Hybrid Cloud Backup SolutionOn-Premise to Cloud Backup

ไม่ว่าเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของคุณจะอยู่ที่ตั้งสำนักงาน อยู่ใน Data Center ในประเทศหรือต่างประเทศ อยู่ที่ใดในโลก ก็สำรองข้อมูลขึ้นคลาวด์ได้ด้วยโซลูชันแบบไฮบริดที่ทันสมัยและปลอดภัย

  • ก่อตั้งปี 2016
  • ISO/IEC 27001 · ISO 22301
  • Data Center ไทย + สิงคโปร์
  • SLA 99.9%
1TB
การันตีความเร็วในการ Backup ต่อชั่วโมง
30:1
อัตราส่วนการบีบอัดข้อมูล 30GB เหลือ 1GB
70%
ประหยัดกว่าการใช้ระบบ Backup แบบทั่วไป
AES-256
เข้ารหัส 2 ชั้น พร้อม Channel HTTPS encrypted

On-Premise to Cloud Backup คืออะไร

ปกป้องข้อมูลที่จัดเก็บไว้ภายในที่ตั้งองค์กร รองรับการสำรองข้อมูลในเครื่องเซิร์ฟเวอร์, ฐานข้อมูล SAP HANA, ฐานข้อมูล SQL Server, ระบบไฟล์ NAS, ที่ฝากข้อมูล OSS รวมถึงไฟล์เอกสารสำนักงาน ไฟล์วิดีโอหรือไฟล์เสียง รูปถ่ายทางการแพทย์ และแหล่งข้อมูลอื่นๆ มอบการปกป้องข้อมูลที่คุ้มราคา กู้คืนข้อมูลจากระบบคลาวด์ได้อย่างรวดเร็ว

Continuous Data Protection

ขนาดการสำรองข้อมูลได้ตามปริมาณข้อมูลจริง เพิ่มปฏิทินและไทม์ไลน์สำหรับเลือกช่วงเวลาที่ต้องการกู้คืนข้อมูลได้ และการันตีความเร็วในการ Backup 1TB ต่อชั่วโมง ทำให้คุณคาดการณ์หน้าต่างเวลาของการสำรองข้อมูลได้ตั้งแต่ก่อนเริ่ม

วิศวกรดูแลเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยู่ภายในองค์กร พร้อมสำรองข้อมูลขึ้นคลาวด์

กฎ 3-2-1 คืออะไร และทำไม Backup ที่อยู่ในตึกเดียวกันถึงไม่นับ

ชุดสำรองที่อยู่ใต้หลังคาเดียวกับเครื่องต้นทาง คือความเสี่ยงก้อนเดียวกัน ไม่ใช่คนละก้อน

กฎ 3-2-1 เป็นแนวปฏิบัติที่ใช้กันทั่วไปในวงการสำรองข้อมูล ไม่ใช่กฎที่ THAI DATA CLOUD คิดขึ้นเอง และสรุปได้สั้นๆ สามข้อ:

  • 3 ชุด: เก็บข้อมูลอย่างน้อยสามชุด คือตัวจริงหนึ่งชุด และชุดสำรองอีกสองชุด
  • 2 ชนิดสื่อ: เก็บบนสื่ออย่างน้อยสองชนิดที่ต่างกัน เพื่อไม่ให้ความเสียหายแบบเดียวกันกวาดไปพร้อมกันหมด
  • 1 ชุดนอกสถานที่: อย่างน้อยหนึ่งชุดต้องอยู่นอกสถานที่ (offsite) แยกออกจากที่ตั้งของเครื่องต้นทาง

ตัวเลขไม่ได้ตั้งขึ้นมาลอยๆ แต่มาจากการกระจายความเสี่ยง ยิ่งชุดสำรองแต่ละชุดพึ่งพาสิ่งเดียวกันน้อยเท่าไหร่ โอกาสที่จะเสียพร้อมกันทั้งหมดก็ยิ่งน้อยลง

แผนภาพกฎ 3-2-1 เปรียบเทียบระบบสำรองข้อมูลที่อยู่ในตึกเดียวกันทั้งหมด ซึ่งได้ครบแค่ 3 ชุดและ 2 ชนิดสื่อ แต่ไม่ผ่านข้อชุดสำรองนอกสถานที่ เพราะไฟไหม้ น้ำท่วม และ Ransomware กระทบทุกชุดพร้อมกัน กับการเพิ่มชุดสำรองบนคลาวด์ที่อยู่นอกอาคาร ทำให้ครบทั้งสามข้อ
ชุดสำรองที่อยู่ในอาคารเดียวกัน ต่อให้มีกี่ชุดก็ยังเจอเหตุเดียวกันพร้อมกัน มีเพียงชุดที่อยู่นอกสถานที่เท่านั้นที่นับเป็นข้อที่ 1

ทีนี้ลองเอากฎนี้ไปจับกับห้องเซิร์ฟเวอร์ของออฟฟิศทั่วไป เครื่อง production ตั้งอยู่ในห้องเซิร์ฟเวอร์ และมี backup ลง NAS หรือ external disk อยู่ในตึกเดียวกัน ให้คะแนนตามกฎแล้วได้ 3 ชุด ผ่าน, 2 ชนิดสื่อ ผ่าน แต่ 1 ชุดนอกสถานที่ ไม่ผ่าน และไม่มีทางผ่านได้เลย ตราบใดที่ทุกชุดยังอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน

ชุดที่อยู่นอกสถานที่คือประกันสำหรับเหตุที่กวาดทั้งอาคารไปพร้อมกันในคราวเดียว ซึ่งมีอยู่สามกลุ่มใหญ่:

  • ไฟไหม้: ไม่แยกแยะว่าเครื่องไหนเป็นตัวจริงเครื่องไหนเป็นชุดสำรอง ถ้าอยู่ห้องเดียวกันก็ไปพร้อมกัน
  • น้ำท่วม: กระทบทั้งชั้นหรือทั้งอาคาร รวมถึงตู้ที่เก็บดิสก์สำรองไว้ด้วย
  • Ransomware: ไม่ได้หยุดที่เครื่องเดียว แต่วิ่งข้ามเครื่องผ่าน LAN ไปเข้ารหัสไดรฟ์สำรองที่ mount ค้างไว้ด้วย

พูดตรงๆ คือ Backup ที่ Ransomware เข้าถึงได้ ก็คือ Backup ที่หายไปพร้อมกัน การมีชุดสำรองหลายชุดจึงไม่ได้แปลว่ากระจายความเสี่ยงแล้ว ถ้าทุกชุดยังพึ่งพาอาคารเดียวกันและวงแลนเดียวกันอยู่

ชุดสำรองบนคลาวด์คือ “1” ข้อนั้นพอดี เพราะ Cloud ของเรามี Data Center รองรับทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ และไม่ว่าเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของคุณจะอยู่ที่ตั้งสำนักงาน หรืออยู่ใน Data Center ในประเทศหรือต่างประเทศ อยู่ที่ใดในโลก ก็สำรองขึ้นคลาวด์ได้ ที่สำคัญคือต้นทุน เพราะการทำชุดนอกสถานที่แบบเดิมด้วยการสร้าง DR-Site หรือ Cross region เอง ลูกค้าจำเป็นต้องลงทุนด้วยเม็ดเงินที่มากกว่า 10 ล้านบาท สำหรับอุปกรณ์ บุคคล และระบบเน็ตเวิร์ค การสำรองขึ้นคลาวด์จึงเปลี่ยนการลงทุนก้อนระดับสิบล้านให้กลายเป็นค่าบริการที่คิดตามปริมาณข้อมูลจริง

หน้านี้เน้นเครื่องเซิร์ฟเวอร์ทั่วไปที่ตั้งอยู่ในองค์กร ส่วนงานเฉพาะทางอย่าง VMware และอุปกรณ์ NAS มีหน้าของตัวเองแยกไว้แล้ว ดูได้จากหัวข้อบริการที่เกี่ยวข้องด้านล่าง

จุดเด่นของ On-Premise to Cloud Backup

ประหยัดกว่า ปลอดภัยกว่า และรองรับสภาพแวดล้อมที่คุณมีอยู่แล้ว

ประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าเดิม

ประหยัดค่าใช้จ่ายได้กว่า 70% จากการใช้ระบบ Backup แบบทั่วไป ด้วยเทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูลขั้นสูง ทำให้ได้ผลลัพธ์ Ratio 30:1 เช่น ข้อมูลขนาด 30GB เมื่อใช้ Cloud Backup สำรองข้อมูลไฟล์ Backup จะเหลือเพียง 1GB ทำให้เหลือพื้นที่ในการเก็บ Backup Files ได้นานขึ้น และยังช่วยให้คุณสำรองข้อมูลไปยังคลาวด์ได้อย่างรวดเร็ว

ความปลอดภัยสำคัญที่สุด

เพื่อให้ระบบเข้ารหัสข้อมูลมีความน่าเชื่อถือสูงและครอบคลุม On-Premise to Cloud Backup ของ THAI DATA CLOUD มีการเข้ารหัสข้อมูลขั้นสูง 2 ชั้นโดย AES256 Channel HTTPS encrypted ตั้งแต่ขั้นตอนการบีบอัดข้อมูลและตลอดการส่งข้อมูลระหว่างเครือข่าย (Double security guarantee of the data itself and the transmission channel)

รองรับสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย

สามารถเพิ่มไฟล์และฐานข้อมูลได้หลายประเภท รองรับการสำรองฐานข้อมูลแบบไฮบริด (Hybrid backup recovery) ทั้งแบบ Physical Server สำรองฐานข้อมูลบนเครือข่ายส่วนตัว บนเซิร์ฟเวอร์ของศูนย์ข้อมูลภายในองค์กร และฐานข้อมูลระบบคลาวด์จากผู้ให้บริการอื่น รองรับระบบนิเวศแบบบูรณาการ (Integrated Ecosystem)

ภาพรวมการสำรองข้อมูลจากองค์กรขึ้นคลาวด์

เครื่องของคุณอยู่ที่เดิม มีเพียงสำเนาข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสแล้วเท่านั้นที่ออกจากอาคาร

แผนผังการสำรองข้อมูลจากเครื่องเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์ภายในองค์กร ส่งขึ้นไปเก็บบนคลาวด์ของ THAI DATA CLOUD เพื่อกู้คืนข้อมูลกลับมาได้เมื่อเกิดเหตุ

Backup Agent ทำงานอย่างไร ก่อนข้อมูลจะออกจากเครื่องคุณ

เพราะการตัดข้อมูลซ้ำและการบีบอัดเกิดขึ้นก่อนถึงสายเน็ต ไม่ใช่หลังจากนั้น

คนส่วนใหญ่คิดว่าการ backup ขึ้นคลาวด์คือการอัปโหลดไฟล์ทั้งก้อนขึ้นไป ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ข้อมูล 1TB บนเน็ตออฟฟิศก็ดูเป็นไปไม่ได้ตั้งแต่ต้น แต่ Agent ไม่ได้ทำงานแบบนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือลำดับห้าขั้นบนเครื่องต้นทางของคุณ:

  1. เลือกเฉพาะส่วนที่เปลี่ยน (Changed blocks): หลัง Backup ชุดแรก รอบถัดไปจะขยับเฉพาะสิ่งที่เปลี่ยนแปลงเท่านั้น นี่คือเหตุผลที่รอบแรกคือรอบที่ช้า และรอบหลังจากนั้นไม่ใช่
  2. ตัดข้อมูลซ้ำ (Deduplicated Before Backup): block ที่เหมือนกันจะถูกรู้จักและเก็บเพียงครั้งเดียว ข้อนี้ได้ผลมหาศาลบนเซิร์ฟเวอร์จริง เพราะไฟล์เดียวกันมักถูกเก็บซ้ำอยู่หลายที่ และ OS กับแอปชุดเดียวกันบนหลายเครื่อง ก็มี block ซ้ำกันมหาศาล คำสำคัญคือ Before Backup การตัดซ้ำเกิดขึ้นก่อนส่ง ไม่ใช่ไปตัดเอาตอนถึงปลายทาง
  3. บีบอัด (Ratio 30:1): ด้วยเทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูลขั้นสูงที่ให้ผลลัพธ์ Ratio 30:1 ข้อมูลขนาด 30GB เมื่อสำรองแล้วไฟล์ Backup จะเหลือเพียง 1GB
  4. เข้ารหัส (AES256): เข้ารหัสข้อมูลขั้นสูง 2 ชั้นโดย AES256 Channel HTTPS encrypted ตั้งแต่ขั้นตอนการบีบอัดข้อมูลและตลอดการส่งข้อมูลระหว่างเครือข่าย ลำดับตรงนี้คือประเด็น ข้อมูลถูกเข้ารหัสตั้งแต่ยังอยู่บนเครื่องคุณ ไม่ใช่ไปเข้ารหัสเอาตอนถึงปลายทาง
  5. ส่งขึ้นคลาวด์: ข้อมูลไปเก็บบนคลาวด์ด้วยระบบ Three Data Copies ที่ระดับ 12 9’s data durability พร้อม 99.9% service availability
แผนภาพลำดับการทำงานของ Backup Agent บนเครื่องต้นทาง เริ่มจากข้อมูล 30GB คัดเฉพาะส่วนที่เปลี่ยน ตัดข้อมูลซ้ำ บีบอัดในอัตราส่วน 30:1 และเข้ารหัส AES-256 ทั้งหมดเกิดขึ้นบนเครื่องของคุณก่อนส่งผ่าน HTTPS ขึ้นคลาวด์ เหลือข้อมูลที่จัดเก็บเพียง 1GB
ขั้นตัดข้อมูลซ้ำและบีบอัดอยู่ในเขต “เครื่องของคุณ” ทั้งคู่ สิ่งที่วิ่งบนสายจึงเป็นข้อมูลที่เล็กลงและเข้ารหัสแล้ว

เพราะขั้นที่ 2 และ 3 ทำงานเสร็จก่อนขั้นที่ 5 สิ่งที่วิ่งบนสายจึงเป็นเศษเสี้ยวของข้อมูลต้นทาง ซึ่งเป็นเหตุผลที่การันตีความเร็วในการ Backup 1TB ต่อชั่วโมง เป็นไปได้จริงโดยที่คุณไม่ต้องลากสายใหม่เข้าออฟฟิศ

What's included

Key Features

ทุกข้อรวมอยู่ในบริการแล้ว ไม่ต้องจ่ายเพิ่มทีหลัง

  • Global Cloud ระดับ Enterprise เทียบเท่า AWS
  • Control & Monitor Backup Jobs ได้เอง
  • รองรับ VM, MySQL, Oracle, SQL, SAP HANA
  • รองรับ Backup Database table จาก on-premises
  • รองรับ Backup/Archive NAS Systems to Cloudดูบริการ NAS Backup
  • Proxy-free Migration from VMware to the Cloudดูบริการ VMware Backup & Disaster Recovery
  • ข้อมูลปลอดภัยด้วยระบบ Three Data Copies
  • Cluster-based Backup increases backup efficiency
  • One-click Disaster Recovery ใน 1 คลิก
  • ปลอดภัย Deduplicated Before Backup
  • บีบอัดข้อมูลในอัตราส่วน 30:1
  • เข้ารหัสข้อมูล AES-256 encryption data security
  • 12 9's data durability, 99.9% service availability
  • Domestic & Inter Network 100Gbps
  • Support ดูแลให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

Traditional Backup Solutions เทียบกับ Cloud Backup & Recovery Service

เหตุผลที่องค์กรซึ่งจริงจังกับข้อมูล เลิกลงทุนสร้างระบบ Backup ทั้งชุดด้วยตัวเอง

Traditional Backup SolutionsCloud Backup & Recovery Service
ต้นทุนและการลงทุนราคาสูง: การจัดทำระบบ Backup แบบเดิม ต้องจัดซื้อทั้ง Hardware backup server ค่า storage ที่จะนำมาใช้ในการจัดเก็บ และค่า Software License สำหรับระบบ Backup ทำให้มีต้นทุนในการจัดการที่ค่อนข้างสูงประหยัดและควบคุมค่าใช้จ่ายได้: ไม่ต้องจัดซื้อ Backup Server ไม่ต้องลงทุนค่า Software License เรามีให้พร้อมใช้งานได้ทันที
การสำรองข้ามพื้นที่ (Cross Region)การทำ Cross Region เป็นไปได้ลำบาก: หลายอุตสาหกรรมที่ต้องการทำสำรองข้อมูลข้าม Data Center ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ลูกค้าจำเป็นต้องลงทุนด้วยเม็ดเงินที่มากกว่า 10 ล้านบาท สำหรับอุปกรณ์ บุคคล และระบบเน็ตเวิร์คในการจัดทำ DR-Site / Cross regionมาตรฐานระดับ Enterprise: Cloud ของเรามี Data Center รองรับทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ รองรับการใช้งานสำหรับ Backup Solution ในทุกทวีปทั่วโลก พร้อมสำหรับ Disaster Recovery
การจัดการและความยืดหยุ่นซับซ้อนในการจัดการและดูแลรักษา: Traditional backup จำเป็นต้องใช้มืออาชีพที่มีทักษะและความรู้ระดับสูงในการจัดการ Backup System แต่ไม่ได้นำมาซึ่งการทำงานที่ง่ายและการบำรุงรักษาระบบค่อนข้างลำบากแม้แต่การ Monitorความยืดหยุ่นและคล่องตัว: สามารถกำหนด Policy ของการ Backup ได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะต้องการเก็บไฟล์นานเท่าไหร่ เก็บจำนวนกี่ Backup และสามารถ Recovery ได้ตามต้องการตลอดเวลา

แบนด์วิดท์ หน้าต่างเวลา และ Retention ควรตั้งอย่างไร

คำถามที่ควรถามไม่ใช่ “ข้อมูลทั้งหมดกี่ TB” แต่คือ “เปลี่ยนแปลงวันละเท่าไหร่”

Backup ชุดแรก ใช้เวลาเท่าไหร่

รอบที่หนักจริงมีรอบเดียวคือรอบแรก เพราะต้องอ่านข้อมูลทั้งหมดหนึ่งครั้ง และคุณคำนวณหน้าต่างเวลาของมันได้ตั้งแต่ก่อนเริ่ม จากตัวเลขที่เราประกาศไว้ ตัวอย่างการคำนวณจากการันตีความเร็ว Backup ที่ 1TB ต่อชั่วโมง:

  • ข้อมูลต้นทาง 5TB ที่การันตี 1TB ต่อชั่วโมง ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง

ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างการคำนวณจากอัตราที่เราประกาศไว้ เพื่อให้เห็นภาพก่อนเริ่มจริง ไม่ใช่การรับประกันเวลาของงานคุณโดยเฉพาะ ในทางปฏิบัติ 5 ชั่วโมงพอดีกับหน้าต่างกลางคืนของออฟฟิศส่วนใหญ่ ส่วนงานที่ใหญ่กว่านั้นก็แบ่งรันข้ามคืนได้

แล้วอะไรที่วิ่งอยู่บนสายจริงๆ

ย้อนกลับไปที่ลำดับการทำงานของ Agent ข้อมูลถูกตัดส่วนซ้ำทิ้งและบีบอัดก่อน แล้วค่อยส่งออกจากเครื่อง ด้วยอัตราส่วน 30:1 ข้อมูลขนาด 30GB เมื่อสำรองแล้วไฟล์ Backup จะเหลือเพียง 1GB และหลังรอบแรก เหลือเฉพาะส่วนที่เปลี่ยนแปลงเท่านั้น รอบประจำวันจึงเป็นเศษเสี้ยวของเศษเสี้ยวอีกที

ผลก็คือตัวเลขที่ต้องดูตอนประเมิน ไม่ใช่ “ข้อมูลทั้งหมดกี่ TB” แต่คือ “ข้อมูลเปลี่ยนแปลงวันละเท่าไหร่” นี่คือคำถามที่ควรถามตัวเองก่อนคุยเรื่องเน็ต เพราะสององค์กรที่มีข้อมูล 10TB เท่ากัน แต่เปลี่ยนแปลงวันละไม่เท่ากัน มีโจทย์คนละแบบกันโดยสิ้นเชิง

หน้าต่างเวลากับรอบสำรอง ตั้งอย่างไรให้พอดี

คุณสามารถกำหนด Policy ของการ Backup ได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะต้องการเก็บไฟล์นานเท่าไหร่ เก็บจำนวนกี่ Backup และสามารถ Recovery ได้ตามต้องการตลอดเวลา การตั้งค่าจึงเป็นการชั่งน้ำหนักสองด้านตรงๆ คือ ยิ่ง backup ถี่ ยิ่งเสียข้อมูลน้อยตอนเกิดเหตุ แต่ยิ่งกินเวลาและพื้นที่

วิธีตัดสินที่ตรงที่สุดคือถามว่า “ถ้าเครื่องพังตอนนี้ ยอมเสียข้อมูลย้อนหลังได้กี่ชั่วโมง” คำตอบนั้นคือ RPO ของคุณ และควรเป็นสิ่งที่กำหนดความถี่ของรอบสำรอง แทนที่จะปล่อยให้ความเคยชิน หรือค่าตั้งต้นที่ติดมาเป็นตัวกำหนด

เก็บย้อนหลังนานแค่ไหน

จำนวนชุดที่เก็บและระยะเวลาที่เก็บย้อนหลังเป็น Policy ที่คุณกำหนดเอง และตรงนี้การบีบอัดช่วยคุณอีกต่อ เพราะเทคโนโลยีการบีบอัดขั้นสูงที่ Ratio 30:1 ทำให้เหลือพื้นที่ในการเก็บ Backup Files ได้นานขึ้น คุณจึงตั้งย้อนหลังได้ลึกกว่าที่คิดในงบเท่าเดิม

การประเมินขนาดที่เหมาะสมทำได้แม่นที่สุดจากข้อมูลจริงของคุณ ทั้งจำนวนเครื่อง ปริมาณข้อมูล และปริมาณที่เปลี่ยนแปลงต่อวัน ทีมงานประเมินให้ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด

เซิร์ฟเวอร์แต่ละแบบควรสำรองอย่างไร ให้กู้คืนได้จริง

Backup ที่คัดลอกไบต์ครบแต่กู้กลับมาใช้ไม่ได้ ไม่นับว่าเป็น Backup

เซิร์ฟเวอร์ของคุณสิ่งที่มักพลาดแนวทางที่เราแนะนำ
File Server: ไฟล์เอกสารสำนักงาน ไฟล์วิดีโอหรือไฟล์เสียงคัดลอกไฟล์ทั้งก้อนใหม่ทุกครั้ง เสียทั้งเวลาและพื้นที่ไปกับข้อมูลเดิมที่ไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลยให้ Agent สำรองเฉพาะส่วนที่เปลี่ยน พร้อม Deduplicated Before Backup ที่ตัดข้อมูลซ้ำทิ้งตั้งแต่ก่อนส่งออกจากเครื่อง
Application Serverสำรองแต่ไฟล์ข้อมูล ลืม config และ dependency ของแอป พอกู้กลับมาไฟล์ครบ แต่แอปไม่ยอมขึ้นสำรองทั้งเครื่องระดับ image เพื่อให้กู้กลับมาแล้วใช้งานได้ทันที รองรับ One-click Disaster Recovery ใน 1 คลิก
Database Server: MySQL, Oracle, SQL Serverคัดลอกไฟล์ฐานข้อมูลตอนที่ฐานข้อมูลยังเขียนอยู่ ได้ไฟล์ครบตามขนาด แต่ข้อมูลข้างในอยู่คนละจังหวะกัน กู้กลับมาแล้วฐานข้อมูลไม่ยอม start หรือข้อมูลเพี้ยน และมักไม่มีใครรู้จนถึงวันที่ต้องกู้จริงสำรองแบบที่รู้จักตัวฐานข้อมูล ไม่ใช่แค่ก๊อปไฟล์ รองรับ Backup Database table จาก on-premises โดยตรง
เครื่องที่อยู่ Data Center ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศไม่มีใครไปเปลี่ยนเทปหรือถอดดิสก์ให้ที่ไซต์ งานสำรองจึงค้างเงียบๆ เป็นเดือนโดยไม่มีใครรู้สำรองขึ้นคลาวด์ตรงจากที่ตั้งเดิม ไม่ต้องมีคนไปที่ไซต์ ควบคุมและตรวจสอบสถานะได้เองผ่าน Control Panel

ตารางนี้เป็นแนวทางประเมินเบื้องต้น ทีมงานประเมินให้ฟรีจากสภาพแวดล้อมจริงของคุณ ไม่มีข้อผูกมัด

ถ้าระบบของคุณเป็น VMware และต้องการสำรองระดับ VM รองรับทั้ง File backup และ Image backup ดูรายละเอียดที่หน้า VMware Backup & Disaster Recovery

ถ้าเป็นอุปกรณ์ NAS ที่ต้องการสำรองขึ้นคลาวด์ผ่าน Standard Protocols อย่าง NFSv3, NFSv4 และ SMB ดูรายละเอียดที่หน้า NAS Backup

ถ้าโจทย์หลักคือฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ทั้ง MySQL, Oracle, SQL Server หรือ SAP HANA ดูรายละเอียดที่หน้า Database & SAP HANA Backup

ระบบปฏิบัติการที่พบในห้องเซิร์ฟเวอร์ขององค์กร

  • CentOS
  • Ubuntu
  • Euler
  • Debian
  • OpenSUSE
  • Fedora
  • Windows
  • CoreOS
  • openEuler
  • FreeBSD

เริ่มต้นใช้งานอย่างไร ตั้งแต่ประเมินจนถึง Backup ชุดแรก

ไม่ต้องรื้อระบบ ไม่ต้องซื้อเครื่องเพิ่ม เครื่องเดิมยังตั้งอยู่ที่เดิมและทำงานตามปกติ

  1. 1

    สำรวจข้อมูลและกำหนด Policy

    นับจำนวนเครื่อง ชนิดข้อมูล ทั้งเซิร์ฟเวอร์ ฐานข้อมูล และไฟล์งาน ปริมาณข้อมูลจริง และปริมาณที่เปลี่ยนแปลงต่อวัน แล้วตกลงกันว่ายอมเสียข้อมูลย้อนหลังได้กี่ชั่วโมง และต้องการเก็บย้อนหลังนานเท่าไหร่ โดยขนาดการสำรองข้อมูลคิดตามปริมาณข้อมูลจริง

  2. 2

    ติดตั้ง Agent บนเครื่องต้นทาง

    ติดตั้งเฉพาะ Agent ลงบนเครื่องที่ต้องการสำรอง ไม่ต้องจัดซื้อ Backup Server ไม่ต้องลงทุนค่า Software License เพราะเรามีให้พร้อมใช้งานได้ทันที เครื่องเดิมยังตั้งอยู่ที่เดิมและทำงานตามปกติ ไม่ต้องย้ายหรือรื้อระบบ

  3. 3

    Backup ชุดแรก

    รอบแรกคือรอบที่หนักที่สุด เพราะต้องอ่านข้อมูลทั้งหมดหนึ่งครั้ง จึงจัดไว้นอกเวลาทำการ และคาดการณ์หน้าต่างเวลาได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มจากการันตีความเร็ว Backup ที่ 1TB ต่อชั่วโมง

  4. 4

    เข้าสู่รอบปกติ

    หลังชุดแรก แต่ละรอบเหลือเฉพาะส่วนที่เปลี่ยนแปลง พร้อม Deduplicated Before Backup และบีบอัดในอัตราส่วน 30:1 ทำให้ภาระที่เหลือเบาลงมาก ตรวจสถานะทุกเครื่องได้เองผ่าน Control Panel

  5. 5

    ทดสอบกู้คืน

    ขั้นที่ทุกคนข้าม และเป็นขั้นที่ตัดสินว่าทั้งหมดที่ทำมาได้ผลจริงหรือไม่ เลือกจุดเวลาที่ต้องการผ่านปฏิทินและไทม์ไลน์ แล้วกู้จริงเพื่อพิสูจน์ว่ากู้ได้ ไม่ใช่รอไปพิสูจน์เอาตอนเกิดเหตุ เพราะ Recovery ทำได้ตามต้องการตลอดเวลา และมี Support ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

บริการที่เกี่ยวข้อง

ในห้องเซิร์ฟเวอร์เดียวมักมีทั้งเครื่องจริง เครื่องเสมือน และ NAS ปนกันอยู่ หลายองค์กรจึงใช้มากกว่าหนึ่งอย่างพร้อมกัน

PDPA & Security compliance

บริการนี้เป็นไปตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยและ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

Read more about PDPA

FAQs

คำถามที่พบบ่อยเรื่องการ Backup ขึ้นคลาวด์

On-Premise to Cloud Backup คืออะไร ต่างจากการก๊อปไฟล์ลง External Drive อย่างไร ?

On-Premise to Cloud Backup คือการสำรองข้อมูลจากเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่คุณมีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะตั้งอยู่ในห้องเซิร์ฟเวอร์ที่สำนักงาน หรืออยู่ใน Data Center ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขึ้นไปเก็บไว้บนคลาวด์ โดยที่เครื่องเดิมยังทำงานตามปกติ ไม่ต้องย้ายระบบ ไม่ต้องรื้ออะไรทิ้ง เป็นการสำรองข้อมูลแบบไฮบริด (Hybrid backup recovery) ที่รองรับทั้ง Physical Server เซิร์ฟเวอร์ในศูนย์ข้อมูลภายในองค์กร ไปจนถึงฐานข้อมูลบนคลาวด์จากผู้ให้บริการอื่น

ความต่างจากการก๊อปไฟล์ลง External Drive มีสองข้อใหญ่ ข้อแรกคือ External Drive ที่วางอยู่ข้างเครื่องหรืออยู่ในตึกเดียวกัน จะเจอเหตุเดียวกับเครื่องต้นทางเสมอ ทั้งไฟไหม้ น้ำท่วม หรือ Ransomware ที่วิ่งข้ามเครื่องไปเข้ารหัสไดรฟ์ที่ต่ออยู่ด้วย ข้อที่สองคือการก๊อปด้วยมือต้องมีคนทำ และมักหยุดไปเงียบๆ โดยไม่มีใครรู้ ส่วนการสำรองขึ้นคลาวด์ทำงานตามตารางที่ตั้งไว้เอง ตรวจสถานะเองได้ผ่าน Control Panel และมีทีมงานดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

กฎ 3-2-1 Backup คืออะไร จำเป็นต้องทำครบทั้งหมดไหม ?

กฎ 3-2-1 เป็นแนวปฏิบัติที่ใช้กันทั่วไปในวงการสำรองข้อมูล ประกอบด้วยสามข้อ คือเก็บข้อมูลอย่างน้อย 3 ชุด (ตัวจริงหนึ่งชุด สำรองอีกสองชุด), เก็บบนสื่ออย่างน้อย 2 ชนิดที่ต่างกัน และอย่างน้อย 1 ชุดต้องอยู่นอกสถานที่ ตัวเลขไม่ได้ตั้งขึ้นมาลอยๆ แต่มาจากการกระจายความเสี่ยง ยิ่งชุดสำรองแต่ละชุดพึ่งพาสิ่งเดียวกันน้อยเท่าไหร่ โอกาสที่จะเสียพร้อมกันทั้งหมดก็ยิ่งน้อยลง

ข้อที่องค์กรส่วนใหญ่ทำไม่ครบคือข้อสุดท้าย เพราะระบบ Backup ที่ตั้งอยู่ภายในองค์กรทั้งหมดจะได้ครบแค่สองข้อแรกเท่านั้น ไม่ว่าจะเก็บกี่ชุดหรือกี่สื่อ ถ้าทุกชุดอยู่ในตึกเดียวกัน มันก็ยังเป็นความเสี่ยงก้อนเดียวกันอยู่ดี ในอดีตการทำชุดนอกสถานที่ข้าม Data Center ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ต้องลงทุนมากกว่า 10 ล้านบาททั้งอุปกรณ์ บุคลากร และระบบเน็ตเวิร์คในการทำ DR-Site การสำรองขึ้นคลาวด์คือการเติมข้อที่ 1 นั้นให้ครบ โดยไม่ต้องลงทุนก้อนนั้น

เซิร์ฟเวอร์อยู่ที่ออฟฟิศ หรืออยู่ Data Center ต่างประเทศ สำรองขึ้นคลาวด์ได้ไหม ?

ได้ครับ ไม่ว่าเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของคุณจะอยู่ที่ตั้งสำนักงาน อยู่ใน Data Center ในประเทศหรือต่างประเทศ อยู่ที่ใดในโลก ก็สามารถ Backup ขึ้น Cloud ได้ เพราะการสำรองทำงานผ่าน Agent ที่ติดตั้งบนเครื่องต้นทาง แล้วส่งข้อมูลขึ้นคลาวด์ผ่านเครือข่าย จึงไม่ผูกกับสถานที่ตั้งของเครื่อง และคลาวด์ของเรามี Data Center รองรับทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ รองรับการใช้งานสำหรับ Backup Solution ในทุกทวีปทั่วโลก พร้อมสำหรับ Disaster Recovery

กรณีที่ได้ประโยชน์ชัดที่สุดคือเครื่องที่ตั้งอยู่ไซต์ห่างไกลหรือต่างประเทศ ซึ่งไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่คอยเปลี่ยนเทปหรือถอดดิสก์สำรอง งานสำรองแบบเดิมที่ไซต์เหล่านี้จึงมักค้างไปเงียบๆ เป็นเดือนโดยไม่มีใครรู้ การสำรองขึ้นคลาวด์ตรงจากที่ตั้งเดิมไม่ต้องมีคนไปที่ไซต์เลย และคุณตรวจสอบสถานะทุกเครื่องจากที่เดียวผ่าน Control Panel ได้เอง

ต้องติดตั้งอะไรบนเซิร์ฟเวอร์บ้าง จะกระทบระบบที่ใช้งานอยู่ไหม ?

ติดตั้ง Backup Agent ลงบนเครื่องต้นทางที่ต้องการสำรอง เท่านั้นครับ ไม่ต้องจัดซื้อ Hardware backup server ไม่ต้องลงทุนค่า Software License และไม่ต้องย้ายหรือรื้อระบบเดิม เครื่องของคุณยังตั้งอยู่ที่เดิมและทำงานตามปกติ ต่างจากการทำระบบ Backup แบบเดิมที่ต้องจัดซื้อทั้งเครื่อง Backup Server ค่า Storage สำหรับจัดเก็บ และค่า License ทำให้มีต้นทุนในการจัดการที่ค่อนข้างสูงตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

เรื่องผลกระทบต่อการใช้งานจริง งานที่หนักที่สุดคือรอบแรกรอบเดียว เพราะต้องอ่านข้อมูลทั้งหมดหนึ่งครั้ง หลังจากนั้นแต่ละรอบจะสำรองเฉพาะส่วนที่เปลี่ยนแปลง และมีการตัดข้อมูลซ้ำทิ้งก่อนส่ง (Deduplicated Before Backup) พร้อมบีบอัดในอัตราส่วน 30:1 ทำให้ภาระที่เหลือเบาลงมาก แนวทางที่เราแนะนำคือจัดรอบแรกไว้นอกเวลาทำการ แล้วให้รอบถัดไปวิ่งตาม Policy ที่คุณกำหนดเอง

ข้อมูลหลาย TB ใช้เวลา Backup นานแค่ไหน เน็ตออฟฟิศจะไหวไหม ?

เราการันตีความเร็วในการ Backup ที่ 1TB ต่อชั่วโมง ดังนั้นถ้าจะคำนวณคร่าวๆ ข้อมูลต้นทาง 5TB สำหรับ Backup ชุดแรกก็ราว 5 ชั่วโมง ซึ่งพอดีกับหน้าต่างเวลากลางคืนของออฟฟิศส่วนใหญ่ ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างการคำนวณจากอัตราที่เราประกาศไว้ เพื่อให้คุณเห็นภาพก่อนเริ่ม ส่วนงานที่ใหญ่กว่านั้นก็แบ่งรันข้ามคืนได้เช่นกัน

เหตุผลที่เน็ตออฟฟิศทั่วไปรับไหว อยู่ที่ลำดับการทำงานของ Agent ข้อมูลจะถูกตัดส่วนซ้ำทิ้งและบีบอัดก่อน แล้วค่อยส่งออกจากเครื่อง ไม่ใช่ส่งดิบทั้งก้อน ด้วยอัตราส่วน 30:1 ข้อมูลขนาด 30GB เมื่อสำรองแล้วไฟล์ Backup จะเหลือเพียง 1GB สิ่งที่วิ่งบนสายจึงเป็นเพียงเศษเสี้ยวของข้อมูลต้นทาง และหลังรอบแรกเหลือเฉพาะส่วนที่เปลี่ยนแปลงเท่านั้น ตัวเลขที่ควรดูจริงๆ จึงไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมดกี่ TB แต่คือข้อมูลเปลี่ยนแปลงวันละเท่าไหร่ ทีมงานช่วยประเมินให้ได้ฟรีจากข้อมูลจริงของคุณ

กำหนดเวลา Backup และเก็บย้อนหลังได้แค่ไหน ตั้ง Policy เองได้ไหม ?

กำหนดเองได้ทั้งหมดครับ คุณสามารถกำหนด Policy ของการ Backup ได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะต้องการเก็บไฟล์นานเท่าไหร่ เก็บจำนวนกี่ Backup และสามารถ Recovery ได้ตามต้องการตลอดเวลา จุดที่ควรใช้ตัดสินใจคือคำถามง่ายๆ ว่าถ้าเครื่องพังตอนนี้ คุณยอมเสียข้อมูลย้อนหลังได้กี่ชั่วโมง คำตอบนั้นคือสิ่งที่ควรกำหนดความถี่ของรอบสำรอง ไม่ใช่ความเคยชินหรือค่าตั้งต้นที่ติดมา

การตั้งค่าทั้งหมดเป็นการชั่งน้ำหนักสองด้าน ยิ่งสำรองถี่และเก็บย้อนหลังนาน คุณยิ่งเสียข้อมูลน้อยตอนเกิดเหตุ และยิ่งมีจุดเวลาให้เลือกกู้กลับมากขึ้น แต่ก็ใช้เวลาและพื้นที่มากขึ้นตาม ข้อดีคือด้วยเทคโนโลยีการบีบอัดขั้นสูงในอัตราส่วน 30:1 ทำให้เหลือพื้นที่ในการเก็บ Backup Files ได้นานขึ้นกว่าเดิมมาก คุณจึงตั้งย้อนหลังได้ลึกกว่าที่คิดในงบเท่าเดิม

ข้อมูลที่ส่งขึ้นคลาวด์ปลอดภัยแค่ไหน เป็นไปตาม PDPA ไหม ?

ข้อมูลถูกเข้ารหัสขั้นสูง 2 ชั้นด้วย AES256 พร้อม Channel HTTPS encrypted ตั้งแต่ขั้นตอนการบีบอัดข้อมูลและตลอดการส่งข้อมูลระหว่างเครือข่าย เป็นการรับประกันความปลอดภัยทั้งตัวข้อมูลเองและช่องทางการส่ง (Double security guarantee of the data itself and the transmission channel) จุดสำคัญคือลำดับการทำงาน ข้อมูลถูกเข้ารหัสตั้งแต่ยังอยู่บนเครื่องของคุณ ไม่ใช่ไปเข้ารหัสเอาตอนถึงปลายทาง เมื่อถึงคลาวด์แล้วข้อมูลจะถูกเก็บด้วยระบบ Three Data Copies ที่ระดับ 12 9's data durability

ด้านการกำกับดูแล บริการนี้เป็นไปตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยและ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และคลาวด์ของเรามี Data Center รองรับทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ทำให้คุณเลือกได้ว่าจะให้ข้อมูลสำรองไปอยู่ที่ใด ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายองค์กรต้องตอบเวลาถูกตรวจสอบ อ่านรายละเอียดเรื่อง PDPA เพิ่มเติมได้ที่หน้า PDPA ของเรา

ถ้าโดน Ransomware ข้อมูลสำรองจะโดนเข้ารหัสไปด้วยไหม ?

นี่คือเหตุผลที่ข้อ offsite ในกฎ 3-2-1 สำคัญที่สุด Ransomware สมัยนี้ไม่ได้หยุดที่เครื่องเดียว แต่จะไล่หาไดรฟ์ที่ต่ออยู่ ไดรฟ์ที่ mount ไว้ และเครื่องอื่นในวงแลนเดียวกัน ระบบสำรองที่วางอยู่ในตึกเดียวกันและเข้าถึงได้จากวงแลนเดียวกันจึงมีโอกาสโดนไปพร้อมกัน พูดตรงๆ คือ Backup ที่ Ransomware เข้าถึงได้ ก็คือ Backup ที่หายไปพร้อมกัน ชุดสำรองที่อยู่บนคลาวด์แยกออกไปคนละที่และไม่ได้เป็นไดรฟ์ที่เครื่องติดเชื้อ mount ค้างไว้ จึงไม่ได้อยู่ในเส้นทางเดียวกับการโจมตี

อีกชั้นหนึ่งที่ช่วยได้จริงคือการเก็บหลายจุดเวลา เพราะการติดเชื้อมักถูกพบหลังจากเกิดไปแล้วระยะหนึ่ง ถ้ามีชุดสำรองแค่ชุดเดียวที่ทับของเดิมทุกคืน ชุดนั้นก็อาจกลายเป็นชุดที่ติดไปแล้ว ระบบของเรามีปฏิทินและไทม์ไลน์ให้เลือกช่วงเวลาที่ต้องการกู้คืน คุณจึงย้อนกลับไปยังจุดก่อนเกิดเหตุได้ และควรตกลงเรื่องจำนวนชุดกับระยะเวลาที่เก็บย้อนหลังกับทีมงานตั้งแต่ตอนวาง Policy

ถ้าใช้ VMware อยู่ หรือมีอุปกรณ์ NAS ต้องใช้บริการตัวไหน ?

หน้านี้เน้นการสำรองเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยู่ภายในองค์กรหรือใน Data Center ของคุณขึ้นคลาวด์ ทั้ง File Server, Application Server และเครื่องฐานข้อมูล ถ้าระบบของคุณเป็น VMware และต้องการสำรองระดับ VM พร้อมกู้ระบบกลับมาทำงานได้ทันที รวมถึงรองรับทั้ง File backup และ Image backup แนะนำให้ดูหน้า VMware Backup & Disaster Recovery ซึ่งทำเรื่องนั้นโดยเฉพาะ ส่วนถ้าเป็นอุปกรณ์ NAS ที่ต้องการสำรองขึ้นคลาวด์ผ่าน Standard Protocols อย่าง NFSv3, NFSv4 และ SMB แนะนำให้ดูหน้า NAS Backup

และถ้าโจทย์หลักคือฐานข้อมูลขนาดใหญ่โดยเฉพาะ MySQL, Oracle, SQL Server หรือ SAP HANA หน้า Database & SAP HANA Backup จะตรงกว่า ในทางปฏิบัติหลายองค์กรใช้มากกว่าหนึ่งอย่างพร้อมกัน เพราะในห้องเซิร์ฟเวอร์เดียวมักมีทั้งเครื่องจริง เครื่องเสมือน และ NAS ปนกันอยู่ ทีมงานช่วยจัดชุดที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมจริงของคุณให้ได้ โดยดูภาพรวมทั้งหมดในครั้งเดียว

ค่าบริการเท่าไหร่ เริ่มต้นใช้งานอย่างไร ?

ค่าใช้จ่ายขึ้นกับปริมาณข้อมูลจริงที่ต้องสำรอง จำนวนเครื่อง และ Policy ที่คุณต้องการ ทั้งความถี่ของรอบสำรองและระยะเวลาที่เก็บย้อนหลัง เราจึงเสนอราคาให้ตรงกับการใช้งานจริง มากกว่าขายเป็นแพ็กเกจสำเร็จรูป โดยขนาดการสำรองข้อมูลคิดตามปริมาณข้อมูลจริง และคุณไม่ต้องจัดซื้อ Backup Server หรือลงทุนค่า Software License เพิ่ม เพราะเรามีให้พร้อมใช้งานได้ทันที ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้กว่า 70% จากการใช้ระบบ Backup แบบทั่วไป

การเริ่มต้นไม่ยุ่งยากครับ ทีมงานจะช่วยสำรวจว่าคุณมีเครื่องอะไรบ้าง ข้อมูลเท่าไหร่ และเปลี่ยนแปลงวันละแค่ไหน แล้วประเมินหน้าต่างเวลาของ Backup ชุดแรกให้เห็นภาพก่อนเริ่มจริง ขอคำปรึกษาและใบเสนอราคาได้ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด โทร 061-989-8891 หรือทัก LINE @thaidatacloud ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

พร้อมสำรองข้อมูลเซิร์ฟเวอร์ในองค์กรขึ้นคลาวด์แล้วหรือยัง

เราพร้อมที่จะดูแลความปลอดภัยต่อข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ของคุณ ปรึกษาและขอใบเสนอราคาได้ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด