Cloud Backup สำหรับฐานข้อมูล ระดับ EnterpriseDatabase Backup

สำรองฐานข้อมูล MySQL, SQL Server, PostgreSQL, Oracle, MongoDB และ SAP HANA แบบ Hot Backup ไม่ต้องปิดระบบ พร้อม Continuous Data Protection กู้คืนย้อนเวลาได้ถึงวินาทีที่ต้องการ และเก็บไฟล์สำรองไว้บนคลาวด์อย่างปลอดภัย

  • ก่อตั้งปี 2016
  • ISO/IEC 27001 · ISO 22301
  • Data Center ไทย + สิงคโปร์
  • SLA 99.9%
10+
ประเภทฐานข้อมูลที่รองรับ
1TB/ชม.
การันตีความเร็วในการ Backup
30:1
อัตราส่วนการบีบอัดข้อมูล
AES-256
เข้ารหัสข้อมูล 2 ชั้น

ขนาดการสำรองข้อมูลได้ตามปริมาณข้อมูลจริง การันตีความเร็วในการ Backup 1TB ต่อชั่วโมง

Database Backup คือบริการสำรองฐานข้อมูลขึ้นคลาวด์

Comprehensive Support for Enterprise applications รองรับการสำรองข้อมูลกว่า 10 ประเภทเช่น MySQL, SQL Server, PostgreSQL, Oracle, MongoDB, Redis, PPAS, MariaDB ครอบคลุมการทำงานกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ให้คุณเลือกไฟล์หรือไดเร็กทอรี ตารางฐานข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์เพื่อสำรองข้อมูล และสามารถกำหนดนโยบายการสำรองข้อมูลเองได้

SAP HANA Backup

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสำรองข้อมูล Databases ทั้งจากเซิร์ฟเวอร์ภายในองค์กร และเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งไว้ใน Data Center ที่คุณดูแลอยู่เองไม่ว่าที่ใดในโลก ขนาดการสำรองข้อมูลได้ตามปริมาณข้อมูลจริง เพิ่มปฏิทินและไทม์ไลน์สำหรับเลือกช่วงเวลาที่ต้องการกู้คืนข้อมูลได้ การันตีความเร็วในการ Backup 1TB ต่อชั่วโมง

แผนภาพบริการ Database Backup ของ THAI DATA CLOUD สำรองฐานข้อมูลหลายชนิดขึ้นเก็บบนคลาวด์

ประหยัด ปลอดภัย และรองรับได้ทุกสภาพแวดล้อม

สามจุดเด่นที่ทำให้ Database Backup ต่างจากการสำรองข้อมูลแบบเดิม

ประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าเดิม

ประหยัดค่าใช้จ่ายได้กว่า 70% จากการใช้ระบบ Backup แบบทั่วไป ด้วยเทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูลขั้นสูง ทำให้ได้ผลลัพธ์ Ratio 30:1 เช่น ข้อมูลขนาด 30GB เมื่อใช้ Cloud Backup สำรองข้อมูลไฟล์ Backup จะเหลือเพียง 1GB ทำให้เหลือพื้นที่ในการเก็บ Backup Files ได้นานขึ้น และยังช่วยให้คุณสำรองข้อมูลไปยังคลาวด์ได้อย่างรวดเร็ว

ความปลอดภัยสำคัญที่สุด

เพื่อให้ระบบเข้ารหัสข้อมูลมีความน่าเชื่อถือสูงและครอบคลุม Database Backup ของ THAI DATA CLOUD มีการเข้ารหัสข้อมูลขั้นสูง 2 ชั้นโดย AES256 Channel HTTPS encrypted ตั้งแต่ขั้นตอนการบีบอัดข้อมูลและตลอดการส่งข้อมูลระหว่างเครือข่าย (Double security guarantee of the data itself and the transmission channel)

รองรับสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย

สามารถเพิ่มไฟล์และฐานข้อมูลได้หลายประเภท รองรับการสำรองฐานข้อมูลแบบไฮบริด (Hybrid backup recovery) ทั้งแบบ Physical Server สำรองฐานข้อมูลบนเครือข่ายส่วนตัว บนเซิร์ฟเวอร์ของศูนย์ข้อมูลภายในองค์กร และฐานข้อมูลระบบคลาวด์จากผู้ให้บริการอื่น รองรับระบบนิเวศแบบบูรณาการ (Integrated Ecosystem)

Supported Data Sources

รองรับฐานข้อมูลกว่า 10 ประเภทที่องค์กรใช้งานจริง ครอบคลุมทั้งฐานข้อมูลขนาดเล็กจนถึงระดับ Enterprise

  • MySQL
  • Oracle
  • Microsoft SQL Server
  • SAP HANA
  • MySQL
  • SQL Server
  • PostgreSQL
  • Oracle
  • MongoDB
  • Redis
  • PPAS
  • MariaDB
  • SAP HANA

ทำไมฐานข้อมูลที่กำลังทำงานอยู่ ถึงสำรองด้วยการก๊อปปี้ไฟล์ไม่ได้

ฐานข้อมูลที่เปิดใช้งานอยู่ ไม่สามารถสำรองด้วยการก๊อปปี้ไฟล์เหมือนไฟล์เอกสารทั่วไปได้ และนี่คือเหตุผล

ฐานข้อมูลที่กำลังให้บริการจะเปิดไฟล์ข้อมูลค้างไว้และเขียนข้อมูลอยู่ตลอดเวลา ในทุกเสี้ยววินาที ข้อมูลที่ผู้ใช้ commit แล้วส่วนหนึ่งยังค้างอยู่ในหน่วยความจำ (buffer pool) ยังไม่ถูก flush ลงดิสก์ ขณะเดียวกันบนดิสก์เองก็มี เพจที่เขียนค้างไว้ไม่สมบูรณ์ และธุรกรรมที่ยังทำไม่จบคาอยู่ ภาพของข้อมูลจึงเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาที่คุณกำลังคัดลอกมัน

ปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อก๊อปปี้ไฟล์ของฐานข้อมูลที่ยังทำงานอยู่ มีสามข้อที่เป็นรูปธรรม:

  • ไฟล์ถูกเปิดและล็อกอยู่: ฐานข้อมูลถือครองไฟล์ข้อมูลไว้ตลอดเวลา การอ่านไฟล์ตรงๆ จึงได้ภาพที่ไม่นิ่ง
  • มีธุรกรรมกำลังทำงานระหว่างที่คัดลอก: ระหว่างที่ไล่ก๊อปปี้ทีละไฟล์ ยังมีคนเขียนข้อมูลใหม่เข้ามาเรื่อยๆ ต้นไฟล์กับปลายไฟล์จึงเป็นข้อมูลคนละจังหวะกัน
  • ลำดับการเขียนยังไม่ครบ: ข้อมูลบางส่วนอยู่ในหน่วยความจำ ยังไม่ถูกเขียนลงดิสก์ สิ่งที่คุณคัดลอกจากดิสก์จึงยังไม่ใช่สถานะที่สมบูรณ์

ผลก็คือ ถ้าใช้ cp, rsync หรือถ่าย snapshot ระดับสตอเรจโดยไม่ประสานกับตัวฐานข้อมูล คุณจะได้ไฟล์ที่เป็นข้อมูลคนละจังหวะปนกัน กลายเป็นเพจที่ฉีกขาด (torn pages) ธุรกรรมที่ทำครึ่งเดียว และดัชนีที่พัง เมื่อนำไปกู้คืน ฐานข้อมูลมักจะเปิดไม่ขึ้น หรือแย่กว่านั้นคือเปิดขึ้นได้แต่ข้อมูลเพี้ยนโดยไม่มีใครรู้ตัวจนกว่าจะสายเกินไป

ด้วยเหตุนี้ฐานข้อมูลจึงต้องสำรองด้วยวิธีที่เข้าใจกลไกภายในของมัน คือทำ backup ที่สอดคล้องกันในเชิงธุรกรรมผ่านกลไก Hot Backup หรือ Online Backup ของแต่ละเอนจินโดยตรง ซึ่งเป็นสิ่งที่บริการนี้ทำให้ นี่คือความต่างสำคัญจากการสำรองไฟล์ทั่วไป อย่างการสำรองไฟล์ในองค์กรด้วย On Premise to Cloud Backup หรือการสำรองอุปกรณ์จัดเก็บไฟล์ด้วย NAS Backup ซึ่งทำงานที่ระดับไฟล์ การสำรองไฟล์เพียงอย่างเดียวจึงยังไม่พอสำหรับฐานข้อมูลที่กำลังทำงานอยู่

แผนผังเปรียบเทียบสองแบบ แบบบนคือการก๊อปปี้ไฟล์ตรงๆ ด้วย cp rsync หรือ snapshot ขณะฐานข้อมูลทำงาน ซึ่งคว้าเอาทั้ง buffer pool ในหน่วยความจำ ธุรกรรมที่ยังทำไม่จบ และไฟล์ข้อมูลที่เขียนไม่สมบูรณ์มาปนกัน ได้ผลลัพธ์เป็นเพจที่ฉีกขาดและกู้คืนไม่สำเร็จ แบบล่างคือ online backup ที่เข้าใจกลไกฐานข้อมูล ใช้ consistent checkpoint บวก transaction log จึงได้ภาพข้อมูลที่สอดคล้องกันในเชิงธุรกรรมและกู้คืนได้สำเร็จ
ก๊อปปี้ไฟล์กลางคันได้ข้อมูลคนละจังหวะที่กู้ไม่ขึ้น ส่วน online backup ที่ประสานกับเอนจินได้ภาพที่สอดคล้องกัน

Hot Backup กับ Online Backup สำรองได้โดยไม่ต้องปิดฐานข้อมูล

สำรองฐานข้อมูลได้โดยระบบยังเปิดให้บริการตามปกติ ไม่ต้องมีช่วงหยุดให้บริการ

Cold Backup ต้องปิดระบบก่อน

Cold Backup คือการหยุดฐานข้อมูลก่อนแล้วจึงคัดลอกไฟล์ วิธีนี้ได้ข้อมูลที่สอดคล้องกันก็จริง แต่ต้องแลกด้วยช่วงเวลาที่ระบบหยุดทำงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ระบบ Production ที่ต้องให้บริการตลอดเวลารับไม่ได้ ยิ่งฐานข้อมูลใหญ่ ช่วงหยุดก็ยิ่งยาว

Hot Backup หรือ Online Backup ไม่ต้องหยุดเลย

Hot Backup หรือ Online Backup คือการสำรองข้อมูลขณะฐานข้อมูลยังรับทราฟฟิกและให้บริการตามปกติ ระบบสำรองจะประสานกับตัวฐานข้อมูล เพื่อให้ได้ภาพข้อมูลที่สอดคล้องกันในเชิงธุรกรรม โดยเริ่มจากตั้ง consistent checkpoint หนึ่งจุด แล้วคัดลอกบล็อกข้อมูลไปพร้อมกับ ติดตามทุกความเปลี่ยนแปลงผ่าน transaction log จากนั้นนำ log มาปรับใช้กับชุดข้อมูลที่คัดลอกไว้ ให้กลายเป็นชุดที่สอดคล้องกันในตัวเอง คล้ายกับขั้นตอนกู้คืนหลังเครื่องดับ (crash recovery)

ผลลัพธ์คือคุณได้จุดข้อมูลที่นำไปกู้คืนได้จริงและสอดคล้องกัน โดยไม่มีช่วงที่ระบบหยุดให้บริการ นี่คือเหตุผลที่คุณสามารถเลือกได้เองว่า จะสำรองทั้งเซิร์ฟเวอร์ เลือกเฉพาะไดเร็กทอรี หรือเลือกเฉพาะตารางที่ต้องการ และกำหนดนโยบายการสำรองข้อมูลเองได้บนเครื่องที่ยังทำงานอยู่ โดยการันตีความเร็วในการ Backup ที่ระดับ 1TB ต่อชั่วโมง

Traditional Backup Solutions เทียบกับ Cloud Backup & Recovery Service

เหตุผลที่องค์กรซึ่งจริงจังกับฐานข้อมูล เลิกลงทุนซื้ออุปกรณ์สำรองมาดูแลเองกันเกือบทั้งหมด

Traditional Backup SolutionsCloud Backup & Recovery Service (THAI DATA)
ต้นทุนและการลงทุนราคาสูง: การจัดทำระบบ Backup แบบเดิม ต้องจัดซื้อทั้ง Hardware backup server ค่า storage ที่จะนำมาใช้ในการจัดเก็บ และค่า Software License สำหรับระบบ Backup ทำให้มีต้นทุนในการจัดการที่ค่อนข้างสูงประหยัดและควบคุมค่าใช้จ่ายได้: ไม่ต้องจัดซื้อ Backup Server / ไม่ต้องลงทุนค่า Software License เรามีให้พร้อมใช้งานได้ทันที ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 80% จาก Traditional Backup
การสำรองข้ามพื้นที่การทำ Cross Region เป็นไปได้ลำบาก: หลายอุตสาหกรรมที่ต้องการทำสำรองข้อมูลข้าม Data Center ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ลูกค้าจำเป็นต้องลงทุนด้วยเม็ดเงินที่มากกว่า 10 ล้านบาท สำหรับอุปกรณ์ บุคคล และระบบเน็ตเวิร์คในการจัดทำ DR-Site / Cross regionมาตรฐานระดับ Enterprise: Cloud ของเรามี Data Center รองรับทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ รองรับการใช้งานสำหรับ Backup Solution ในทุกทวีปทั่วโลก พร้อมสำหรับ Disaster Recovery
การจัดการและความยืดหยุ่นซับซ้อนในการจัดการและดูแลรักษา: Traditional backup จำเป็นต้องใช้มืออาชีพที่มีทักษะและความรู้ระดับสูงในการจัดการ Backup System แต่ไม่ได้นำมาซึ่งการทำงานที่ง่ายและการบำรุงรักษาระบบค่อนข้างลำบากแม้แต่การ Monitorความยืดหยุ่นและคล่องตัว: สามารถกำหนด Policy ของการ Backup ได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะต้องการเก็บไฟล์นานเท่าไหร่ เก็บจำนวนกี่ Backup และสามารถ Recovery ได้ตามต้องการตลอดเวลา

What's included

Key Features

ทุกข้อรวมอยู่ในบริการแล้ว ไม่ต้องจ่ายเพิ่มทีหลัง

  • Global Cloud ระดับ Enterprise เทียบเท่า AWS
  • รองรับ VM, MySQL, Oracle, SQL, SAP HANA
  • รองรับ Backup Database table จาก on-premises
  • รองรับ Backup/Archive NAS Systems to Cloud
  • Proxy-free Migration from VMware to the Cloud
  • ข้อมูลปลอดภัยด้วยระบบ Three Data Copies
  • Cluster-based Backup increases backup efficiency
  • One-click Disaster Recovery ใน 1 คลิก
  • ปลอดภัย Deduplicated Before Backup
  • บีบอัดข้อมูลในอัตราส่วน 30:1
  • เข้ารหัสข้อมูล AES-256 encryption data security
  • Data Durability ระดับ 12 nines
  • Domestic & Inter Network 100Gbps
  • Support ดูแลให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

Full Backup กับ Transaction Log กู้คืนย้อนไปถึงวินาทีก่อนข้อมูลเสียหาย

Point-in-Time Recovery ให้คุณเลือกจุดเวลาที่จะกู้คืนได้อย่างละเอียดถึงระดับวินาที

Full Backup หรือ base backup คือการเก็บภาพข้อมูล ณ จุดเวลาหนึ่ง ส่วน transaction log คือบันทึกทุกความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น แต่ละฐานข้อมูลเรียกต่างกันไป เช่น binlog ของ MySQL, WAL ของ PostgreSQL, transaction log ของ SQL Server, archived redo ของ Oracle และ oplog ของ MongoDB การกู้คืนแบบ Point-in-Time จึงทำโดยนำ full backup มากู้ก่อน แล้วเล่น transaction log ต่อไปข้างหน้าจนถึงเวลาที่คุณเลือก

ยกตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริง สมมติมีคนเผลอสั่ง DELETE หรือ DROP ผิดตอน 14:37 น. คุณไม่จำเป็นต้องย้อนกลับไปใช้ข้อมูลของเมื่อคืน แต่กู้คืนมาที่ 14:36:59 น. คือก่อนคำสั่งที่ผิดพลาดเพียงเสี้ยววินาที เสียเฉพาะความผิดพลาดนั้น ไม่เสียข้อมูลทั้งวัน นี่คือความหมายของปฏิทินและไทม์ไลน์สำหรับเลือกช่วงเวลาที่ต้องการกู้คืน ที่บริการนี้มีให้

เงื่อนไขสำคัญคือ Point-in-Time Recovery ต้องมีทั้ง full backup หนึ่งชุดเป็นจุดตั้งต้น และ transaction log ที่ต่อเนื่องไม่ขาดสาย ถ้า log ขาดช่วง ก็จะเล่นต่อไปถึงเวลาที่ต้องการไม่ได้ นี่คือเหตุผลที่การจับ log อย่างต่อเนื่องจึงสำคัญ และเป็นที่มาของหัวข้อ CDP ต่อไป

ไทม์ไลน์การกู้คืนจากซ้ายไปขวา เริ่มจาก Full Backup ตอนตี 2 วันอาทิตย์ ตามด้วยแถบ Transaction Log ที่บันทึกทุกความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง มีจุดเกิดเหตุ Bad DELETE ตอน 14:37 และจุดกู้คืนที่ 14:36:59 ก่อนหน้าเพียงเสี้ยววินาที ด้านล่างมีแถบเปรียบเทียบช่องว่างข้อมูลที่เสีย ระหว่างการสำรองคืนละครั้งที่อาจเสียข้อมูลได้ถึง 24 ชั่วโมง กับ CDP ที่ทำให้ RPO เข้าใกล้ศูนย์
Full backup บวก transaction log ที่ต่อเนื่อง ทำให้เลือกกู้คืนมาที่วินาทีก่อนเกิดความผิดพลาดได้

CDP กับ RPO และ RTO ทำไมสำรองแค่คืนละครั้งถึงเสี่ยงเสียข้อมูลทั้งวัน

Continuous Data Protection ย่นช่องว่างของข้อมูลที่อาจสูญหายให้เข้าใกล้ศูนย์

ก่อนอื่นต้องรู้จักสองค่านี้ก่อน RPO (Recovery Point Objective) คือปริมาณข้อมูลสูงสุดที่องค์กรยอมเสียได้ วัดเป็นหน่วยเวลา และ RTO (Recovery Time Objective) คือระยะเวลาที่ยอมให้ระบบใช้ในการกลับมาให้บริการได้อีกครั้ง สองค่านี้คือสิ่งที่บอกว่าแผนสำรองข้อมูลของคุณดีพอกับความสำคัญของระบบหรือยัง

ยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ (เป็นเพียงตัวอย่าง ไม่ใช่สเปคของบริการ) ถ้าคุณสำรองข้อมูลคืนละครั้งตอนตี 2 แล้วเกิดเหตุระบบล่มตอน 5 ทุ่ม ข้อมูลทั้งหมดที่เกิดขึ้นตั้งแต่ตี 2 จนถึง 5 ทุ่ม หรือราว 21 ชั่วโมง จะหายไป เพราะยังไม่ได้ถูกสำรอง ค่า 21 ชั่วโมงนี้คือ RPO ของแผนแบบคืนละครั้ง ยิ่งรอบสำรองห่างกันมาก ช่องว่างที่เสี่ยงเสียข้อมูลก็ยิ่งกว้าง

Continuous Data Protection หรือ CDP จะจับทุกความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องด้วยการสตรีม transaction log ตลอดเวลา ทำให้ค่า RPO เข้าใกล้ศูนย์ คือกู้คืนมาที่ไม่กี่วินาทีก่อนเกิดเหตุได้ และเมื่อรวมกับ Point-in-Time Recovery คุณยังเลือกจุดเวลาที่จะกู้คืนได้เอง ตรงกับที่ระบบให้คุณ Recovery ได้ตามต้องการตลอดเวลา

ข้อแลกเปลี่ยนที่พูดกันตรงๆ คือ CDP ต้องส่งและเก็บ log อย่างต่อเนื่อง ซึ่งใช้พื้นที่มากกว่าการสำรองเป็นรอบ แต่เทคโนโลยีบีบอัดข้อมูลระดับ 30:1 และการทำ deduplication ก่อนสำรอง ช่วยให้ต้นทุนการจัดเก็บส่วนนี้อยู่ในระดับที่คุ้มค่า จึงเหมาะกับระบบที่ยอมเสียข้อมูลได้น้อยที่สุด

แต่ละฐานข้อมูลสำรองด้วยกลไกของตัวเอง

ระบบเลือกวิธีสำรองที่เหมาะกับเอนจินนั้น เพื่อให้ได้ backup ที่สอดคล้องกันและกู้คืนย้อนเวลาได้

ฐานข้อมูลกลไก Hot Backup ที่สอดคล้องเชิงธุรกรรมสิ่งที่ทำให้กู้คืนย้อนเวลา (Point-in-Time) ได้
MySQL / MariaDBbinlog บวก InnoDB redo log ได้ hot snapshot ที่สอดคล้องกันreplay binlog ต่อจาก base backup ถึงจุดเวลาที่ต้องการ
PostgreSQL / PPASWAL บวก base backup ขณะฐานข้อมูลยังเปิดอยู่ทำ WAL archiving เพื่อ replay ถึงจุดเวลา
Microsoft SQL ServerFull บวก Differential ประสานกับ VSSต่อ transaction log chain ถึงจุดเวลา
OracleOnline backup แบบ RMAN ขณะฐานข้อมูลเปิดให้บริการarchived redo log สำหรับ recover ถึงเวลาที่ต้องการ
MongoDBsnapshot ที่สอดคล้องกันระดับ replica setreplay oplog ถึงจุดเวลาที่ต้องการ
RedisRDB snapshot บวก AOF (append-only file)เล่น AOF ซ้ำเพื่อกู้สถานะล่าสุด
SAP HANAdata backup บวก log area ขณะระบบทำงานอยู่log backup สำหรับกู้คืนย้อนเวลา

ทุกฐานข้อมูลข้างต้นอยู่ในรายการที่บริการรองรับ ทีมงานเลือกวิธีสำรองที่เหมาะกับแต่ละเอนจินให้ตั้งแต่ต้น เพื่อให้ได้ backup ที่สอดคล้องกันในเชิงธุรกรรมและรองรับการกู้คืนแบบ Point-in-Time

วางนโยบายสำรองข้อมูล ความถี่ การเก็บย้อนหลัง และการกู้คืน

สิ่งที่กำหนดนโยบายสำรองไม่ใช่ขนาดฐานข้อมูลอย่างเดียว แต่คือความเสี่ยงที่ระบบนั้นยอมรับได้

คำถามที่ตอบก่อนเลือกนโยบายได้ดีที่สุด คือฐานข้อมูลของคุณยอมเสียข้อมูลได้มากแค่ไหน (RPO) ต้องกลับมาให้บริการเร็วแค่ไหน (RTO) และต้องเก็บย้อนหลังนานเท่าไร

โปรไฟล์ฐานข้อมูลของคุณความเสี่ยงที่ต้องระวังแนวทางที่เราแนะนำ
ฐานข้อมูลธุรกรรมสูง เช่น e-commerce หรือ ERPยอมเสียข้อมูลได้น้อย ต้องการ RPO ต่ำที่สุดใช้ CDP หรือ log backup ต่อเนื่อง ควบคู่กับ full backup รายวัน
ฐานข้อมูลรายงาน BI ที่อ่านมากเขียนน้อยข้อมูลเปลี่ยนไม่บ่อย แต่ยังต้องกู้คืนให้ถูกจุดเวลาทำ full backup เป็นรอบ บวกกับ log backup ตามกำหนดเวลา
ฐานข้อมูลขนาดใหญ่หลาย TBรอบสำรองหนักและกินพื้นที่มากถ้าส่งทั้งก้อนทุกครั้งใช้ incremental บวก deduplication และการบีบอัด 30:1 โดยการันตีความเร็ว 1TB ต่อชั่วโมง
ต้องเก็บย้อนหลังตามกฎหมายหรือ PDPAข้อมูลส่วนบุคคลต้องเก็บให้นานและปลอดภัยตามข้อกำหนดเก็บย้อนหลังระยะยาว เข้ารหัส AES-256 และทำสำเนาข้ามภูมิภาค (cross-region)

ตารางนี้เป็นแนวทางเริ่มต้น ทีมงานประเมินนโยบายที่เหมาะกับโปรไฟล์ฐานข้อมูลจริงของคุณให้ฟรี เพราะคุณกำหนดนโยบายการสำรองข้อมูลเองได้

อยากได้แนวทางที่ตรงกับระบบของคุณจริงๆ ปรึกษาทีมงานเพื่อขอใบเสนอราคาฟรี หรือโทร 098-894-2499, 082-653-2659 เราประเมินจากปริมาณข้อมูลและชนิดฐานข้อมูลจริงของคุณ ไม่มีข้อผูกมัด

สัญลักษณ์การปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล PDPA ของประเทศไทย

PDPA & Security compliance

บริการนี้เป็นไปตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยและ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ตระกูลบริการ Backup ของ THAI DATA CLOUD

แต่ละบริการปกป้องคนละหน่วย ใช้ร่วมกันได้ และองค์กรส่วนใหญ่ใช้มากกว่าหนึ่งอย่าง

FAQs

คำถามที่พบบ่อยเรื่อง Database Backup

สำรองฐานข้อมูล MySQL, SQL Server หรือ PostgreSQL แบบไม่ต้องปิดเซิร์ฟเวอร์ ทำได้ไหม

ทำได้ครับ บริการ Database Backup รองรับการสำรองแบบ Hot Backup หรือ Online Backup ซึ่งฐานข้อมูลยังเปิดให้บริการและรับทราฟฟิกได้ตามปกติตลอดเวลาที่สำรองข้อมูล ระบบจะทำงานร่วมกับกลไกของแต่ละฐานข้อมูลเพื่อดึงภาพข้อมูลที่สอดคล้องกันในเชิงธุรกรรม (transaction-consistent) แล้วเก็บไฟล์สำรองขึ้นคลาวด์ คุณจึงไม่ต้องปิดระบบ ไม่ต้องมีช่วงหยุดให้บริการ และผู้ใช้งานปลายทางแทบไม่รู้สึกถึงการสำรองข้อมูลที่กำลังเกิดขึ้น

คุณสามารถเลือกได้เองว่าจะสำรองทั้งเซิร์ฟเวอร์ เลือกเฉพาะไดเร็กทอรี หรือเลือกเฉพาะตารางที่ต้องการ และกำหนดนโยบายการสำรองข้อมูลเองได้ว่าจะสำรองบ่อยแค่ไหนและเก็บย้อนหลังกี่ชุด รองรับทั้ง MySQL, MariaDB, SQL Server, PostgreSQL, Oracle, MongoDB และ SAP HANA โดยทีมงานช่วยตั้งค่าวิธีสำรองที่เหมาะกับแต่ละฐานข้อมูลให้ตั้งแต่ต้น

ทำไมก๊อปปี้ไฟล์ฐานข้อมูลตรงๆ ไปเก็บ แล้วเอามากู้คืนไม่ได้

เพราะฐานข้อมูลที่กำลังทำงานอยู่จะเปิดไฟล์ค้างไว้และเขียนข้อมูลตลอดเวลา ในทุกเสี้ยววินาทีจะมีข้อมูลที่ยัง commit ค้างอยู่ในหน่วยความจำและยังไม่ถูกเขียนลงดิสก์ ขณะเดียวกันบนดิสก์ก็มีเพจที่เขียนไม่สมบูรณ์และธุรกรรมที่ยังทำไม่จบคาอยู่ ถ้าคุณใช้ cp หรือ rsync หรือถ่าย snapshot โดยไม่ประสานกับตัวฐานข้อมูล คุณจะได้ไฟล์ที่เป็นข้อมูลคนละจังหวะปนกัน กลายเป็นเพจที่ฉีกขาด ธุรกรรมที่ทำครึ่งเดียว และดัชนีที่พัง เมื่อนำไปกู้คืน ฐานข้อมูลมักจะเปิดไม่ขึ้นหรือเปิดขึ้นแต่ข้อมูลเพี้ยนโดยไม่รู้ตัว

ด้วยเหตุนี้ฐานข้อมูลจึงต้องสำรองด้วยวิธีที่เข้าใจกลไกภายในของมัน คือทำ backup ที่สอดคล้องกันในเชิงธุรกรรมผ่าน API หรือกลไกดั้งเดิมของแต่ละเอนจิน ไม่ใช่แค่ก๊อปปี้ไฟล์เหมือนไฟล์เอกสารทั่วไป นี่คือความต่างสำคัญระหว่างการสำรองฐานข้อมูลกับการสำรองไฟล์ทั่วไปแบบ On Premise หรือ NAS Backup และเป็นเหตุผลที่บริการนี้ออกแบบมาเฉพาะสำหรับฐานข้อมูลโดยตรง

Point-in-Time Recovery คืออะไร กู้คืนย้อนไปวินาทีก่อนข้อมูลถูกลบได้จริงไหม

Point-in-Time Recovery คือการกู้คืนฐานข้อมูลย้อนกลับไปยังเวลาที่คุณระบุได้อย่างละเอียดถึงระดับวินาที ทำได้โดยใช้ full backup หนึ่งชุดเป็นจุดตั้งต้น แล้วนำ transaction log ที่บันทึกทุกความเปลี่ยนแปลงหลังจากนั้น เช่น binlog ของ MySQL, WAL ของ PostgreSQL, transaction log ของ SQL Server หรือ archived redo ของ Oracle มาเล่นซ้ำต่อจนถึงเวลาที่ต้องการ ระบบยังมีปฏิทินและไทม์ไลน์ให้เลือกช่วงเวลาที่ต้องการกู้คืนได้อย่างสะดวก

ยกตัวอย่างจริงเช่น มีคนเผลอสั่ง DELETE หรือ DROP ผิดตอน 14:37 น. คุณไม่จำเป็นต้องย้อนกลับไปใช้ข้อมูลของเมื่อคืน แต่สามารถกู้คืนมาที่ 14:36:59 น. คือก่อนคำสั่งที่ผิดพลาดเพียงเสี้ยววินาที ทำให้เสียเฉพาะความผิดพลาดนั้น ไม่เสียข้อมูลทั้งวัน นี่คือความสามารถที่ระบบสำรองแบบก๊อปปี้ไฟล์ธรรมดาให้ไม่ได้ และเป็นหัวใจของการสำรองฐานข้อมูลที่จริงจัง

CDP หรือ Continuous Data Protection ต่างจากการสำรองข้อมูลวันละครั้งอย่างไร

การสำรองข้อมูลวันละครั้งหมายความว่าคุณมีความเสี่ยงจะเสียข้อมูลได้มากเท่ากับช่วงเวลาระหว่างรอบสำรอง ยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ถ้าสำรองตอนตี 2 แล้วเกิดเหตุตอน 5 ทุ่ม คุณอาจเสียข้อมูลย้อนหลังราว 21 ชั่วโมง ค่านี้เรียกว่า RPO หรือปริมาณข้อมูลสูงสุดที่ยอมเสียได้ วัดเป็นหน่วยเวลา ส่วน RTO คือระยะเวลาที่ใช้ในการกู้ระบบให้กลับมาใช้งานได้ ทั้งสองค่านี้คือสิ่งที่บอกว่าแผนสำรองข้อมูลของคุณดีพอหรือยัง

Continuous Data Protection หรือ CDP จะจับทุกความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องด้วยการสตรีม transaction log ตลอดเวลา ทำให้ค่า RPO เข้าใกล้ศูนย์ คือกู้คืนมาที่ไม่กี่วินาทีก่อนเกิดเหตุได้ และเมื่อรวมกับ Point-in-Time Recovery คุณยังเลือกจุดเวลาที่จะกู้คืนได้เองด้วย ข้อแลกเปลี่ยนคือ CDP ต้องส่งและเก็บ log อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเทคโนโลยีบีบอัดข้อมูลระดับ 30:1 และการทำ deduplication ช่วยให้ต้นทุนการจัดเก็บอยู่ในระดับที่คุ้มค่า

บริการนี้รองรับฐานข้อมูลอะไรบ้าง

รองรับการสำรองข้อมูลกว่า 10 ประเภท ครอบคลุมฐานข้อมูลที่องค์กรใช้งานจริงเป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ MySQL, MariaDB, Microsoft SQL Server, PostgreSQL, PPAS, Oracle, MongoDB, Redis และ SAP HANA ครอบคลุมการทำงานกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่ คุณสามารถเลือกไฟล์ ไดเร็กทอรี หรือตารางฐานข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์เพื่อสำรองได้ และกำหนดนโยบายการสำรองข้อมูลเองได้ตามต้องการ

แต่ละฐานข้อมูลมีกลไกการสำรองที่ต่างกัน ระบบจึงเลือกวิธีที่เหมาะกับเอนจินนั้นเพื่อให้ได้ backup ที่สอดคล้องกันในเชิงธุรกรรมและรองรับการกู้คืนแบบ Point-in-Time เช่น ใช้ binlog กับ MySQL, WAL กับ PostgreSQL, transaction log กับ SQL Server และ log backup กับ SAP HANA หากคุณใช้ฐานข้อมูลนอกเหนือจากรายการนี้ สามารถสอบถามทีมงานเพื่อตรวจสอบความเข้ากันได้ก่อนได้

สำรองฐานข้อมูล SAP HANA ได้ไหม รองรับ log backup หรือเปล่า

รองรับครับ บริการนี้ออกแบบมาให้ครอบคลุมงานสำรองฐานข้อมูลระดับองค์กรรวมถึง SAP HANA โดยสำรองได้ทั้งส่วนของข้อมูล (data backup) และส่วนของ log เพื่อให้กู้คืนได้อย่างสอดคล้องและรองรับการกู้คืนย้อนเวลาแบบ Point-in-Time เหมาะสำหรับระบบ ERP และระบบธุรกรรมสำคัญที่ต้องการความต่อเนื่องสูงและยอมเสียข้อมูลได้น้อยที่สุด

นอกจากนี้ยังสำรองได้ทั้งฐานข้อมูลที่อยู่บนเซิร์ฟเวอร์ภายในองค์กร และเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งไว้ใน Data Center ที่คุณดูแลอยู่เองไม่ว่าที่ใดในโลก ขนาดการสำรองคิดตามปริมาณข้อมูลจริง พร้อมการันตีความเร็วในการ Backup ที่ระดับ 1TB ต่อชั่วโมง ทีมงานช่วยวางแผนวิธีสำรองและรอบการสำรองที่เหมาะกับระบบ SAP HANA ของคุณให้ได้ตั้งแต่ต้น

สำรองฐานข้อมูลจาก on-premise หรือ Data Center ที่อื่น ขึ้นคลาวด์ได้ไหม

ได้ครับ ระบบรองรับการสำรองฐานข้อมูลแบบไฮบริด (Hybrid backup recovery) คือสำรองได้ทั้งฐานข้อมูลบน Physical Server ในเครือข่ายส่วนตัว บนเซิร์ฟเวอร์ของศูนย์ข้อมูลภายในองค์กร และฐานข้อมูลที่อยู่บนคลาวด์จากผู้ให้บริการรายอื่น แล้วนำไฟล์สำรองมาเก็บไว้บนคลาวด์ของเรา เหมาะกับองค์กรที่ยังมีฐานข้อมูลกระจายอยู่หลายที่และต้องการรวมการสำรองไว้ที่เดียว

ข้อมูลระหว่างส่งจะถูกเข้ารหัสตลอดเส้นทาง และคลาวด์ของเรามี Data Center ทั้งในและต่างประเทศ จึงรองรับการเก็บสำเนาข้ามภูมิภาคเพื่อรับมือภัยพิบัติได้โดยไม่ต้องลงทุนสร้าง DR-Site เองด้วยเม็ดเงินหลักสิบล้าน หากคุณต้องการสำรองไฟล์ทั่วไปจากในองค์กรด้วย สามารถดูบริการ On Premise to Cloud Backup ควบคู่กันได้

ข้อมูลสำรองปลอดภัยแค่ไหน เข้ารหัสไหม และเป็นไปตาม PDPA หรือเปล่า

ปลอดภัยสูงครับ Database Backup ของ THAI DATA CLOUD มีการเข้ารหัสข้อมูลขั้นสูง 2 ชั้นด้วย AES-256 และช่องทางส่งข้อมูลแบบ HTTPS encrypted ตั้งแต่ขั้นตอนการบีบอัดข้อมูลไปจนตลอดการส่งข้อมูลระหว่างเครือข่าย เป็นการรับประกันความปลอดภัยทั้งตัวข้อมูลเองและช่องทางการส่ง นอกจากนี้ยังมีการทำ deduplication ก่อนสำรอง และเก็บข้อมูลด้วยระบบ Three Data Copies เพื่อลดความเสี่ยงข้อมูลสูญหาย

ในด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย บริการนี้เป็นไปตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยและ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) คุณสามารถกำหนดนโยบายการเก็บย้อนหลังให้สอดคล้องกับข้อกำหนดขององค์กรได้เอง ไม่ว่าจะเก็บไฟล์นานเท่าไรหรือกี่ชุด และเรียกกู้คืนได้ตามต้องการตลอดเวลา

ใช้บริการสำรองบนคลาวด์ประหยัดกว่าลงทุนทำ Backup Server เองจริงไหม

โดยทั่วไปประหยัดกว่าครับ เพราะการทำระบบ Backup แบบเดิมต้องจัดซื้อทั้ง Hardware backup server ค่าพื้นที่จัดเก็บ และค่า Software License ทำให้มีต้นทุนเริ่มต้นและต้นทุนดูแลที่สูง อีกทั้งยังต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการจัดการและ Monitor ระบบ ในขณะที่บริการบนคลาวด์คุณไม่ต้องลงทุนฮาร์ดแวร์หรือ License เอง ใช้งานได้ทันที และปรับขนาดตามปริมาณข้อมูลจริง

ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยีบีบอัดข้อมูลขั้นสูงให้ผลลัพธ์ในอัตราส่วนสูงถึง 30:1 เช่น ข้อมูล 30GB เมื่อสำรองแล้วเหลือไฟล์ราว 1GB ทำให้เก็บ backup ย้อนหลังได้นานขึ้นในพื้นที่เท่าเดิมและส่งขึ้นคลาวด์ได้เร็ว ค่าใช้จ่ายจริงจะขึ้นอยู่กับปริมาณข้อมูล รอบการสำรอง และระยะเก็บย้อนหลังที่คุณต้องการ ทีมงานจึงประเมินให้ตรงกับการใช้งานจริงมากกว่าขายเป็นแพ็กเกจตายตัว

เริ่มต้นใช้บริการ Database Backup อย่างไร และมีค่าใช้จ่ายเท่าไร

เริ่มต้นได้ด้วยการให้ทีมงานสำรวจก่อนว่าคุณมีฐานข้อมูลชนิดใดบ้าง เช่น MySQL, SQL Server, PostgreSQL, Oracle, MongoDB หรือ SAP HANA อยู่ที่ไหน มีข้อมูลจริงเท่าไร ต้องการค่า RPO และ RTO ระดับใด และต้องเก็บย้อนหลังนานแค่ไหน จากนั้นเราจะออกแบบวิธีสำรอง รอบการสำรอง และนโยบายการเก็บที่เหมาะกับระบบของคุณ แล้วประเมินพื้นที่และค่าใช้จ่ายให้ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด

ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับปริมาณข้อมูล จำนวนและชนิดของฐานข้อมูล รอบการสำรอง และระยะเก็บย้อนหลัง เราจึงเสนอราคาให้ตรงกับการใช้งานจริงมากกว่าขายเป็นแพ็กเกจสำเร็จรูป สอบถามและขอคำปรึกษาฟรี โทร 098-894-2499, 082-653-2659 หรือ LINE @thaidatacloud ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

พร้อมปกป้องฐานข้อมูลของคุณด้วยระบบสำรองบนคลาวด์แล้วหรือยัง

ทีมงานช่วยประเมินชนิดฐานข้อมูล ปริมาณข้อมูล และนโยบายการสำรองที่เหมาะกับระบบของคุณ ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด