โลโก้ HashiCorp Vault
DevOps และ CI/CDBUSL (ตรวจเงื่อนไขก่อนใช้เชิงพาณิชย์)

HashiCorp Vault คืออะไร และวิธีติดตั้งบน Cloud Server

Vault คือระบบจัดการความลับแบบรวมศูนย์ ทั้งรหัสผ่านฐานข้อมูล คีย์ API และใบรับรอง โดยเก็บไว้อย่างเข้ารหัสและจ่ายให้แอปเมื่อยืนยันตัวตนแล้วเท่านั้น พร้อมบันทึกทุกการเข้าถึง

หมวดหมู่
DevOps และ CI/CD
ติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์เองได้
ได้
สเปกเริ่มต้นที่แนะนำ
2 vCPU · RAM 4 GB
ไลเซนส์
BUSL (ตรวจเงื่อนไขก่อนใช้เชิงพาณิชย์)
เว็บทางการ
เปิดเว็บไซต์
สร้าง Cloud Server เดี๋ยวนี้
  • ISO/IEC 27001
  • ISO 22301
  • ISO 20000-1
  • CSA-STAR

Data Center ในไทย มาตรฐาน TIA-942 Tier 3+ ข้อมูลอยู่ในประเทศไทย

HashiCorp Vault คืออะไร

ปัญหาที่ทุกองค์กรเจอคือรหัสผ่านและคีย์กระจายอยู่ในไฟล์ตั้งค่า ในตัวแปรสภาพแวดล้อม และในเครื่องของนักพัฒนา ทำให้ไม่มีใครรู้ว่ามีความลับอยู่กี่ชุด ใครเข้าถึงได้บ้าง และเปลี่ยนครั้งสุดท้ายเมื่อไร

Vault รวมความลับทั้งหมดไว้ที่เดียว เข้ารหัสขณะจัดเก็บ และจ่ายให้เฉพาะผู้ที่ยืนยันตัวตนผ่านและมีสิทธิ์ตามนโยบายที่กำหนด ทุกการเข้าถึงถูกบันทึกไว้ตรวจสอบย้อนหลังได้

ความสามารถที่ยกระดับความปลอดภัยได้มากที่สุดคือความลับแบบมีอายุ ระบบสร้างบัญชีฐานข้อมูลชั่วคราวให้แอปแล้วลบทิ้งอัตโนมัติเมื่อหมดอายุ ทำให้ไม่มีรหัสผ่านถาวรที่รั่วแล้วใช้ได้ตลอดไป

แผนผังการวางระบบ HashiCorp Vault บน Cloud Server หนึ่งเครื่องที่ Data Center ในประเทศไทย ผู้ใช้เข้าถึงผ่านไฟร์วอลล์ที่เปิดเฉพาะพอร์ต 8200, 8201 ตัว HashiCorp Vault และข้อมูลอยู่บนเครื่องเดียวกัน เริ่มต้นที่ 2 vCPU แรม 4 GB และมีสำเนาสำรองเขียนออกไปเก็บอีกไซต์หนึ่ง
HashiCorp Vault ทำงานบน Cloud Server เครื่องเดียวได้ครบ เปิดเฉพาะพอร์ตที่จำเป็น ข้อมูลและสำเนาสำรองอยู่ใน Data Center ในประเทศไทย

ความสามารถเด่นของ HashiCorp Vault

เก็บความลับแบบเข้ารหัส

รหัสผ่านและคีย์ถูกเข้ารหัสขณะจัดเก็บและจ่ายเมื่อได้รับอนุญาตเท่านั้น

ความลับที่มีอายุ

สร้างบัญชีชั่วคราวสำหรับฐานข้อมูลหรือคลาวด์แล้วลบเมื่อหมดอายุ

บันทึกการเข้าถึงทั้งหมด

ตรวจย้อนหลังได้ว่าใครขอความลับใดเมื่อไร

ออกใบรับรองภายในองค์กร

ทำหน้าที่เป็นผู้ออกใบรับรองสำหรับบริการภายในได้

นโยบายสิทธิ์ที่ละเอียด

กำหนดได้ว่าแอปหรือทีมใดเข้าถึงเส้นทางความลับใดได้บ้าง

ใช้ HashiCorp Vault ทำอะไรได้บ้าง

  • องค์กรที่ต้องการเลิกเก็บรหัสผ่านไว้ในไฟล์ตั้งค่าของแอป
  • ระบบที่ต้องหมุนเวียนรหัสผ่านฐานข้อมูลอัตโนมัติ
  • องค์กรที่ต้องแสดงหลักฐานการควบคุมการเข้าถึงความลับต่อผู้ตรวจสอบ
  • ทีมที่ต้องออกใบรับรองภายในให้บริการจำนวนมาก

สเปก Cloud Server ที่แนะนำ

แผนภาพเทียบสเปก Cloud Server สำหรับ HashiCorp Vault 3 ระดับ เริ่มจาก 2 vCPU แรม 4 GB ดิสก์ NVMe 40 GB ไปจนถึง 4 vCPU ต่อโหนด แรม 8 GB ต่อโหนด ดิสก์ NVMe 100 GB ต่อโหนด โดยเทียบขนาดแยกตามแต่ละคอลัมน์
เริ่มจากระดับที่ตรงกับการใช้งานตอนนี้ แล้วเพิ่ม CPU และ RAM ทีหลังได้บนเครื่องเดิม
ระดับการใช้งานvCPURAMDisk
เริ่มต้นทีมเดียวหรือระบบทดสอบ2 vCPU4 GBNVMe 40 GB
แนะนำระบบงานจริงที่มีหลายแอปเรียกใช้4 vCPU8 GBNVMe 80 GB
ความพร้อมสูงคลัสเตอร์สามโหนดสำหรับระบบที่หยุดไม่ได้4 vCPU ต่อโหนด8 GB ต่อโหนดNVMe 100 GB ต่อโหนด

ดูราคาตามสเปกได้ที่ ราคา Cloud Compute หรือให้ทีมงานช่วยประเมินสเปกจากปริมาณผู้ใช้จริงของคุณ

วิธีติดตั้ง HashiCorp Vault บน Cloud Server ของ THAI DATA CLOUD

ขั้นตอนด้านล่างใช้กับ Cloud Server ที่เพิ่งสร้างใหม่จากหน้าจัดการของ THAI DATA CLOUD ได้ทันที ถ้าไม่สะดวกทำเอง ทีมวิศวกรของเราติดตั้งและตั้งค่าให้ฟรีสำหรับลูกค้า Cloud Server

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • Ubuntu Server 24.04 LTS หรือ Rocky Linux 9
  • ที่เก็บข้อมูลสำรองที่เชื่อถือได้
  • ใบรับรอง SSL เพราะทุกการสื่อสารต้องเข้ารหัส
  • แผนเก็บรักษากุญแจปลดล็อกอย่างปลอดภัย

ทดสอบบน Ubuntu Server 24.04 LTS

  1. 1

    เพิ่มที่เก็บแพ็กเกจและติดตั้ง

    curl -fsSL https://apt.releases.hashicorp.com/gpg | \
      sudo gpg --dearmor -o /usr/share/keyrings/hashicorp.gpg
    echo "deb [signed-by=/usr/share/keyrings/hashicorp.gpg] https://apt.releases.hashicorp.com noble main" | \
      sudo tee /etc/apt/sources.list.d/hashicorp.list
    sudo apt update && sudo apt -y install vault
  2. 2

    ตั้งค่าใน /etc/vault.d/vault.hcl

    storage "raft" {
      path    = "/opt/vault/data"
      node_id = "vault-1"
    }
    
    listener "tcp" {
      address       = "10.10.0.60:8200"
      tls_cert_file = "/etc/vault.d/tls/cert.pem"
      tls_key_file  = "/etc/vault.d/tls/key.pem"
    }
    
    api_addr = "https://vault.example.com:8200"
    cluster_addr = "https://10.10.0.60:8201"
    ui = true
  3. 3

    เปิดบริการและเริ่มต้นระบบ

    คำสั่งเริ่มต้นจะแสดงกุญแจปลดล็อกและโทเคนผู้ดูแลระบบครั้งเดียวเท่านั้น ต้องเก็บไว้อย่างปลอดภัยและแยกเก็บกันคนละที่

    sudo systemctl enable --now vault
    export VAULT_ADDR=https://vault.example.com:8200
    vault operator init
  4. 4

    ปลดล็อกระบบ

    ระบบเริ่มต้นในสถานะล็อกเสมอ ต้องใส่กุญแจตามจำนวนที่กำหนดจึงจะใช้งานได้ ซึ่งเป็นการออกแบบให้ไม่มีใครคนเดียวปลดล็อกได้

    vault operator unseal
  5. 5

    เปิดที่เก็บความลับและสร้างนโยบาย

    vault login
    vault secrets enable -path=secret kv-v2
    vault kv put secret/myapp/db password="ChangeThisStrongPassword"
    
    vault policy write myapp - <<EOF
    path "secret/data/myapp/*" {
      capabilities = ["read"]
    }
    EOF
  6. 6

    ให้แอปยืนยันตัวตนและดึงความลับ

    ใช้วิธียืนยันตัวตนที่เหมาะกับสภาพแวดล้อม เช่น AppRole สำหรับแอปทั่วไปหรือ Kubernetes สำหรับงานในคลัสเตอร์ แล้วให้แอปดึงความลับตอนเริ่มทำงานแทนการเก็บไว้ในไฟล์

เก็บกุญแจปลดล็อกแยกกันคนละที่และคนละคน เพราะถ้ากุญแจหายจนไม่ครบจำนวนที่ต้องใช้ จะไม่มีทางเปิดข้อมูลกลับมาได้เลย

พอร์ตที่ต้องเปิดบน Firewall

พอร์ตโปรโตคอลใช้ทำอะไร
8200TCPAPI และหน้าจอ (เปิดเฉพาะวงภายใน)
8201TCPการสื่อสารระหว่างโหนดในคลัสเตอร์

สิ่งที่ควรทำต่อหลังติดตั้งเสร็จ

  • เปิด TLS เสมอและไม่รันในโหมดพัฒนาในระบบจริง
  • เก็บกุญแจปลดล็อกแยกกันหลายที่และหลายคน
  • ใช้โทเคนที่มีอายุจำกัดแทนโทเคนถาวร
  • เปิดบันทึกการตรวจสอบและส่งไปเก็บที่ระบบรวม Log
  • จำกัดการเข้าถึงไว้เฉพาะวงภายในหรือผ่าน VPN

ทำไมควรรัน HashiCorp Vault บน Cloud Server ของ THAI DATA CLOUD

Data Center ในประเทศไทย มาตรฐาน ISO/IEC 27001 และ ISO 22301 พร้อมทีมวิศวกรคนไทยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

ความลับขององค์กรอยู่ในเซิร์ฟเวอร์ในไทยที่ควบคุมเอง ไม่ฝากไว้กับบริการภายนอก

ทำคลัสเตอร์สามโหนดในวง Private Network เพื่อความพร้อมใช้งานสูง

จ่ายความลับให้แอปที่รันบน Cloud Server หรือ Kubernetes ในวงเดียวกันได้โดยไม่ผ่านอินเทอร์เน็ต

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ HashiCorp Vault

ต่างจากการเก็บรหัสผ่านในไฟล์ .env อย่างไร

ไฟล์ตั้งค่าเก็บรหัสผ่านเป็นข้อความธรรมดาบนเครื่อง ใครที่เข้าเครื่องได้ก็อ่านได้และไม่มีบันทึกว่าใครอ่านไปบ้าง ส่วน Vault เข้ารหัสข้อมูล ควบคุมสิทธิ์รายเส้นทาง และบันทึกทุกการเข้าถึง อีกทั้งสร้างรหัสผ่านที่มีอายุจำกัดได้

ถ้า Vault ล่มแอปจะทำงานไม่ได้ไหม

ถ้าแอปดึงความลับเฉพาะตอนเริ่มทำงาน ระบบที่รันอยู่แล้วจะยังทำงานต่อได้ แต่การเริ่มแอปใหม่จะติดขัด จึงควรทำคลัสเตอร์สามโหนดสำหรับระบบที่สำคัญ

รุ่นโอเพนซอร์สเพียงพอไหม

เพียงพอสำหรับงานส่วนใหญ่ ทั้งการเก็บความลับ นโยบายสิทธิ์ และความลับแบบมีอายุ ส่วนความสามารถระดับองค์กรอย่างการทำสำเนาข้ามศูนย์ข้อมูลอยู่ในรุ่นเชิงพาณิชย์ และควรตรวจเงื่อนไขใบอนุญาตฉบับปัจจุบันก่อนใช้งาน

ให้เราติดตั้ง HashiCorp Vault ให้ฟรี บน Cloud Server ในไทย

แจ้งความต้องการสั้น ๆ ทีมวิศวกรจะช่วยประเมินสเปก ติดตั้ง และตั้งค่าความปลอดภัยให้พร้อมใช้งาน ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด