Object Storage Service (OSS)บริการจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์

บริการจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ที่เสถียร ปลอดภัย ต้นทุนถูก และปรับขนาดได้ เก็บข้อมูลไม่มีโครงสร้างจำนวนมหาศาลในรูปแบบ Object เข้าถึงผ่าน HTTP API และ SDK พร้อมความทนทานของข้อมูลสูงถึง 99.9999999999% (12 9's)

  • ก่อตั้งปี 2016
  • ISO/IEC 27001 · ISO 22301
  • Data Center ไทย + สิงคโปร์
  • SLA 99.9%

Object Storage Service คืออะไร

บริการ Object Storage Service (OSS) เป็นแพลตฟอร์มบริการจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ที่ออกแบบมาให้รองรับข้อมูลจำนวนมาก โดยเน้นการจัดเก็บไฟล์ในรูปแบบของวัตถุ (Object) แทนที่จะเป็นโครงสร้างไฟล์แบบดั้งเดิม ใช้งานได้สะดวกและเหมาะสำหรับการจัดเก็บข้อมูลที่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงบ่อย เช่น รูปภาพ วิดีโอ ไฟล์เสียง เอกสารรูปแบบต่างๆ หรือไฟล์ข้อมูลสำรอง เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่และเน้นการเข้าถึงที่ง่าย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ

จุดต่างสำคัญคือ OSS เก็บแต่ละไฟล์เป็นวัตถุ (Object) พร้อมคีย์ (Key) เฉพาะตัวไว้ในบัคเก็ต (Bucket) แบบแบนราบ แล้วเข้าถึงผ่าน HTTP API และ SDK แทนการเมาต์เป็นไดรฟ์ จึงรองรับข้อมูลไม่มีโครงสร้างจำนวนมหาศาลได้โดยไม่ติดโครงสร้างไฟล์แบบเดิม และเหมาะกับงานอย่างการสำรองข้อมูล คลังไฟล์มีเดีย และ Data Lake

ภาพประกอบบริการ Object Storage Service จัดเก็บไฟล์รูปแบบวัตถุบนคลาวด์
99.9999999999%
ความทนทานของข้อมูล (Durability) หรือ 12 9's
99.9%
ความพร้อมให้บริการ (Uptime)
3PB
ความจุสูงสุดในแพ็กเกจราคา
0.65฿
เฉลี่ยต่อ GB เมื่อความจุสูง

Why Object Storage Service?

ทำไมต้องใช้ Object Storage

Easy data migration

ย้าย Object จากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น Amazon S3, Azure Blob, Google Cloud ได้โดยง่าย

Enterprise-ready security

ข้อมูลปลอดภัยทั้งระหว่างการส่ง ระหว่างจัดเก็บ หรือระหว่างการเข้าถึง ด้วยการเข้ารหัส และ Sensitive Data Protection

Scalability

มอบความสามารถในการปรับขนาด ความทนทาน (Durability) และประสิทธิภาพการทำงานที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรม

Access Control

รายการควบคุมการเข้าถึง (ACL) ของทรัพยากร จะถูกตั้งค่าเป็นส่วนตัวเพื่อให้มั่นใจถึงความปลอดภัยของข้อมูล กำหนดค่านโยบายต่างๆ ได้ภายหลัง

Durability & Availability

ให้ความทนทานสูงถึง 99.9999999999% คำนึงถึงความซ้ำซ้อนควบคู่กับสถาปัตยกรรมที่มีความพร้อมใช้งานสูง

Object Storage ต่างจาก File Server อย่างไร และควรเลือกอะไร

ทั้งสองอย่างเก็บไฟล์บนคลาวด์เหมือนกัน แต่ทำงานคนละแบบ เข้าใจความต่างแล้วเลือกได้ถูกตั้งแต่ต้น

File Server หรือ Cloud Drive คือโครงสร้างโฟลเดอร์ที่เมาต์เข้ามาเป็นไดรฟ์ในเครื่อง (เช่น ไดรฟ์ Z:\) คนเปิดและแก้ไขไฟล์ผ่านโปรแกรมจัดการไฟล์ได้เหมือนไฟล์ในเครื่องตัวเอง เหมาะกับงานเอกสารและไฟล์ที่ทีมงานเปิดแก้ไขและแชร์กันทุกวัน

Object Storage (OSS) คือบัคเก็ตแบบแบนราบที่เก็บทุกอย่างเป็นวัตถุ (Object) โดยแต่ละวัตถุมีคีย์ (Key) เฉพาะตัว เข้าถึงด้วยแอปหรือสคริปต์ผ่าน HTTP (GET / PUT / DELETE) ไม่ต้องเมาต์เป็นไดรฟ์ และขยายได้เกินระดับเพตะไบต์ นี่คือความต่างหลักจากไฟล์เซิร์ฟเวอร์ นั่นคือมันคือชุดคีย์แบบแบนราบที่เรียกผ่าน API ไม่ใช่ระบบไฟล์ที่เมาต์เข้ามา

แล้วควรเลือกอะไร ให้ดูที่ว่าใครหรืออะไรเป็นผู้ใช้ข้อมูลเป็นหลัก:

  • เลือก File Server เมื่อพนักงานต้องเปิด แก้ไข และแชร์ไฟล์ร่วมกันเหมือนไดรฟ์ในเครื่อง
  • เลือก Object Storage เมื่อซอฟต์แวร์ต้องเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง เช่น ข้อมูลสำรอง ไฟล์มีเดีย ล็อก หรือ Data Lake

ถ้าต้องการไดรฟ์กลางให้คนใช้งานร่วมกันจริงๆ ดูรายละเอียดได้ที่ บริการ Cloud Drive และ File Sharing ซึ่งเป็นไฟล์เซิร์ฟเวอร์แบบเมาต์ผ่าน SMB หรือ NFS โดยเฉพาะ ส่วนหน้านี้เน้นการเก็บข้อมูลแบบ Object ให้ระบบเรียกใช้งานผ่าน API

แผนภาพเปรียบเทียบ File Server ที่เมาต์เป็นไดรฟ์ผ่าน SMB หรือ NFS สำหรับคนใช้งาน กับ Object Storage ที่เป็นบัคเก็ตแบนราบเก็บวัตถุพร้อมคีย์ เรียกผ่าน HTTP GET PUT DELETE สำหรับแอปและระบบ
ฝั่งซ้ายคือไฟล์เซิร์ฟเวอร์ที่คนเมาต์เป็นไดรฟ์ ฝั่งขวาคือ Object Storage ที่แอปเรียกผ่าน HTTP ด้วยคีย์ของแต่ละวัตถุ

เข้าถึง OSS ผ่าน HTTP API และ SDK อย่างไร

OSS ใช้งานแบบ programmatic ด้วยคำสั่ง HTTP ต่อบัคเก็ตและคีย์ ไม่ใช่ไดรฟ์เครือข่ายที่ต้องเมาต์

ขั้นตอนการใช้งานโดยสรุปมีไม่กี่ขั้น:

  • สร้างบัคเก็ต (Bucket) ขึ้นมาเป็นที่เก็บวัตถุของคุณ
  • อัปโหลดวัตถุ (Object) โดยแต่ละไฟล์จะมีคีย์ (Key) เฉพาะตัวเป็นตัวอ้างอิง
  • เรียกใช้งานผ่านคำสั่ง GET / PUT / DELETE ต่อคีย์นั้น จากแอปพลิเคชัน SDK หรือ CLI ผ่าน HTTPS
  • เสิร์ฟวัตถุให้เบราว์เซอร์ ผ่าน Endpoint แบบ Static website ได้ในตัว

เพราะเป็น Object Storage แบบ S3-compatible เครื่องมือและไลบรารีที่ใช้กับ Object Storage ทั่วไปจึงนำมาต่อได้ทันที และย้าย Object จากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น Amazon S3, Azure Blob หรือ Google Cloud เข้ามาได้โดยง่าย นอกจากเชิงโปรแกรมแล้ว ยังจัดการทั้งหมดผ่านคอนโซลบนแพลตฟอร์ม enterprise.thaidata.cloud ได้ ทั้งการสร้างบัคเก็ต กำหนดสิทธิ์ และดูการใช้งาน

แผนภาพการไหลของคำขอ Object Storage จากแอป SDK หรือ CLI ส่งคำสั่ง PUT GET DELETE ผ่าน OSS Endpoint และด่าน ACL หรือ Policy เข้าสู่บัคเก็ต โดยแต่ละวัตถุถูกทำสำเนาซ้ำซ้อนข้าม Zone 1 ถึง Zone 3 และแตกแขนงไปเสิร์ฟเว็บ Static ให้เบราว์เซอร์
คำขอวิ่งผ่าน Endpoint และด่าน ACL เข้าสู่บัคเก็ต ส่วนการทำสำเนาข้ามโซนที่อยู่หลัง Endpoint คือสิ่งที่ให้ความทนทานระดับหลาย 9

ความทนทาน 99.9999999999% (12 9's) กับ Uptime 99.9% ต่างกันอย่างไร

สองตัวเลขนี้วัดคนละเรื่อง เข้าใจแล้วจะอ่านค่าความน่าเชื่อถือของบริการได้ถูกต้อง

ความทนทานของข้อมูล (Durability) ที่ระดับ 99.9999999999% หรือ 12 9's หมายถึงโอกาสที่วัตถุซึ่งเก็บไว้จะไม่สูญหาย ทำได้โดยการเก็บข้อมูลแบบซ้ำซ้อน (Redundancy) กระจายหลายชุด ควบคู่กับสถาปัตยกรรมที่มีความพร้อมใช้งานสูง แม้ฮาร์ดแวร์ชิ้นใดชิ้นหนึ่งเสียหาย ข้อมูลก็ยังอยู่ครบ ตัวเลขระดับนี้จึงหมายถึงโอกาสข้อมูลหายแทบเป็นศูนย์ แม้จะเก็บข้อมูลถึงระดับเพตะไบต์

ส่วน Uptime หรือความพร้อมให้บริการ (Availability) ที่ระดับ 99.9% หมายถึงสัดส่วนเวลาที่ระบบพร้อมตอบคำขอเข้าถึงข้อมูล ซึ่งเป็นคนละมิติกับความทนทาน พูดง่ายๆ คือ Durability บอกว่าข้อมูลปลอดภัยแค่ไหน ส่วน Availability บอกว่าเข้าถึงได้ต่อเนื่องแค่ไหน การออกแบบ OSS จึงดูแลทั้งสองด้านไปพร้อมกัน

Intelligent storage

จัดเก็บข้อมูลอัจฉริยะระดับองค์กร

อัพเกรดการจัดเก็บ รูปถ่าย วิดิโอ แฟ้มเอกสาร รวมถึงไฟล์ข้อมูลระดับองค์กรที่สะดวกยิ่งขึ้น พร้อม AI อัจฉริยะ รองรับไฟล์ขนาดใหญ่ ลดขั้นตอนที่ซับซ้อน เพิ่มความสะดวกในการจัดการข้อมูล จัดการไฟล์ได้หลายประเภท สามารถค้นหา จัดการ ตรวจสอบไฟล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความพร้อมในการใช้งาน ตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละองค์กร

กราฟิกแสดง SLA ระดับผู้นำอุตสาหกรรมของบริการ Object Storage บน THAI DATA CLOUD

Industry-leading SLA

ออกแบบให้ข้อมูลทนทานสูงถึง 99.9999999999% ควบคู่กับความพร้อมให้บริการระดับ Uptime 99.9% ด้วยสถาปัตยกรรมที่มีความซ้ำซ้อนของข้อมูล

กราฟิกแสดงการรักษาความปลอดภัยและการเข้ารหัสข้อมูลของบริการ Object Storage

Data security

เข้ารหัสข้อมูลทั้งระหว่างส่ง จัดเก็บ และเข้าถึง พร้อม Sensitive Data Protection และ ACL ที่ตั้งค่าเป็นส่วนตัวโดยค่าเริ่มต้น

กราฟิกแสดงความสามารถประมวลผลข้อมูลอัจฉริยะของ Object Storage เช่น ประมวลผลภาพ วิดีโอ และ SQL query

Intelligent storage

ให้ความสามารถในการประมวลผลข้อมูลที่หลากหลาย เช่น การประมวลผลภาพ (IMG) สแนปช็อตวิดีโอ การดูตัวอย่างเอกสาร การจดจำสถานการณ์ภาพ (Scenario Recognition) และ SQL query

Use Cases

กรณีการใช้งาน

การใช้ Object Storage เป็นปลายทางสำรองข้อมูลและกู้คืนข้อมูลจากศูนย์ข้อมูล

Backup and Restore

การสำรองข้อมูลมีความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันข้อมูลสูญหายและป้องกันการหลบหนีจาก Ransomware การสำรองข้อมูลบนคลาวด์เป็นแนวทางที่มีความยืดหยุ่นและคุ้มต้นทุนมากกว่ามากซึ่งใช้ประโยชน์จากข้อดีทั้งหมดของคลาวด์ OSS เป็นตัวเลือกการจัดเก็บข้อมูลที่ปรับขนาดได้ ทนทาน และคุ้มต้นทุน ซึ่งสามารถใช้สำรองข้อมูลของคุณได้

การใช้ Object Storage เก็บถาวรข้อมูลระยะยาวระดับเพตะไบต์แทนโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ

Cloud Archive

อุตสาหกรรมต่างๆ เช่น สื่อ การแพทย์ รัฐบาล และวิทยาศาสตร์ มักมีการเก็บข้อมูลจำนวนมากไว้เป็นเวลานานมาก และขยายขนาดจนถึงหน่วยเพตะไบต์ (PB) โซลูชันการเก็บถาวรแบบดั้งเดิมต้องการให้ลูกค้าบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ ซึ่งมีราคาสูงและต้องมีการลงทุนล่วงหน้า การเก็บถาวรข้อมูลบนคลาวด์เป็นโซลูชันที่มีความยืดหยุ่นและคุ้มต้นทุน

การใช้บัคเก็ต Object Storage โฮสต์เว็บไซต์แบบ Static แล้วเข้าถึงผ่าน Endpoint

Static Website Hosting

Static Website คือเว็บไซต์ที่หน้าเว็บทั้งหมดประกอบด้วยเนื้อหาคงที่เท่านั้น รวมถึงสคริปต์ เช่น โค้ด JavaScript ที่รันบนไคลเอนต์ คุณสามารถใช้คุณลักษณะการโฮสต์เว็บไซต์แบบคงที่เพื่อโฮสต์เว็บไซต์แบบคงที่ของคุณในบัคเก็ต Object Storage Service (OSS) และใช้ Endpoint ของบัคเก็ตเพื่อเข้าถึงเว็บไซต์

เลือกเครื่องมือให้ถูกงาน

Object Storage, Cloud Drive หรือ NAS Backup แต่ละแบบเกิดมาเพื่อความต้องการที่ต่างกัน

สำหรับแอปและระบบ

Object Storage (OSS)

เก็บข้อมูลไม่มีโครงสร้างจำนวนมหาศาลให้โปรแกรมหรือสคริปต์อ่านเขียนผ่าน HTTP API เหมาะเป็นปลายทางสำรองข้อมูล คลังไฟล์มีเดีย เว็บ Static และ Data Lake ขยายได้ถึงระดับเพตะไบต์ จ่ายตามความจุที่ใช้จริง

สำหรับคนใช้งาน

Cloud Drive และ File Sharing

ไดรฟ์กลางที่เมาต์ผ่าน SMB หรือ NFS ให้พนักงานเปิด แก้ไข และแชร์ไฟล์ร่วมกันเหมือนไดรฟ์ในเครื่อง เหมาะกับงานเอกสารและไฟล์ที่คนแก้ไขบ่อย

สำหรับสำรองอุปกรณ์

NAS Backup และ On-Premise to Cloud

สำรองข้อมูลจากอุปกรณ์ NAS หรือเซิร์ฟเวอร์ในองค์กรขึ้นคลาวด์ เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหายและมีสำเนาสำรองนอกสถานที่

แพ็กเกจราคา Object Storage (Capacity Resource Plan)

จ่ายตามความจุที่เลือก ไม่ต้องลงทุนฮาร์ดแวร์ล่วงหน้า และค่าเฉลี่ยต่อ GB ยิ่งถูกลงเมื่อข้อมูลมากขึ้น

ราคาคิดตามแพ็กเกจความจุ เลือกได้ทั้งแบบ รายเดือน (Monthly) และ รายปี (Yearly) ที่ Save -5% ค่าเฉลี่ยต่อ GB จะถูกลงเมื่อความจุมากขึ้น จาก 0.69 ฿/GB ที่ระดับ 100GB ลงมาที่ประมาณ 0.65 ฿/GB ที่ระดับเพตะไบต์ ต่างจากการเก็บถาวรแบบเดิมที่ต้องดูแลโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพเองและต้องมีการลงทุนล่วงหน้า

ความจุรายเดือน (บาท)รายปี Save -5% (บาท)เฉลี่ยต่อ GB/เดือน
100GB697900.69
500GB3393,8900.68
1TB6997,9900.68
2TB1,39915,9000.68
5TB3,49939,8000.68
10TB6,89978,6000.67
20TB13,699156,1000.67
50TB34,299391,0000.67
100TB67,999775,1000.66
150TB101,9991,162,7000.66
200TB135,9991,550,3000.66
300TB202,7992,311,9000.66
500TB335,2993,822,4000.65
750TB502,9995,743,1000.65
1PB670,1997,640,2000.65
2PB1,340,99915,287,3000.65
3PB2,010,99922,925,3000.65

หมายเหตุ: ราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT 7%

100GB เพียง 69 บาทต่อเดือน (ยังไม่รวม VAT 7%)

เริ่มต้นใช้งาน Object Storage

FAQs

คำถามที่พบบ่อยเรื่อง Object Storage

Object Storage ต่างจากการจัดเก็บข้อมูลแบบเดิม (File หรือ Block Storage) อย่างไร

Object Storage เก็บข้อมูลในรูปแบบวัตถุ (Object) ซึ่งไม่ต้องการโครงสร้างไฟล์ที่ซับซ้อน แต่ละไฟล์จะถูกเก็บเป็นวัตถุหนึ่งชิ้นพร้อมคีย์ (Key) เฉพาะตัวไว้ในบัคเก็ต (Bucket) แบบแบนราบ ขณะที่การจัดเก็บข้อมูลแบบดั้งเดิมอย่าง File หรือ Block Storage ต้องการโครงสร้างไฟล์ที่เฉพาะเจาะจง เช่น โฟลเดอร์ซ้อนกันเป็นลำดับชั้น จึงมีข้อจำกัดเมื่อข้อมูลโตขึ้นมาก

ด้วยเหตุนี้ Object Storage จึงมีความยืดหยุ่นในการขยายพื้นที่และการจัดการมากกว่า รองรับข้อมูลจำนวนมหาศาลได้โดยไม่ติดโครงสร้างพื้นฐานเดิม และเข้าถึงได้ผ่าน HTTP API เหมาะกับข้อมูลไม่มีโครงสร้าง เช่น รูปภาพ วิดีโอ ไฟล์เสียง เอกสาร และไฟล์ข้อมูลสำรอง มากกว่าการเก็บบนไดรฟ์ไฟล์แบบเดิม

ควรเลือก Object Storage หรือ Cloud Drive (File Server) ดี

ให้ดูที่ว่าใครและอะไรเป็นผู้ใช้ข้อมูลเป็นหลัก ถ้าต้องการไดรฟ์กลางให้พนักงานเปิด แก้ไข และแชร์ไฟล์ร่วมกันเหมือนไดรฟ์ในเครื่อง ควรเลือกบริการไฟล์เซิร์ฟเวอร์ที่เมาต์ผ่าน SMB หรือ NFS ซึ่งออกแบบมาสำหรับคนใช้งานโดยตรง ดูรายละเอียดได้ที่บริการ Cloud Drive และ File Sharing ของเรา

แต่ถ้าเป็นการเก็บข้อมูลจำนวนมากที่โปรแกรมหรือสคริปต์เป็นผู้เขียนและอ่าน เช่น ปลายทางสำรองข้อมูล คลังไฟล์มีเดีย เว็บ Static หรือ Data Lake ควรเลือก Object Storage เพราะเข้าถึงผ่าน HTTP API และ SDK ไม่ต้องเมาต์เป็นไดรฟ์ ขยายได้ถึงระดับเพตะไบต์ และจ่ายตามความจุที่ใช้จริง สองบริการนี้ทำงานคนละแบบและเสริมกันได้ ทีมงานช่วยประเมินให้ได้ว่าเคสของคุณควรใช้ตัวไหน

Object Storage Service เหมาะกับการใช้งานแบบไหน

OSS บน THAI DATA CLOUD เหมาะสำหรับการจัดเก็บข้อมูลที่ไม่ต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงบ่อย เช่น รูปภาพ วิดีโอ ไฟล์เสียง เอกสาร ข้อมูลสำรอง (Backup) และข้อมูลที่ต้องการเก็บในระยะยาว รวมถึงงานที่ต้องเก็บไฟล์จำนวนมหาศาลและเน้นการเข้าถึงที่ง่าย ปลอดภัย และคุ้มต้นทุน

กรณีใช้งานที่พบบ่อยได้แก่ เป็นปลายทางสำรองข้อมูลเพื่อป้องกันข้อมูลสูญหายและรับมือ Ransomware การเก็บถาวรข้อมูล (Cloud Archive) สำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องเก็บข้อมูลนานหลายปี และการโฮสต์เว็บไซต์แบบ Static โดยเก็บไฟล์เว็บไว้ในบัคเก็ตแล้วเรียกผ่าน Endpoint นอกจากนี้ยังเหมาะเป็นที่เก็บข้อมูลกลางให้ระบบอื่นดึงไปประมวลผลต่อ

เชื่อมต่อและใช้งาน OSS ผ่านช่องทางใดบ้าง รองรับ S3 ไหม

Object Storage ของ THAI DATA CLOUD เข้าถึงและจัดการได้ผ่านคอนโซลบนแพลตฟอร์ม enterprise.thaidata.cloud สำหรับสร้างบัคเก็ต อัปโหลดวัตถุ กำหนดสิทธิ์ และดูการใช้งาน ส่วนในเชิงโปรแกรมสามารถเรียกใช้งานผ่าน HTTP API และ SDK ด้วยคำสั่งพื้นฐานอย่าง PUT, GET และ DELETE ต่อคีย์ของแต่ละวัตถุ จึงเชื่อมกับแอปพลิเคชัน สคริปต์ หรือระบบสำรองข้อมูลได้โดยตรง

ด้วยความที่เป็น Object Storage แบบ S3-compatible ทำให้เครื่องมือและไลบรารีที่ใช้กับ Object Storage ทั่วไปนำมาต่อได้ และย้าย Object จากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น Amazon S3, Azure Blob และ Google Cloud เข้ามาได้โดยง่าย หากต้องการคำแนะนำเรื่องการต่อ SDK หรือวางแผนย้ายข้อมูล ทีมงานช่วยดูแลให้ได้

ความทนทาน 99.9999999999% (12 9's) กับ Uptime 99.9% ต่างกันอย่างไร

สองค่านี้วัดคนละเรื่องกัน ความทนทานของข้อมูล (Durability) ที่ 99.9999999999% หรือ 12 9's หมายถึงโอกาสที่วัตถุซึ่งเก็บไว้จะไม่สูญหาย ทำได้โดยการเก็บข้อมูลแบบซ้ำซ้อน (Redundancy) กระจายหลายชุด ควบคู่กับสถาปัตยกรรมที่มีความพร้อมใช้งานสูง แม้ฮาร์ดแวร์ชิ้นใดชิ้นหนึ่งเสียหาย ข้อมูลก็ยังอยู่ครบ ตัวเลขระดับนี้จึงหมายถึงโอกาสข้อมูลหายแทบเป็นศูนย์ แม้เก็บข้อมูลถึงระดับเพตะไบต์

ส่วน Uptime หรือความพร้อมให้บริการ (Availability) ที่ระดับ 99.9% หมายถึงสัดส่วนเวลาที่ระบบพร้อมตอบคำขอเข้าถึงข้อมูล เป็นคนละมิติกับความทนทาน พูดง่ายๆ คือ Durability บอกว่าข้อมูลปลอดภัยแค่ไหน ส่วน Availability บอกว่าเข้าถึงได้ต่อเนื่องแค่ไหน การออกแบบ OSS จึงดูแลทั้งสองด้านไปพร้อมกัน

ข้อมูลที่เก็บไว้ใน Object Storage ปลอดภัยแค่ไหน กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงได้ไหม

ข้อมูลใน Object Storage ถูกเข้ารหัสทั้งขณะพัก (at rest) และขณะส่ง (in transit) รวมถึงระหว่างการเข้าถึง พร้อมความสามารถด้าน Sensitive Data Protection เพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญ ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลปลอดภัยตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะกำลังอัปโหลด จัดเก็บ หรือเรียกดู

ในด้านการควบคุมการเข้าถึง มีรายการควบคุมการเข้าถึง (ACL) ของทรัพยากรที่ตั้งค่าเป็นส่วนตัวโดยค่าเริ่มต้น เพื่อให้มั่นใจถึงความปลอดภัยของข้อมูล และปรับกำหนดค่านโยบายต่างๆ ได้ภายหลังตามความเหมาะสมของแต่ละบัคเก็ตและผู้ใช้ จึงเปิดสิทธิ์ให้เฉพาะแอปหรือทีมที่ควรเข้าถึงเท่านั้น

ปรับลดหรือขยายพื้นที่ได้ไหม และคิดราคาอย่างไร

ได้ บริการ OSS รองรับการขยายพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้ตามความต้องการของลูกค้าโดยไม่มีข้อจำกัดทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน เลือกความจุได้ตั้งแต่ 100GB ไปจนถึงระดับเพตะไบต์ (สูงสุด 3PB ในตารางราคา) และปรับให้เหมาะกับปริมาณข้อมูลที่โตขึ้นได้

ราคาคิดตามแพ็กเกจความจุ โดยเลือกได้ทั้งแบบ Monthly และแบบ Yearly (Save -5%) เช่น 100GB เริ่มต้นเพียง 69 บาทต่อเดือน และค่าเฉลี่ยต่อ GB จะถูกลงเมื่อความจุมากขึ้น จาก 0.69 ฿/GB ที่ระดับ 100GB ลงมาที่ประมาณ 0.65 ฿/GB ที่ระดับเพตะไบต์ ทั้งนี้ราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT 7%

ใช้ OSS เป็นที่เก็บ Backup โฮสต์เว็บ Static หรือเก็บไฟล์มีเดีย ได้ไหม

ได้ทั้งสามแบบ สำหรับการสำรองข้อมูล OSS เป็นตัวเลือกที่ปรับขนาดได้ ทนทาน และคุ้มต้นทุน จึงใช้เป็นปลายทางสำรองข้อมูลเพื่อป้องกันข้อมูลสูญหายและช่วยรับมือ Ransomware ได้ดีกว่าการลงทุนฮาร์ดแวร์เอง ส่วนงานเก็บถาวร (Cloud Archive) ก็เหมาะกับอุตสาหกรรมที่ต้องเก็บข้อมูลจำนวนมากไว้นานหลายปีโดยไม่ต้องดูแลโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ

สำหรับเว็บไซต์แบบ Static ที่มีแต่เนื้อหาคงที่และสคริปต์ฝั่งไคลเอนต์อย่าง JavaScript สามารถเก็บไฟล์เว็บทั้งหมดไว้ในบัคเก็ต OSS แล้วใช้ Endpoint ของบัคเก็ตเพื่อเข้าถึงเว็บได้โดยตรง เช่นเดียวกับการเก็บไฟล์มีเดียอย่างรูปภาพและวิดีโอจำนวนมากเพื่อให้แอปหรือเว็บดึงไปแสดงผล

เริ่มต้นใช้งาน Object Storage และขอใบเสนอราคาอย่างไร

เริ่มต้นได้ทันทีผ่านคอนโซลบนแพลตฟอร์ม enterprise.thaidata.cloud เลือกความจุที่ต้องการแล้วสร้างบัคเก็ตเพื่อเริ่มอัปโหลดวัตถุได้เลย โดย 100GB เริ่มต้นเพียง 69 บาทต่อเดือน (ยังไม่รวม VAT 7%) และปรับเพิ่มลดความจุได้ภายหลังตามการใช้งานจริง

หากต้องการให้ทีมงานช่วยประเมินความจุ วางแผนย้ายข้อมูล หรือขอใบเสนอราคาสำหรับปริมาณข้อมูลขนาดใหญ่ ติดต่อเราได้ที่โทร 098-894-2499, 082-653-2659 หรือทาง LINE @thaidatacloud ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด

พร้อมเริ่มจัดเก็บข้อมูลบน Object Storage แล้วหรือยัง

เลือกความจุที่เหมาะกับข้อมูลของคุณ เริ่มต้น 100GB เพียง 69 บาทต่อเดือน หรือให้ทีมงานช่วยประเมินและวางแผนย้ายข้อมูล ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด