Cloud Hosting ติดตั้ง Plesk Control Panel พร้อมใช้งานPlesk on Cloud

เซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวประสิทธิภาพ และความปลอดภัยสูงสุด รองรับผู้เข้าใช้งานได้จำนวนมาก มาพร้อมกับ ฟรี Firewall Protection และ Anti-DDos เร็ว และแรงทั้งใน และต่างประเทศ Cloud เจ้าเดียวในไทยที่รองรับ Extreme Disk ที่ระดับ 1,000,000 IOPS Throughput ระดับ 4GB/s

  • ก่อตั้งปี 2016
  • ISO/IEC 27001 · ISO 22301
  • Data Center ไทย + สิงคโปร์
  • SLA 99.9%
1,000,000
IOPS จาก Extreme SSD
4GB/s
Throughput ระดับดิสก์
100Gbps
เครือข่ายในและต่างประเทศ
99.99%
High Availability ตลอดเวลา

Cloud เจ้าเดียวในไทยที่รองรับ Extreme Disk ที่ระดับ 1,000,000 IOPS Throughput ระดับ 4GB/s

Private Hosting หรือ VPS Hosting

Private Hosting หรือ VPS Hosting คือ บริการ Web Server แบบส่วนตัวบน Private Cloud Server เปรียบเสมือนคุณตั้งเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวไว้ที่สำนักงาน (Office) ของคุณเอง ซึ่งจะนำมาด้วยความมั่นใจและประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมสอดรับกับเทคโนโลยีใหม่ๆ มุ่งเน้นด้วยประสิทธิภาพความปลอดภัย และความมั่นใจได้ตลอดเวลา ทำให้ธุรกิจดำเนินราบลื่นไม่ติดขัด พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา รับรองคุณภาพบริการที่ 99.9% Uptime SLA ให้บริการในรูปแบบ PaaS

บริการนี้ เหมาะกับใคร ?

เหมาะสำหรับเว็บไซต์หรือผู้ใช้งาน ยุคใหม่ที่ต้องการความเร็ว เน้นความเสถียรขั้นสุด และความปลอดภัยระดับสูง พร้อมที่จะสามารถ Scale ได้อย่างไม่จำกัด พร้อมเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เว็บไซต์ที่เหมาะสำหรับบริการนี้ได้แก่ E-Commerce, เว็บที่มีจำนวนผู้เข้าชมปริมาณมาก, Agency

ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษาฟรี

บริการ Plesk on Cloud คลาวด์เซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวที่ติดตั้ง Plesk Control Panel มาให้พร้อมใช้งาน

สามเสาหลักของ Plesk on Cloud

ความเร็ว ความปลอดภัย และทรัพยากรที่เป็นของคุณคนเดียว

Optimized Built-in Cache & CDN

เรามีระบบ Cache ให้ ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม พร้อมรองรับการทำงานทั้ง Varnish, Memcached, และ Redis บน PHP-FPM ประสานการทำงานร่วมกับ Nginx เพื่อให้เกิดการใช้ Resource ของ Server อย่างคุ้มค่า ส่งผลให้มีประสิทธิภาพในด้านความเร็วสูงสุด

Fully Accurate Security

เราให้ฟรี SSL / Anti DDoS / WAF สำหรับการเข้ารหัสข้อมูลความปลอดภัยสูงและป้องกันการโจมตีอย่างแม่นยำด้วยการระบุ IP Address ในแบล็คลิสต์ อัปเดตทุกวัน กำจัดการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นอย่างทั่วถึง ช่วยปกป้องเว็บ โดยการกรองและตรวจสอบปริมาณข้อมูล ปกป้องช่องโหว่ล่าสุดในเชิงรุก

Guarantee Resource

ใช้งาน Spec Resource ของ Cloud Server ได้อย่างเต็มที่ ทำงานราบลื่น เพราะคุณคือเจ้าของ Server แต่เพียงผู้เดียว โดยจะได้รับ IP Address ของเครื่องเซิร์ฟเวอร์แบบส่วนตัวทันที

Plesk คืออะไร และแผงควบคุมช่วยงานตรงไหน

แผงควบคุมไม่ได้ทำให้เซิร์ฟเวอร์เร็วขึ้น แต่ทำให้เซิร์ฟเวอร์ถูกดูแลได้โดยคนที่ไม่ใช่ผู้ดูแลระบบ

Private Cloud Server ให้อำนาจกับคุณเต็มที่ คุณสามารถ Remote ได้ถึงระบบ Root ติดตั้งและปรับแต่งอะไรก็ได้ตามต้องการ นั่นคือสิ่งที่บริการนี้ขาย และในเวลาเดียวกันก็เป็นภาระที่เอเจนซี่ส่วนใหญ่ไม่อยากแบก เพราะถ้าไม่มีแผงควบคุม ทุกงานตั้งแต่สร้างเว็บใหม่ ออกใบรับรอง SSL ไปจนถึงสร้างกล่องอีเมลให้ลูกค้า ล้วนต้องทำผ่านบรรทัดคำสั่งโดยคนที่รู้ระบบจริงๆ เท่านั้น

Plesk คือแผงควบคุมที่รับงานเหล่านั้นมาทำผ่านหน้าเว็บแทน สิ่งที่มันเข้ามาดูแลให้ ได้แก่

  • จัดการไฟล์ ฐานข้อมูล และระบบอีเมลได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องเปิดบรรทัดคำสั่ง
  • ควบคุม Server ได้เองผ่าน Control Panel ทั้งการดูสถานะและการตั้งค่าประจำวัน
  • เพิ่ม ลด IP Address และจัดการ DNS ได้เอง โดยไม่ต้องเปิดงานกับทีมซัพพอร์ต
  • ออกและติดตั้ง SSL ให้เว็บแต่ละตัว จากฟรี SSL ที่รวมอยู่ในบริการอยู่แล้ว
  • ดูแลเว็บ WordPress ทุกตัวบนเครื่องผ่าน WordPress Toolkit จากหน้าเดียว

จุดที่ต้องเข้าใจให้ตรงกันคือ แผงควบคุมไม่ได้ทำให้เซิร์ฟเวอร์แรงขึ้นแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่มันเปลี่ยนคือทำให้เซิร์ฟเวอร์เครื่องนั้นถูกดูแลได้โดยมากกว่าหนึ่งคน และนั่นคือความต่างระหว่างการมีเซิร์ฟเวอร์หนึ่งเครื่อง กับการทำธุรกิจโฮสติ้งบนเซิร์ฟเวอร์เครื่องนั้น

สำหรับ Plesk on Cloud เราติดตั้ง Plesk Control Panel มาให้พร้อมใช้งานบนคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ตั้งแต่ต้น (Bundle Plesk Control Panel) และระบบจะติดตั้ง Server อัตโนมัติพร้อมใช้งานใน 1 นาที คุณจึงไม่มีงานตั้งค่าค้างไว้ตั้งแต่วันแรก

Plesk Control Panel

ติดตั้ง Plesk Control Panel ที่เป็นที่ยอดนิยมที่สุดในโลก บนคลาวด์เซิร์ฟเวอร์พร้อมใช้งานทันที

หน้าจอ Plesk Control Panel แสดงการจัดการเว็บไซต์ ไฟล์ ฐานข้อมูล และระบบอีเมลจากหน้าเว็บเดียว
งานประจำวันทั้งหมดอยู่ในหน้าเดียว ใช้สำหรับจัดการ Hosting มี WordPress Toolkit สำหรับจัดการ Website ใช้งานง่าย

Linux และ Windows อยู่บนแผงควบคุมเดียวกันได้

ระบบปฏิบัติการมักถูกกำหนดโดยแอปพลิเคชันของลูกค้า ไม่ใช่ความชอบของคุณ

Plesk เป็นแผงควบคุมที่รองรับได้ทั้งระบบปฏิบัติการ Linux และ Windows ซึ่งมีน้ำหนักมากสำหรับเอเจนซี่หรือผู้ให้บริการที่มีลูกค้าหลากหลาย เพราะในทางปฏิบัติแล้ว คนที่เลือกระบบปฏิบัติการไม่ใช่คุณ แต่คือแอปพลิเคชันของลูกค้า

งานที่ใช้ PHP กับ MySQL เป็นหลักอยู่บน Linux ได้สบาย แต่ลูกค้าที่มีระบบเดิมซึ่งต้องพึ่งสภาพแวดล้อมฝั่ง Windows หรือฐานข้อมูล MSSQL ก็ยังต้องใช้ Windows อยู่ดี ไม่ว่าทีมของคุณจะถนัดฝั่งไหนก็ตาม และงานลักษณะนี้มักเป็นงานที่อยู่กับลูกค้ามานาน จึงไม่ได้ย้ายกันง่ายๆ

ผลที่ตามมาสำหรับคนที่มีลูกค้าทั้งสองแบบ คือมักลงเอยด้วยผู้ให้บริการสองราย สองใบแจ้งหนี้ สองช่องทางซัพพอร์ต และคนละชุดความรู้ในทีม การใช้แผงควบคุมเดียวครอบทั้งสองฝั่งจะตัดความซ้ำซ้อนตรงนี้ออกไป เหลือที่เดียวที่ต้องเข้าไปดู และเหลือคนกลุ่มเดียวที่ต้องรู้ระบบ

สเปคและเงื่อนไขของแต่ละระบบปฏิบัติการไม่เหมือนกัน แจ้งทีมงานว่าคุณต้องการระบบใดและใช้งานอะไร เพื่อจัดสเปคและเสนอราคาให้ตรงกับงานจริง และไม่ว่าจะเลือกระบบใด คุณเลือกติดตั้ง Server ได้ทั้งไทยและสิงคโปร์ พร้อมปรับ เพิ่ม ลด สเปคเองได้ตลอดเวลาเมื่อการใช้งานเปลี่ยนไป

What's included

Key Features

ทุกข้อรวมอยู่ในบริการแล้ว ไม่ต้องจ่ายเพิ่มทีหลัง

  • Global Cloud ระดับ Enterprise เทียบเท่า AWS
  • ควบคุม Server ได้เองผ่าน Control Panel
  • ติดตั้ง Server อัตโนมัติพร้อมใช้งานใน 1 นาที
  • ปรับ เพิ่ม - ลด สเปคเองได้ตลอดเวลา
  • ไม่จำกัดปริมาณ Data Transfer
  • เลือกติดตั้ง Server ได้ทั้งไทยและสิงคโปร์
  • ฟรีระบบป้องกันการโจมตี Anti D-DoS
  • สำรองข้อมูลอัตโนมัติ พร้อมกู้คืนได้ด้วยตัวเอง
  • High Availability ตลอดเวลา 99.99%
  • ข้อมูลปลอดภัยด้วยระบบ Three Data Copies
  • Extreme SSD ระดับ 1,000,000 IOPS
  • เพิ่ม - ลด IP Address จัดการ DNS ได้เอง
  • Domestic & Inter Network 100Gbps
  • ฟรี Firewall Layer 7
  • Support ดูแลให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

WordPress Toolkit ทำอะไรได้ และ SE ต่างจากตัวเต็มอย่างไร

คุณค่าของ Toolkit ไม่ได้อยู่ที่เว็บ WordPress เว็บแรก แต่อยู่ที่เว็บที่ 30

Plesk มี WordPress Toolkit สำหรับจัดการ Website ใช้งานง่าย ความสามารถหลากหลาย โดยรวมเว็บ WordPress ทุกตัวที่อยู่บนเซิร์ฟเวอร์ของคุณมาไว้ในหน้าเดียว ซึ่งฟังดูเป็นเรื่องเล็กจนกว่าคุณจะนึกถึงงานที่ต้องทำซ้ำทุกเว็บ เช่น

  • อัปเดตความปลอดภัยหนึ่งครั้ง แต่ต้องล็อกอินเข้า wp-admin ทีละเว็บจนครบทุกเว็บ
  • ตอบไม่ได้ว่าเว็บไหนในความดูแลของคุณ ยังใช้ปลั๊กอินที่เจ้าของเลิกพัฒนาไปแล้ว
  • โคลนเว็บขึ้น staging ด้วยมือทุกครั้งที่ลูกค้าขอให้แก้อะไรสักอย่าง

เครื่องมือที่มองเห็นทุกเว็บบนเครื่องพร้อมกัน เปลี่ยนงานเหล่านี้จาก 30 ครั้งให้เหลือครั้งเดียว นี่คือเหตุผลที่คนดูแลเว็บลูกค้าหลายรายให้ค่ากับ Toolkit มากกว่าคนที่ดูแลเว็บของตัวเองเว็บเดียว

ในส่วนของ Edition นั้น Web Admin Edition มาพร้อม WP Toolkit SE ส่วน Web Pro Edition และ Web Host Edition ได้ WP Toolkit ตัวเต็ม เราขอไม่ไล่รายการเปรียบเทียบทีละข้อในหน้านี้ เพราะอยากให้คุณได้ข้อมูลที่ยืนยันกับการใช้งานจริงของคุณมากกว่า สิ่งที่ควรจำคือ ถ้างานหลักของคุณคือการดูแลเว็บ WordPress จำนวนมาก จุดตัดสินใจของคุณอยู่ระหว่างแพ็กเกจ 640 บาทกับ 1,080 บาทต่อเดือน แจ้งทีมงานว่าคุณต้องใช้ความสามารถใดบ้าง ทีมงานยืนยันให้ก่อนสั่งซื้อ จะได้ไม่ต้องเปลี่ยน Edition ทีหลัง

ถ้าสิ่งที่คุณต้องการคือเว็บ WordPress เว็บเดียวที่ถูกจูนมาให้เร็วที่สุด มากกว่าแผงควบคุมไว้ดูแลเว็บหลายเว็บ ลองดู บริการ WordPress on Cloud จะตรงกับงานของคุณมากกว่า

โฮสต์เว็บลูกค้าหลายรายบนเครื่องเดียวได้อย่างไร

Edition ที่คุณต้องใช้ ถูกกำหนดโดยคนที่จะล็อกอินเข้ามา ไม่ใช่จำนวนโดเมนที่คุณมี

สามคำที่อยู่ในแพ็กเกจ ได้แก่ Subscription Management, Account Management และ Reseller Management ไม่ใช่ฟีเจอร์สามอย่างที่ไม่เกี่ยวกัน แต่คือระดับของการกระจายสิทธิ์สามระดับ เรียงจากตื้นไปลึก

  • Subscription คือแผนโฮสติ้งหนึ่งชุดที่มอบให้เว็บหนึ่งเว็บ มีไฟล์ ฐานข้อมูล ระบบอีเมล และขอบเขตทรัพยากรของตัวเอง สัปดาห์ที่แย่ของลูกค้ารายหนึ่ง จึงไม่กลายเป็นสัปดาห์ที่แย่ของลูกค้าอีกราย
  • Account คือลูกค้าที่ล็อกอินเข้ามาจัดการ Subscription ของตัวเองได้ โดยไม่ต้องโทรหาคุณ
  • Reseller คือพาร์ทเนอร์ที่ได้แผงควบคุมของตัวเอง และสร้าง Account ต่อจากคุณได้อีกทอด โดยไม่ต้องผ่านคุณ

นี่คือคนละเรื่องกับการไปซื้อ Shared Hosting หลายบัญชี เพราะบนเครื่องของคุณเอง คุณคือเจ้าของ Server แต่เพียงผู้เดียว ใช้งาน Spec Resource ของ Cloud Server ได้อย่างเต็มที่ และได้รับ IP Address ของเครื่องเซิร์ฟเวอร์แบบส่วนตัวทันที ส่วนแผงควบคุมทำหน้าที่แบ่งพื้นที่ให้ลูกค้าแต่ละราย ภายใต้แผนที่คุณเป็นคนกำหนดเอง

เทียบกับแชร์เซิร์ฟเวอร์ที่มีเว็บไซต์มากกว่า 100 เว็บอยู่บนเซิร์ฟเวอร์เดียวกัน จนอาจรับปัญหาและผลกระทบซึ่งกันและกันอยู่บ่อยๆ ความต่างไม่ได้อยู่ที่จำนวนเว็บบนเครื่อง แต่อยู่ที่ว่าใครเป็นคนกำหนดขอบเขตทรัพยากร

แผนผังแสดงคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวหนึ่งเครื่องที่มี Plesk Control Panel อยู่ด้านบน และการกระจายสิทธิ์สามระดับตาม Edition ได้แก่ Web Admin ที่มี Subscription, Web Pro ที่มี Customer Account ครอบ Subscription และ Web Host ที่มี Reseller ครอบ Account อีกชั้นหนึ่ง
ความลึกของการซ้อนกัน ไม่ใช่จำนวนกล่อง คือสิ่งที่เปลี่ยนไปในแต่ละ Edition

สรุปให้ตรงไปตรงมา Web Admin ที่ 10 domains เหมาะกับทีมที่ดูแลเว็บของตัวเอง Web Pro ที่ 30 domains เริ่มมีความหมายตอนที่ลูกค้าต้องมีบัญชีของตัวเอง และ Web Host ที่ Unlimited domains พร้อม Reseller Management คือ Edition ที่มีไว้สำหรับคนที่ขายบริการโฮสติ้งเป็นสินค้า

เลือก Plesk Edition ที่เหมาะสม

ทุกแพคเกจสามารถเลือกติดตั้ง Plesk Control Panel ที่เหมาะสมกับการใช้งาน ใช้สำหรับจัดการ Hosting มี WordPress Toolkit สำหรับจัดการ Website ใช้งานง่าย ความสามารถหลากหลาย สามารถจัดการไฟล์ ฐานข้อมูล ระบบอีเมลได้ด้วยตัวเอง

Get Started VPS with Control Panel

ติดตั้ง Plesk Control Panel ที่เป็นที่ยอดนิยมที่สุดในโลก บนคลาวด์เซิร์ฟเวอร์พร้อมใช้งานทันที

Web Admin Edition

ทีมที่ดูแลเว็บของตัวเอง

10 domains

ค่า Plesk Control Panel
฿640บาท/เดือน
  • WP Toolkit SE
สั่งซื้อ Plesk on Cloud
แนะนำ

Web Pro Edition

เริ่มมีลูกค้าที่ต้องล็อกอินเข้ามาเอง

30 domains

ค่า Plesk Control Panel
฿1,080บาท/เดือน
  • WP Toolkit
  • Subscription Management
  • Account Management
สั่งซื้อ Plesk on Cloud

Web Host Edition

ขายบริการโฮสติ้งเป็นสินค้า

Unlimited domains

ค่า Plesk Control Panel
฿1,980บาท/เดือน
  • WP Toolkit
  • Subscription Management
  • Account Management
  • Reseller Management
สั่งซื้อ Plesk on Cloud

ราคานี้คือค่า Plesk Control Panel ตาม Edition ที่บวกเพิ่มจากคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ ไม่ใช่ราคารวมทั้งบริการ ค่าเซิร์ฟเวอร์ขึ้นกับสเปคที่คุณใช้จริงและเสนอราคาแยกต่างหาก เพราะเว็บ 30 เว็บที่เป็นเว็บองค์กร กับ 30 เว็บที่เป็นร้านค้าออนไลน์ ต้องการสเปคไม่เท่ากันเลย แจ้งลักษณะงานและจำนวนเว็บที่ดูแลอยู่ให้ทีมงานทราบ เราประเมินสเปคและเสนอราคารวมให้ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด

สัญลักษณ์โล่ป้องกันไวรัสเรียกค่าไถ่ Ransomware

Ransomware & Data Protection

ปกป้องข้อมูลสำคัญบนเซิร์ฟเวอร์ ให้ปลอดภัยจากสแปม มัลแวร์ และไวรัสเรียกค่าไถ่ (Ransomware) มอบความมั่นใจว่าไม่มีข้อมูลสูญหาย ด้วย Full Backup OS บน Cloud Backup Storage

Ransomware หยุดที่ชั้นไหน และ Backup แบบไหนที่กู้คืนได้จริง

เรื่องที่วงการนี้มักไม่พูดตรงๆ คือ ทุกชั้นที่อยู่หน้าเซิร์ฟเวอร์ช่วยลดโอกาสถูกโจมตี แต่ไม่มีชั้นไหนเปลี่ยนผลลัพธ์เมื่อถูกโจมตีสำเร็จไปแล้ว สิ่งเดียวที่เปลี่ยนผลลัพธ์ได้คือสำเนาข้อมูลที่กู้คืนได้จริง

ชั้นที่เรามีให้ ไล่จากด้านนอกเข้ามา เริ่มจาก ฟรีระบบป้องกันการโจมตี Anti D-DoS ที่ทำให้เซิร์ฟเวอร์ยังเข้าถึงได้แม้ตอนถูกถล่ม ถัดมาคือ ฟรี Firewall Layer 7 และ WAF ที่กรองและตรวจสอบปริมาณข้อมูล ทำงานด้วยการระบุ IP Address ในแบล็คลิสต์ อัปเดตทุกวัน เพื่อปกป้องช่องโหว่ล่าสุดในเชิงรุก

แต่ Ransomware ส่วนใหญ่ไม่ได้พังประตูเข้ามา มันเดินเข้ามาทางปลั๊กอินที่ไม่ได้อัปเดต หรือรหัสผ่านแผงควบคุมที่หลุดออกไป แล้วไฟร์วอลล์ก็ปล่อยผ่าน เพราะมันดูเหมือนลูกค้ากำลังใช้งานตามปกติ ชั้นที่ตัดสินว่าสัปดาห์นั้นของคุณจะเป็นอย่างไร จึงเป็นชั้นสุดท้าย นั่นคือ Full Backup OS บน Cloud Backup Storage ที่มาพร้อม สำรองข้อมูลอัตโนมัติ พร้อมกู้คืนได้ด้วยตัวเอง และข้อมูลปลอดภัยด้วยระบบ Three Data Copies

หลักการที่ควรจำคือ ข้อมูลสำรองที่อยู่บนเครื่องเดียวกับสิ่งที่ถูกเข้ารหัส ไม่ใช่ข้อมูลสำรอง แต่คือเหยื่อรายที่สอง การเก็บไว้นอกเครื่องและกู้คืนเองได้ ทำให้การกู้คืนเป็นการตัดสินใจ ไม่ใช่การเจรจา และถ้าคุณโฮสต์เว็บลูกค้าหลายรายบนเครื่องเดียว ความเสียหายจะเกิดกับลูกค้าทุกรายพร้อมกัน เส้นทางการกู้คืน ไม่ใช่ไฟร์วอลล์ จึงเป็นสิ่งที่ควรตรวจให้ชัดก่อนเซ็นสัญญา

แผนผังสองเส้นทาง เส้นทางบนคือการโจมตีที่ต้องผ่านชั้น Anti-DDoS, WAF และ Firewall Layer 7 ซึ่งช่วยลดโอกาสถูกโจมตี และลูกศรที่ลอดใต้ทุกชั้นด้วยรหัสผ่านที่หลุดหรือปลั๊กอินที่ไม่ได้อัปเดต ส่วนเส้นทางล่างคือการกู้คืนจาก Full Backup OS บน Cloud Backup Storage ที่เก็บนอกเครื่องแบบ Three Data Copies และกู้คืนเองได้
ชั้นด้านหน้าลดโอกาสถูกโจมตี แต่สำเนาข้อมูลที่อยู่นอกเครื่องคือสิ่งเดียวที่เปลี่ยนผลลัพธ์

Shared Web Hosting เทียบกับ Cloud Hosting (VPS)

เหตุผลที่เว็บซึ่งจริงจังกับผู้เข้าชมและความเสถียร ย้ายออกจาก Shared Hosting กันเกือบทั้งหมด

Shared Web HostingCloud Hosting (VPS)
ทรัพยากรที่ได้จริงNo Guarantee Resource: แม้ว่าผู้ให้บริการจะแจ้งว่ามีการจัดสรรสเปคให้กับลูกค้า แต่การใช้งานแชร์เซิร์ฟเวอร์จะมีเว็บไซต์มากกว่า 100 เว็บอยู่บนเซิร์ฟเวอร์เดียวกัน อาจทำให้รับปัญหาและผลกระทบซึ่งกันและกันอยู่บ่อยๆGuarantee Resource: ใช้งาน Spec Resource ของ Cloud Server ได้อย่างเต็มที่ ทำงานราบลื่น เพราะคุณคือเจ้าของ Server แต่เพียงผู้เดียว โดยจะได้รับ IP Address ของเครื่องเซิร์ฟเวอร์แบบส่วนตัวทันที
การเติบโตและเทคโนโลยีใหม่The Limits to Growth: หากมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ดีมาในอนาคต คุณจะไม่สามารถใช้งานได้ จนกว่าผู้ให้บริการจะติดตั้งลงบนแชร์เซิร์ฟเวอร์ ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบต่อระบบโดยรวมScale to Success: สามารถติดตั้ง Packages เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา คุณสามารถ Remote ได้ถึงระบบ Root และรองรับการพัฒนาเมื่อธุรกิจขยายใหญ่ขึ้น ไม่เพิ่มภาระงานในการเริ่มต้นใหม่
ความปลอดภัยและการดูแลWeak Security: ความปลอดภัยไม่รัดกุมเพียงพอ เนื่องจากเป็นแชร์เซิร์ฟเวอร์ จึงจำเป็นเปิด Firewall Policy ในวงกว้างเพื่อรองรับการทำงานที่มาจากหลากหลาย UserEnjoy top-rated Support: เรามีผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้บริการในการดูแล ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ ตั้งแต่การใช้งาน Plesk Control Panel ไปจนถึง WordPress Toolkit ฟรี ไม่มีค่าบริการเพิ่มเติม พร้อม Support ดูแลให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

แผงควบคุมเชิงพาณิชย์ ต่างจากแผงควบคุมโอเพนซอร์สอย่างไร

คำถามไม่ใช่ว่าอันไหนดีกว่า แต่คือมีรายได้ของคนอื่นวิ่งอยู่บนเครื่องของคุณหรือยัง

แผงควบคุมแบบโอเพนซอร์สที่ไม่มีค่าลิขสิทธิ์ เป็นตัวเลือกที่ดีจริง และเหมาะกับนักพัฒนาที่ดูแลเว็บของตัวเองไม่กี่เว็บ ถนัดใช้บรรทัดคำสั่ง และรับได้เมื่อเจอปัญหาแล้วคำตอบอยู่ในกระทู้ ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มนี้ เราแนะนำให้ดู บริการ Cyber Panel on Cloud ของเราแทน จะคุ้มกว่าสำหรับคุณ

ส่วนแผงควบคุมเชิงพาณิชย์อย่าง Plesk มีค่าบริการรายเดือนที่ชัดเจนตาม Edition และสิ่งที่ค่าบริการนั้นซื้อ ไม่ใช่ฟีเจอร์ แต่คือสามอย่างที่แผงควบคุมแบบฟรีให้ไม่ได้โดยโครงสร้าง

  • ผู้ให้บริการที่มีสัญญาการดูแลอยู่เบื้องหลังตัวแผงควบคุมเอง
  • เส้นทางอัปเกรดที่ชัดเจนเมื่อจำนวนบัญชีลูกค้าโตขึ้น ผ่านลำดับ Subscription, Account และ Reseller
  • การกระจายสิทธิ์ที่ส่งต่อให้ลูกค้าหรือพาร์ทเนอร์ได้อย่างปลอดภัย

พูดอีกแบบคือ ค่าบริการรายเดือนนี้ไม่ได้ซื้อความสามารถ แต่ซื้อภาระผูกพันของคนอื่น เมื่อแผงควบคุมมีปัญหาตอนตีสอง ซึ่งจะคุ้มก็ต่อเมื่อมีรายได้ของคนอื่นวิ่งอยู่บนเครื่องของคุณแล้วเท่านั้น

กฎการตัดสินใจจึงสั้นมาก ถ้าคุณดูแลเว็บของตัวเอง ถนัดบรรทัดคำสั่ง และไม่มีลูกค้าที่ต้องล็อกอินเข้ามา แผงควบคุมแบบฟรีคือคำแนะนำที่ตรงไปตรงมาที่สุดของเรา แต่ถ้าคุณโฮสต์เว็บของลูกค้า ต้องการให้ลูกค้ามีบัญชีของตัวเอง และต้องการมีคนให้โทรหา Plesk on Cloud คือคำตอบ พร้อม Support ดูแลให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ฟรี ไม่มีค่าบริการเพิ่มเติม

PDPA & Security compliance

บริการนี้เป็นไปตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยและ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

Read more about PDPA

ย้ายเว็บลูกค้าเข้ามาอย่างไร

ย้ายเว็บหลายรายพร้อมกัน ต่างจากย้ายเว็บเดียวมาก เราจึงเริ่มจากการคุยกันก่อน

ย้ายได้ครับ และเป็นงานที่เราแนะนำให้คุยกับทีมงานก่อนเริ่ม เพราะสิ่งที่กำหนดทั้งสเปคเซิร์ฟเวอร์และ Edition ที่เหมาะสม คือรายละเอียดที่มีเฉพาะในงานของคุณ ได้แก่ จำนวนโดเมนที่ดูแลอยู่ ขนาดฐานข้อมูล ระบบอีเมลของลูกค้าแต่ละราย และช่วงเวลาที่ยอมให้กระทบได้

เรามีผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้บริการในการดูแล ให้คำปรึกษา และช่วยเหลือ ฟรี ไม่มีค่าบริการเพิ่มเติม พร้อมทีม Support ดูแลให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และเนื่องจากคุณ Remote ได้ถึงระบบ Root พร้อมปรับ เพิ่ม ลด สเปคเองได้ตลอดเวลา จึงไม่ต้องกลัวว่าจะเลือกสเปคผิดตั้งแต่วันแรกแล้วแก้ไม่ได้

ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษาฟรี เพื่อวางแผนการย้ายร่วมกัน ไม่มีข้อผูกมัด

FAQs

คำถามที่พบบ่อยเรื่อง Plesk on Cloud

Plesk คืออะไร ต้องใช้ทำอะไร ?

Plesk คือ Control Panel สำหรับจัดการเซิร์ฟเวอร์และเว็บโฮสติ้งผ่านหน้าเว็บ แทนการสั่งงานผ่านบรรทัดคำสั่ง ใช้สำหรับจัดการ Hosting โดยคุณสามารถจัดการไฟล์ ฐานข้อมูล ระบบอีเมลได้ด้วยตัวเอง รวมถึงควบคุม Server ได้เองผ่าน Control Panel และเพิ่มลด IP Address จัดการ DNS ได้เอง มี WordPress Toolkit สำหรับจัดการ Website ใช้งานง่าย ความสามารถหลากหลาย

สิ่งที่ต้องเข้าใจคือแผงควบคุมไม่ได้ทำให้เซิร์ฟเวอร์แรงขึ้น แต่ทำให้เซิร์ฟเวอร์ถูกดูแลได้โดยคนที่ไม่ใช่ผู้ดูแลระบบ นั่นคือความต่างระหว่างการมีเซิร์ฟเวอร์หนึ่งเครื่อง กับการทำธุรกิจโฮสติ้งบนเซิร์ฟเวอร์เครื่องนั้น สำหรับบริการ Plesk on Cloud เราติดตั้ง Plesk มาให้พร้อมใช้งานทันทีบนคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ ติดตั้ง Server อัตโนมัติพร้อมใช้งานใน 1 นาที คุณจึงไม่ต้องเสียเวลาตั้งค่าเองตั้งแต่วันแรก

Plesk Edition มีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี ?

มี 3 Edition ให้เลือกตามการใช้งาน Web Admin Edition รองรับ 10 domains มาพร้อม WP Toolkit SE ราคา 640 บาทต่อเดือน Web Pro Edition รองรับ 30 domains มาพร้อม WP Toolkit, Subscription Management และ Account Management ราคา 1,080 บาทต่อเดือน และ Web Host Edition รองรับ Unlimited domains มาพร้อม WP Toolkit, Subscription Management, Account Management และ Reseller Management ราคา 1,980 บาทต่อเดือน

คำถามแรกที่ควรถามไม่ใช่ว่าคุณมีกี่โดเมน แต่คือใครจะเป็นคนล็อกอินเข้ามาจัดการ ถ้าคุณดูแลเว็บของตัวเองหรือขององค์กรเองทั้งหมด Web Admin Edition ก็เพียงพอ ถ้าลูกค้าของคุณต้องมีบัญชีเข้ามาจัดการเว็บของเขาเอง คุณจะเริ่มต้องการ Account Management ซึ่งอยู่ใน Web Pro Edition ขึ้นไป และถ้าคุณรับขายต่อบริการโฮสติ้งโดยมีพาร์ทเนอร์สร้างบัญชีต่อจากคุณอีกทอด Reseller Management ใน Web Host Edition คือ Edition ที่มีไว้เพื่องานลักษณะนี้โดยเฉพาะ ทีมงานช่วยประเมินให้ฟรีก่อนตัดสินใจได้

Plesk on Cloud ราคาเท่าไหร่ ราคานี้รวมค่าเซิร์ฟเวอร์แล้วหรือยัง ?

ราคา 640, 1,080 และ 1,980 บาทต่อเดือน คือค่า Plesk Control Panel ตาม Edition ที่คุณเลือก ซึ่งเป็นส่วนที่บวกเพิ่มจากคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ ไม่ใช่ราคารวมทั้งบริการ เพราะทุกแพคเกจสามารถเลือกติดตั้ง Plesk Control Panel ที่เหมาะสมกับการใช้งานได้ตามต้องการ ค่าเซิร์ฟเวอร์จะขึ้นกับสเปคที่คุณใช้จริง

เราเสนอราคาส่วนเซิร์ฟเวอร์แยกตามการใช้งานจริง แทนที่จะขายเป็นแพ็กเกจสำเร็จรูป เพราะเว็บ 30 เว็บที่เป็นเว็บองค์กรกับ 30 เว็บที่เป็นร้านค้าออนไลน์ต้องการสเปคไม่เท่ากันเลย และคุณปรับเพิ่มลดสเปคเองได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว แจ้งลักษณะงานและจำนวนเว็บที่ดูแลอยู่ให้ทีมงานทราบ เราประเมินสเปคและเสนอราคารวมให้ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด

Plesk ใช้ได้ทั้ง Linux และ Windows ไหม ?

Plesk เป็นแผงควบคุมที่รองรับได้ทั้งระบบปฏิบัติการ Linux และ Windows ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญสำหรับเอเจนซี่หรือผู้ให้บริการที่มีลูกค้าหลากหลาย เพราะในความเป็นจริงระบบปฏิบัติการมักถูกกำหนดโดยตัวแอปพลิเคชันของลูกค้า ไม่ใช่ความชอบของคุณ งานที่ใช้ PHP กับ MySQL เป็นหลักจะอยู่บน Linux ได้สบาย แต่ลูกค้าที่มีระบบเดิมซึ่งต้องพึ่งสภาพแวดล้อมฝั่ง Windows หรือฐานข้อมูล MSSQL ก็ยังต้องใช้ Windows อยู่ดี

ผลที่ตามมาสำหรับคนที่มีลูกค้าทั้งสองแบบคือมักลงเอยด้วยผู้ให้บริการสองราย สองใบแจ้งหนี้ สองช่องทางซัพพอร์ต และคนละชุดความรู้ในทีม การใช้แผงควบคุมเดียวครอบทั้งสองฝั่งจะตัดความซ้ำซ้อนนี้ออกไป สำหรับสเปคและเงื่อนไขในแต่ละระบบปฏิบัติการ แจ้งทีมงานว่าคุณต้องการระบบใดและใช้งานอะไร เพื่อจัดสเปคและเสนอราคาให้ตรงกับงานจริง เรามีศูนย์ข้อมูลให้เลือกติดตั้ง Server ได้ทั้งไทยและสิงคโปร์

WordPress Toolkit คืออะไร WP Toolkit SE ต่างจากตัวเต็มอย่างไร ?

WordPress Toolkit คือเครื่องมือใน Plesk สำหรับจัดการเว็บ WordPress ทุกตัวบนเซิร์ฟเวอร์จากหน้าเดียว คุณค่าจริงของมันไม่ได้อยู่ที่การดูแลเว็บ WordPress เว็บเดียว แต่อยู่ที่เว็บที่ 30 ลองนึกถึงการอัปเดตความปลอดภัยหนึ่งครั้งที่ต้องล็อกอินเข้า wp-admin ทีละเว็บ หรือการต้องตอบให้ได้ว่าเว็บไหนในความดูแลของคุณยังใช้ปลั๊กอินที่เจ้าของเลิกพัฒนาไปแล้ว เครื่องมือที่มองเห็นทุกเว็บพร้อมกันจะเปลี่ยนงานเหล่านี้จาก 30 ครั้งให้เหลือครั้งเดียว

ในส่วนของ Edition นั้น Web Admin Edition จะมาพร้อม WP Toolkit SE ส่วน Web Pro Edition และ Web Host Edition จะได้ WP Toolkit ตัวเต็ม ดังนั้นถ้างานหลักของคุณคือการดูแลเว็บ WordPress จำนวนมาก จุดตัดสินใจของคุณจะอยู่ระหว่างแพ็กเกจ 640 บาทกับ 1,080 บาทต่อเดือน แนะนำให้แจ้งทีมงานว่าคุณต้องใช้ความสามารถใดบ้าง เพื่อให้เรายืนยันให้ชัดเจนก่อนสั่งซื้อ จะได้ไม่ต้องเปลี่ยน Edition ทีหลัง

รับดูแลเว็บลูกค้าหลายราย ควรใช้ Edition ไหน โฮสต์ได้กี่เว็บ ?

จำนวนโดเมนกำหนดโดย Edition คือ 10 domains สำหรับ Web Admin, 30 domains สำหรับ Web Pro และ Unlimited domains สำหรับ Web Host แต่ตัวเลขโดเมนไม่ใช่คำถามที่สำคัญที่สุด สิ่งที่ควรดูคือสามคำในแพ็กเกจซึ่งจริงๆ แล้วคือระดับของการกระจายสิทธิ์ Subscription คือแผนโฮสติ้งหนึ่งชุดต่อหนึ่งเว็บ มีไฟล์ ฐานข้อมูล อีเมล และขอบเขตทรัพยากรของตัวเอง Account คือลูกค้าที่ล็อกอินเข้ามาจัดการเว็บของตัวเองได้โดยไม่ต้องโทรหาคุณ ส่วน Reseller คือพาร์ทเนอร์ที่มีแผงควบคุมของตัวเองและสร้างบัญชีต่อจากคุณได้อีกทอด

นี่คือคนละเรื่องกับการไปซื้อ Shared Hosting หลายบัญชี เพราะบนเครื่องของคุณเอง คุณคือเจ้าของ Server แต่เพียงผู้เดียว ใช้งาน Spec Resource ของ Cloud Server ได้อย่างเต็มที่ และได้รับ IP Address ของเครื่องเซิร์ฟเวอร์แบบส่วนตัวทันที ต่างจากแชร์เซิร์ฟเวอร์ที่มีเว็บไซต์มากกว่า 100 เว็บอยู่บนเซิร์ฟเวอร์เดียวกัน จนอาจรับผลกระทบซึ่งกันและกันอยู่บ่อยๆ ความต่างไม่ได้อยู่ที่จำนวนเว็บบนเครื่อง แต่อยู่ที่ว่าใครเป็นคนกำหนดขอบเขตทรัพยากร

Plesk on Cloud ป้องกัน Ransomware ได้จริงไหม ถ้าข้อมูลถูกเข้ารหัสจะกู้คืนอย่างไร ?

การป้องกันมีหลายชั้น เราให้ฟรีระบบป้องกันการโจมตี Anti D-DoS เพื่อให้เซิร์ฟเวอร์ยังเข้าถึงได้ตอนถูกถล่ม ฟรี Firewall Layer 7 และ WAF ที่กรองและตรวจสอบปริมาณข้อมูล พร้อมระบุ IP Address ในแบล็คลิสต์ที่อัปเดตทุกวัน เพื่อปกป้องช่องโหว่ล่าสุดในเชิงรุก แต่ต้องพูดกันตรงๆ ว่าทุกชั้นที่อยู่หน้าเซิร์ฟเวอร์ช่วยลดโอกาสถูกโจมตี ไม่ได้เปลี่ยนผลลัพธ์เมื่อถูกโจมตีสำเร็จแล้ว เพราะ Ransomware ส่วนใหญ่เดินเข้ามาทางปลั๊กอินที่ไม่ได้อัปเดตหรือรหัสผ่านที่หลุด ซึ่งไฟร์วอลล์มองว่าเป็นการใช้งานปกติ

ชั้นที่ตัดสินผลจริงจึงเป็นชั้นสุดท้าย เราปกป้องข้อมูลสำคัญบนเซิร์ฟเวอร์ด้วย Full Backup OS บน Cloud Backup Storage มีระบบสำรองข้อมูลอัตโนมัติที่คุณกู้คืนได้ด้วยตัวเอง และข้อมูลถูกเก็บด้วยระบบ Three Data Copies หลักการสำคัญคือข้อมูลสำรองที่อยู่บนเครื่องเดียวกับสิ่งที่ถูกเข้ารหัส ไม่ใช่ข้อมูลสำรอง แต่คือเหยื่อรายที่สอง การเก็บไว้นอกเครื่องพร้อมกู้คืนเองได้จึงทำให้การกู้คืนเป็นการตัดสินใจ ไม่ใช่การเจรจา ยิ่งถ้าคุณโฮสต์เว็บลูกค้าหลายราย ความเสียหายจะเกิดกับทุกรายพร้อมกัน เส้นทางการกู้คืนจึงเป็นสิ่งที่ควรตรวจก่อนเซ็นสัญญา สอบถามรายละเอียดรอบการสำรองข้อมูลกับทีมงานได้

Plesk ต่างจากแผงควบคุมโอเพนซอร์สแบบฟรีอย่างไร ควรเลือกแบบไหน ?

แผงควบคุมแบบโอเพนซอร์สที่ไม่มีค่าลิขสิทธิ์เป็นตัวเลือกที่ดีจริงและเหมาะกับนักพัฒนาที่ดูแลเว็บของตัวเองไม่กี่เว็บ ถนัดใช้บรรทัดคำสั่ง และรับได้เมื่อเจอปัญหาแล้วคำตอบอยู่ในกระทู้ ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มนี้ เราแนะนำให้ดูบริการ Cyber Panel on Cloud ของเราแทน จะคุ้มกว่าสำหรับคุณ

ส่วนแผงควบคุมเชิงพาณิชย์อย่าง Plesk มีค่าบริการรายเดือนที่ชัดเจนตาม Edition และสิ่งที่ค่าบริการนั้นซื้อไม่ใช่ฟีเจอร์ แต่คือภาระผูกพันของคนอื่นเมื่อแผงควบคุมมีปัญหาตอนตีสอง มีเส้นทางอัปเกรดที่ชัดเจนเมื่อจำนวนบัญชีลูกค้าโตขึ้น ผ่านลำดับ Subscription, Account และ Reseller และมีการกระจายสิทธิ์ที่ส่งต่อให้ลูกค้าหรือพาร์ทเนอร์ได้อย่างปลอดภัย ค่าบริการนี้จะคุ้มก็ต่อเมื่อมีรายได้ของคนอื่นวิ่งอยู่บนเครื่องของคุณ ถ้าคุณโฮสต์เว็บลูกค้า ต้องการให้ลูกค้ามีบัญชีของตัวเอง และต้องการมีคนให้โทรหา Plesk on Cloud คือคำตอบ และเรามี Support ดูแลให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ย้ายเว็บลูกค้าจากโฮสติ้งเดิมมาที่ Plesk on Cloud ได้ไหม ?

ย้ายได้ครับ และเป็นงานที่เราแนะนำให้คุยกับทีมงานก่อนเริ่ม เพราะการย้ายเว็บหลายรายพร้อมกันมีรายละเอียดที่ต่างจากการย้ายเว็บเดียวมาก ทั้งจำนวนโดเมน ขนาดฐานข้อมูล ระบบอีเมลของลูกค้าแต่ละราย และช่วงเวลาที่ยอมให้กระทบได้ ข้อมูลเหล่านี้เป็นตัวกำหนดทั้งสเปคเซิร์ฟเวอร์และ Edition ที่เหมาะสม

เรามีผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้บริการในการดูแล ให้คำปรึกษา และช่วยเหลือ ฟรี ไม่มีค่าบริการเพิ่มเติม พร้อมทีม Support ตลอด 24 ชั่วโมง และเนื่องจากคุณ Remote ได้ถึงระบบ Root และปรับเพิ่มลดสเปคเองได้ตลอดเวลา จึงไม่ต้องกลัวว่าจะเลือกสเปคผิดตั้งแต่วันแรกแล้วแก้ไม่ได้ ติดต่อทีมงานเพื่อวางแผนการย้ายร่วมกันได้ฟรี

เริ่มต้นใช้งาน Plesk on Cloud อย่างไร ขอใบเสนอราคาได้ที่ไหน ?

สั่งซื้อเองได้ทันทีผ่านระบบ เลือก Plesk Edition ที่เหมาะกับการใช้งาน แล้วระบบจะติดตั้ง Server อัตโนมัติพร้อมใช้งานใน 1 นาที โดย Plesk Control Panel ถูกติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานบนคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ตั้งแต่ต้น ไม่ต้องตั้งค่าเอง หลังจากนั้นคุณควบคุม Server ได้เองผ่าน Control Panel ปรับเพิ่มลดสเปค จัดการ IP และ DNS หรือกู้คืนข้อมูลได้ด้วยตัวเอง

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าควรใช้ Edition ไหน ต้องใช้สเปคเท่าไหร่ หรือต้องการให้เราช่วยวางแผนย้ายเว็บลูกค้าเข้ามา ติดต่อทีมงานเพื่อขอใบเสนอราคาได้ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด โทร 061-989-8891 หรือ LINE @thaidatacloud ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทีมงานจะประเมินจากจำนวนเว็บ ลักษณะงาน และระบบปฏิบัติการที่คุณต้องใช้ แล้วเสนอราคารวมทั้งเซิร์ฟเวอร์และ Plesk Edition ให้ตรงกับการใช้งานจริง

พร้อมเริ่มโฮสต์เว็บลูกค้าบนแผงควบคุมของคุณเองแล้วหรือยัง

เรามีทีมช่วยคุณเลือก Plesk Edition และสเปคเซิร์ฟเวอร์ที่เหมาะกับงานจริงของคุณ ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด