Home Assistant คืออะไร และวิธีติดตั้งบน Cloud Server
Home Assistant คือระบบควบคุมอุปกรณ์ IoT ที่รวมอุปกรณ์จากหลายยี่ห้อไว้ในระบบเดียว และตั้งกฎอัตโนมัติได้ โดยประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ของผู้ใช้เองไม่ผ่านคลาวด์ของผู้ผลิต
- หมวดหมู่
- Automation และ No-code
- ติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์เองได้
- ได้
- สเปกเริ่มต้นที่แนะนำ
- 2 vCPU · RAM 4 GB
- ไลเซนส์
- Apache License 2.0 (โอเพนซอร์ส)
- เว็บทางการ
- เปิดเว็บไซต์
- ISO/IEC 27001
- ISO 22301
- ISO 20000-1
- CSA-STAR
Data Center ในไทย มาตรฐาน TIA-942 Tier 3+ ข้อมูลอยู่ในประเทศไทย
Home Assistant คืออะไร
ปัญหาของอุปกรณ์อัจฉริยะคือแต่ละยี่ห้อมีแอปของตัวเองและคุยกันไม่ได้ ผู้ใช้จึงต้องเปิดหลายแอปและตั้งกฎอัตโนมัติข้ามยี่ห้อไม่ได้เลย
Home Assistant รวมอุปกรณ์จากหลายยี่ห้อไว้ในระบบเดียว รองรับการเชื่อมต่อจำนวนมาก และตั้งกฎอัตโนมัติข้ามอุปกรณ์ได้ เช่น เมื่อเซ็นเซอร์ตรวจพบความเคลื่อนไหวให้เปิดไฟและบันทึกภาพ
จุดที่สำคัญไม่แพ้กันคือการประมวลผลเกิดบนเซิร์ฟเวอร์ของผู้ใช้เอง ระบบจึงยังทำงานได้แม้อินเทอร์เน็ตขาด และข้อมูลจากเซ็นเซอร์ในอาคารไม่ต้องส่งออกไปยังคลาวด์ของผู้ผลิต
ความสามารถเด่นของ Home Assistant
รวมอุปกรณ์หลายยี่ห้อ
ควบคุมทุกอย่างจากหน้าจอเดียวแทนการเปิดหลายแอป
ตั้งกฎอัตโนมัติข้ามอุปกรณ์
ให้อุปกรณ์ต่างยี่ห้อทำงานร่วมกันตามเงื่อนไขที่กำหนด
ประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง
ยังทำงานได้แม้อินเทอร์เน็ตขาดและข้อมูลไม่ออกนอกระบบ
เก็บข้อมูลย้อนหลัง
ดูแนวโน้มของค่าจากเซ็นเซอร์เพื่อวิเคราะห์การใช้พลังงาน
ส่วนเสริมจากชุมชนจำนวนมาก
รองรับอุปกรณ์และบริการเพิ่มเติมได้กว้าง
ใช้ Home Assistant ทำอะไรได้บ้าง
- ระบบอัตโนมัติในอาคารสำนักงานหรือโรงงาน
- เฝ้าระวังอุณหภูมิและความชื้นในห้องเซิร์ฟเวอร์หรือคลังสินค้า
- ควบคุมไฟและเครื่องปรับอากาศตามตารางเวลาเพื่อประหยัดพลังงาน
- รวมข้อมูลจากเซ็นเซอร์หลายจุดไว้ในหน้าจอเดียว
สเปก Cloud Server ที่แนะนำ
| ระดับการใช้งาน | vCPU | RAM | Disk |
|---|---|---|---|
| เริ่มต้นอุปกรณ์ไม่กี่สิบตัว | 2 vCPU | 4 GB | NVMe 40 GB |
| แนะนำอุปกรณ์หลักร้อยและเก็บข้อมูลย้อนหลัง | 4 vCPU | 8 GB | NVMe 100 GB |
| ใช้งานหนักอุปกรณ์จำนวนมากและมีการประมวลผลภาพจากกล้อง | 8 vCPU ขึ้นไป | 16 GB ขึ้นไป | NVMe 250 GB ขึ้นไป |
ดูราคาตามสเปกได้ที่ ราคา Cloud Compute หรือให้ทีมงานช่วยประเมินสเปกจากปริมาณผู้ใช้จริงของคุณ
วิธีติดตั้ง Home Assistant บน Cloud Server ของ THAI DATA CLOUD
ขั้นตอนด้านล่างใช้กับ Cloud Server ที่เพิ่งสร้างใหม่จากหน้าจัดการของ THAI DATA CLOUD ได้ทันที ถ้าไม่สะดวกทำเอง ทีมวิศวกรของเราติดตั้งและตั้งค่าให้ฟรีสำหรับลูกค้า Cloud Server
สิ่งที่ต้องเตรียม
- Docker หรือระบบปฏิบัติการเฉพาะของโครงการ
- เครือข่ายที่เข้าถึงอุปกรณ์ปลายทางได้
- VPN หรือ Reverse Proxy ถ้าต้องเข้าถึงจากภายนอก
- พื้นที่ดิสก์สำหรับเก็บข้อมูลจากเซ็นเซอร์
ทดสอบบน Ubuntu Server 24.04 LTS ที่ติดตั้ง Docker แล้ว
- 1
รัน Home Assistant
docker run -d --name homeassistant \ --network=host \ -v /srv/homeassistant:/config \ -e TZ=Asia/Bangkok \ --restart unless-stopped \ ghcr.io/home-assistant/home-assistant:stable - 2
ตั้งค่าครั้งแรกผ่านหน้าเว็บ
เข้าหน้าเว็บเพื่อสร้างบัญชีผู้ดูแลและตั้งตำแหน่งที่ตั้ง ซึ่งใช้คำนวณเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตกสำหรับกฎอัตโนมัติ
- 3
ตั้งค่าให้เข้าถึงผ่าน Reverse Proxy
ต้องประกาศให้ระบบเชื่อถือตัวกลาง มิฉะนั้นจะปฏิเสธการเชื่อมต่อที่ผ่าน Nginx
# ใน configuration.yaml http: use_x_forwarded_for: true trusted_proxies: - 127.0.0.1 - 10.10.0.0/24 - 4
เชื่อมอุปกรณ์
เพิ่มการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่มีอยู่ ทั้งอุปกรณ์ที่ค้นพบอัตโนมัติในเครือข่ายและอุปกรณ์ที่ต้องใส่ข้อมูลรับรอง
- 5
สร้างกฎอัตโนมัติ
ตั้งเงื่อนไขและการกระทำที่ต้องการ เช่น เมื่ออุณหภูมิเกินเกณฑ์ให้แจ้งเตือนทีมและเปิดพัดลม
automation: - alias: "แจ้งเตือนอุณหภูมิห้องเซิร์ฟเวอร์สูง" trigger: platform: numeric_state entity_id: sensor.server_room_temp above: 28 action: service: notify.line data: message: "อุณหภูมิห้องเซิร์ฟเวอร์สูงเกิน 28 องศา" - 6
ตั้งการสำรองข้อมูล
ตั้งให้สร้างไฟล์สำรองการตั้งค่าตามรอบและคัดลอกออกไปเก็บนอกเครื่อง เพราะการตั้งค่าที่สะสมมานานสร้างใหม่ยาก
ห้ามเปิดหน้าจอสู่อินเทอร์เน็ตโดยตรงโดยไม่มีการป้องกัน เพราะระบบนี้ควบคุมอุปกรณ์จริงในอาคาร ควรให้เข้าถึงผ่าน VPN หรือ Reverse Proxy ที่มีการยืนยันตัวตน
พอร์ตที่ต้องเปิดบน Firewall
| พอร์ต | โปรโตคอล | ใช้ทำอะไร |
|---|---|---|
| 8123 | TCP | หน้าจอและ API (เข้าผ่าน Reverse Proxy หรือ VPN) |
| 443 | TCP | HTTPS เมื่อเปิดให้เข้าถึงจากภายนอก |
สิ่งที่ควรทำต่อหลังติดตั้งเสร็จ
- ไม่เปิดหน้าจอสู่อินเทอร์เน็ตโดยตรงเพราะควบคุมอุปกรณ์จริง
- เปิดการยืนยันตัวตนสองชั้นสำหรับทุกบัญชี
- แยกเครือข่ายของอุปกรณ์ IoT ออกจากเครือข่ายหลักขององค์กร
- อัปเดตระบบและส่วนเสริมตามรอบ
- สำรองการตั้งค่าตามรอบและเก็บไว้นอกเครื่อง
ทำไมควรรัน Home Assistant บน Cloud Server ของ THAI DATA CLOUD
Data Center ในประเทศไทย มาตรฐาน ISO/IEC 27001 และ ISO 22301 พร้อมทีมวิศวกรคนไทยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง
ใช้ Cloud Server ในไทยเป็นศูนย์กลางรวมข้อมูลจากอุปกรณ์หลายสาขาผ่าน VPN
ข้อมูลจากเซ็นเซอร์ในอาคารไม่ต้องส่งออกไปยังคลาวด์ของผู้ผลิตอุปกรณ์
ใช้ร่วมกับ InfluxDB และ Grafana บนเครื่องอื่นเพื่อเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลระยะยาว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Home Assistant
ใช้ในองค์กรได้ไหมหรือเหมาะกับบ้านอย่างเดียว
ใช้ในองค์กรได้และมีการใช้จริงในงานเฝ้าระวังอาคาร ห้องเซิร์ฟเวอร์ และคลังสินค้า สิ่งที่ต้องระวังคือการควบคุมสิทธิ์และการแยกเครือข่ายของอุปกรณ์ IoT ออกจากเครือข่ายหลัก
ควรรันบนคลาวด์หรือที่หน้างาน
ถ้าอุปกรณ์อยู่ในเครือข่ายเดียวกันควรรันที่หน้างานเพื่อให้ควบคุมได้แม้อินเทอร์เน็ตขาด ส่วนการใช้ Cloud Server เหมาะกับการรวมข้อมูลจากหลายสาขาไว้ที่ศูนย์กลางผ่าน VPN
เก็บข้อมูลย้อนหลังได้นานแค่ไหน
ฐานข้อมูลในตัวเหมาะกับข้อมูลระยะสั้น ถ้าต้องเก็บย้อนหลังยาวควรส่งข้อมูลไปเก็บใน InfluxDB แล้วดูผ่าน Grafana ซึ่งจัดการข้อมูลตามเวลาได้ดีกว่ามาก
ทางเลือกอื่นที่คล้ายกับ Home Assistant
แอปอื่นในหมวด Automation และ No-code
บริการของ THAI DATA CLOUD ที่เกี่ยวข้อง
ให้เราติดตั้ง Home Assistant ให้ฟรี บน Cloud Server ในไทย
แจ้งความต้องการสั้น ๆ ทีมวิศวกรจะช่วยประเมินสเปก ติดตั้ง และตั้งค่าความปลอดภัยให้พร้อมใช้งาน ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด