Ransomware หยุดที่ชั้นไหน และ Backup แบบไหนที่กู้คืนได้จริง
เรื่องที่วงการนี้มักไม่พูดตรงๆ คือ ทุกชั้นที่อยู่หน้าเซิร์ฟเวอร์ช่วยลดโอกาสถูกโจมตี แต่ไม่มีชั้นไหนเปลี่ยนผลลัพธ์เมื่อถูกโจมตีสำเร็จไปแล้ว สิ่งเดียวที่เปลี่ยนผลลัพธ์ได้คือสำเนาข้อมูลที่กู้คืนได้จริง
ชั้นที่เรามีให้ ไล่จากด้านนอกเข้ามา เริ่มจาก ฟรีระบบป้องกันการโจมตี Anti D-DoS ที่ทำให้เซิร์ฟเวอร์ยังเข้าถึงได้แม้ตอนถูกถล่ม ถัดมาคือ ฟรี Firewall Layer 7 และ WAF ที่กรองและตรวจสอบปริมาณข้อมูล ทำงานด้วยการระบุ IP Address ในแบล็คลิสต์ อัปเดตทุกวัน เพื่อปกป้องช่องโหว่ล่าสุดในเชิงรุก
แต่ Ransomware ส่วนใหญ่ไม่ได้พังประตูเข้ามา มันเดินเข้ามาทางปลั๊กอินที่ไม่ได้อัปเดต หรือรหัสผ่านแผงควบคุมที่หลุดออกไป แล้วไฟร์วอลล์ก็ปล่อยผ่าน เพราะมันดูเหมือนลูกค้ากำลังใช้งานตามปกติ ชั้นที่ตัดสินว่าสัปดาห์นั้นของคุณจะเป็นอย่างไร จึงเป็นชั้นสุดท้าย นั่นคือ Full Backup OS บน Cloud Backup Storage ที่มาพร้อม สำรองข้อมูลอัตโนมัติ พร้อมกู้คืนได้ด้วยตัวเอง และข้อมูลปลอดภัยด้วยระบบ Three Data Copies
หลักการที่ควรจำคือ ข้อมูลสำรองที่อยู่บนเครื่องเดียวกับสิ่งที่ถูกเข้ารหัส ไม่ใช่ข้อมูลสำรอง แต่คือเหยื่อรายที่สอง การเก็บไว้นอกเครื่องและกู้คืนเองได้ ทำให้การกู้คืนเป็นการตัดสินใจ ไม่ใช่การเจรจา และถ้าคุณโฮสต์เว็บลูกค้าหลายรายบนเครื่องเดียว ความเสียหายจะเกิดกับลูกค้าทุกรายพร้อมกัน เส้นทางการกู้คืน ไม่ใช่ไฟร์วอลล์ จึงเป็นสิ่งที่ควรตรวจให้ชัดก่อนเซ็นสัญญา