SAP คืออะไร และการรัน SAP บนคลาวด์ในประเทศไทย
SAP คือระบบ ERP ระดับองค์กรที่บริษัทขนาดใหญ่ทั่วโลกใช้บริหารทั้งการเงิน การผลิต คลังสินค้า และห่วงโซ่อุปทาน การวางโครงสร้างพื้นฐานให้ถูกต้องคือปัจจัยสำคัญที่สุดที่กำหนดว่าระบบจะเสถียรและเร็วเพียงใด
- หมวดหมู่
- ERP, CRM และระบบธุรกิจ
- ติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์เองได้
- ได้
- สเปกเริ่มต้นที่แนะนำ
- 8 vCPU · RAM 32 GB
- ไลเซนส์
- เชิงพาณิชย์
- เว็บทางการ
- เปิดเว็บไซต์
- ISO/IEC 27001
- ISO 22301
- ISO 20000-1
- CSA-STAR
Data Center ในไทย มาตรฐาน TIA-942 Tier 3+ ข้อมูลอยู่ในประเทศไทย
SAP คืออะไร
SAP เป็นชุดซอฟต์แวร์บริหารทรัพยากรองค์กรที่ครอบคลุมกระบวนการทางธุรกิจแทบทั้งหมด ตั้งแต่การเงินและบัญชี การจัดซื้อ การผลิต ไปจนถึงการบริหารคลังและการขาย จุดแข็งคือกระบวนการมาตรฐานที่ผ่านการใช้งานในองค์กรขนาดใหญ่ทั่วโลก
ผลิตภัณฑ์ในตระกูล SAP มีหลายระดับ ตั้งแต่ SAP Business One สำหรับธุรกิจขนาดกลาง ไปจนถึง S/4HANA สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลในหน่วยความจำ ซึ่งแต่ละแบบมีข้อกำหนดด้านฮาร์ดแวร์ต่างกันมาก
สิ่งที่องค์กรไทยให้ความสำคัญเมื่อย้าย SAP ขึ้นคลาวด์คือความเสถียร ความเร็วในการเข้าถึงจากทุกสาขา และการที่ข้อมูลการเงินยังอยู่ภายใต้กฎหมายไทย ซึ่ง Data Center ในประเทศตอบโจทย์ได้ตรงกว่าการวางไว้ต่างประเทศ
ความสามารถเด่นของ SAP
ครอบคลุมกระบวนการองค์กร
การเงิน จัดซื้อ ผลิต คลังสินค้า ขาย และห่วงโซ่อุปทานในระบบเดียว
กระบวนการมาตรฐานสากล
ออกแบบตามแนวปฏิบัติที่องค์กรขนาดใหญ่ทั่วโลกใช้ ทำให้รองรับการตรวจสอบได้ดี
รายงานสำหรับผู้บริหาร
รวมข้อมูลจากทุกส่วนงานมาสรุปเป็นภาพเดียวได้แบบเกือบเรียลไทม์
รองรับหลายบริษัทและหลายประเทศ
จัดการหลายนิติบุคคล หลายสกุลเงิน และข้อกำหนดภาษีที่ต่างกัน
ระบบนิเวศพาร์ทเนอร์ขนาดใหญ่
มีผู้เชี่ยวชาญและโซลูชันเสริมจำนวนมากในตลาด
โมดูลของ SAP ที่องค์กรไทยใช้จริง และแต่ละส่วนทำอะไร
สิ่งที่ทำให้ SAP ต่างจากซอฟต์แวร์บัญชีทั่วไปคือทุกโมดูลเขียนข้อมูลลงบัญชีแยกประเภทเดียวกันแบบทันที เมื่อคลังสินค้ารับของเข้า ระบบบัญชีเห็นภาระหนี้การค้าในเวลาเดียวกัน ไม่ต้องรอกระทบยอดปลายเดือน นี่คือเหตุผลที่ผู้ตรวจสอบยอมรับข้อมูลจากระบบนี้ได้โดยไม่ต้องตรวจย้อนหลายทาง
โมดูลที่องค์กรไทยเริ่มใช้ก่อนมักเป็นฝั่งการเงินและการจัดซื้อ เพราะเห็นผลเร็วที่สุดในเรื่องการควบคุมงบและการอนุมัติ จากนั้นจึงขยายไปคลังสินค้าและการผลิตเมื่อทีมคุ้นเคยกับกระบวนการมาตรฐานแล้ว
- ฝั่งการเงินและบัญชี ดูแลบัญชีแยกประเภท ลูกหนี้ เจ้าหนี้ สินทรัพย์ถาวร และงบการเงินตามมาตรฐานรายงาน
- ฝั่งควบคุมต้นทุน แยกต้นทุนตามศูนย์ต้นทุนและตามงาน ทำให้รู้กำไรขั้นต้นรายสินค้าและรายลูกค้า
- ฝั่งจัดซื้อและคลังสินค้า คุมใบขอซื้อ ใบสั่งซื้อ การรับของ และการตัดสต็อกให้ตรงกับบัญชีทุกครั้ง
- ฝั่งการผลิต วางแผนความต้องการวัตถุดิบจากคำสั่งขายและพยากรณ์ พร้อมคุมต้นทุนต่อคำสั่งผลิต
- ฝั่งการขายและกระจายสินค้า ตั้งราคาตามกลุ่มลูกค้า คุมวงเงินเครดิต และออกเอกสารส่งของกับใบกำกับ
- ฝั่งบุคลากร บริหารโครงสร้างองค์กร เวลาทำงาน และการจ่ายค่าตอบแทน
สถาปัตยกรรมของ SAP มีผลต่อสเปกเซิร์ฟเวอร์อย่างไร
ระบบ SAP แยกเป็นสามชั้น คือชั้นฐานข้อมูล ชั้นแอปพลิเคชันที่ประมวลผลตรรกะทางธุรกิจ และชั้นหน้าจอที่ผู้ใช้เข้าถึง การแยกชั้นทำให้ขยายแต่ละส่วนได้อิสระ เมื่อผู้ใช้เพิ่มขึ้นจึงเพิ่มเครื่องชั้นแอปพลิเคชันได้โดยไม่ต้องแตะฐานข้อมูล
จุดที่กำหนดค่าใช้จ่ายมากที่สุดคือชั้นฐานข้อมูล โดยเฉพาะเมื่อใช้ HANA ซึ่งเก็บข้อมูลทั้งชุดไว้ในหน่วยความจำเพื่อให้คิวรีรายงานตอบได้ในไม่กี่วินาที ขนาดหน่วยความจำที่ต้องใช้จึงคำนวณจากปริมาณข้อมูลจริง ไม่ใช่จากจำนวนผู้ใช้ และมักอยู่ในระดับหลายร้อยกิกะไบต์ขึ้นไป
สิ่งที่หลายองค์กรมองข้ามคือความเร็วดิสก์ของ Log ธุรกรรม เพราะทุกการบันทึกต้องเขียนลง Log ก่อนยืนยันผลให้ผู้ใช้ ดิสก์ที่หน่วงสูงจะทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าระบบช้าทั้งที่ซีพียูยังว่าง การใช้ NVMe และแยกดิสก์ Log ออกจากดิสก์ข้อมูลจึงเป็นแนวปฏิบัติมาตรฐาน
สภาพแวดล้อมสามชุดที่โครงการ SAP ต้องมี
โครงการ SAP ที่วางถูกต้องจะมีสามสภาพแวดล้อมแยกกัน คือชุดพัฒนาสำหรับปรับแต่ง ชุดทดสอบสำหรับให้ผู้ใช้ตรวจรับ และชุดใช้งานจริง การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างต้องไหลไปตามลำดับนี้เท่านั้น เพื่อไม่ให้ระบบที่พนักงานทั้งบริษัทใช้อยู่พังจากการแก้ที่ยังไม่ผ่านการทดสอบ
ข้อดีของการวางสามชุดบนคลาวด์คือชุดพัฒนาและชุดทดสอบไม่จำเป็นต้องเปิดทั้งเดือน เปิดเฉพาะช่วงที่มีงานปรับแต่งหรือช่วงตรวจรับ แล้วปรับสเปกลงหรือปิดเมื่อไม่ใช้ ซึ่งประหยัดกว่าการซื้อฮาร์ดแวร์สามชุดไว้ในองค์กรอย่างชัดเจน
- ชุดใช้งานจริง ต้องมีสเปกเต็มตามการใช้งานช่วงพีคและมีแผนสำรองข้อมูลกับไซต์สำรอง
- ชุดทดสอบ ควรมีข้อมูลใกล้เคียงของจริงเพื่อให้ผลการตรวจรับเชื่อถือได้ แต่ต้องปิดบังข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA
- ชุดพัฒนา ใช้สเปกต่ำสุดที่รันได้ เพราะมีผู้ใช้เพียงทีมที่ปรับแต่งระบบ
ช่วงปิดงบและช่วงพีคที่ต้องเผื่อทรัพยากร
ภาระของระบบ SAP ไม่ราบเรียบตลอดเดือน ช่วงปิดงบสิ้นเดือนและสิ้นปีจะมีการประมวลผลรายงานและงานแบบชุดจำนวนมากพร้อมกัน ระบบที่สเปกพอดีกับวันทำงานปกติจึงมักช้าลงชัดเจนในช่วงนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่ฝ่ายบัญชีกดดันเรื่องเวลามากที่สุด
แนวทางที่ใช้ได้จริงบนคลาวด์คือประเมินภาระของช่วงพีคไว้ล่วงหน้า แล้วเพิ่มทรัพยากรชั่วคราวก่อนถึงรอบปิดงบ พร้อมจัดตารางงานแบบชุดให้รันในช่วงที่ผู้ใช้ออนไลน์น้อยที่สุด สองอย่างนี้แก้ปัญหาได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าเครื่องระดับพีคทั้งปี
ใช้ SAP ทำอะไรได้บ้าง
- องค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องรวมข้อมูลทุกสายงานไว้ในระบบเดียว
- บริษัทที่ต้องผ่านการตรวจสอบทางบัญชีตามมาตรฐานสากล
- กลุ่มบริษัทที่ดำเนินธุรกิจหลายประเทศ
- โรงงานที่ต้องเชื่อมการผลิตกับการวางแผนวัตถุดิบและการเงิน
สเปก Cloud Server ที่แนะนำ
| ระดับการใช้งาน | vCPU | RAM | Disk |
|---|---|---|---|
| ระบบทดสอบสภาพแวดล้อมทดสอบหรือ Sandbox | 8 vCPU | 32 GB | NVMe 500 GB |
| ธุรกิจขนาดกลางSAP Business One หรือระบบที่มีผู้ใช้หลักสิบ | 16 vCPU | 64 GB | NVMe 1 TB |
| องค์กรใหญ่S/4HANA ที่ประมวลผลในหน่วยความจำ ต้องออกแบบตามข้อกำหนดของผู้ผลิต | 32 vCPU ขึ้นไป | 256 GB ขึ้นไป | NVMe หลาย TB |
ดูราคาตามสเปกได้ที่ ราคา Cloud Compute หรือให้ทีมงานช่วยประเมินสเปกจากปริมาณผู้ใช้จริงของคุณ
วิธีติดตั้ง SAP บน Cloud Server ของ THAI DATA CLOUD
SAP ไม่ได้ติดตั้งด้วยคำสั่งไม่กี่บรรทัดเหมือนซอฟต์แวร์ทั่วไป แต่เป็นงานออกแบบร่วมกันระหว่างทีมโครงสร้างพื้นฐานกับพาร์ทเนอร์ SAP ด้านล่างคือลำดับงานที่ต้องทำและสิ่งที่ต้องตัดสินใจในแต่ละขั้น ซึ่ง THAI DATA CLOUD รับผิดชอบชั้นเครื่อง เครือข่าย พื้นที่จัดเก็บ และการสำรองข้อมูลให้
สิ่งที่ต้องเตรียม
- ไลเซนส์ SAP ที่ถูกต้องและเวอร์ชันที่ตรงกับที่จะติดตั้ง
- ระบบปฏิบัติการและฐานข้อมูลที่อยู่ในรายการที่ SAP รองรับ
- สเปกเครื่องตามที่เอกสารของผลิตภัณฑ์นั้นกำหนด โดยเฉพาะหน่วยความจำสำหรับ HANA
- ทีมที่ปรึกษาหรือพาร์ทเนอร์ที่ดูแลชั้นแอปพลิเคชัน
ทดสอบบน ตามที่ SAP รองรับ (Linux สำหรับ HANA หรือ Windows Server สำหรับบางผลิตภัณฑ์)
- 1
ตรวจสอบข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ที่ใช้
แต่ละผลิตภัณฑ์ในตระกูล SAP มีข้อกำหนดต่างกันมาก เริ่มจากยืนยันเวอร์ชัน ระบบปฏิบัติการ และฐานข้อมูลที่ได้รับการรองรับก่อนออกแบบเครื่อง
- 2
ออกแบบสเปกและการจัดวางดิสก์
แยกดิสก์สำหรับระบบ ฐานข้อมูล และไฟล์ Log ออกจากกัน และเลือก NVMe เพื่อให้ได้ IOPS ที่ระบบต้องการ
- 3
วางเครือข่ายและการเข้าถึง
ใช้ Private Network เชื่อมระหว่างเครื่องแอปกับฐานข้อมูล และให้ผู้ใช้เข้าผ่าน VPN หรือ Private Network จากสำนักงาน ไม่เปิดระบบสู่อินเทอร์เน็ตโดยตรง
- 4
ติดตั้งโดยพาร์ทเนอร์ที่รับผิดชอบชั้นแอปพลิเคชัน
ทีมของ THAI DATA CLOUD ดูแลชั้นโครงสร้างพื้นฐาน เครือข่าย และการสำรองข้อมูล ส่วนการติดตั้งและปรับแต่ง SAP ดำเนินการโดยพาร์ทเนอร์หรือทีมภายในที่ได้รับการรับรอง
- 5
วางแผนสำรองข้อมูลและกู้คืน
กำหนดค่า RPO และ RTO ที่ธุรกิจยอมรับได้ แล้วออกแบบการสำรองข้อมูลกับไซต์สำรองให้สอดคล้อง รวมถึงทดสอบกู้คืนตามรอบ
- 6
ทดสอบประสิทธิภาพก่อนขึ้นระบบจริง
จำลองปริมาณผู้ใช้จริงและงานประมวลผลปลายเดือน เพื่อยืนยันว่าสเปกที่วางไว้รองรับช่วงที่ระบบทำงานหนักที่สุด
การรัน SAP บนคลาวด์ต้องออกแบบร่วมกันระหว่างทีมโครงสร้างพื้นฐานกับพาร์ทเนอร์ SAP ติดต่อทีมงานของเราเพื่อประเมินสเปกและวางสถาปัตยกรรมให้ตรงกับผลิตภัณฑ์ที่องค์กรใช้
พอร์ตที่ต้องเปิดบน Firewall
| พอร์ต | โปรโตคอล | ใช้ทำอะไร |
|---|---|---|
| 3200-3299 | TCP | การเชื่อมต่อของ SAP GUI (เปิดเฉพาะวงภายในหรือผ่าน VPN) |
| 8000 / 44300 | TCP | บริการเว็บของ SAP |
| 30015 | TCP | การเชื่อมต่อฐานข้อมูล HANA (เปิดเฉพาะวงภายใน) |
สิ่งที่ควรทำต่อหลังติดตั้งเสร็จ
- ไม่เปิดระบบ SAP สู่อินเทอร์เน็ตโดยตรง ให้เข้าผ่าน VPN หรือ Private Network เท่านั้น
- แยกสภาพแวดล้อมพัฒนา ทดสอบ และใช้งานจริงออกจากกันอย่างชัดเจน
- ควบคุมสิทธิ์ผู้ใช้ตามหลักแบ่งแยกหน้าที่เพื่อรองรับการตรวจสอบ
- ติดตั้งแพตช์ความปลอดภัยตามรอบที่ SAP ประกาศ
- สำรองข้อมูลและทดสอบกู้คืนตามรอบพร้อมบันทึกผลไว้เป็นหลักฐาน
ทำไมควรรัน SAP บน Cloud Server ของ THAI DATA CLOUD
Data Center ในประเทศไทย มาตรฐาน ISO/IEC 27001 และ ISO 22301 พร้อมทีมวิศวกรคนไทยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง
THAI DATA CLOUD ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ SAP ใน Data Center ในประเทศไทย ข้อมูลการเงินจึงอยู่ภายใต้กฎหมายไทย
ทุกสาขาเข้าถึงระบบผ่านเครือข่ายที่ควบคุมได้ พร้อม Latency ที่ต่ำกว่าการวางระบบไว้ต่างประเทศ
ปรับสเปกได้ตามช่วงเวลาที่ระบบทำงานหนัก เช่น ช่วงปิดงบ โดยไม่ต้องซื้อฮาร์ดแวร์เผื่อทั้งปี
มีไซต์สำรองในไทยรองรับแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจตามข้อกำหนดของผู้ตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ SAP
ย้าย SAP จากเซิร์ฟเวอร์ในองค์กรขึ้นคลาวด์ได้ไหม
ได้ และเป็นสิ่งที่หลายองค์กรทำเพื่อลดภาระการดูแลฮาร์ดแวร์ ขั้นตอนต้องวางแผนร่วมกับพาร์ทเนอร์ SAP ทั้งการย้ายข้อมูล การทดสอบ และช่วงเวลาที่หยุดระบบได้ ทีมงานของเราช่วยออกแบบและดำเนินการฝั่งโครงสร้างพื้นฐานให้
ต้องใช้สเปกเท่าไหร่
ขึ้นกับผลิตภัณฑ์และจำนวนผู้ใช้ ระบบสำหรับธุรกิจขนาดกลางเริ่มที่ 16 vCPU และ RAM 64 GB ส่วน S/4HANA ต้องคำนวณหน่วยความจำจากขนาดข้อมูลตามสูตรที่ SAP กำหนด ซึ่งมักอยู่ในระดับหลายร้อยกิกะไบต์
THAI DATA CLOUD ดูแลส่วนไหนให้บ้าง
เราดูแลชั้นโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด ทั้งเครื่อง เครือข่าย พื้นที่จัดเก็บ การสำรองข้อมูล และการเฝ้าระวัง ส่วนการติดตั้งและปรับแต่งตัวระบบ SAP ดำเนินการโดยพาร์ทเนอร์ที่ได้รับการรับรองหรือทีมภายในขององค์กร
ทางเลือกอื่นที่คล้ายกับ SAP
แอปอื่นในหมวด ERP, CRM และระบบธุรกิจ
บริการของ THAI DATA CLOUD ที่เกี่ยวข้อง
ให้เราติดตั้ง SAP ให้ฟรี บน Cloud Server ในไทย
แจ้งความต้องการสั้น ๆ ทีมวิศวกรจะช่วยประเมินสเปก ติดตั้ง และตั้งค่าความปลอดภัยให้พร้อมใช้งาน ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด