โลโก้ SAP
อันดับ 74 ใน Top 100 ERP, CRM และระบบธุรกิจเชิงพาณิชย์

SAP คืออะไร และการรัน SAP บนคลาวด์ในประเทศไทย

SAP คือระบบ ERP ระดับองค์กรที่บริษัทขนาดใหญ่ทั่วโลกใช้บริหารทั้งการเงิน การผลิต คลังสินค้า และห่วงโซ่อุปทาน การวางโครงสร้างพื้นฐานให้ถูกต้องคือปัจจัยสำคัญที่สุดที่กำหนดว่าระบบจะเสถียรและเร็วเพียงใด

ติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์เองได้
ได้
สเปกเริ่มต้นที่แนะนำ
8 vCPU · RAM 32 GB
ไลเซนส์
เชิงพาณิชย์
เว็บทางการ
เปิดเว็บไซต์
สร้าง Cloud Server เดี๋ยวนี้
  • ISO/IEC 27001
  • ISO 22301
  • ISO 20000-1
  • CSA-STAR

Data Center ในไทย มาตรฐาน TIA-942 Tier 3+ ข้อมูลอยู่ในประเทศไทย

SAP คืออะไร

SAP เป็นชุดซอฟต์แวร์บริหารทรัพยากรองค์กรที่ครอบคลุมกระบวนการทางธุรกิจแทบทั้งหมด ตั้งแต่การเงินและบัญชี การจัดซื้อ การผลิต ไปจนถึงการบริหารคลังและการขาย จุดแข็งคือกระบวนการมาตรฐานที่ผ่านการใช้งานในองค์กรขนาดใหญ่ทั่วโลก

ผลิตภัณฑ์ในตระกูล SAP มีหลายระดับ ตั้งแต่ SAP Business One สำหรับธุรกิจขนาดกลาง ไปจนถึง S/4HANA สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลในหน่วยความจำ ซึ่งแต่ละแบบมีข้อกำหนดด้านฮาร์ดแวร์ต่างกันมาก

สิ่งที่องค์กรไทยให้ความสำคัญเมื่อย้าย SAP ขึ้นคลาวด์คือความเสถียร ความเร็วในการเข้าถึงจากทุกสาขา และการที่ข้อมูลการเงินยังอยู่ภายใต้กฎหมายไทย ซึ่ง Data Center ในประเทศตอบโจทย์ได้ตรงกว่าการวางไว้ต่างประเทศ

แผนผังการวางระบบ SAP บน Cloud Server หนึ่งเครื่องที่ Data Center ในประเทศไทย ผู้ใช้เข้าถึงผ่านไฟร์วอลล์ที่เปิดเฉพาะพอร์ต 3200-3299, 8000 / 44300, 30015 ตัว SAP และข้อมูลอยู่บนเครื่องเดียวกัน เริ่มต้นที่ 8 vCPU แรม 32 GB และมีสำเนาสำรองเขียนออกไปเก็บอีกไซต์หนึ่ง
SAP ทำงานบน Cloud Server เครื่องเดียวได้ครบ เปิดเฉพาะพอร์ตที่จำเป็น ข้อมูลและสำเนาสำรองอยู่ใน Data Center ในประเทศไทย

ความสามารถเด่นของ SAP

ครอบคลุมกระบวนการองค์กร

การเงิน จัดซื้อ ผลิต คลังสินค้า ขาย และห่วงโซ่อุปทานในระบบเดียว

กระบวนการมาตรฐานสากล

ออกแบบตามแนวปฏิบัติที่องค์กรขนาดใหญ่ทั่วโลกใช้ ทำให้รองรับการตรวจสอบได้ดี

รายงานสำหรับผู้บริหาร

รวมข้อมูลจากทุกส่วนงานมาสรุปเป็นภาพเดียวได้แบบเกือบเรียลไทม์

รองรับหลายบริษัทและหลายประเทศ

จัดการหลายนิติบุคคล หลายสกุลเงิน และข้อกำหนดภาษีที่ต่างกัน

ระบบนิเวศพาร์ทเนอร์ขนาดใหญ่

มีผู้เชี่ยวชาญและโซลูชันเสริมจำนวนมากในตลาด

โมดูลของ SAP ที่องค์กรไทยใช้จริง และแต่ละส่วนทำอะไร

สิ่งที่ทำให้ SAP ต่างจากซอฟต์แวร์บัญชีทั่วไปคือทุกโมดูลเขียนข้อมูลลงบัญชีแยกประเภทเดียวกันแบบทันที เมื่อคลังสินค้ารับของเข้า ระบบบัญชีเห็นภาระหนี้การค้าในเวลาเดียวกัน ไม่ต้องรอกระทบยอดปลายเดือน นี่คือเหตุผลที่ผู้ตรวจสอบยอมรับข้อมูลจากระบบนี้ได้โดยไม่ต้องตรวจย้อนหลายทาง

โมดูลที่องค์กรไทยเริ่มใช้ก่อนมักเป็นฝั่งการเงินและการจัดซื้อ เพราะเห็นผลเร็วที่สุดในเรื่องการควบคุมงบและการอนุมัติ จากนั้นจึงขยายไปคลังสินค้าและการผลิตเมื่อทีมคุ้นเคยกับกระบวนการมาตรฐานแล้ว

  • ฝั่งการเงินและบัญชี ดูแลบัญชีแยกประเภท ลูกหนี้ เจ้าหนี้ สินทรัพย์ถาวร และงบการเงินตามมาตรฐานรายงาน
  • ฝั่งควบคุมต้นทุน แยกต้นทุนตามศูนย์ต้นทุนและตามงาน ทำให้รู้กำไรขั้นต้นรายสินค้าและรายลูกค้า
  • ฝั่งจัดซื้อและคลังสินค้า คุมใบขอซื้อ ใบสั่งซื้อ การรับของ และการตัดสต็อกให้ตรงกับบัญชีทุกครั้ง
  • ฝั่งการผลิต วางแผนความต้องการวัตถุดิบจากคำสั่งขายและพยากรณ์ พร้อมคุมต้นทุนต่อคำสั่งผลิต
  • ฝั่งการขายและกระจายสินค้า ตั้งราคาตามกลุ่มลูกค้า คุมวงเงินเครดิต และออกเอกสารส่งของกับใบกำกับ
  • ฝั่งบุคลากร บริหารโครงสร้างองค์กร เวลาทำงาน และการจ่ายค่าตอบแทน

สถาปัตยกรรมของ SAP มีผลต่อสเปกเซิร์ฟเวอร์อย่างไร

ระบบ SAP แยกเป็นสามชั้น คือชั้นฐานข้อมูล ชั้นแอปพลิเคชันที่ประมวลผลตรรกะทางธุรกิจ และชั้นหน้าจอที่ผู้ใช้เข้าถึง การแยกชั้นทำให้ขยายแต่ละส่วนได้อิสระ เมื่อผู้ใช้เพิ่มขึ้นจึงเพิ่มเครื่องชั้นแอปพลิเคชันได้โดยไม่ต้องแตะฐานข้อมูล

จุดที่กำหนดค่าใช้จ่ายมากที่สุดคือชั้นฐานข้อมูล โดยเฉพาะเมื่อใช้ HANA ซึ่งเก็บข้อมูลทั้งชุดไว้ในหน่วยความจำเพื่อให้คิวรีรายงานตอบได้ในไม่กี่วินาที ขนาดหน่วยความจำที่ต้องใช้จึงคำนวณจากปริมาณข้อมูลจริง ไม่ใช่จากจำนวนผู้ใช้ และมักอยู่ในระดับหลายร้อยกิกะไบต์ขึ้นไป

สิ่งที่หลายองค์กรมองข้ามคือความเร็วดิสก์ของ Log ธุรกรรม เพราะทุกการบันทึกต้องเขียนลง Log ก่อนยืนยันผลให้ผู้ใช้ ดิสก์ที่หน่วงสูงจะทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าระบบช้าทั้งที่ซีพียูยังว่าง การใช้ NVMe และแยกดิสก์ Log ออกจากดิสก์ข้อมูลจึงเป็นแนวปฏิบัติมาตรฐาน

สภาพแวดล้อมสามชุดที่โครงการ SAP ต้องมี

โครงการ SAP ที่วางถูกต้องจะมีสามสภาพแวดล้อมแยกกัน คือชุดพัฒนาสำหรับปรับแต่ง ชุดทดสอบสำหรับให้ผู้ใช้ตรวจรับ และชุดใช้งานจริง การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างต้องไหลไปตามลำดับนี้เท่านั้น เพื่อไม่ให้ระบบที่พนักงานทั้งบริษัทใช้อยู่พังจากการแก้ที่ยังไม่ผ่านการทดสอบ

ข้อดีของการวางสามชุดบนคลาวด์คือชุดพัฒนาและชุดทดสอบไม่จำเป็นต้องเปิดทั้งเดือน เปิดเฉพาะช่วงที่มีงานปรับแต่งหรือช่วงตรวจรับ แล้วปรับสเปกลงหรือปิดเมื่อไม่ใช้ ซึ่งประหยัดกว่าการซื้อฮาร์ดแวร์สามชุดไว้ในองค์กรอย่างชัดเจน

  • ชุดใช้งานจริง ต้องมีสเปกเต็มตามการใช้งานช่วงพีคและมีแผนสำรองข้อมูลกับไซต์สำรอง
  • ชุดทดสอบ ควรมีข้อมูลใกล้เคียงของจริงเพื่อให้ผลการตรวจรับเชื่อถือได้ แต่ต้องปิดบังข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA
  • ชุดพัฒนา ใช้สเปกต่ำสุดที่รันได้ เพราะมีผู้ใช้เพียงทีมที่ปรับแต่งระบบ

ช่วงปิดงบและช่วงพีคที่ต้องเผื่อทรัพยากร

ภาระของระบบ SAP ไม่ราบเรียบตลอดเดือน ช่วงปิดงบสิ้นเดือนและสิ้นปีจะมีการประมวลผลรายงานและงานแบบชุดจำนวนมากพร้อมกัน ระบบที่สเปกพอดีกับวันทำงานปกติจึงมักช้าลงชัดเจนในช่วงนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่ฝ่ายบัญชีกดดันเรื่องเวลามากที่สุด

แนวทางที่ใช้ได้จริงบนคลาวด์คือประเมินภาระของช่วงพีคไว้ล่วงหน้า แล้วเพิ่มทรัพยากรชั่วคราวก่อนถึงรอบปิดงบ พร้อมจัดตารางงานแบบชุดให้รันในช่วงที่ผู้ใช้ออนไลน์น้อยที่สุด สองอย่างนี้แก้ปัญหาได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าเครื่องระดับพีคทั้งปี

ใช้ SAP ทำอะไรได้บ้าง

  • องค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องรวมข้อมูลทุกสายงานไว้ในระบบเดียว
  • บริษัทที่ต้องผ่านการตรวจสอบทางบัญชีตามมาตรฐานสากล
  • กลุ่มบริษัทที่ดำเนินธุรกิจหลายประเทศ
  • โรงงานที่ต้องเชื่อมการผลิตกับการวางแผนวัตถุดิบและการเงิน

สเปก Cloud Server ที่แนะนำ

แผนภาพเทียบสเปก Cloud Server สำหรับ SAP 3 ระดับ เริ่มจาก 8 vCPU แรม 32 GB ดิสก์ NVMe 500 GB ไปจนถึง 32 vCPU ขึ้นไป แรม 256 GB ขึ้นไป ดิสก์ NVMe หลาย TB โดยเทียบขนาดแยกตามแต่ละคอลัมน์
เริ่มจากระดับที่ตรงกับการใช้งานตอนนี้ แล้วเพิ่ม CPU และ RAM ทีหลังได้บนเครื่องเดิม
ระดับการใช้งานvCPURAMDisk
ระบบทดสอบสภาพแวดล้อมทดสอบหรือ Sandbox8 vCPU32 GBNVMe 500 GB
ธุรกิจขนาดกลางSAP Business One หรือระบบที่มีผู้ใช้หลักสิบ16 vCPU64 GBNVMe 1 TB
องค์กรใหญ่S/4HANA ที่ประมวลผลในหน่วยความจำ ต้องออกแบบตามข้อกำหนดของผู้ผลิต32 vCPU ขึ้นไป256 GB ขึ้นไปNVMe หลาย TB

ดูราคาตามสเปกได้ที่ ราคา Cloud Compute หรือให้ทีมงานช่วยประเมินสเปกจากปริมาณผู้ใช้จริงของคุณ

วิธีติดตั้ง SAP บน Cloud Server ของ THAI DATA CLOUD

SAP ไม่ได้ติดตั้งด้วยคำสั่งไม่กี่บรรทัดเหมือนซอฟต์แวร์ทั่วไป แต่เป็นงานออกแบบร่วมกันระหว่างทีมโครงสร้างพื้นฐานกับพาร์ทเนอร์ SAP ด้านล่างคือลำดับงานที่ต้องทำและสิ่งที่ต้องตัดสินใจในแต่ละขั้น ซึ่ง THAI DATA CLOUD รับผิดชอบชั้นเครื่อง เครือข่าย พื้นที่จัดเก็บ และการสำรองข้อมูลให้

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • ไลเซนส์ SAP ที่ถูกต้องและเวอร์ชันที่ตรงกับที่จะติดตั้ง
  • ระบบปฏิบัติการและฐานข้อมูลที่อยู่ในรายการที่ SAP รองรับ
  • สเปกเครื่องตามที่เอกสารของผลิตภัณฑ์นั้นกำหนด โดยเฉพาะหน่วยความจำสำหรับ HANA
  • ทีมที่ปรึกษาหรือพาร์ทเนอร์ที่ดูแลชั้นแอปพลิเคชัน

ทดสอบบน ตามที่ SAP รองรับ (Linux สำหรับ HANA หรือ Windows Server สำหรับบางผลิตภัณฑ์)

  1. 1

    ตรวจสอบข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ที่ใช้

    แต่ละผลิตภัณฑ์ในตระกูล SAP มีข้อกำหนดต่างกันมาก เริ่มจากยืนยันเวอร์ชัน ระบบปฏิบัติการ และฐานข้อมูลที่ได้รับการรองรับก่อนออกแบบเครื่อง

  2. 2

    ออกแบบสเปกและการจัดวางดิสก์

    แยกดิสก์สำหรับระบบ ฐานข้อมูล และไฟล์ Log ออกจากกัน และเลือก NVMe เพื่อให้ได้ IOPS ที่ระบบต้องการ

  3. 3

    วางเครือข่ายและการเข้าถึง

    ใช้ Private Network เชื่อมระหว่างเครื่องแอปกับฐานข้อมูล และให้ผู้ใช้เข้าผ่าน VPN หรือ Private Network จากสำนักงาน ไม่เปิดระบบสู่อินเทอร์เน็ตโดยตรง

  4. 4

    ติดตั้งโดยพาร์ทเนอร์ที่รับผิดชอบชั้นแอปพลิเคชัน

    ทีมของ THAI DATA CLOUD ดูแลชั้นโครงสร้างพื้นฐาน เครือข่าย และการสำรองข้อมูล ส่วนการติดตั้งและปรับแต่ง SAP ดำเนินการโดยพาร์ทเนอร์หรือทีมภายในที่ได้รับการรับรอง

  5. 5

    วางแผนสำรองข้อมูลและกู้คืน

    กำหนดค่า RPO และ RTO ที่ธุรกิจยอมรับได้ แล้วออกแบบการสำรองข้อมูลกับไซต์สำรองให้สอดคล้อง รวมถึงทดสอบกู้คืนตามรอบ

  6. 6

    ทดสอบประสิทธิภาพก่อนขึ้นระบบจริง

    จำลองปริมาณผู้ใช้จริงและงานประมวลผลปลายเดือน เพื่อยืนยันว่าสเปกที่วางไว้รองรับช่วงที่ระบบทำงานหนักที่สุด

การรัน SAP บนคลาวด์ต้องออกแบบร่วมกันระหว่างทีมโครงสร้างพื้นฐานกับพาร์ทเนอร์ SAP ติดต่อทีมงานของเราเพื่อประเมินสเปกและวางสถาปัตยกรรมให้ตรงกับผลิตภัณฑ์ที่องค์กรใช้

พอร์ตที่ต้องเปิดบน Firewall

พอร์ตโปรโตคอลใช้ทำอะไร
3200-3299TCPการเชื่อมต่อของ SAP GUI (เปิดเฉพาะวงภายในหรือผ่าน VPN)
8000 / 44300TCPบริการเว็บของ SAP
30015TCPการเชื่อมต่อฐานข้อมูล HANA (เปิดเฉพาะวงภายใน)

สิ่งที่ควรทำต่อหลังติดตั้งเสร็จ

  • ไม่เปิดระบบ SAP สู่อินเทอร์เน็ตโดยตรง ให้เข้าผ่าน VPN หรือ Private Network เท่านั้น
  • แยกสภาพแวดล้อมพัฒนา ทดสอบ และใช้งานจริงออกจากกันอย่างชัดเจน
  • ควบคุมสิทธิ์ผู้ใช้ตามหลักแบ่งแยกหน้าที่เพื่อรองรับการตรวจสอบ
  • ติดตั้งแพตช์ความปลอดภัยตามรอบที่ SAP ประกาศ
  • สำรองข้อมูลและทดสอบกู้คืนตามรอบพร้อมบันทึกผลไว้เป็นหลักฐาน

ทำไมควรรัน SAP บน Cloud Server ของ THAI DATA CLOUD

Data Center ในประเทศไทย มาตรฐาน ISO/IEC 27001 และ ISO 22301 พร้อมทีมวิศวกรคนไทยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

THAI DATA CLOUD ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ SAP ใน Data Center ในประเทศไทย ข้อมูลการเงินจึงอยู่ภายใต้กฎหมายไทย

ทุกสาขาเข้าถึงระบบผ่านเครือข่ายที่ควบคุมได้ พร้อม Latency ที่ต่ำกว่าการวางระบบไว้ต่างประเทศ

ปรับสเปกได้ตามช่วงเวลาที่ระบบทำงานหนัก เช่น ช่วงปิดงบ โดยไม่ต้องซื้อฮาร์ดแวร์เผื่อทั้งปี

มีไซต์สำรองในไทยรองรับแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจตามข้อกำหนดของผู้ตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ SAP

ย้าย SAP จากเซิร์ฟเวอร์ในองค์กรขึ้นคลาวด์ได้ไหม

ได้ และเป็นสิ่งที่หลายองค์กรทำเพื่อลดภาระการดูแลฮาร์ดแวร์ ขั้นตอนต้องวางแผนร่วมกับพาร์ทเนอร์ SAP ทั้งการย้ายข้อมูล การทดสอบ และช่วงเวลาที่หยุดระบบได้ ทีมงานของเราช่วยออกแบบและดำเนินการฝั่งโครงสร้างพื้นฐานให้

ต้องใช้สเปกเท่าไหร่

ขึ้นกับผลิตภัณฑ์และจำนวนผู้ใช้ ระบบสำหรับธุรกิจขนาดกลางเริ่มที่ 16 vCPU และ RAM 64 GB ส่วน S/4HANA ต้องคำนวณหน่วยความจำจากขนาดข้อมูลตามสูตรที่ SAP กำหนด ซึ่งมักอยู่ในระดับหลายร้อยกิกะไบต์

THAI DATA CLOUD ดูแลส่วนไหนให้บ้าง

เราดูแลชั้นโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด ทั้งเครื่อง เครือข่าย พื้นที่จัดเก็บ การสำรองข้อมูล และการเฝ้าระวัง ส่วนการติดตั้งและปรับแต่งตัวระบบ SAP ดำเนินการโดยพาร์ทเนอร์ที่ได้รับการรับรองหรือทีมภายในขององค์กร

ให้เราติดตั้ง SAP ให้ฟรี บน Cloud Server ในไทย

แจ้งความต้องการสั้น ๆ ทีมวิศวกรจะช่วยประเมินสเปก ติดตั้ง และตั้งค่าความปลอดภัยให้พร้อมใช้งาน ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด