเป็น “ดิสก์เร็วแค่ไหน” แต่เป็น “ข้อมูลพร้อมพื้นที่ทำงานลงในหน่วยความจำหรือไม่” และถ้าไม่ลง ก็ไม่มีการปรับจูนใดช่วยได้
เมื่อเห็นลูกโซ่นี้แล้ว เพดานหน่วยความจำจึงกลายเป็นตัวตัดสินรูปแบบเครื่องทันที THAI DATA CLOUD รองรับ VM ที่มีหน่วยความจำสูงสุด 4 TB และ BMS ที่มีหน่วยความจำสูงสุด 16 TB ในทางปฏิบัติ ถ้าชุดข้อมูลพร้อมพื้นที่ทำงานอยู่ในกรอบ 4 TB ก็ใช้ VM ได้ ส่วนเพดาน 16 TB ของ BMS คือสิ่งที่หยิบมาใช้เมื่อต้องการให้เครื่องเดียวถือชุดข้อมูลขนาดใหญ่มากไว้ทั้งก้อน และนี่คือเหตุผลที่ HANA เป็นเรื่องของการขยายเครื่องให้ใหญ่ขึ้น (scale up) ก่อนเป็นอันดับแรก
เส้นแบ่งอยู่เหนือระบบปฏิบัติการพอดี และนั่นคือเหตุผลที่ทีม SAP Basis ยังคุมทุกอย่างที่ต้องคุม
วิธีที่ตรงที่สุดในการเข้าใจบริการนี้คือมองเป็นเส้นหนึ่งเส้นที่ลากผ่านกองเทคโนโลยี และเพราะนี่คือบริการแบบ IaaS เส้นนั้นจึงอยู่เหนือระบบปฏิบัติการขึ้นไปพอดี
ใต้เส้น THAI DATA CLOUD ให้บริการจัดการโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึง O&M และการตรวจสอบฮาร์ดแวร์ การจำลองเสมือน (virtualization) และเครือข่าย ตลอดจนทรัพยากรแบบ Automatic provisioning of IaaS
เหนือเส้น ทีมของคุณจัดการระบบปฏิบัติการเอง พร้อมกับ SAP applications และฐานข้อมูล รวมถึงการปรับแต่ง implementing และ managing services
สังเกตว่านี่ไม่ใช่โมเดล Managed SAP โดยตั้งใจ และสำหรับองค์กรที่ใช้ SAP จริงจัง นั่นคือข้อดี เพราะทีม Basis ของคุณยังถือสิทธิ์ระดับสูงสุดบนระบบปฏิบัติการ ยังกำหนด change window ของตัวเองได้ ยังคงความสัมพันธ์กับ SAP support ไว้เหมือนเดิม และยังรักษาทุกเงื่อนไขที่ผูกกับวิธีตั้งค่า SAP stack เอาไว้ครบ ขณะที่ส่งต่อชั้นล่างที่ทีมคุณไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการเป็นเจ้าของออกไป
การแบ่งแบบนี้บวกกับการจัดเตรียมทรัพยากรการประมวลผลและการจัดเก็บข้อมูลอย่างยืดหยุ่นและรวดเร็ว คือที่มาของการ ปรับปรุงประสิทธิภาพให้มากกว่า 30% สำหรับการปรับใช้แอปพลิเคชัน SAP และ O&M เพราะการตั้งระบบขึ้นมาใหม่หนึ่งระบบเลิกเป็นโครงการจัดซื้อ และกลายเป็นการจัดสรรทรัพยากร ทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกับ Service lifecycle management (SLM) และ EI (Enterprise Intelligence) ที่มาพร้อมกับโซลูชัน ส่วนหน้าตาจริงของสถาปัตยกรรมทั้งสองแบบ ดูได้จากผังในหัวข้อถัดไป
สถาปัตยกรรมโซลูชัน SAP on Cloud ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและด้านความปลอดภัย

THAI DATA CLOUD ให้บริการจัดการโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึง O&M และการตรวจสอบฮาร์ดแวร์ การจำลองเสมือน (virtualization) และเครือข่าย ตลอดจนทรัพยากร Automatic provisioning of IaaS
คุณสามารถจัดการระบบปฏิบัติการของคุณเองพร้อมกับ SAP applications และฐานข้อมูล ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการทั้งหมดรวมถึงการปรับแต่ง implementing และ managing services

ให้บริการรักษาความปลอดภัยแบบ full-stack สำหรับข้อมูล โฮสต์ แอปพลิเคชัน เครือข่าย และทุกอย่างใน Ecosystem
ด้วยความเชี่ยวชาญที่กว้างขวางในสถานการณ์การใช้งาน SAP application (เช่น ระบบการผลิต development and test system ระบบ Hybris และ O&M ด้านความปลอดภัย) ที่พร้อมมอบโซลูชันการรักษาความปลอดภัยที่ปรับแต่งและครอบคลุมตามความต้องการของแต่ละองค์กร
Supported SAP Products
ครอบคลุมทั้งฐานข้อมูล แพลตฟอร์ม และแอปพลิเคชัน
ทั้งสามอย่างนี้ไม่ใช่ของสิ่งเดียวกันในชื่อต่างกัน แต่ตอบคนละความล้มเหลว
ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยที่สุดคือการมอง “HA” กับ “backup” เป็นสองคำที่แปลว่าตาข่ายนิรภัยอันเดียวกัน แล้วไปรู้ตัวตอนเกิดเหตุจริงว่าไม่มีอันไหนครอบคลุมสิ่งที่เกิดขึ้นเลย วิธีที่ถูกคือแยกตามชนิดของความล้มเหลว แล้วจับคู่กับกลไกที่ตอบมันได้
ชนิดนี้ HA local ตอบได้ โดยย้ายบริการไปทำงานบนฮาร์ดแวร์ที่ยังปกติ แต่ต้องเข้าใจให้ชัดว่ามันปกป้อง “ความพร้อมใช้งาน” อย่างเดียว ไม่ได้ปกป้องความถูกต้องของข้อมูล
transport ที่ผิดพลาด การอัปเดตจำนวนมากที่ผิด หรือคนลบผิดตัว ในกรณีนี้ HA จะทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ คือคัดลอกความเสียหายไปยังเครื่องสำรองทันที มีแต่ การสำรองและการคืนค่า เท่านั้นที่ตอบชนิดนี้ได้ ด้วยการย้อนกลับไปยังจุดก่อนเกิดเหตุ
ทั้ง HA ภายในไซต์และข้อมูลสำรองที่เก็บอยู่ในไซต์เดียวกันตอบชนิดนี้ไม่ได้ มีแต่ การกู้คืนจากความเสียหาย ไปยังโครงสร้างพื้นฐานที่แยกออกไปเท่านั้น
สรุปให้สั้นที่สุดคือ HA ป้องกันฮาร์ดแวร์เสีย การสำรองข้อมูลป้องกันข้อมูลผิด และ DR ป้องกันการสูญเสียสถานที่ เมื่อความล้มเหลวทั้งสามชนิดเป็นอิสระต่อกัน กลไกทั้งสามจึงใช้แทนกันไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ THAI DATA CLOUD จึงปรับปรุงความน่าเชื่อถือด้วยโครงร่างที่หลากหลายตั้งแต่ HA local ไปถึงการสำรองและการคืนค่า รวมถึงการกู้คืนจากความเสียหาย และเลือกใช้ให้เหมาะกับแต่ละ Landscape
มีอีกข้อที่เป็นเรื่องเฉพาะของ SAP และมักถูกมองข้าม คือ Landscape ต้องถูกกู้คืนกลับมา ทั้งชุดในสถานะที่สอดคล้องกัน ไม่ใช่กู้เซิร์ฟเวอร์ทีละเครื่องแบบอิสระ เพราะฝั่งแอปพลิเคชันกับฐานข้อมูลต้องกลับมาในสถานะที่ตรงกัน ไม่เช่นนั้นระบบที่กลับมาก็เชื่อถือไม่ได้อยู่ดี
ระบบ SAP ไม่ใช่เว็บไซต์ที่ล่มแล้วเปิดใหม่ได้ แต่คือที่เก็บบัญชีของทั้งธุรกิจ
เหตุผลที่ความปลอดภัยของ SAP เป็นโจทย์คนละแบบกับระบบทั่วไป คือมันเป็นระบบเดียวที่รวมข้อมูลการเงิน ข้อมูลบุคคล และข้อมูลลูกค้าไว้ด้วยกัน การรั่วไหลจึงไม่ใช่เรื่องเว็บล่ม แต่คือบัญชีของทั้งธุรกิจ การออกแบบจึงเริ่มจากเครือข่ายก่อนเสมอ
ระบบ SAP ทั้งหมดถูกปรับใช้ใน VPC เดียวกัน เพื่อป้องกันการเข้าถึงจากผู้ใช้ที่ไม่ได้รับอนุญาต เหตุผลเบื้องหลังคือ SAP ไม่ใช่เซิร์ฟเวอร์เครื่องเดียว แต่เป็น Landscape ของเซิร์ฟเวอร์หลายตัวที่ต้องคุยกันตลอดเวลา การกันทั้ง Landscape ไว้ในเครือข่ายเดียวที่แยกออกมา ทำให้ทราฟฟิกภายในระหว่างแอปพลิเคชันกับฐานข้อมูล ไม่ต้องวิ่งผ่านเครือข่ายสาธารณะเลย และทำให้เส้นรอบวงของการป้องกันถูกลากรอบ Landscape ทั้งชุด แทนที่จะลากรอบเครื่องทีละเครื่อง
เพื่อรับรองความปลอดภัยของข้อมูล การเข้าถึงศูนย์ข้อมูล THAI DATA CLOUD ทำผ่าน VPN ผลที่ตามมาในเชิงปฏิบัติคือไม่มีช่องทางบริหารจัดการที่เปิดสู่สาธารณะให้ใครสแกนเจอตั้งแต่แรก
ถัดจากชั้นเครือข่ายคือการให้บริการรักษาความปลอดภัยแบบ full-stack สำหรับข้อมูล โฮสต์ แอปพลิเคชัน เครือข่าย และทุกอย่างใน Ecosystem ประกอบด้วย:
ด้วยความเชี่ยวชาญที่กว้างขวางในสถานการณ์การใช้งาน SAP application เช่น ระบบการผลิต development and test system ระบบ Hybris และ O&M ด้านความปลอดภัย เราจึงพร้อมมอบโซลูชันการรักษาความปลอดภัยที่ปรับแต่งและครอบคลุม ตามความต้องการของแต่ละองค์กร ในด้านมาตรฐาน เรามีมาตรฐานความปลอดภัย Payment Card Industry Data Security Standard (PCI DSS) ของ BSI
โดยรวมแล้วพื้นฐานที่ทุกบริการของเราตั้งอยู่บนนั้น มีดังนี้:
รายการที่ต้องสำรวจให้ครบก่อนที่ใครจะเสนอราคาอะไรได้อย่างมีความหมาย
ก่อนจะย้าย Landscape ของ SAP ขึ้นคลาวด์ สิ่งที่ต้องทำก่อนคือประเมินให้ครบ:
เมื่อประเมินครบแล้ว ลำดับการย้ายและช่วงเวลาสลับระบบจะกำหนดเป็นรายกรณีตาม Landscape จริง เราไม่มีสูตรสำเร็จที่ใช้ได้กับทุกองค์กร และไม่คิดว่าการมีสูตรสำเร็จเป็นเรื่องดีสำหรับระบบที่สำคัญขนาดนี้ ทีมงานประเมินให้ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด เริ่มจากการติดต่อทีมงานพร้อมข้อมูลเท่าที่คุณมีอยู่ตอนนี้
องค์กร ธุรกิจ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค ค้าปลีก การผลิตและยานยนต์ รวมถึงเภสัชกรรม มีการลงทุนในระบบคลาวด์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การย้ายผลิตภัณฑ์ SAP จากโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีแบบ Traditional มาพร้อมกับ Long build cycles ต้นทุนที่สูง O&M ที่ซับซ้อนและกระบวนการอัปเกรดอย่างจำกัด SAP on Cloud คือโซลูชันที่ช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ทั้งหมด
FAQs
SAP on Cloud คือการย้าย SAP Applications ขององค์กรขึ้นไปทำงานบนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ โดย THAI DATA CLOUD ให้บริการในรูปแบบ IaaS ที่มีโครงสร้างปลอดภัย เสถียร และมีประสิทธิภาพสูง พร้อมด้วย EI (Enterprise Intelligence) และ Service lifecycle management (SLM) เพื่อลดความซับซ้อนในการจัดการองค์กรและลดต้นทุน
ความต่างที่ชัดที่สุดคือเรื่องเวลาและภาระงาน การวางระบบ SAP บนโครงสร้างพื้นฐานไอทีแบบ Traditional มาพร้อมกับ Long build cycles ต้นทุนที่สูง O&M ที่ซับซ้อน และกระบวนการอัปเกรดที่ทำได้อย่างจำกัด เมื่อย้ายขึ้นคลาวด์ การจัดเตรียมทรัพยากรประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลทำได้อย่างยืดหยุ่นและรวดเร็ว การตั้งระบบใหม่จึงไม่ใช่โครงการจัดซื้ออีกต่อไป ซึ่งเป็นที่มาของการปรับปรุงประสิทธิภาพมากกว่า 30% สำหรับการปรับใช้แอปพลิเคชัน SAP และ O&M
SAP HANA เป็นฐานข้อมูลแบบ in-memory หมายความว่าชุดข้อมูลที่ใช้งานถูกเก็บอยู่ในหน่วยความจำจริง ไม่ใช่แค่ใช้ RAM เป็นแคชเหมือนฐานข้อมูลแบบเดิม ขนาดหน่วยความจำที่ต้องใช้จึงไม่ได้เท่ากับขนาดข้อมูลดิบ แต่คำนวณจากข้อมูลหลังการบีบอัดแบบ columnar แล้วบวกพื้นที่ทำงานที่ HANA ต้องใช้สำหรับประมวลผลคิวรี การ merge และผลลัพธ์ชั่วคราวเพิ่มเข้าไปอีก ตัวเลขรวมจึงมากกว่าขนาดข้อมูลที่อยู่ในหน่วยความจำเสมอ
สำหรับ THAI DATA CLOUD เรารองรับ VM ที่มีหน่วยความจำสูงสุด 4 TB และ BMS ที่มีหน่วยความจำสูงสุด 16 TB เพดานนี้คือสิ่งที่ตัดสินว่าระบบของคุณลงตัวแบบไหน เพราะถ้าชุดข้อมูลพร้อมพื้นที่ทำงานยังอยู่ในกรอบ 4 TB ก็ใช้ VM ได้ แต่ถ้าต้องการให้เครื่องเดียวถือข้อมูลขนาดใหญ่มาก BMS ที่ 16 TB คือคำตอบ ตัวเลขที่แน่นอนของแต่ละองค์กรต้องประเมินจากระบบจริงที่ใช้อยู่ ทีมงานประเมินให้ได้ ติดต่อเราได้ที่หน้าติดต่อเรา
รองรับครับ โดยแบ่งเป็นสามกลุ่ม กลุ่มฐานข้อมูลรองรับ SAP HANA, SAP HANA Express Edition และ SAP ASE กลุ่มแพลตฟอร์มรองรับ Application Server ABAP, SAP NetWeaver 7.0X, SAP NetWeaver 7.1 หรือสูงกว่า และ SAP NetWeaver 7.4 หรือสูงกว่า
ส่วนกลุ่มแอปพลิเคชันรองรับ SAP S/4HANA, SAP BW/4HANA, SAP Business Suite, SAP Business Warehouse, SAP Business One, SAP Hybris, SAP Business Object และ SAP XI/PI/PO ครอบคลุมทั้งองค์กรที่อยู่บน S/4HANA แล้วและองค์กรที่ยังใช้ Business Suite อยู่ หากผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้ไม่อยู่ในรายการนี้ แจ้งทีมงานเพื่อตรวจสอบเป็นรายกรณีได้
ความต่างที่มีผลต่อการตัดสินใจมากที่สุดคือเพดานหน่วยความจำ VM รองรับหน่วยความจำได้สูงสุด 4 TB ส่วน BMS (Bare Metal Server) รองรับได้สูงสุด 16 TB สำหรับระบบที่ใช้ SAP HANA ตัวเลขนี้สำคัญเป็นพิเศษ เพราะชุดข้อมูลพร้อมพื้นที่ทำงานต้องอยู่ในหน่วยความจำทั้งหมด ถ้าไม่พอก็ไม่มีการปรับจูนใดช่วยได้
แนวทางที่ใช้จริงคือดูจากขนาดหน่วยความจำที่ระบบต้องการเป็นอันดับแรก ถ้าอยู่ในกรอบ 4 TB การใช้ VM จะได้ความยืดหยุ่นในการจัดเตรียมทรัพยากรอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าต้องการให้เครื่องเดียวรองรับข้อมูลขนาดใหญ่มาก BMS คือทางเลือกที่เหมาะกว่า ทั้งนี้ระบบในหนึ่ง Landscape ไม่จำเป็นต้องเป็นชนิดเดียวกันทั้งหมด ระบบ Production กับ Development และ Test มีความต้องการต่างกัน ทีมงานช่วยจัดรูปแบบให้เหมาะกับแต่ละระบบได้
SAPS ย่อมาจาก SAP Application Performance Standard เป็นหน่วยวัดปริมาณงานระดับแอปพลิเคชันที่ได้มาจาก SAP SD Benchmark ซึ่งวัดว่าระบบทั้งชุดประมวลผลรายการทางธุรกิจได้มากแค่ไหน ไม่ใช่วัดความเร็วของชิป เหตุผลที่วงการ SAP ใช้หน่วยนี้แทนการนับจำนวน vCPU ก็เพราะเครื่องสองเครื่องที่มีจำนวนคอร์เท่ากันให้ปริมาณงาน SAP ได้ไม่เท่ากัน การวัดแบบ end to end จึงรวมผลของหน่วยความจำ virtualization และความหน่วงของสตอเรจเอาไว้แล้ว
ในส่วนของ THAI DATA CLOUD เราทำผลงาน Leading SAP SD Benchmark performance (SAPS value) ได้ภายใต้ข้อกำหนดผลิตภัณฑ์เดียวกัน ซึ่งคำว่าภายใต้ข้อกำหนดเดียวกันมีความหมายกับผู้ซื้อ เพราะเป็นการเทียบบนสเปคที่เท่ากัน ไม่ใช่การชนะด้วยการใช้เครื่องที่ใหญ่กว่า หากคุณมีตัวเลขปริมาณงานจากระบบ SAP ปัจจุบันอยู่แล้ว ส่งมาให้ทีมงานประเมินสเปคเทียบเคียงให้ได้
ระบบ SAP คือระบบที่เก็บข้อมูลการเงิน ข้อมูลบุคคล และข้อมูลลูกค้าไว้ในที่เดียว การออกแบบความปลอดภัยจึงเริ่มจากเครือข่ายเป็นอันดับแรก ระบบ SAP ทั้งหมดถูกปรับใช้อยู่ใน VPC เดียวกัน เพื่อป้องกันการเข้าถึงจากผู้ใช้ที่ไม่ได้รับอนุญาต เหตุผลคือ SAP ไม่ใช่เซิร์ฟเวอร์เครื่องเดียวแต่เป็น Landscape ที่ต้องคุยกันตลอดเวลา การกันทั้ง Landscape ไว้ในเครือข่ายเดียวที่แยกออกมา ทำให้ทราฟฟิกภายในไม่ต้องออกไปวิ่งบนเครือข่ายสาธารณะ และการเข้าถึงศูนย์ข้อมูล THAI DATA CLOUD ทำผ่าน VPN จึงไม่มีช่องทางบริหารจัดการที่เปิดสู่สาธารณะให้ค้นเจอ
ถัดจากเครือข่ายคือการป้องกันแบบ full-stack ครอบคลุมข้อมูล โฮสต์ แอปพลิเคชัน เครือข่าย และทุกอย่างใน Ecosystem ประกอบด้วยการป้องกันความปลอดภัย In-depth border การป้องกันโดยรวมสำหรับ Hosts และ Applications, Comprehensive network isolation พร้อมการควบคุมการเข้าถึง และการรักษาความปลอดภัยฐานข้อมูลอย่างมืออาชีพ ในด้านมาตรฐาน เรามีมาตรฐานความปลอดภัย Payment Card Industry Data Security Standard (PCI DSS) ของ BSI และเรามีความเชี่ยวชาญในสถานการณ์การใช้งาน SAP ที่หลากหลาย ทั้งระบบการผลิต development and test system ระบบ Hybris และ O&M ด้านความปลอดภัย จึงออกแบบให้ตรงกับความต้องการของแต่ละองค์กรได้
มีครับ และสิ่งที่ควรเข้าใจก่อนคือความล้มเหลวมีหลายแบบ และแต่ละแบบต้องใช้กลไกคนละตัว ถ้าฮาร์ดแวร์เสียแต่ข้อมูลยังถูกต้อง HA local จะย้ายบริการไปทำงานบนเครื่องที่ปกติ ซึ่งปกป้องเรื่องความพร้อมใช้งานเท่านั้น แต่ถ้าตัวข้อมูลกลายเป็นข้อมูลที่ผิด เช่น transport ที่ผิดพลาดหรือการอัปเดตจำนวนมากที่ผิด HA จะคัดลอกความเสียหายนั้นไปยังเครื่องสำรองทันทีอย่างซื่อสัตย์ กรณีนี้มีแต่การสำรองและการคืนค่าเท่านั้นที่ย้อนกลับไปยังจุดก่อนเกิดเหตุได้ และถ้าสูญเสียทั้งไซต์ ก็ต้องพึ่งการกู้คืนจากความเสียหายบนโครงสร้างพื้นฐานที่แยกออกไป
ด้วยเหตุนี้ THAI DATA CLOUD จึงปรับปรุงความน่าเชื่อถือด้วยโครงร่างที่หลากหลายตั้งแต่ HA local ไปถึงการสำรองและการคืนค่า รวมถึงการกู้คืนจากความเสียหาย เพราะทั้งสามอย่างนี้ใช้แทนกันไม่ได้ อีกประเด็นที่เป็นเรื่องเฉพาะของ SAP คือการกู้คืนต้องมองทั้ง Landscape ให้สอดคล้องกัน ไม่ใช่กู้เซิร์ฟเวอร์ทีละเครื่อง เพราะฝั่งแอปพลิเคชันและฐานข้อมูลต้องกลับมาในสถานะที่ตรงกัน รูปแบบที่เหมาะกับแต่ละระบบจะกำหนดร่วมกันตอนออกแบบ
บริการนี้เป็นแบบ IaaS เส้นแบ่งความรับผิดชอบจึงอยู่เหนือระบบปฏิบัติการขึ้นไป ฝั่ง THAI DATA CLOUD ให้บริการจัดการโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึง O&M และการตรวจสอบฮาร์ดแวร์ การจำลองเสมือน (virtualization) และเครือข่าย ตลอดจนทรัพยากรแบบ Automatic provisioning of IaaS ส่วนฝั่งองค์กรของคุณจัดการระบบปฏิบัติการของคุณเองพร้อมกับ SAP applications และฐานข้อมูล รวมถึงการปรับแต่ง implementing และ managing services
สำหรับทีม SAP Basis การแบ่งแบบนี้คือข้อดี เพราะคุณยังถือสิทธิ์ระดับสูงสุดบนระบบปฏิบัติการ กำหนด change window ของตัวเองได้ และคงความสัมพันธ์กับ SAP support ไว้เหมือนเดิม ขณะที่ส่งต่อชั้นที่ไม่ได้สร้างคุณค่าให้ทีมคุณออกไป ผลลัพธ์คือการปรับปรุงประสิทธิภาพมากกว่า 30% สำหรับการปรับใช้แอปพลิเคชัน SAP และ O&M เพราะการจัดเตรียมทรัพยากรทำได้อย่างยืดหยุ่นและรวดเร็ว
เริ่มจากการสำรวจ Landscape ก่อนว่ามีผลิตภัณฑ์ SAP อะไรบ้างและมีกี่ระบบ เพราะ Production, Development, Test, QA และ Sandbox ต้องมีที่ลงทั้งหมด จากนั้นรวบรวมข้อมูลสำหรับการ sizing จากระบบที่ใช้อยู่จริง ทั้งขนาดหน่วยความจำที่ใช้และปริมาณงานจริง เพื่อนำมากำหนดว่าชุดข้อมูลลงตัวกับ VM ที่รองรับสูงสุด 4 TB หรือต้องใช้ BMS ที่รองรับสูงสุด 16 TB
ถัดมาคือเรื่องเครือข่าย ว่าสำนักงานและโรงงานจะเข้าถึง Landscape ผ่าน VPN อย่างไร และมีอินเทอร์เฟซไปยังระบบที่ยังอยู่ที่เดิมหรือไม่ แล้วจึงกำหนดระดับความพร้อมใช้งานของแต่ละระบบว่าต้องการ HA, การสำรองและคืนค่า หรือการกู้คืนจากความเสียหายในระดับใด เพราะ Sandbox ไม่จำเป็นต้องได้เท่ากับ Production สุดท้ายคือยืนยันว่าทีมของคุณพร้อมดูแลตั้งแต่ระบบปฏิบัติการขึ้นไป ลำดับการย้ายและช่วงเวลาสลับระบบจะกำหนดเป็นรายกรณีหลังการประเมิน ไม่มีสูตรสำเร็จที่ใช้ได้กับทุกองค์กร
SAP on Cloud ไม่ได้ขายเป็นแพ็กเกจสำเร็จรูป เพราะสิ่งที่กำหนดต้นทุนจริงคือขนาดหน่วยความจำที่ระบบต้องการ จำนวนระบบใน Landscape การเลือกระหว่าง VM กับ BMS และระดับความพร้อมใช้งานที่แต่ละระบบต้องการ องค์กรสองแห่งที่ใช้ผลิตภัณฑ์ SAP ตัวเดียวกันจึงอาจมีโครงสร้างที่ต่างกันมาก เราจึงเสนอราคาหลังประเมินระบบจริงของคุณ เพื่อให้ตรงกับการใช้งานมากกว่าการเดา
ขั้นตอนเริ่มต้นง่ายมาก ติดต่อทีมงานพร้อมข้อมูล Landscape ปัจจุบันเท่าที่มี ทีมงานจะช่วยประเมินสเปคและออกแบบโครงสร้างให้ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด ติดต่อได้ที่หน้าติดต่อเรา หรือโทร 061-989-8891 หรือทาง LINE @thaidatacloud
บริการที่เกี่ยวข้อง
ส่งข้อมูลระบบ SAP ที่ใช้อยู่มาเท่าที่มี ทีมงานช่วยประเมินสเปคและออกแบบโครงสร้างให้ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด