เครือข่ายส่วนตัวสำหรับ Server แบบไม่แชร์กับ Server อื่นPrivate Network

เครือข่ายความเร็วส่วนตัว มีความน่าเชื่อถือสูงและปรับขนาดได้ ยกระดับองค์กรสู่ยุคใหม่ของการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลและเทคโนโลยี Industry 4.0

  • ก่อตั้งปี 2016
  • ISO/IEC 27001 · ISO 22301
  • Data Center ไทย + สิงคโปร์
  • SLA 99.9%
10 Mbps
เริ่มต้น รับประกันแบนด์วิธ
100Gbps
รองรับสูงสุด
2
ภูมิภาค ไทยและสิงคโปร์
11
ระดับแบนด์วิธให้เลือก

Fast and Stable Network

THAI DATA CLOUD เราคือ Cloud เจ้าแรกในไทยที่ให้คุณสามารถมี Private Network สำหรับ Server แบบส่วนตัวไม่แชร์กับ Server อื่นๆ

ปลอดภัยและรองรับ Traffic ตั้งแต่ 10 Mbps ไปถึงระดับสูงสุด 100Gbps ใช้งานได้หลากหลาย เช่น Streaming / VPN Server / Game Server และ Smart Devices

ภาพประกอบบริการ Private Network เครือข่ายความเร็วส่วนตัวที่เชื่อมต่อ Server หลายเครื่องเข้าด้วยกันโดยไม่แชร์ช่องทางกับผู้ใช้งานรายอื่น

Private Network คืออะไร และต่างจากการส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตสาธารณะอย่างไร

ถ้าคุณรันเซิร์ฟเวอร์มากกว่าหนึ่งเครื่องอยู่แล้ว วันนี้เครื่องเหล่านั้นคุยกันผ่านช่องทางเดียวกับผู้ใช้งานรายอื่นทั้งแพลตฟอร์ม

Private Network เปลี่ยนสองอย่างจากภาพนั้น และมีเพียงสองอย่างนี้เท่านั้น

1. การแย่งใช้ช่องทาง

บนช่องทางที่แชร์กัน ความเร็วที่คุณได้จริงคือส่วนที่เหลือหลังจากผู้ใช้งานรายอื่นใช้ไปแล้ว ตัวเลขจึงขยับขึ้นลงตามแต่ละช่วงเวลา และนั่นคือเหตุผลที่คุณวางแผนหน้าต่างเวลา Backup ให้แน่นอนไม่ได้ Private Network ให้อัตราเร็วที่รับประกันแบนด์วิธเริ่มต้น 10Mbps ถึงสูงสุดที่ระดับ 100Gbps และเป็นของคุณจริงๆ เพราะไม่แชร์กับผู้ใช้งานอื่น

2. เส้นทางที่ข้อมูลวิ่ง

ทราฟฟิกสาธารณะระหว่างสองเครื่องจะวิ่งผ่านโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ ส่วน Private Network เก็บทราฟฟิกนั้นไว้บนช่องทางเฉพาะที่คุณควบคุมได้เอง และช่วยให้คุณจัดการการรับส่งข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตแบบ Centralized

เปรียบเทียบเส้นทางข้อมูลระหว่างเซิร์ฟเวอร์สองเครื่อง เส้นทางบนวิ่งผ่านอินเทอร์เน็ตสาธารณะที่ต้องแบ่งช่องทางกับผู้ใช้งานรายอื่นจนเกิดการรอคิว ส่วนเส้นทางล่างเป็น Private Network ที่มีช่องทางเฉพาะและไม่มีการแย่งใช้
เส้นทางล่างมีปลายทางเดียวกัน แต่ไม่ต้องแบ่งช่องทางกับผู้ใช้งานรายอื่น จึงได้ความเร็วที่คาดเดาได้

สิ่งที่ Private Network ไม่ได้ทำ

ข้อนี้ต้องพูดให้ชัดตั้งแต่ต้น เพราะเป็นเหตุผลที่ลูกค้าบางรายซื้อไปแล้วไม่ได้ผลตามที่คิด Private Network ไม่ได้ทำให้เซิร์ฟเวอร์เครื่องเดียวทำงานเร็วขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนคือคุณภาพของการรับส่งข้อมูลระหว่างเซิร์ฟเวอร์ของคุณ ถ้าคุณใช้เซิร์ฟเวอร์เพียงเครื่องเดียว บริการนี้ไม่ใช่คำตอบของคุณ

ในทางกลับกัน ถ้างานของคุณคือการทำ Streaming, การทำ Backup ข้ามเครื่อง, การรัน Cluster หลายเครื่อง หรือการย้ายข้อมูลก้อนใหญ่ระหว่างเซิร์ฟเวอร์ นี่คืองานที่ Private Network ถูกออกแบบมาเพื่อแก้โดยตรง และเราลงรายละเอียดของทั้งสี่งานไว้ด้านล่าง

Bandwidth, Latency และ Throughput ต่างกันอย่างไร

สามคำนี้ถูกใช้ปนกันจนทำให้เลือกขนาดผิด ลองคิดว่าเครือข่ายคือถนนสายหนึ่ง

Bandwidth
ความกว้างของช่องทาง
จำนวนเลนของถนน คือปริมาณข้อมูลสูงสุดที่ส่งได้ต่อวินาที นี่คือสิ่งที่คุณเลือกซื้อเป็นระดับ ตั้งแต่ 10 Mbps ถึง 1000 Mbps
Latency
ความหน่วง
ความยาวของถนน คือเวลาที่ข้อมูลใช้เดินทางไปกลับ ขึ้นกับระยะทางและจำนวน Hop เป็นหลัก ไม่ได้ขึ้นกับจำนวนเลน
Throughput
ปริมาณที่ได้จริง
จำนวนรถที่ถึงปลายทางจริงต่อนาที คือสิ่งที่คุณรู้สึกได้ ถูกจำกัดด้วยจุดที่แคบที่สุดในเส้นทาง ไม่ใช่ด้วยเลนที่กว้างที่สุด

กฎข้อ 1: เพิ่มเลนไม่ได้ทำให้ถนนสั้นลง

Latency ถูกกำหนดด้วยระยะทางทางกายภาพและจำนวน Hop ดังนั้นการอัปเกรดจาก 100 Mbps เป็น 200 Mbps จะไม่ทำให้ Ping ของคุณดีขึ้น ถ้ามีใครบอกคุณเป็นอย่างอื่น นั่นคือการขายที่ไม่ตรงกับความจริง

กฎข้อ 2: แต่เลนที่ติดขัดทำให้เกิดความหน่วงจริง

เมื่อช่องทางที่แชร์กันถูกใช้จนเต็ม แพ็กเก็ตจะเริ่มเข้าคิว และความหน่วงจากการรอคิวพร้อมกับ Jitter คือสิ่งที่ทำให้งาน Real-time พังจริงๆ นี่คือความหมายที่ถูกต้องของคำว่า Low-latency บนหน้านี้ Private Network ตัดความหน่วงที่เกิดจากการแย่งช่องทางออกไป แต่ไม่ได้ทำให้ระยะทางสั้นลง สองอย่างนี้ต่างกัน และเราอยากให้คุณแยกออกก่อนตัดสินใจ

กฎข้อ 3: Throughput คือสิ่งที่คุณรู้สึกได้จริง

และมันถูกจำกัดด้วยค่าที่น้อยกว่าระหว่างขนาดช่องทางของคุณกับจุดที่ช้าที่สุดในเส้นทาง Private Network ระดับ 1000 Mbps จะไม่ช่วยงานที่ติดคอขวดอยู่ที่ดิสก์ หรืองานคัดลอกข้อมูลที่ทำงานอยู่เธรดเดียว

สรุปเป็นกฎการซื้อสั้นๆ คือ เลือกขนาดแบนด์วิธจากปริมาณข้อมูล (เท่าไหร่ ภายในเวลาเท่าใด) และ เลือกภูมิภาคเพื่อจัดการ Latency ซึ่งก็เป็นเหตุผลเดียวกับที่มีกฎ Same-Region อยู่ ทั้งสองเรื่องนี้อธิบายไว้ด้านล่างนี้แล้ว

Benefits

สิทธิประโยชน์ของ Private Network

Faster data transfer

แบนด์วิธที่สูงช่วยให้การรับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น การดาวน์โหลด/อัปโหลดรวดเร็วขึ้น Streaming ราบรื่น เว็บไซต์/แอปพลิเคชันได้เร็วขึ้น

Scalability

รองรับการปรับขนาด Network ตามความต้องการและตามการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ ขยายและเติบโตได้ดียิ่งขึ้นอย่างไม่มีสะดุด

Support for high-quality multimedia

มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการนำเสนอเสียง วิดีโอ และ Multimedia คุณภาพสูง รวมถึงประสบการณ์รูปแบบ HD, UHD และ Virtual Reality

Improved communication

มีความสำคัญต่อการสื่อสารแบบ Real-time เช่น การประชุมออนไลน์ VoIP Calling และ Online Gaming เพื่อให้มั่นใจได้ถึงประสบการณ์ที่ราบรื่นและเชื่อถือได้

Enhanced user experience

แบนด์วิธที่สูงขึ้นช่วยปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้และการโต้ตอบบนเว็บไซต์ และบริการออนไลน์ ร้านค้าออนไลน์ ที่มีข้อมูลจำนวนมาก

Multiple simultaneous connections

รองรับการเชื่อมต่อจากอุปกรณ์หลายเครื่องในเวลาเดียวกันโดยไม่ทำให้ความเร็วลดลง (High-speed and Low-latency)

Use cases

งานแบบไหนที่ควรใช้ Private Network

สี่งานที่คุ้มค่าชัดเจน และสามกรณีที่เราบอกตรงๆ ว่าไม่คุ้ม

Backup และ Replication ระหว่างเครื่อง

อาการ
หน้าต่างเวลา Backup กลางคืนบานปลายเป็นบางคืน ไม่ใช่ทุกคืน
ทำไมถึงแก้ได้
อาการที่ดีบ้างแย่บ้างแบบนี้คือการแย่งช่องทาง ไม่ใช่ปัญหาของเครื่องมือ Backup แบนด์วิธที่รับประกันทำให้หน้าต่างเวลาคาดเดาได้
เลือกขนาดอย่างไร
คำนวณจากปริมาณข้อมูลที่เปลี่ยนแปลง หารด้วยหน้าต่างเวลาที่ยอมรับได้

Cluster หลายเครื่อง

อาการ
ฐานข้อมูลสำรองตามไม่ทันในช่วงพีค หรือ App Server หมดเวลารอฝั่งฐานข้อมูล
ทำไมถึงแก้ได้
ย้ายทราฟฟิกภายใน Cluster ออกจากช่องทางที่แชร์ เพื่อไม่ให้การซิงก์ข้อมูลต้องแย่งช่องทางกับทราฟฟิกสาธารณะ
เลือกขนาดอย่างไร
คิดจากอัตราการซิงก์ที่สม่ำเสมอ แล้วเผื่อสำหรับช่วงพีค

Streaming ต้นทางและการกระจาย

อาการ
คุณภาพวิดีโอตกลงพอดีกับตอนที่มีผู้ชมพร้อมกันมากที่สุด
ทำไมถึงแก้ได้
แบนด์วิธขาออกที่รับประกันทำให้จำนวนผู้ชมพร้อมกันไม่ไปเบียดคุณภาพของกันเอง รองรับงาน HD, UHD และ Virtual Reality
เลือกขนาดอย่างไร
ใช้ 5 Mbps ต่อสตรีม HD 1080p คูณด้วยจำนวนผู้ชมพร้อมกันในช่วงพีค

ย้ายข้อมูลก้อนใหญ่ระหว่างเซิร์ฟเวอร์

อาการ
งาน Migration และการซิงก์ข้อมูลขนาดใหญ่ประเมินเวลาไม่ได้ จึงวางแผนไม่ได้
ทำไมถึงแก้ได้
อัตราเร็วที่แน่นอนทำให้ประเมินเวลาเสร็จได้ล่วงหน้า และจัดคิวงานได้จริง
เลือกขนาดอย่างไร
คำนวณจากขนาดข้อมูลทั้งก้อน หารด้วยเวลาที่ต้องการให้เสร็จ

คุณอาจยังไม่จำเป็นต้องใช้ Private Network ถ้า

  • คุณใช้เซิร์ฟเวอร์เพียงเครื่องเดียว
  • ทราฟฟิกของคุณเป็นขาเข้าจากอินเทอร์เน็ตสาธารณะมาที่เครื่องเดียว
  • คอขวดจริงของคุณอยู่ที่ดิสก์หรือ CPU ไม่ใช่เครือข่าย
งานที่มักใช้ร่วมกับ Private Network:VPS ServerVPN GatewayGame ServerIoT Platform

คำนวณแบนด์วิธที่ต้องใช้จริงอย่างไร

แบนด์วิธคืออัตราเร็ว ไม่ใช่ปริมาณ ทุกอย่างในหัวข้อนี้จึงมาจากสูตรเดียว

ขนาดที่ต้องใช้ = ปริมาณข้อมูล หารด้วย ช่วงเวลาที่คุณยอมรับได้ ลองดูตัวอย่างจริงสองแบบ ซึ่งทั้งคู่ไปจบที่ระดับที่มีขายจริงในตารางราคาด้านล่าง

ตัวอย่าง A: Backup และ Replication

สมมติต้องส่งข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงคืนละ 500 GB ให้เสร็จภายในหน้าต่างเวลา 8 ชั่วโมง เริ่มจากแปลงหน่วยก่อน 500 GB คูณ 8 ได้ 4,000 Gb ซึ่งเท่ากับ 4,000,000 Mb จากนั้นหารด้วยหน้าต่างเวลา 8 ชั่วโมง คือ 28,800 วินาที จะได้ประมาณ 139 Mbps คุณจึงควรเลือกระดับ 200 Mbps ไม่ใช่ 100 Mbps

และนี่คือประเด็นที่สำคัญกว่าตัวเลข ถ้าหน้าต่างเวลาเหลือ 4 ชั่วโมงแทนที่จะเป็น 8 ชั่วโมง ความต้องการจะเพิ่มเป็นเท่าตัวคือราว 278 Mbps ซึ่งต้องขยับไปที่ระดับ 300 Mbps สิ่งที่คุณควบคุมได้จริงมักเป็นหน้าต่างเวลา ไม่ใช่ปริมาณข้อมูล

แผนผังการคำนวณแบนด์วิธจากสูตรปริมาณข้อมูลหารด้วยหน้าต่างเวลา ตัวอย่างงาน Backup ข้อมูล 500 GB ภายใน 8 ชั่วโมง ได้ 139 Mbps และตัวอย่างงาน Streaming HD 1080p 5 Mbps คูณผู้ชมพร้อมกัน 40 คน ได้ 200 Mbps ซึ่งทั้งสองงานไปจบที่ระดับ 200 Mbps เท่ากัน

ตัวอย่าง B: ผู้ชมพร้อมกันหลายคน

ใช้ค่า 5 Mbps ต่อสตรีม HD 1080p ตรงจากตารางแบนด์วิธด้านล่าง คูณด้วยผู้ชมพร้อมกัน 40 คน ได้ 200 Mbps ซึ่งเป็นระดับเดียวกับตัวอย่าง A พอดี คนละงานกันโดยสิ้นเชิง แต่ลงเอยที่ระดับเดียวกัน

ตัวอย่าง C: Cluster หลายเครื่อง

งานนี้คิดต่างจากสองแบบแรก เพราะทราฟฟิกของการซิงก์ข้อมูลจะสม่ำเสมอมากกว่าจะมาเป็นช่วงพุ่ง จึงให้คิดจากอัตราที่วิ่งต่อเนื่องแล้วเผื่อหัวไว้ และอย่าลืมว่าสิ่งที่คุณต้องรองรับให้ได้คือช่วงพีค ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย

กฎการเผื่อ

คิดจากช่วงพีคเสมอ ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย และเผื่อไว้อีกหนึ่งระดับ เพราะช่องทางที่ถูกใช้จนเต็ม 100% คือช่องทางที่เริ่มเกิดการรอคิว ซึ่งย้อนกลับไปที่เรื่องความหน่วงที่อธิบายไว้ด้านบน

ถ้าความต้องการของคุณสูงกว่า 1000 Mbps ขึ้นไปจนถึงระดับ 100Gbps ส่วนนั้นเราเสนอราคาเป็นรายกรณี ติดต่อทีมงานที่ 061-989-8891 หรือ LINE @thaidatacloud เพื่อให้ช่วยคำนวณจากข้อมูลจริงของคุณได้ฟรี

บริการเหล่านี้ต้องการแบนด์วิธเท่าไหร่

ค่าอ้างอิงต่อผู้ใช้งานหนึ่งคน ใช้เป็นตัวตั้งต้นแล้วคูณด้วยจำนวนผู้ใช้งานพร้อมกัน

100 Kbps
VoIP calling
150 Kbps
Screen sharing
0.5 Mbps
Live streaming เช่น สัมมนาออนไลน์
1.5 Mbps
Broadband, Streaming Music
3 Mbps
720p video conferencing เช่น Zoom Meeting
5 Mbps
HD 1080p video streaming เช่น Netflix, Youtube
25 Mbps
4K Ultra HD video streaming เช่น Netflix, Youtube

ทำไม Private Network ต้องอยู่ภูมิภาคเดียวกับ Instance

ข้อนี้ตรวจสอบก่อนสั่งซื้อทุกครั้ง เพราะเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการสั่งซื้อที่ใช้งานไม่ได้

หมายเหตุ ภูมิภาค ของ Private Network ต้องตั้งอยู่ในภูมิภาคเดียวกัน (Same-Region) กับ Instance ที่ต้องการเชื่อมต่อ

กฎนี้ไม่ใช่ข้อจำกัดทางเอกสาร แต่มาจากลักษณะของตัวบริการเอง Private Network คือความจุจริงที่ถูกจัดสรรอยู่ใน โครงสร้างเครือข่ายของภูมิภาคหนึ่ง มันจึงเชื่อมต่อได้เฉพาะกับ Instance ที่อยู่ในโครงสร้างเดียวกันนั้น พูดให้ตรงกว่านั้นคือ Private Network ที่อยู่ในภูมิภาคไทย ไม่มีอะไรให้เชื่อมต่อด้วยเลย ถ้าเซิร์ฟเวอร์ของคุณอยู่ที่สิงคโปร์

แล้วกรณีของคุณควรทำอย่างไร

  • Instance อยู่ที่ไทยทั้งหมด: ใช้ Private Network ภูมิภาคไทยหนึ่งชุด เริ่มต้นที่ 2,360 บาทต่อเดือน
  • Instance อยู่ที่สิงคโปร์ทั้งหมด: ใช้ Private Network ภูมิภาคสิงคโปร์หนึ่งชุด เริ่มต้นที่ 2,760 บาทต่อเดือน
  • Instance อยู่ทั้งสองภูมิภาค: คุณกำลังจัดสรรแยกตามภูมิภาค จึงต้องวางแผนและตั้งงบเป็นภูมิภาคละหนึ่งชุด ส่วนคำถามว่าสองภูมิภาคควรเชื่อมถึงกันอย่างไรนั้น ตารางราคาบนหน้านี้ไม่ได้ตอบไว้ และเราจะไม่เดาให้ กรุณาปรึกษาทีมงานเพื่อออกแบบให้ตรงกับการใช้งานจริง

ในแง่ราคา ภูมิภาคสิงคโปร์สูงกว่าไทยราว 17% ในทุกระดับ (2,360 เทียบกับ 2,760 บาทที่ 10 Mbps และ 235,150 เทียบกับ 275,790 บาทที่ 1000 Mbps) แต่ในทางปฏิบัติส่วนต่างนี้ไม่ใช่ตัวตัดสิน เพราะภูมิภาคถูกกำหนดโดยตำแหน่งของเซิร์ฟเวอร์ที่คุณใช้งานอยู่แล้ว ไม่ใช่โดยราคา ทั้งนี้ THAI DATA CLOUD รองรับการใช้งาน Private Network ที่เชื่อมต่อกับ Instance ทั้งภูมิภาคไทยและสิงคโปร์

เลือก Thailand หรือ Singapore และขนาดเท่าไหร่

สามคำถาม ตอบตามลำดับ แล้วคุณจะรู้ว่าแถวไหนในตารางข้างล่างคือของคุณ

1. เลือกภูมิภาคไหน

ตอบ: ที่ไหนก็ตามที่ Instance ของคุณอยู่ตอนนี้ ข้อนี้ไม่ใช่ความชอบส่วนตัวแต่เป็นกฎ Same-Region ที่อธิบายไว้ด้านบน

2. เลือกขนาดเท่าไหร่

ตอบ: ใช้สูตรจากหัวข้อการคำนวณด้านบน คือปริมาณข้อมูลหารด้วยหน้าต่างเวลา คิดจากช่วงพีคไม่ใช่ค่าเฉลี่ย แล้วปัดขึ้นไปอีกหนึ่งระดับ เพราะราคาของบันไดนี้ไล่ขึ้นเกือบเป็นเส้นตรง (ภูมิภาคไทย 100 Mbps ที่ 23,520 บาท เทียบกับ 200 Mbps ที่ 47,030 บาท) การเผื่อหนึ่งระดับจึงมีต้นทุนราวหนึ่งระดับ แลกกับคืนที่คุณจะไม่ทำงานไม่ทันตามหน้าต่างเวลา

3. ถ้าต้องการมากกว่า 1000 Mbps

ตอบ: ตารางราคาที่เผยแพร่หยุดอยู่ที่ 1000 Mbps ส่วนตัวบริการรองรับไปถึง 100Gbps ซึ่งช่วงนั้นเสนอราคาเป็นรายกรณี ติดต่อทีมงานได้ที่ 061-989-8891 หรือ LINE @thaidatacloud

Private Network Pricing

THAI DATA CLOUD รองรับการใช้งาน Private Network ที่เชื่อมต่อกับ Instance ทั้งภูมิภาคไทยและสิงคโปร์ ให้คุณได้ใช้ความเร็วแรงแบบส่วนตัวไม่แชร์กับผู้ใช้งานอื่น และช่วยให้คุณจัดการการรับส่งข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตแบบ Centralized รับประกันแบนด์วิธเริ่มต้น 10Mbps ถึงสูงสุดที่ระดับ 100Gbps

Thailand

ภูมิภาคไทย

ราคา Private Network ภูมิภาค Thailand ต่อเดือน แยกตามขนาดแบนด์วิธ
Bandwidth Sizeราคาต่อเดือน
10 Mbps2,360 บาท
20 Mbps4,710 บาท
30 Mbps7,060 บาท
40 Mbps9,410 บาท
50 Mbps11,760 บาท
100 Mbps23,520 บาท
200 Mbps47,030 บาท
300 Mbps70,550 บาท
400 Mbps94,060 บาท
500 Mbps117,580 บาท
1000 Mbps235,150 บาท

Singapore

ภูมิภาคสิงคโปร์

ราคา Private Network ภูมิภาค Singapore ต่อเดือน แยกตามขนาดแบนด์วิธ
Bandwidth Sizeราคาต่อเดือน
10 Mbps2,760 บาท
20 Mbps5,520 บาท
30 Mbps8,280 บาท
40 Mbps11,040 บาท
50 Mbps13,790 บาท
100 Mbps27,580 บาท
200 Mbps55,160 บาท
300 Mbps82,740 บาท
400 Mbps110,320 บาท
500 Mbps137,900 บาท
1000 Mbps275,790 บาท

ราคาทั้งหมดเป็นราคาต่อเดือน แยกตามภูมิภาค และ Private Network ต้องอยู่ภูมิภาคเดียวกับ Instance ที่ต้องการเชื่อมต่อ ตารางนี้ครอบคลุม 11 ระดับ ตั้งแต่ 10 Mbps ถึง 1000 Mbps ส่วนความต้องการที่มากกว่า 1000 Mbps ขึ้นไปจนถึงระดับสูงสุด 100Gbps เสนอราคาเป็นรายกรณีตามรูปแบบการใช้งานจริง กรุณาติดต่อทีมงาน

FAQs

คำถามที่พบบ่อยเรื่อง Private Network

Private Network ของ THAI DATA CLOUD คืออะไร

Private Network คือเครือข่ายความเร็วส่วนตัวสำหรับ Server ของคุณโดยเฉพาะ ไม่แชร์กับ Server ของผู้ใช้งานรายอื่น ต่างจากการที่เซิร์ฟเวอร์ของคุณรับส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตสาธารณะ ซึ่งต้องแบ่งช่องทางกับผู้ใช้งานคนอื่นบนแพลตฟอร์มเดียวกัน ทำให้ความเร็วที่ได้จริงเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาและวางแผนล่วงหน้าได้ยาก เมื่อใช้ Private Network คุณจะได้แบนด์วิธที่รับประกันตั้งแต่ 10 Mbps ไปจนถึงระดับสูงสุด 100Gbps และจัดการการรับส่งข้อมูลได้แบบ Centralized

สิ่งที่ต้องเข้าใจให้ตรงกันตั้งแต่ต้นคือ Private Network ไม่ได้ทำให้เซิร์ฟเวอร์เครื่องเดียวทำงานเร็วขึ้น แต่เปลี่ยนคุณภาพของการรับส่งข้อมูลระหว่างเซิร์ฟเวอร์ของคุณ บริการนี้จึงเหมาะกับลูกค้าที่ใช้งานหลายเครื่องอยู่แล้ว เช่น ทำ Backup ข้ามเครื่อง ทำ Cluster ฐานข้อมูล ทำ Streaming หรือย้ายข้อมูลก้อนใหญ่ระหว่างเซิร์ฟเวอร์เป็นประจำ หากคุณใช้เซิร์ฟเวอร์เพียงเครื่องเดียวและคอขวดอยู่ที่ดิสก์หรือ CPU การเพิ่ม Private Network จะไม่ช่วยแก้ปัญหานั้น

Private Network ต่างจาก VPN อย่างไร

สองอย่างนี้อยู่คนละชั้นและใช้ร่วมกันได้ Private Network คือช่องทางรับส่งข้อมูลจริงที่มีแบนด์วิธรับประกันให้กับเซิร์ฟเวอร์ของคุณ พูดง่ายๆ คือเป็นถนนส่วนตัวที่คุณเป็นเจ้าของความจุนั้นจริงๆ ส่วน VPN คือการเข้ารหัสและสร้างอุโมงค์เชื่อมต่อ ซึ่งโดยทั่วไปยังคงวิ่งอยู่บนช่องทางที่มีอยู่ VPN จึงช่วยเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลที่วิ่งผ่าน แต่ไม่ได้เพิ่มความจุหรือรับประกันความเร็วให้คุณ

ในทางปฏิบัติ VPN Server เป็นหนึ่งในงานที่ลูกค้านำมารันบน Private Network อยู่แล้ว เพราะเป็นงานที่ต้องการความเร็วสม่ำเสมอและคาดเดาได้ ถ้าสิ่งที่คุณต้องการคือความจุที่แน่นอนระหว่างเซิร์ฟเวอร์ ให้เลือก Private Network แต่ถ้าคุณต้องการระบบ VPN Gateway สำหรับให้พนักงานหรืออุปกรณ์เชื่อมต่อเข้ามา สามารถดูรายละเอียดที่หน้า VPN Gateway ได้โดยตรง และหากต้องการทั้งสองอย่างประกอบกัน ทีมงานช่วยวางรูปแบบให้ได้

Private Network ราคาเท่าไหร่ ไทยกับสิงคโปร์ต่างกันแค่ไหน

ราคาคิดเป็นรายเดือนตามขนาดแบนด์วิธที่เลือก และแยกตามภูมิภาค สำหรับภูมิภาคไทยเริ่มต้นที่ 10 Mbps ราคา 2,360 บาทต่อเดือน, 100 Mbps ราคา 23,520 บาทต่อเดือน ไปจนถึง 1000 Mbps ราคา 235,150 บาทต่อเดือน ส่วนภูมิภาคสิงคโปร์เริ่มต้นที่ 10 Mbps ราคา 2,760 บาทต่อเดือน, 100 Mbps ราคา 27,580 บาทต่อเดือน ไปจนถึง 1000 Mbps ราคา 275,790 บาทต่อเดือน ราคาทั้งหมด 11 ระดับของทั้งสองภูมิภาคดูได้จากตารางราคาบนหน้านี้

สิงคโปร์จะสูงกว่าไทยประมาณ 17% ในทุกระดับ แต่ในทางปฏิบัติราคาไม่ใช่ตัวตัดสินว่าจะเลือกภูมิภาคไหน เพราะ Private Network ต้องอยู่ภูมิภาคเดียวกับ Instance ที่ต้องการเชื่อมต่ออยู่แล้ว ภูมิภาคจึงถูกกำหนดโดยตำแหน่งของเซิร์ฟเวอร์ที่คุณใช้งานอยู่ ไม่ใช่โดยส่วนลด หากเซิร์ฟเวอร์ของคุณอยู่ทั้งสองภูมิภาค ให้วางแผนแยกเป็นภูมิภาคละหนึ่งชุด

ต้องเลือกแบนด์วิธเท่าไหร่ถึงจะพอ

ใช้หลักคิดง่ายๆ ว่าแบนด์วิธคืออัตราเร็ว ไม่ใช่ปริมาณ ดังนั้นขนาดที่ต้องใช้ = ปริมาณข้อมูล หารด้วย ช่วงเวลาที่คุณยอมรับได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าต้องส่งข้อมูล Backup 500 GB ให้เสร็จภายในหน้าต่างเวลา 8 ชั่วโมง จะเท่ากับต้องการประมาณ 139 Mbps จึงควรเลือกระดับ 200 Mbps ไม่ใช่ 100 Mbps และถ้าลดหน้าต่างเวลาเหลือ 4 ชั่วโมง ความต้องการจะเพิ่มเป็นราว 278 Mbps ซึ่งต้องขยับไปที่ 300 Mbps สังเกตว่าสิ่งที่คุณควบคุมได้จริงมักเป็นหน้าต่างเวลา ไม่ใช่ปริมาณข้อมูล

ถ้าเป็นงาน Streaming ให้คูณจากจำนวนผู้ชมพร้อมกัน เช่น วิดีโอ HD 1080p ใช้ประมาณ 5 Mbps ต่อหนึ่งสตรีม หากมีผู้ชมพร้อมกัน 40 คนก็ประมาณ 200 Mbps ข้อแนะนำสำคัญคือให้คิดจากช่วงพีค ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย และเผื่อไว้อีกหนึ่งระดับ เพราะช่องทางที่ถูกใช้จนเต็ม 100% จะเริ่มเกิดการรอคิว ทำให้เกิดความหน่วงและ Jitter ตามมา หากไม่แน่ใจ ทีมงานช่วยคำนวณจากข้อมูลการใช้งานจริงของคุณได้

Private Network ทำให้ Latency ต่ำลงจริงไหม

ต้องแยกให้ชัดระหว่างความหน่วงสองแบบ ความหน่วงที่เกิดจากระยะทางและจำนวน Hop นั้น Private Network ไม่ได้ทำให้ลดลง เพราะระยะทางทางกายภาพไม่ได้สั้นลงจากการเพิ่มแบนด์วิธ ถ้ามีใครบอกว่าอัปเกรดจาก 100 Mbps เป็น 200 Mbps แล้ว Ping จะดีขึ้น นั่นไม่ถูกต้อง การเพิ่มช่องทางไม่ได้ทำให้ถนนสั้นลง

แต่ความหน่วงอีกแบบที่ Private Network แก้ได้จริงคือความหน่วงจากการแย่งใช้ช่องทาง เมื่อช่องทางที่แชร์กันถูกใช้จนเต็ม แพ็กเก็ตจะเริ่มเข้าคิว เกิดเป็นความหน่วงและ Jitter ที่ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้งาน Real-time อย่างการประชุมออนไลน์ VoIP Calling หรือ Online Gaming สะดุด การมีแบนด์วิธที่รับประกันและไม่แชร์กับผู้ใช้งานอื่นจึงทำให้ความเร็วนิ่งและคาดเดาได้ ส่วนเรื่องระยะทางให้แก้ด้วยการเลือกภูมิภาคให้ใกล้ผู้ใช้งานแทน

ทำไม Private Network ต้องอยู่ภูมิภาคเดียวกับ Instance

ภูมิภาคของ Private Network ต้องตั้งอยู่ในภูมิภาคเดียวกัน (Same-Region) กับ Instance ที่ต้องการเชื่อมต่อ เหตุผลคือ Private Network เป็นความจุที่จัดสรรอยู่ในโครงสร้างเครือข่ายของภูมิภาคนั้นจริงๆ จึงเชื่อมต่อได้เฉพาะกับ Instance ที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกัน Private Network ที่สร้างไว้ในภูมิภาคไทยจะไม่มีอะไรให้เชื่อมต่อด้วยหากเซิร์ฟเวอร์ของคุณอยู่ที่สิงคโปร์ ข้อนี้จึงควรตรวจสอบก่อนสั่งซื้อทุกครั้ง

ถ้าเซิร์ฟเวอร์ของคุณอยู่ที่เดียว ให้เลือกภูมิภาคตามเซิร์ฟเวอร์นั้นและจบ แต่ถ้าคุณมีเซิร์ฟเวอร์ทั้งภูมิภาคไทยและสิงคโปร์ ให้วางแผนและตั้งงบเป็นภูมิภาคละหนึ่งชุด ส่วนรูปแบบการเชื่อมต่อระหว่างสองภูมิภาคนั้นอยู่นอกเหนือจากตารางราคาบนหน้านี้ กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อออกแบบและเสนอราคาให้ตรงกับการใช้งานจริง เราไม่แนะนำให้เดาจากตารางราคานี้เอง

Private Network รองรับสูงสุดเท่าไหร่ ถ้าต้องการมากกว่า 1000 Mbps ทำได้ไหม

บริการรองรับตั้งแต่ 10 Mbps ไปจนถึงระดับสูงสุด 100Gbps ส่วนตารางราคาที่เผยแพร่บนหน้านี้ครอบคลุม 11 ระดับ ตั้งแต่ 10 Mbps ไปจนถึง 1000 Mbps ซึ่งเท่ากับ 1 Gbps หากความต้องการของคุณอยู่ในช่วงนี้ สามารถดูราคาต่อเดือนได้จากตารางและสั่งซื้อได้ทันที

สำหรับความต้องการที่มากกว่า 1000 Mbps ขึ้นไปจนถึง 100Gbps เราไม่ได้ประกาศราคาไว้เป็นตารางสำเร็จรูป เพราะการใช้งานระดับนั้นขึ้นกับรูปแบบการเชื่อมต่อและปริมาณจริงของแต่ละราย จึงเสนอราคาเป็นรายกรณีเพื่อให้ตรงกับงานของคุณมากที่สุด ติดต่อทีมงานเพื่อประเมินและขอใบเสนอราคาได้ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด

เพิ่มหรือลดขนาดแบนด์วิธภายหลังได้ไหม

Private Network ออกแบบมาให้รองรับการปรับขนาดตามความต้องการและตามการใช้งาน ขยายและเติบโตได้อย่างไม่มีสะดุด คุณจึงไม่จำเป็นต้องซื้อเผื่อขนาดใหญ่เกินจำเป็นตั้งแต่วันแรก เพราะราคาคิดเป็นรายเดือนแยกตามระดับแบนด์วิธอยู่แล้ว การขยับระดับจึงหมายถึงการเปลี่ยนไปใช้ระดับที่เหมาะกับการใช้งานจริงในช่วงนั้น

แนวทางที่เราแนะนำคือเริ่มจากขนาดที่คำนวณได้จากปริมาณข้อมูลและหน้าต่างเวลาจริง เผื่อหัวไว้หนึ่งระดับสำหรับช่วงพีค แล้วค่อยปรับตามข้อมูลการใช้งานที่เก็บได้ในเดือนถัดไป หากต้องการเปลี่ยนขนาดหรือไม่แน่ใจว่าควรขยับขึ้นหรือลง แจ้งทีมงานเพื่อประเมินและดำเนินการให้ได้

ใช้ Private Network กับงานแบบไหนได้บ้าง

งานที่ได้ประโยชน์ชัดเจนที่สุดคืองานที่รับส่งข้อมูลระหว่างเซิร์ฟเวอร์เป็นประจำ ได้แก่ การทำ Backup และ Replication ข้ามเครื่องที่ต้องเสร็จภายในหน้าต่างเวลาที่กำหนด, การทำ Cluster หลายเครื่องที่ต้องซิงก์ข้อมูลกันตลอดเวลา, งาน Streaming ที่ต้องรองรับผู้ชมพร้อมกันจำนวนมาก และการย้ายข้อมูลก้อนใหญ่ระหว่างเซิร์ฟเวอร์ นอกจากนี้ยังใช้กับ VPN Server, Game Server และ Smart Devices ได้ ซึ่งล้วนเป็นงานที่ต้องการความเร็วที่นิ่งและคาดเดาได้

ในทางกลับกัน เราขอบอกตรงๆ ว่างานที่มักไม่คุ้มกับ Private Network คือ การใช้เซิร์ฟเวอร์เพียงเครื่องเดียว, เว็บไซต์ที่มีแต่ทราฟฟิกขาเข้าจากอินเทอร์เน็ตสาธารณะมาที่เครื่องเดียว หรือกรณีที่คอขวดจริงอยู่ที่ดิสก์หรือ CPU ไม่ใช่เครือข่าย ในสามกรณีนี้การเพิ่มแบนด์วิธจะไม่เปลี่ยนอะไร หากไม่แน่ใจว่าคอขวดของคุณอยู่ตรงไหน ทีมงานช่วยตรวจสอบก่อนได้ เพื่อไม่ให้คุณจ่ายค่าบริการที่ไม่ได้แก้ปัญหา

เริ่มใช้งาน Private Network อย่างไร และขอใบเสนอราคาได้ที่ไหน

ถ้าคุณทราบภูมิภาคและขนาดแบนด์วิธที่ต้องการแล้ว สามารถสั่งซื้อได้เองทันทีผ่านระบบ โดยตรวจสอบก่อนว่า Private Network อยู่ภูมิภาคเดียวกับ Instance ที่ต้องการเชื่อมต่อ จากนั้นเลือกระดับแบนด์วิธจากตารางราคา 11 ระดับ ตั้งแต่ 10 Mbps ไปจนถึง 1000 Mbps ตามภูมิภาคไทยหรือสิงคโปร์

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าควรใช้ขนาดเท่าไหร่ หรือมีเซิร์ฟเวอร์อยู่หลายเครื่องหลายภูมิภาค หรือต้องการมากกว่า 1000 Mbps ขึ้นไปจนถึง 100Gbps ให้ทีมงานประเมินและเสนอราคาให้ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด โทร 061-989-8891 หรือ LINE @thaidatacloud ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

พร้อมให้ Server ของคุณมีเครือข่ายส่วนตัวที่ไม่ต้องแย่งกับใครแล้วหรือยัง

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าควรเลือกภูมิภาคไหนหรือขนาดเท่าไหร่ ให้ทีมงานช่วยคำนวณจากการใช้งานจริงของคุณ ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด