Scalability
มีความสามารถในการเพิ่ม-ลดขนาดตามความต้องการได้ง่าย จัดสรรทรัพยากรเพิ่มเติมเพื่อให้แน่ใจว่ามีประสิทธิภาพสูงสุด ในช่วงที่มีทราฟฟิกสูงและปรับลดขนาดลงเมื่อทราฟฟิกลดลง
คลาวด์เว็บและแอพพลิเคชั่นเซิร์ฟเวอร์ ใช้งานง่ายและยืดหยุ่นตามการใช้งาน ด้วยโครงสร้างระบบคลาวด์ที่เร็วและแรงแบบไม่จำกัด Data Transfer ทั้งในและต่างประเทศ
ด้วยความต้องการขององค์กรที่แตกต่าง เราจึงมอบโซลูชั่นที่เหมาะสม ระบบที่ยืดหยุ่น สำหรับแต่ละองค์กรให้สามารถปรับแต่งขนาดคลาวด์และการประมวลผลที่ต้องการ มีประสิทธิภาพที่แข่งขันได้มากที่สุด มีความพร้อมใช้งานสูงสำหรับการใช้งานที่หลากหลายสถานการณ์

มีความสามารถในการเพิ่ม-ลดขนาดตามความต้องการได้ง่าย จัดสรรทรัพยากรเพิ่มเติมเพื่อให้แน่ใจว่ามีประสิทธิภาพสูงสุด ในช่วงที่มีทราฟฟิกสูงและปรับลดขนาดลงเมื่อทราฟฟิกลดลง
ลดความเสี่ยงของการหยุดทำงานที่เกิดจากความผิดพลาดของฮาร์ดแวร์ ด้วยระบบคลาวด์ที่มีโครงสร้างและกลไกการสำรองข้อมูล ปลอดภัย ป้องกันการ Failover เพิ่มความพร้อมใช้งาน
มีความยืดหยุ่นอย่างมากสำหรับธุรกิจ สภาพแวดล้อมบนระบบคลาวด์ช่วยให้ปรับใช้งานบนเซิร์ฟเวอร์ รวมถึงบริการที่เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็ว ง่ายต่อการกำหนดค่าและการตั้งค่าต่าง ๆ
จัดเก็บข้อมูลบน Global Cloud ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาอุปกรณ์ จ่ายตามการใช้งานจริง ลดค่าขั้นตอน ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายองค์กรในการจัดการไอที เพิ่มความพร้อมในการใช้งาน
เว็บ WordPress โดยเฉพาะ พร้อม Cache หลายชั้นที่ตั้งค่ามาให้แล้ว
อยากจัดการเว็บ โดเมน และอีเมลผ่าน Control Panel แทนการใช้บรรทัดคำสั่ง
Control Panel ที่เบาและเน้นความเร็วสำหรับเว็บ PHP
หน้านี้คือฐานที่ยืดหยุ่นที่สุด แลกกับการที่คุณต้องดูแลสแตกของตัวเอง (หรือให้เราดูแลผ่าน Managed Service)
สิ่งที่คุณได้จริงจากบริการนี้คือเครื่องเซิร์ฟเวอร์พร้อมสิทธิ์ Root ไม่ใช่สภาพแวดล้อมสำเร็จรูปที่ล็อกภาษาไว้ให้แล้ว ตามคำของหน้านี้เองคือ “สามารถติดตั้ง Packages เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา คุณสามารถ Remote ได้ถึงระบบ Root” เมื่อเครื่องเป็นของคุณ การเลือกภาษาและเฟรมเวิร์กจึงเป็นการตัดสินใจของทีมพัฒนา ไม่ใช่ข้อจำกัดของผู้ให้บริการ
ลองไล่ดูว่าคำขอหนึ่งคำขอเดินทางอย่างไร ด่านแรกคือ Firewall Layer 7 และ Anti D-DoS ที่คัดกรองก่อนถึงเครื่องของคุณ จากนั้น reverse proxy จะเป็นตัวถือ SSL อยู่ที่พอร์ต 443 แล้วส่งต่อไปยัง runtime ที่คุณติดตั้งไว้บนพอร์ตภายใน และ runtime นั้นจึงคุยกับ Cloud Database อีกทอดหนึ่ง จุดสำคัญอยู่ตรงการส่งต่อนี้เอง เพราะโลกภายนอกเห็นแค่พอร์ต 443 ส่วนหลังพอร์ตนั้นจะเป็นภาษาอะไรก็ได้ และเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง
สังเกตว่าทุกข้อคือ “ติดตั้งเองได้เพราะคุณมี root” ไม่ใช่ “ติดตั้งมาให้แล้ว” อิมเมจสำเร็จรูปที่เรามีให้เลือกใช้คือ WordPress และ Magento ส่วนสแตกอื่นคุณเป็นคนกำหนดเองทั้งหมด
คุณเลือกสแตก เราดูแลชั้นล่าง
เว็บ/แอปพลิเคชันเซิร์ฟเวอร์ ทำงานภายในสภาพแวดล้อมการประมวลผลแบบคลาวด์ เหมาะสำหรับเว็บไซต์ เว็บแอปพลิเคชัน มีระบบปฏิบัติการและแอปพลิเคชันที่พร้อมใช้งานทันทีที่หลากหลาย

เพิ่ม Load Balance เพื่อการกระจายการรับส่งข้อมูล และการโหลดอย่างมีประสิทธิภาพในเซิร์ฟเวอร์หลายอินสแตนซ์ ช่วยจัดการกับปริมาณการรับส่งข้อมูลที่สูงและการประมวลผลข้อมูลจำนวนมากให้ใช้งานได้อย่างไม่ติดขัด แก้ปัญหาเว็บไซต์ Over Load

รวบรวมคุณสมบัติของคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ให้ครบในที่เดียว บนแพลตฟอร์มที่สมบูรณ์แบบที่สุด สำหรับการพัฒนาเว็บ/แอปพลิเคชันบนคลาวด์ในทุกอุตสาหกรรม

| องค์ประกอบ | Standard | Load Balance | Enterprise Large |
|---|---|---|---|
| Web Server | มี | มี | มี |
| Cache Server | ไม่มี | ไม่มี | มี |
| Load Balance | ไม่มี | มี | มี |
| Private Network | ไม่มี | ไม่มี | มี |
| Cloud Database | มี | มี | มี |
| Firewall | มี | มี | มี |
ตารางนี้สรุปจากองค์ประกอบของทั้งสามระดับด้านบน ยังไม่แน่ใจว่าระบบของคุณควรเริ่มที่ระดับไหน ทีมงานประเมินให้ฟรี
Scale Up คือการปรับ เพิ่ม - ลด สเปคเองบนเครื่องเดิม เพิ่ม vCPU และ RAM ให้เครื่องที่มีอยู่ใหญ่ขึ้น ส่วน Scale Out คือการเพิ่มจำนวนอินสแตนซ์ แล้วให้ Load Balance ทำหน้าที่ “กระจายการรับส่งข้อมูล และการโหลดอย่างมีประสิทธิภาพในเซิร์ฟเวอร์หลายอินสแตนซ์” ทั้งสองทางพาคุณไปได้ไกลขึ้นเหมือนกัน แต่ราคาที่ต้องจ่ายต่างกันมาก
สรุปข้อแลกเปลี่ยนในประโยคเดียว: Scale Up ไม่ต้องแก้โค้ดเลย แต่โตได้เท่าที่เครื่องเดียวจะโตไหว ส่วน Scale Out โตได้ไกลกว่าและทนเครื่องเสียได้ แต่แอปต้องพร้อม
ทั้งสามข้อไม่ใช่เรื่องของสเปค แต่เป็นเรื่องของการออกแบบแอป ถ้าวางไว้ตั้งแต่ต้น การเพิ่มเครื่องในอนาคตจะเป็นแค่การกดเพิ่ม ถ้ายังไม่พร้อม เริ่มที่ Scale Up ก่อนได้ แล้วค่อยขยับไป Load Balance ทีหลัง
What's included
ทุกข้อรวมอยู่ในบริการแล้ว ไม่ต้องจ่ายเพิ่มทีหลัง
ในบริการนี้ “ไม่จำกัด” หมายถึง ไม่จำกัดปริมาณ Data Transfer บนเครือข่าย Domestic & Inter Network ระดับ 100Gbps ทั้งในและต่างประเทศ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มตามปริมาณข้อมูลที่วิ่งออกจากระบบของคุณ
เรื่องนี้สำคัญกับเว็บแอปและ API มากกว่าเว็บแนะนำองค์กรทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ เพราะโมเดลคิดค่าบริการตามปริมาณข้อมูลขาออก หรือ egress เป็นโมเดลที่พบได้ทั่วไปในตลาดคลาวด์ และผลของมันคือบิลผูกกับความสำเร็จของแอปโดยตรง ยิ่งคนใช้เยอะ ยิ่งจ่ายเยอะ ในเดือนที่คุณควรได้ฉลอง
ทั้งสี่แบบนี้ ปริมาณข้อมูลขาออกขึ้นกับพฤติกรรมผู้ใช้ ไม่ใช่ขนาดเครื่อง จึงเป็นตัวเลขที่ประเมินล่วงหน้าได้ยากที่สุดในบิล
คุณเลือกติดตั้ง Server ได้ทั้งไทยและสิงคโปร์ และเกณฑ์ตัดสินที่ตรงที่สุดคือผู้ใช้หลักของคุณอยู่ที่ไหน เพราะระยะทางเครือข่ายเพิ่มเวลาไป-กลับของทุกคำขอ ตั้งแต่ก่อนที่โค้ดของคุณจะเริ่มทำงานด้วยซ้ำ
ถ้าผู้ใช้และระบบที่มาเรียก API ของคุณอยู่ในไทยเป็นหลัก ให้เลือกไทย ถ้าผู้ใช้กระจายอยู่ในภูมิภาค ให้พิจารณาสิงคโปร์ ถ้ายังไม่แน่ใจ ทีมงานช่วยประเมินจากข้อมูลผู้ใช้จริงของคุณได้ก่อนตัดสินใจ
เลือกระบบปฏิบัติการที่สแตกของคุณต้องการ แล้วติดตั้ง runtime ที่เหลือเองได้เพราะคุณมีสิทธิ์ Root
แอปพลิเคชันสำเร็จรูปที่มีอิมเมจพร้อมติดตั้ง
สิ่งที่กำหนดสเปคจริงๆ ไม่ใช่จำนวนผู้ใช้ทั้งหมด แต่คือจำนวนคำขอที่ทำงานพร้อมกัน และงานที่แต่ละคำขอต้องทำ
| ลักษณะระบบของคุณ | สิ่งที่มักเป็นคอขวด | แนวทางที่เราแนะนำ |
|---|---|---|
| เว็บแอปภายในองค์กร ผู้ใช้หลักสิบถึงหลักร้อย | คำขอพร้อมกันไม่สูง แต่บางหน้าประมวลผลหนัก | เริ่มที่ Standard Web/Application Server แล้วปรับ เพิ่ม - ลด สเปคเองได้ตลอดเวลาเมื่อผู้ใช้เพิ่ม |
| API สำหรับแอปมือถือ เรียกถี่แต่คำขอสั้น | จำนวนคำขอพร้อมกันและจำนวน worker ไม่ใช่ขนาดของแต่ละคำขอ | เน้น vCPU ต่อจำนวน worker และวางแผน Scale Out ตั้งแต่ต้นโดยไม่เก็บ session ไว้บนเครื่อง |
| ระบบที่ประมวลผลข้อมูลหรือไฟล์เบื้องหลัง | งานหนักเบื้องหลังแย่ง CPU กับคำขอที่ผู้ใช้กำลังรอ | เน้น RAM และ vCPU และแยกงานเบื้องหลังออกจากเครื่องที่รับทราฟฟิกเมื่อโตขึ้น |
| ฐานข้อมูลอยู่บนเครื่องเดียวกับแอป | ดิสก์กลายเป็นคอขวดเมื่อมีผู้ใช้พร้อมกันหลายคน | ใช้ Extreme SSD ระดับ 1,000,000 IOPS และแยก Cloud Database ออกเป็นอีกส่วนเมื่อข้อมูลโตขึ้น |
| ทราฟฟิกพุ่งเป็นช่วง ตามแคมเปญหรือเทศกาล | เครื่องเดียวรับคำขอพร้อมกันไม่ไหวในช่วงพีค | เพิ่ม Load Balance กระจายไปหลายอินสแตนซ์ และอาศัย Data Transfer แบบไม่จำกัดจึงไม่มีค่าใช้จ่ายแปลกใจตอนพีค |
ตารางนี้เป็นแนวทางประเมินเบื้องต้น ทีมงานประเมินสเปคที่เหมาะสมให้ฟรีจากระบบจริงของคุณ เพราะคุณปรับเพิ่มลดสเปคเองได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว
สามารถติดตั้ง Packages เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา คุณสามารถ Remote ได้ถึงระบบ Root และรองรับการพัฒนาเมื่อธุรกิจขยายใหญ่ขึ้น ไม่เพิ่มภาระงานในการเริ่มต้นใหม่
เรามีผู้เชี่ยวชาญทางด้าน Cloud Web/Application Server พร้อมให้บริการในการดูแล ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ รวมไปถึงการดูแล Managed Service ฟรี ไม่มีค่าบริการเพิ่มเติม
พร้อมทีม Support ดูแลให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และคุณยังควบคุม Server ได้เองผ่าน Control Panel ทั้งการปรับสเปค เพิ่ม - ลด IP Address จัดการ DNS และกู้คืนข้อมูลด้วยตัวเอง
บริการที่เกี่ยวข้อง
FAQs
Web Hosting ทั่วไปคือการแบ่งพื้นที่บนเครื่องที่มีผู้ใช้หลายรายอยู่ร่วมกัน คุณอัปโหลดไฟล์เว็บขึ้นไปได้ แต่เลือกไม่ได้ว่าเครื่องนั้นจะมีภาษาหรือเวอร์ชันไหนติดตั้งอยู่ และเพิ่มอะไรเองก็ไม่ได้ ส่วน Cloud Web/Application Server คือเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของคุณเองบนคลาวด์ ที่คุณ Remote ได้ถึงระบบ Root และติดตั้ง Packages เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา
ความต่างนี้จะสำคัญทันทีเมื่อคุณไม่ได้ทำแค่เว็บไซต์ แต่ทำเว็บแอปพลิเคชันหรือ API ที่มีเงื่อนไขเฉพาะของตัวเอง เช่น ต้องใช้ runtime เวอร์ชันที่กำหนด ต้องเปิดพอร์ตภายใน ต้องรันงานเบื้องหลัง หรือต้องต่อกับ Cloud Database แยกส่วน ทั้งหมดนี้ทำได้บนเครื่องที่คุณเป็นเจ้าของทรัพยากรเอง พร้อมปรับ เพิ่ม - ลด สเปคเองได้ตลอดเวลาเมื่อระบบโตขึ้น
ได้ทั้งหมด เพราะสิ่งที่เราส่งมอบคือเครื่องเซิร์ฟเวอร์พร้อมสิทธิ์ Root ไม่ใช่สภาพแวดล้อมสำเร็จรูปที่ล็อกภาษาไว้ให้แล้ว คุณเลือกระบบปฏิบัติการที่ต้องการก่อน เช่น Ubuntu, Debian, CentOS, Fedora, openSUSE, CoreOS, FreeBSD, EulerOS, openEuler หรือ Windows แล้วจึงติดตั้ง runtime กับ framework ที่โปรเจกต์ของคุณใช้ได้เอง โดยติดตั้ง Server อัตโนมัติพร้อมใช้งานได้ใน 1 นาที
แนวทางที่พบบ่อยคือใช้ Linux สำหรับ Node.js, Python, Java และ PHP ส่วนงานที่ผูกกับ .NET มักเลือก Windows Server และถ้าอยากเริ่มจากแอปพลิเคชันสำเร็จรูป เรามีอิมเมจให้เลือกใช้ เช่น WordPress และ Magento ถ้ายังไม่แน่ใจว่าสแตกของคุณควรวางบนระบบปฏิบัติการตัวไหน ทีมงานช่วยประเมินให้ได้ก่อนเริ่ม
ถ้าเป้าหมายคือเว็บ WordPress โดยเฉพาะ เรามีหน้าบริการที่ตรงกว่านี้คือ WordPress on Cloud ซึ่งเตรียมระบบ Cache หลายชั้นและการปรับจูนมาให้ตั้งแต่ต้น และถ้าอยากจัดการเว็บ โดเมน และอีเมลผ่าน Control Panel แทนการใช้บรรทัดคำสั่ง ให้ดูที่ Plesk on Cloud หรือ CyberPanel on Cloud ทั้งสามหน้านั้นออกแบบมาสำหรับงานเว็บ CMS โดยเฉพาะ
ส่วน Cloud Web/Application Server หน้านี้ เหมาะกับงานที่ CMS สำเร็จรูปตอบไม่ได้ เช่น เว็บแอปที่ทีมพัฒนาเขียนเอง ระบบหลังบ้านที่ให้แอปมือถือเรียกใช้ผ่าน API หรือระบบที่ต้องต่อกับบริการอื่นภายในองค์กร นี่คือฐานที่ยืดหยุ่นที่สุด แลกกับการที่คุณกำหนดสแตกและดูแลมันเอง หรือจะให้เราดูแลให้ผ่าน Managed Service ก็ได้
ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มตามปริมาณข้อมูล เพราะบริการนี้ให้ Data Transfer แบบไม่จำกัด บนเครือข่าย Domestic & Inter Network ระดับ 100Gbps ทั้งในและต่างประเทศ ทราฟฟิกที่พุ่งขึ้นจากแคมเปญ ช่วงเทศกาล หรือคอนเทนต์ที่ติดกระแส จึงไม่กลายเป็นบิลที่คุณไม่ได้ตั้งงบไว้
จุดนี้ต่างจากโมเดลคิดค่าบริการตามปริมาณข้อมูลขาออก หรือ egress ซึ่งเป็นโมเดลที่พบได้ทั่วไปในตลาดคลาวด์ และทำให้ค่าใช้จ่ายผูกกับความสำเร็จของแอปโดยตรง โดยเฉพาะงานที่ส่งข้อมูลออกเยอะโดยธรรมชาติ เช่น API ที่ตอบข้อมูลให้แอปมือถือเรียกถี่ตลอดวัน หรือระบบที่ให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดไฟล์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ประเมินล่วงหน้าได้ยากที่สุดในบิล
เพิ่มเมื่อเครื่องเดียวรับคำขอพร้อมกันในช่วงพีคไม่ไหว หรือเมื่อคุณรับความเสี่ยงไม่ได้ที่ระบบทั้งระบบจะขึ้นอยู่กับเครื่องเดียว Load Balance จะกระจายการรับส่งข้อมูลและการโหลดอย่างมีประสิทธิภาพในเซิร์ฟเวอร์หลายอินสแตนซ์ ช่วยจัดการกับปริมาณการรับส่งข้อมูลที่สูงและการประมวลผลข้อมูลจำนวนมากให้ใช้งานได้อย่างไม่ติดขัด และแก้ปัญหาเว็บไซต์ Over Load
ก่อนเพิ่ม ให้ตรวจสามข้อที่มักพังตอนมีเครื่องที่สองเสมอ คือ session ที่เก็บไว้ในหน่วยความจำของเครื่อง ไฟล์อัปโหลดที่เขียนลงดิสก์ของเครื่องที่รับคำขอ และงานตามเวลาที่จะถูกรันซ้ำทุกเครื่อง ถ้าแอปยังไม่พร้อมสามข้อนี้ เริ่มจากการปรับสเปคเครื่องเดิมให้ใหญ่ขึ้นก่อนก็ได้ แล้วค่อยขยับไประดับ Load Balance เมื่อแอปพร้อม ทีมงานช่วยดูให้ได้ว่าระบบของคุณอยู่จุดไหน
หมายความว่าคุณไม่ต้องเดาสเปคให้ถูกตั้งแต่วันแรก และไม่ต้องรอรอบสัญญาเพื่อจะเปลี่ยน คุณควบคุม Server ได้เองผ่าน Control Panel ทั้งการปรับ เพิ่ม - ลด สเปค การเพิ่ม - ลด IP Address และการจัดการ DNS โดยจัดสรรทรัพยากรเพิ่มในช่วงที่มีทราฟฟิกสูง แล้วปรับลดขนาดลงเมื่อทราฟฟิกลดลง
ในทางปฏิบัติ แนวทางที่คุ้มที่สุดคือเริ่มจากสเปคที่พอดีกับการใช้งานจริงในตอนนี้ แล้วค่อยขยับตามที่วัดได้ แทนที่จะซื้อเผื่อไว้ล่วงหน้าหลายเท่า ถ้าต้องการทราบรายละเอียดขั้นตอนการปรับสเปคสำหรับระบบของคุณโดยเฉพาะ ทีมงานอธิบายและช่วยวางแผนให้ได้ก่อนดำเนินการ
เลือกได้ทั้งไทยและสิงคโปร์ และเกณฑ์ตัดสินที่ตรงที่สุดคือผู้ใช้หลักของคุณอยู่ที่ไหน เพราะระยะทางเครือข่ายเพิ่มเวลาไป-กลับของทุกคำขอ ตั้งแต่ก่อนที่โค้ดของคุณจะเริ่มทำงานด้วยซ้ำ ถ้าผู้ใช้และระบบที่มาเรียก API ของคุณอยู่ในไทยเป็นหลัก การติดตั้งที่ไทยคือคำตอบที่ตรงไปตรงมาที่สุด
ถ้าผู้ใช้กระจายอยู่ในภูมิภาค หรือคุณต้องเชื่อมกับบริการอื่นที่อยู่ในสิงคโปร์อยู่แล้ว การเลือกสิงคโปร์ก็สมเหตุสมผลกว่า ไม่ว่าจะเลือกโซนไหน คุณก็ได้ Data Transfer แบบไม่จำกัดบนเครือข่าย 100Gbps ทั้งในและต่างประเทศเหมือนกัน ถ้าไม่แน่ใจ ทีมงานช่วยประเมินจากข้อมูลผู้ใช้จริงของคุณได้
สิ่งที่กำหนดสเปคจริงๆ ไม่ใช่จำนวนผู้ใช้ทั้งหมด แต่คือจำนวนคำขอที่ทำงานพร้อมกัน และงานที่แต่ละคำขอต้องทำ API ที่เรียกถี่แต่คำขอสั้น จะถูกกำหนดด้วยจำนวน worker และ vCPU เป็นหลัก ส่วนระบบที่ประมวลผลข้อมูลหรือไฟล์เบื้องหลังจะกินทั้ง RAM และ vCPU และถ้าฐานข้อมูลอยู่บนเครื่องเดียวกับแอป ดิสก์จะกลายเป็นคอขวดทันทีเมื่อมีผู้ใช้พร้อมกันหลายคน ซึ่งเป็นเหตุผลที่เราให้ Extreme SSD ระดับ 1,000,000 IOPS
คำแนะนำของเราคือเริ่มจากสเปคที่พอดีกับการใช้งานจริง แล้วปรับเพิ่มลดภายหลังตามที่วัดได้ เพราะคุณเปลี่ยนสเปคเองได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว และเมื่อโตจนเครื่องเดียวไม่พอ ค่อยขยับไประดับ Load Balance หรือ Enterprise Large ที่มี Cache Server และ Private Network เพิ่มเข้ามา ทีมงานประเมินสเปคที่เหมาะสมให้ฟรีจากระบบจริงของคุณ
ในด้านการป้องกัน เราให้ฟรีทั้งระบบป้องกันการโจมตี Anti D-DoS และ Firewall Layer 7 ซึ่งคัดกรองและตรวจสอบข้อมูลที่วิ่งเข้าระบบของคุณ โดยที่คุณยังจัดการ IP Address และ DNS ได้เองผ่าน Control Panel ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในบริการแล้ว
ในด้านข้อมูล มีระบบสำรองข้อมูลอัตโนมัติที่คุณกู้คืนได้ด้วยตัวเอง และข้อมูลถูกเก็บด้วยระบบ Three Data Copies พร้อม High Availability ตลอดเวลา 99.99% จึงลดความเสี่ยงของการหยุดทำงานที่เกิดจากความผิดพลาดของฮาร์ดแวร์ และมีทีม Support ดูแลให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าใช้จ่ายขึ้นกับสเปคที่คุณใช้ ระดับที่เลือก ตั้งแต่ Standard Web/Application Server ไปจนถึงระดับที่มี Load Balance และ Cache Server และขอบเขตการดูแลที่ต้องการ เราจึงเสนอราคาให้ตรงกับการใช้งานจริงมากกว่าขายเป็นแพ็กเกจสำเร็จรูป ที่มักจ่ายเกินในสิ่งที่ไม่ได้ใช้ และขาดในสิ่งที่ต้องใช้จริง
ถ้าอยากเริ่มเลย สร้างเครื่องเองได้ทันทีผ่านระบบ ติดตั้ง Server อัตโนมัติพร้อมใช้งานใน 1 นาที หรือถ้าต้องการให้เราประเมินสเปคและช่วยวางสถาปัตยกรรมให้เหมาะกับแอปของคุณ ติดต่อทีมงานเพื่อขอใบเสนอราคาได้ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด โทร 061-989-8891 หรือ LINE @thaidatacloud ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
เรามีทีมช่วยคุณประเมินสเปคและวางสถาปัตยกรรมที่เหมาะกับแอปของคุณ ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด