Authentik คืออะไร และวิธีติดตั้งบน Cloud Server
Authentik คือ Identity Provider โอเพนซอร์สรุ่นใหม่ที่ให้ความสามารถระดับองค์กรพร้อมหน้าจอตั้งค่าที่เข้าใจง่ายกว่าระบบรุ่นก่อน เหมาะกับทีมที่ต้องการ SSO แต่ไม่ต้องการความซับซ้อนมาก
- หมวดหมู่
- Identity และ SSO
- ติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์เองได้
- ได้
- สเปกเริ่มต้นที่แนะนำ
- 2 vCPU · RAM 4 GB
- ไลเซนส์
- MIT (โอเพนซอร์ส)
- เว็บทางการ
- เปิดเว็บไซต์
- ISO/IEC 27001
- ISO 22301
- ISO 20000-1
- CSA-STAR
Data Center ในไทย มาตรฐาน TIA-942 Tier 3+ ข้อมูลอยู่ในประเทศไทย
Authentik คืออะไร
Authentik ทำหน้าที่เดียวกับระบบ Identity รุ่นก่อน คือเป็นจุดยืนยันตัวตนกลางที่ระบบอื่นส่งผู้ใช้มาล็อกอิน แต่ออกแบบหน้าจอและแนวคิดใหม่ให้ตั้งค่าเสร็จได้เร็วกว่า
จุดที่หลายทีมชอบคือแนวคิด Flow ที่ให้ออกแบบขั้นตอนการเข้าสู่ระบบเป็นลำดับได้เอง เช่น ตรวจรหัสผ่าน แล้วขอรหัสจากแอป แล้วตรวจว่าอุปกรณ์อยู่ในเครือข่ายที่อนุญาตหรือไม่
ระบบยังมีตัวคุ้มกันที่วางไว้หน้าแอปที่ไม่รองรับมาตรฐาน SSO ได้ ทำให้เพิ่มชั้นยืนยันตัวตนให้ระบบเก่าที่แก้โค้ดไม่ได้แล้ว
ความสามารถเด่นของ Authentik
ออกแบบขั้นตอนล็อกอินได้เอง
ต่อขั้นตอนการยืนยันตัวตนเป็นลำดับตามนโยบายขององค์กร
รองรับ OIDC และ SAML
ต่อกับซอฟต์แวร์สำเร็จรูปและแอปที่พัฒนาเองได้
ตัวคุ้มกันหน้าแอปเก่า
เพิ่มชั้นยืนยันตัวตนให้ระบบที่ไม่รองรับ SSO โดยไม่ต้องแก้โค้ด
MFA หลายรูปแบบ
ทั้งแอป Authenticator, คีย์ความปลอดภัย และรหัสผ่านครั้งเดียว
หน้าจอจัดการที่เข้าใจง่าย
ตั้งค่าเสร็จเร็วกว่าระบบ Identity รุ่นก่อนสำหรับงานทั่วไป
ใช้ Authentik ทำอะไรได้บ้าง
- องค์กรขนาดกลางที่ต้องการ SSO โดยไม่มีทีมเฉพาะทางด้าน Identity
- ทีมที่ต้องเพิ่มชั้นยืนยันตัวตนให้ระบบภายในที่ไม่รองรับ SSO
- ธุรกิจที่ต้องบังคับ MFA ให้พนักงานทั้งองค์กร
- ทีมพัฒนาที่อยากใช้ระบบล็อกอินกลางในทุกโครงการ
สเปก Cloud Server ที่แนะนำ
| ระดับการใช้งาน | vCPU | RAM | Disk |
|---|---|---|---|
| เริ่มต้นผู้ใช้ไม่เกิน 300 คน | 2 vCPU | 4 GB | NVMe 40 GB |
| แนะนำผู้ใช้หลักพันและหลายระบบที่ต่อเข้ามา | 4 vCPU | 8 GB | NVMe 80 GB |
| องค์กรใหญ่ควรรันหลายโหนดเพราะเป็นระบบที่ห้ามล่ม | 8 vCPU | 16 GB | NVMe 160 GB |
ดูราคาตามสเปกได้ที่ ราคา Cloud Compute หรือให้ทีมงานช่วยประเมินสเปกจากปริมาณผู้ใช้จริงของคุณ
วิธีติดตั้ง Authentik บน Cloud Server ของ THAI DATA CLOUD
ขั้นตอนด้านล่างใช้กับ Cloud Server ที่เพิ่งสร้างใหม่จากหน้าจัดการของ THAI DATA CLOUD ได้ทันที ถ้าไม่สะดวกทำเอง ทีมวิศวกรของเราติดตั้งและตั้งค่าให้ฟรีสำหรับลูกค้า Cloud Server
สิ่งที่ต้องเตรียม
- Cloud Server ที่ติดตั้ง Docker และ Docker Compose แล้ว
- PostgreSQL และ Redis (มาพร้อมชุด Compose ทางการ)
- โดเมนและใบรับรอง SSL
- บริการ SMTP สำหรับส่งอีเมลเชิญและรีเซ็ตรหัสผ่าน
ทดสอบบน Ubuntu Server 24.04 LTS ที่ติดตั้ง Docker แล้ว
- 1
ดึงไฟล์ compose ทางการและสร้างค่าลับ
ต้องสร้าง Secret Key เป็นค่าที่สุ่มยาว เพราะใช้เข้ารหัสข้อมูล Session และค่าลับในระบบ
mkdir authentik && cd authentik curl -O https://goauthentik.io/docker-compose.yml echo "PG_PASS=$(openssl rand -base64 36 | tr -d '\n')" >> .env echo "AUTHENTIK_SECRET_KEY=$(openssl rand -base64 60 | tr -d '\n')" >> .env - 2
สั่งรัน
docker compose pull docker compose up -d - 3
ตั้งบัญชีผู้ดูแลระบบครั้งแรก
เปิดเส้นทางตั้งค่าเริ่มต้นตามที่เอกสารระบุ แล้วตั้งรหัสผ่านของบัญชีผู้ดูแล จากนั้นเปิด MFA ให้บัญชีนี้ทันที
- 4
วาง Reverse Proxy พร้อม HTTPS
server { listen 443 ssl; server_name id.example.com; location / { proxy_pass http://127.0.0.1:9000; proxy_http_version 1.1; proxy_set_header Upgrade $http_upgrade; proxy_set_header Connection "upgrade"; proxy_set_header Host $host; proxy_set_header X-Forwarded-Proto $scheme; } } - 5
สร้าง Application และ Provider
เพิ่มหนึ่งรายการต่อหนึ่งระบบที่จะต่อเข้ามา เลือกชนิด Provider ตามที่ระบบนั้นรองรับ ทั้ง OIDC, SAML หรือแบบผ่านตัวคุ้มกัน
- 6
ตั้งค่าอีเมลและนโยบาย MFA
ตั้ง SMTP เพื่อให้ระบบส่งอีเมลได้ แล้วเพิ่มขั้นตอน MFA เข้าใน Flow ของการเข้าสู่ระบบ เริ่มจากกลุ่มผู้ดูแลก่อน
พอร์ตที่ต้องเปิดบน Firewall
| พอร์ต | โปรโตคอล | ใช้ทำอะไร |
|---|---|---|
| 443 | TCP | HTTPS ผ่าน Reverse Proxy |
| 9000 | TCP | พอร์ตภายในของ Authentik |
สิ่งที่ควรทำต่อหลังติดตั้งเสร็จ
- เก็บ Secret Key ไว้อย่างปลอดภัยและรวมในแผนสำรองข้อมูล
- บังคับ MFA สำหรับบัญชีผู้ดูแลระบบทุกคน
- จำกัดไอพีที่เข้าถึงหน้าจัดการได้
- ระบุที่อยู่ปลายทางที่อนุญาตให้เปลี่ยนเส้นทางกลับอย่างเจาะจง
- สำรองฐานข้อมูลและตั้งการเฝ้าระวังเพราะเป็นระบบที่ห้ามล่ม
ทำไมควรรัน Authentik บน Cloud Server ของ THAI DATA CLOUD
Data Center ในประเทศไทย มาตรฐาน ISO/IEC 27001 และ ISO 22301 พร้อมทีมวิศวกรคนไทยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง
ข้อมูลบัญชีผู้ใช้อยู่ในไทย ตอบข้อกำหนดขององค์กรที่ไม่ต้องการฝากข้อมูลบัญชีไว้ต่างประเทศ
ใช้ตัวคุ้มกันวางหน้าระบบภายในที่รันบน Cloud Server เครื่องอื่น ทำให้เพิ่มชั้นยืนยันตัวตนได้โดยไม่แก้โค้ด
ไม่มีค่าไลเซนส์รายผู้ใช้ จึงคุมงบได้แน่นอนเมื่อองค์กรโต
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Authentik
Authentik กับ Keycloak เลือกอะไรดี
Keycloak เป็นมาตรฐานที่ใช้ในองค์กรใหญ่มายาวนานและมีเอกสารกับผู้เชี่ยวชาญมากกว่า ส่วน Authentik ตั้งค่าเสร็จเร็วกว่าสำหรับงานทั่วไปและมีตัวคุ้มกันหน้าแอปเก่าในตัว ถ้าทีมเล็กและอยากได้ผลเร็ว Authentik มักง่ายกว่า
เพิ่ม MFA ให้ระบบเก่าที่แก้โค้ดไม่ได้ ทำได้ไหม
ทำได้ผ่านตัวคุ้มกันที่วางไว้หน้าแอปนั้น ผู้ใช้จะต้องยืนยันตัวตนที่ Authentik ก่อนจึงเข้าถึงแอปได้ ซึ่งเป็นวิธีเพิ่มความปลอดภัยให้ระบบเก่าที่นิยมใช้กัน
รองรับผู้ใช้จำนวนมากได้ไหม
รองรับได้ในระดับหลักพันถึงหลักหมื่นบนเครื่องขนาดกลาง สิ่งที่ควรวางแผนคือความพร้อมใช้งาน เพราะถ้าระบบนี้ล่มพนักงานจะเข้าระบบอื่นไม่ได้ จึงควรรันหลายโหนดในงานที่สำคัญ
ทางเลือกอื่นที่คล้ายกับ Authentik
แอปอื่นในหมวด Identity และ SSO
บริการของ THAI DATA CLOUD ที่เกี่ยวข้อง
ให้เราติดตั้ง Authentik ให้ฟรี บน Cloud Server ในไทย
แจ้งความต้องการสั้น ๆ ทีมวิศวกรจะช่วยประเมินสเปก ติดตั้ง และตั้งค่าความปลอดภัยให้พร้อมใช้งาน ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด