โลโก้ Appsmith
Automation และ No-codeApache License 2.0 (Community Edition)

Appsmith คืออะไร และวิธีติดตั้งบน Cloud Server

Appsmith คือแพลตฟอร์มสร้างแอปภายในองค์กรแบบลากวาง ต่อกับฐานข้อมูลและ API ที่มีอยู่ได้โดยตรง ทำให้สร้างหน้าจอสำหรับทีมงานได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงแทนหลายสัปดาห์

หมวดหมู่
Automation และ No-code
ติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์เองได้
ได้
สเปกเริ่มต้นที่แนะนำ
2 vCPU · RAM 4 GB
ไลเซนส์
Apache License 2.0 (Community Edition)
เว็บทางการ
เปิดเว็บไซต์
สร้าง Cloud Server เดี๋ยวนี้
  • ISO/IEC 27001
  • ISO 22301
  • ISO 20000-1
  • CSA-STAR

Data Center ในไทย มาตรฐาน TIA-942 Tier 3+ ข้อมูลอยู่ในประเทศไทย

Appsmith คืออะไร

ทุกองค์กรมีงานที่ต้องมีหน้าจอให้ทีมงานใช้ เช่น หน้าค้นหาข้อมูลลูกค้า หน้าอนุมัติคำขอ หรือหน้าแก้ไขข้อมูลในฐานข้อมูล ซึ่งการพัฒนาเต็มรูปแบบใช้เวลานานเกินคุ้มสำหรับงานที่มีผู้ใช้ไม่กี่คน

Appsmith แก้ด้วยการให้ลากส่วนประกอบหน้าจอมาวางแล้วผูกกับคิวรีหรือ API ได้โดยตรง ทีมจึงสร้างหน้าจอที่ใช้งานได้จริงในเวลาไม่กี่ชั่วโมง โดยยังเขียน JavaScript แทรกได้เมื่อต้องการตรรกะเฉพาะ

จุดที่สำคัญสำหรับองค์กรคือติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองได้ ทำให้เครื่องมือเชื่อมกับฐานข้อมูลภายในผ่านวงเครือข่ายเดียวกันโดยไม่ต้องเปิดฐานข้อมูลสู่อินเทอร์เน็ต

แผนผังการวางระบบ Appsmith บน Cloud Server หนึ่งเครื่องที่ Data Center ในประเทศไทย ผู้ใช้เข้าถึงผ่านไฟร์วอลล์ที่เปิดเฉพาะพอร์ต 443, 8080 ตัว Appsmith และข้อมูลอยู่บนเครื่องเดียวกัน เริ่มต้นที่ 2 vCPU แรม 4 GB และมีสำเนาสำรองเขียนออกไปเก็บอีกไซต์หนึ่ง
Appsmith ทำงานบน Cloud Server เครื่องเดียวได้ครบ เปิดเฉพาะพอร์ตที่จำเป็น ข้อมูลและสำเนาสำรองอยู่ใน Data Center ในประเทศไทย

ความสามารถเด่นของ Appsmith

สร้างหน้าจอแบบลากวาง

ได้แอปที่ใช้งานได้จริงในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

ต่อกับฐานข้อมูลและ API โดยตรง

ไม่ต้องเขียนส่วนหลังบ้านใหม่ทั้งหมด

เขียน JavaScript แทรกได้

จัดการตรรกะเฉพาะที่หน้าจอสำเร็จรูปทำไม่ได้

ควบคุมสิทธิ์ผู้ใช้

กำหนดว่าใครเห็นหรือแก้ข้อมูลส่วนใดได้

ติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์เองได้

เชื่อมกับฐานข้อมูลภายในโดยไม่ต้องเปิดสู่อินเทอร์เน็ต

ใช้ Appsmith ทำอะไรได้บ้าง

  • หน้าจอสำหรับทีมบริการลูกค้าค้นหาและแก้ไขข้อมูล
  • ระบบอนุมัติภายในที่ต้องมีหน้าจอให้ผู้จัดการกด
  • แดชบอร์ดปฏิบัติการที่ต้องดึงข้อมูลจากหลายระบบ
  • เครื่องมือภายในที่ไม่คุ้มกับการพัฒนาเต็มรูปแบบ

สเปก Cloud Server ที่แนะนำ

แผนภาพเทียบสเปก Cloud Server สำหรับ Appsmith 3 ระดับ เริ่มจาก 2 vCPU แรม 4 GB ดิสก์ NVMe 40 GB ไปจนถึง 8 vCPU ขึ้นไป แรม 16 GB ขึ้นไป ดิสก์ NVMe 200 GB ขึ้นไป โดยเทียบขนาดแยกตามแต่ละคอลัมน์
เริ่มจากระดับที่ตรงกับการใช้งานตอนนี้ แล้วเพิ่ม CPU และ RAM ทีหลังได้บนเครื่องเดิม
ระดับการใช้งานvCPURAMDisk
ขั้นต่ำแอปไม่กี่ตัวและผู้ใช้ไม่มาก2 vCPU4 GBNVMe 40 GB
แนะนำหลายแอปและผู้ใช้หลายสิบคน4 vCPU8 GBNVMe 100 GB
ใช้งานหนักผู้ใช้จำนวนมากและคิวรีที่หนัก8 vCPU ขึ้นไป16 GB ขึ้นไปNVMe 200 GB ขึ้นไป

ดูราคาตามสเปกได้ที่ ราคา Cloud Compute หรือให้ทีมงานช่วยประเมินสเปกจากปริมาณผู้ใช้จริงของคุณ

วิธีติดตั้ง Appsmith บน Cloud Server ของ THAI DATA CLOUD

ขั้นตอนด้านล่างใช้กับ Cloud Server ที่เพิ่งสร้างใหม่จากหน้าจัดการของ THAI DATA CLOUD ได้ทันที ถ้าไม่สะดวกทำเอง ทีมวิศวกรของเราติดตั้งและตั้งค่าให้ฟรีสำหรับลูกค้า Cloud Server

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • MongoDB และ Redis ซึ่งมากับชุดติดตั้ง
  • Docker และ Docker Compose
  • Nginx พร้อมใบรับรอง SSL
  • สิทธิ์เข้าถึงฐานข้อมูลหรือ API ที่ต้องการเชื่อม

ทดสอบบน Ubuntu Server 24.04 LTS ที่ติดตั้ง Docker แล้ว

  1. 1

    รัน Appsmith

    mkdir -p /srv/appsmith && cd /srv/appsmith
    docker run -d --name appsmith \
      -p 127.0.0.1:8080:80 \
      -v /srv/appsmith/stacks:/appsmith-stacks \
      --restart unless-stopped \
      index.docker.io/appsmith/appsmith-ce
  2. 2

    ตั้ง Nginx และ HTTPS

    sudo certbot --nginx -d apps.example.com
  3. 3

    สร้างบัญชีผู้ดูแลและปิดการสมัครเอง

    สร้างบัญชีแรกผ่านหน้าเว็บ แล้วปิดการสมัครสมาชิกเองทันทีเพื่อไม่ให้คนภายนอกเข้ามาได้

  4. 4

    เชื่อมกับฐานข้อมูล

    สร้างผู้ใช้ฐานข้อมูลแยกสำหรับ Appsmith โดยให้สิทธิ์เท่าที่แอปต้องใช้จริง แล้วเพิ่มเป็นแหล่งข้อมูลในหน้าจอ

    CREATE USER appsmith WITH PASSWORD 'ChangeThisStrongPassword';
    GRANT SELECT, INSERT, UPDATE ON orders TO appsmith;
  5. 5

    สร้างแอปแรก

    ลากส่วนประกอบหน้าจอมาวาง ผูกกับคิวรีที่เขียนไว้ แล้วทดสอบการทำงานทั้งการอ่านและการบันทึกข้อมูล

  6. 6

    กำหนดสิทธิ์และเผยแพร่

    เชิญผู้ใช้เข้าระบบพร้อมกำหนดสิทธิ์ แล้วเผยแพร่แอปให้ทีมใช้งาน โดยแยกสภาพแวดล้อมทดสอบกับใช้งานจริงถ้าแอปสำคัญ

ให้ผู้ใช้ฐานข้อมูลที่ Appsmith ใช้มีสิทธิ์เท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพราะแอปที่สร้างขึ้นรันคิวรีตามที่ผู้สร้างเขียน ซึ่งอาจแก้ข้อมูลจริงได้

พอร์ตที่ต้องเปิดบน Firewall

พอร์ตโปรโตคอลใช้ทำอะไร
443TCPHTTPS สำหรับหน้าจอและแอปที่เผยแพร่
8080TCPพอร์ตภายในของแอป

สิ่งที่ควรทำต่อหลังติดตั้งเสร็จ

  • ปิดการสมัครสมาชิกเองและเชื่อมกับระบบยืนยันตัวตนขององค์กร
  • ให้ผู้ใช้ฐานข้อมูลมีสิทธิ์เท่าที่จำเป็น
  • กำหนดสิทธิ์ผู้ใช้ให้เห็นเฉพาะแอปที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่เปิดหน้าจอสร้างแอปสู่อินเทอร์เน็ตโดยไม่จำกัดไอพี
  • สำรองข้อมูลของระบบเพราะเก็บแอปที่สร้างไว้ทั้งหมด

ทำไมควรรัน Appsmith บน Cloud Server ของ THAI DATA CLOUD

Data Center ในประเทศไทย มาตรฐาน ISO/IEC 27001 และ ISO 22301 พร้อมทีมวิศวกรคนไทยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

วางไว้ในวง Private Network เดียวกับฐานข้อมูล ทำให้เชื่อมได้โดยไม่ต้องเปิดพอร์ตฐานข้อมูลสู่ภายนอก

ไม่มีค่าบริการรายผู้ใช้เมื่อติดตั้งเอง

สร้างเครื่องมือภายในได้เร็วโดยไม่ต้องรอทีมพัฒนา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Appsmith

Appsmith ต่างจาก Budibase อย่างไร

ทั้งคู่สร้างแอปภายในแบบลากวางเหมือนกัน Appsmith ให้ความยืดหยุ่นในการเขียน JavaScript แทรกมากกว่า ส่วน Budibase มีระบบจัดการข้อมูลในตัวและตั้งค่าง่ายกว่าเล็กน้อย ควรทดลองทั้งสองกับงานจริง

ใช้แทนการพัฒนาแอปเต็มรูปแบบได้ไหม

เหมาะกับเครื่องมือภายในที่มีผู้ใช้ไม่มากและตรรกะไม่ซับซ้อน ส่วนระบบที่เปิดให้ลูกค้าใช้หรือมีผู้ใช้จำนวนมาก ควรพัฒนาเป็นแอปเต็มรูปแบบเพื่อควบคุมประสิทธิภาพและประสบการณ์ผู้ใช้

ปลอดภัยไหมเมื่อต่อกับฐานข้อมูลจริง

ปลอดภัยเมื่อใช้ผู้ใช้ฐานข้อมูลที่มีสิทธิ์เท่าที่จำเป็นและกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้ในระบบให้ชัดเจน ควรแยกสภาพแวดล้อมทดสอบกับใช้งานจริงสำหรับแอปที่แก้ข้อมูลสำคัญ

ให้เราติดตั้ง Appsmith ให้ฟรี บน Cloud Server ในไทย

แจ้งความต้องการสั้น ๆ ทีมวิศวกรจะช่วยประเมินสเปก ติดตั้ง และตั้งค่าความปลอดภัยให้พร้อมใช้งาน ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด