โลโก้ Vaultwarden
อันดับ 40 ใน Top 100 Security และ FirewallAGPLv3 (โอเพนซอร์ส)

Vaultwarden คืออะไร และวิธีติดตั้งระบบจัดการรหัสผ่านองค์กร

Vaultwarden คือเซิร์ฟเวอร์จัดการรหัสผ่านที่ทำงานร่วมกับแอปและส่วนขยายเบราว์เซอร์ของ Bitwarden ได้ทั้งหมด ใช้ทรัพยากรน้อยมากและทำให้องค์กรเก็บรหัสผ่านทั้งหมดไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง

หมวดหมู่
Security และ Firewall
ติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์เองได้
ได้
สเปกเริ่มต้นที่แนะนำ
1 vCPU · RAM 1 GB
ไลเซนส์
AGPLv3 (โอเพนซอร์ส)
เว็บทางการ
เปิดเว็บไซต์
สร้าง Cloud Server เดี๋ยวนี้
  • ISO/IEC 27001
  • ISO 22301
  • ISO 20000-1
  • CSA-STAR

Data Center ในไทย มาตรฐาน TIA-942 Tier 3+ ข้อมูลอยู่ในประเทศไทย

Vaultwarden คืออะไร

ปัญหาที่ทุกองค์กรเจอคือรหัสผ่านถูกส่งกันในแชทและเก็บไว้ในไฟล์สเปรดชีต ซึ่งเสี่ยงมากและตรวจสอบไม่ได้ว่าใครเข้าถึงอะไรบ้าง ระบบจัดการรหัสผ่านแก้ปัญหานี้ด้วยการเก็บทุกอย่างในคลังที่เข้ารหัสและแชร์เฉพาะกับคนที่ควรเห็น

Vaultwarden เป็นการเขียนเซิร์ฟเวอร์ Bitwarden ขึ้นใหม่ด้วยภาษา Rust ให้เบากว่ามาก จนรันบน Cloud Server เครื่องเล็กที่สุดได้ ขณะที่ยังใช้แอปมือถือ แอปเดสก์ท็อป และส่วนขยายเบราว์เซอร์ตัวเดียวกับ Bitwarden

ข้อมูลถูกเข้ารหัสตั้งแต่ที่เครื่องผู้ใช้ก่อนส่งขึ้นเซิร์ฟเวอร์ ดังนั้นแม้ผู้ดูแลระบบเองก็อ่านรหัสผ่านในคลังไม่ได้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของระบบประเภทนี้

แผนผังการวางระบบ Vaultwarden บน Cloud Server หนึ่งเครื่องที่ Data Center ในประเทศไทย ผู้ใช้เข้าถึงผ่านไฟร์วอลล์ที่เปิดเฉพาะพอร์ต 443, 8080 ตัว Vaultwarden และข้อมูลอยู่บนเครื่องเดียวกัน เริ่มต้นที่ 1 vCPU แรม 1 GB และมีสำเนาสำรองเขียนออกไปเก็บอีกไซต์หนึ่ง
Vaultwarden ทำงานบน Cloud Server เครื่องเดียวได้ครบ เปิดเฉพาะพอร์ตที่จำเป็น ข้อมูลและสำเนาสำรองอยู่ใน Data Center ในประเทศไทย

ความสามารถเด่นของ Vaultwarden

ใช้แอปของ Bitwarden ได้ทั้งหมด

ทั้งแอปมือถือ เดสก์ท็อป และส่วนขยายเบราว์เซอร์ เพียงชี้ไปที่เซิร์ฟเวอร์ของคุณ

เบามาก

ใช้ RAM หลักสิบเมกะไบต์ จึงรันร่วมกับบริการอื่นบนเครื่องเดียวได้

แชร์รหัสผ่านเป็นทีม

สร้างองค์กรและคอลเลกชันเพื่อแชร์เฉพาะกับกลุ่มที่เกี่ยวข้อง

รองรับการยืนยันตัวตนสองชั้น

ทั้งแอป Authenticator, อีเมล และคีย์ความปลอดภัย

เก็บมากกว่ารหัสผ่าน

บันทึกที่ปลอดภัย ข้อมูลบัตร และไฟล์แนบขนาดเล็กก็เก็บได้

ใช้ Vaultwarden ทำอะไรได้บ้าง

  • องค์กรที่ต้องเลิกส่งรหัสผ่านผ่านแชทและอีเมล
  • ทีมไอทีที่ต้องแชร์รหัสผ่านของเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์ให้เฉพาะผู้รับผิดชอบ
  • บริษัทที่ต้องถอนสิทธิ์ทันทีเมื่อพนักงานลาออก
  • องค์กรที่ต้องการเก็บข้อมูลรหัสผ่านไว้ในประเทศแทนบริการต่างประเทศ

สเปก Cloud Server ที่แนะนำ

แผนภาพเทียบสเปก Cloud Server สำหรับ Vaultwarden 3 ระดับ เริ่มจาก 1 vCPU แรม 1 GB ดิสก์ NVMe 20 GB ไปจนถึง 2 vCPU แรม 4 GB ดิสก์ NVMe 80 GB โดยเทียบขนาดแยกตามแต่ละคอลัมน์
เริ่มจากระดับที่ตรงกับการใช้งานตอนนี้ แล้วเพิ่ม CPU และ RAM ทีหลังได้บนเครื่องเดิม
ระดับการใช้งานvCPURAMDisk
เริ่มต้นทีมไม่เกิน 50 คน1 vCPU1 GBNVMe 20 GB
แนะนำองค์กรขนาดกลางพร้อมไฟล์แนบ2 vCPU2 GBNVMe 40 GB
องค์กรใหญ่ผู้ใช้หลายร้อยคนและเก็บประวัติการใช้งาน2 vCPU4 GBNVMe 80 GB

ดูราคาตามสเปกได้ที่ ราคา Cloud Compute หรือให้ทีมงานช่วยประเมินสเปกจากปริมาณผู้ใช้จริงของคุณ

วิธีติดตั้ง Vaultwarden บน Cloud Server ของ THAI DATA CLOUD

ขั้นตอนด้านล่างใช้กับ Cloud Server ที่เพิ่งสร้างใหม่จากหน้าจัดการของ THAI DATA CLOUD ได้ทันที ถ้าไม่สะดวกทำเอง ทีมวิศวกรของเราติดตั้งและตั้งค่าให้ฟรีสำหรับลูกค้า Cloud Server

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • Cloud Server ที่ติดตั้ง Docker แล้ว
  • โดเมนและใบรับรอง SSL เพราะแอปไคลเอนต์บังคับให้ใช้ HTTPS
  • แผนสำรองข้อมูลที่เชื่อถือได้ เพราะข้อมูลนี้สำคัญมาก

ทดสอบบน Ubuntu Server 24.04 LTS ที่ติดตั้ง Docker แล้ว

  1. 1

    สร้างไฟล์ compose.yml

    ตั้ง ADMIN_TOKEN เป็นค่าที่สุ่มยาว และปิดการสมัครสมาชิกเองเพื่อไม่ให้คนภายนอกสร้างบัญชีได้

    services:
      vaultwarden:
        image: vaultwarden/server:latest
        restart: always
        environment:
          DOMAIN: "https://vault.example.com"
          SIGNUPS_ALLOWED: "false"
          ADMIN_TOKEN: "PasteALongRandomStringHere"
        volumes:
          - ./vw-data:/data
        ports:
          - "127.0.0.1:8080:80"
  2. 2

    สั่งรัน

    docker compose up -d
  3. 3

    ตั้ง Reverse Proxy พร้อม HTTPS

    แอปไคลเอนต์ของ Bitwarden จะไม่ยอมเชื่อมต่อถ้าไม่ใช่ HTTPS ที่ใบรับรองถูกต้อง

    server {
      listen 443 ssl;
      server_name vault.example.com;
      client_max_body_size 128M;
    
      location / {
        proxy_pass http://127.0.0.1:8080;
        proxy_set_header Host $host;
        proxy_set_header X-Real-IP $remote_addr;
        proxy_set_header X-Forwarded-Proto $scheme;
      }
    }
  4. 4

    สร้างบัญชีผู้ใช้ให้ทีมงาน

    เข้าหน้าผู้ดูแลที่ /admin ด้วย ADMIN_TOKEN แล้วเชิญผู้ใช้ทีละคน หรือเปิดการสมัครเฉพาะโดเมนอีเมลขององค์กร

  5. 5

    ตั้งการสำรองข้อมูล

    สำรองทั้งโฟลเดอร์ข้อมูลทุกวันและเก็บสำเนาไว้นอกเครื่อง เพราะถ้าไฟล์นี้หายคือรหัสผ่านทั้งองค์กรหายไปด้วย

    tar czf /var/backups/vaultwarden-$(date +%F).tar.gz ./vw-data

ตั้งค่าอีเมลขาออกด้วย เพื่อให้ระบบส่งลิงก์เชิญและรหัสยืนยันตัวตนสองชั้นได้ ใช้บริการ Direct Mail ของ THAI DATA CLOUD เป็น SMTP ได้

พอร์ตที่ต้องเปิดบน Firewall

พอร์ตโปรโตคอลใช้ทำอะไร
443TCPHTTPS ผ่าน Reverse Proxy (จำเป็น)
8080TCPพอร์ตภายในของ Vaultwarden (ผูกกับ 127.0.0.1 เท่านั้น)

สิ่งที่ควรทำต่อหลังติดตั้งเสร็จ

  • ปิดการสมัครสมาชิกเองและเชิญผู้ใช้เป็นรายคน
  • บังคับการยืนยันตัวตนสองชั้นสำหรับทุกบัญชี
  • เก็บ ADMIN_TOKEN ไว้อย่างปลอดภัยและจำกัดการเข้าถึงหน้า /admin
  • สำรองข้อมูลทุกวันและทดสอบกู้คืนจริง เพราะข้อมูลนี้กู้จากที่อื่นไม่ได้
  • ตั้ง Fail2ban หรือ CrowdSec เฝ้า Log การเข้าสู่ระบบที่ล้มเหลว

ทำไมควรรัน Vaultwarden บน Cloud Server ของ THAI DATA CLOUD

Data Center ในประเทศไทย มาตรฐาน ISO/IEC 27001 และ ISO 22301 พร้อมทีมวิศวกรคนไทยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

รหัสผ่านทั้งองค์กรถูกเก็บใน Data Center ในไทย ไม่ต้องฝากไว้กับบริการต่างประเทศ

ใช้เครื่องสเปกต่ำสุดก็เพียงพอ ต้นทุนต่อเดือนจึงต่ำกว่าค่าบริการรายผู้ใช้ของบริการ SaaS มาก

ตั้งการสำรองข้อมูลอัตโนมัติไปยัง Object Storage ในไทยได้โดยตรง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Vaultwarden

Vaultwarden ปลอดภัยเท่า Bitwarden ทางการไหม

กลไกการเข้ารหัสเป็นแบบเดียวกัน คือเข้ารหัสที่เครื่องผู้ใช้ก่อนส่งขึ้นเซิร์ฟเวอร์ ความต่างอยู่ที่ Vaultwarden เป็นการเขียนเซิร์ฟเวอร์ขึ้นใหม่โดยชุมชน ความปลอดภัยจึงขึ้นกับการดูแลเซิร์ฟเวอร์ของคุณเองด้วย ทั้งการอัปเดต การตั้ง HTTPS และการสำรองข้อมูล

ถ้าเซิร์ฟเวอร์ล่มจะเข้ารหัสผ่านไม่ได้เลยไหม

แอปไคลเอนต์เก็บสำเนาคลังที่เข้ารหัสไว้ในเครื่องด้วย จึงยังเปิดดูรหัสผ่านที่ซิงก์มาแล้วได้ระหว่างที่เซิร์ฟเวอร์ล่ม แต่จะเพิ่มหรือแก้ไขให้ซิงก์ไม่ได้จนกว่าเซิร์ฟเวอร์จะกลับมา

ย้ายจากบริการอื่นมาได้ไหม

ได้ Bitwarden รองรับการนำเข้าจากผู้ให้บริการจัดการรหัสผ่านรายใหญ่และจากไฟล์ CSV ควรลบไฟล์ที่ส่งออกมาทันทีหลังนำเข้าเสร็จ เพราะเป็นข้อความธรรมดา

ให้เราติดตั้ง Vaultwarden ให้ฟรี บน Cloud Server ในไทย

แจ้งความต้องการสั้น ๆ ทีมวิศวกรจะช่วยประเมินสเปก ติดตั้ง และตั้งค่าความปลอดภัยให้พร้อมใช้งาน ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด