Veeam Backup คืออะไร และใช้กับ Cloud Server อย่างไร
Veeam Backup คือซอฟต์แวร์สำรองข้อมูลระดับองค์กรที่ใช้กันแพร่หลายในงาน Virtualization จุดเด่นคือการสำรอง VM ทั้งเครื่อง กู้คืนได้เร็ว และทดสอบการกู้คืนได้จริงโดยไม่กระทบระบบหลัก
- หมวดหมู่
- Backup และ Storage
- ติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์เองได้
- ได้
- สเปกเริ่มต้นที่แนะนำ
- 4 vCPU · RAM 8 GB
- ไลเซนส์
- เชิงพาณิชย์ (มีรุ่นใช้ฟรีแบบจำกัด)
- เว็บทางการ
- เปิดเว็บไซต์
- ISO/IEC 27001
- ISO 22301
- ISO 20000-1
- CSA-STAR
Data Center ในไทย มาตรฐาน TIA-942 Tier 3+ ข้อมูลอยู่ในประเทศไทย
Veeam Backup คืออะไร
Veeam สำรองข้อมูลในระดับเครื่องเสมือนทั้งเครื่อง ไม่ใช่แค่ไฟล์ ทำให้กู้คืนทั้งระบบกลับมาได้ในสถานะเดิม ซึ่งสำคัญมากเมื่อเกิดเหตุที่ต้องกู้ระบบทั้งชุด ไม่ใช่แค่ไฟล์ที่ลบผิด
ความสามารถที่องค์กรให้ค่ามากคือการกู้คืนแบบละเอียด เช่น ดึงกลับเฉพาะไฟล์เดียวจากภายในไฟล์สำรองของ VM หรือกู้เฉพาะรายการในระบบอีเมล โดยไม่ต้องกู้ทั้งเครื่อง
อีกจุดที่ทำให้ Veeam เป็นมาตรฐานในงานองค์กรคือการทดสอบกู้คืนอัตโนมัติ ระบบเปิด VM จากไฟล์สำรองในสภาพแวดล้อมแยกเพื่อยืนยันว่ากู้กลับมาได้จริง แล้วส่งรายงานให้ผู้ตรวจสอบ
ความสามารถเด่นของ Veeam Backup
สำรอง VM ทั้งเครื่อง
กู้คืนทั้งระบบกลับมาในสถานะเดิมได้ ไม่ใช่แค่ไฟล์
กู้คืนแบบละเอียด
ดึงเฉพาะไฟล์หรือรายการที่ต้องการจากภายในไฟล์สำรองได้
ทดสอบการกู้คืนอัตโนมัติ
เปิด VM จากไฟล์สำรองในสภาพแวดล้อมแยกเพื่อยืนยันว่ากู้ได้จริง
สำเนาไปยังไซต์สำรอง
ส่งสำเนาไปยัง Data Center อีกแห่งเพื่อรองรับเหตุระดับไซต์
ป้องกันการลบไฟล์สำรอง
รองรับที่เก็บแบบเขียนแล้วแก้ไม่ได้เพื่อรับมือแรนซัมแวร์
RPO และ RTO คืออะไร และทำไมต้องตัดสินใจก่อนเลือกวิธีสำรองข้อมูล
ก่อนพูดเรื่องซอฟต์แวร์ ต้องตอบสองคำถามนี้ให้ได้ก่อน คำถามแรกคือถ้าระบบล่มตอนนี้ ธุรกิจยอมให้ข้อมูลย้อนหลังหายได้กี่ชั่วโมง ค่านี้เรียกว่า RPO และเป็นตัวกำหนดว่าต้องสำรองข้อมูลถี่แค่ไหน คำถามที่สองคือระบบหยุดได้นานเท่าไรก่อนกระทบธุรกิจจริง ค่านี้เรียกว่า RTO และเป็นตัวกำหนดวิธีกู้คืน
ตัวอย่างที่เห็นภาพ ระบบขายหน้าร้านที่ยอมให้ข้อมูลหายได้ไม่เกินหนึ่งชั่วโมงต้องสำรองทุกชั่วโมง ส่วนระบบเอกสารภายในที่ยอมให้หายได้หนึ่งวันสำรองรายวันก็พอ การใช้นโยบายเดียวกับทุกระบบคือสาเหตุที่ทำให้องค์กรจ่ายแพงเกินจำเป็นในบางระบบและป้องกันไม่พอในบางระบบพร้อมกัน
เมื่อกำหนดสองค่านี้ต่อระบบแล้ว การเลือกวิธีสำรองและการวางไซต์สำรองจะตามมาเองอย่างมีเหตุผล และเป็นตัวเลขที่คุยกับผู้บริหารและผู้ตรวจสอบได้ตรงกว่าการบอกว่าสำรองข้อมูลทุกวันเฉย ๆ
- RPO สั้น หมายถึงต้องสำรองถี่ขึ้น ซึ่งใช้พื้นที่และแบนด์วิดท์มากขึ้น
- RTO สั้น หมายถึงต้องกู้คืนเร็ว จึงควรเก็บสำเนาชุดล่าสุดไว้ใกล้ระบบจริง
- ระบบที่สำคัญไม่เท่ากันควรมีนโยบายไม่เท่ากัน เพื่อคุมค่าใช้จ่ายให้สมเหตุผล
แนวทาง 3-2-1 และการเก็บสำเนาที่แรนซัมแวร์ลบไม่ได้
แนวปฏิบัติที่ผู้ตรวจสอบทั่วโลกอ้างถึงคือเก็บข้อมูลสามชุด บนสื่อสองชนิด และอย่างน้อยหนึ่งชุดอยู่คนละไซต์ เหตุผลตรงไปตรงมา ชุดแรกคือข้อมูลจริง ชุดที่สองกันฮาร์ดแวร์เสียหรือคนลบผิด และชุดที่สามที่อยู่คนละไซต์กันเหตุระดับสถานที่ เช่น ไฟไหม้หรือน้ำท่วม
สิ่งที่เพิ่มเข้ามาในยุคแรนซัมแวร์คือชุดที่แก้ไขไม่ได้ เพราะการโจมตีสมัยนี้จะค้นหาและลบไฟล์สำรองก่อนเข้ารหัสข้อมูลจริง เพื่อให้องค์กรไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจ่าย การมีสำเนาที่ล็อกไว้ในช่วงเวลาที่กำหนดจึงเป็นเส้นแบ่งระหว่างกู้ได้กับจ่ายค่าไถ่
อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคือบัญชีที่ใช้กับระบบสำรองต้องแยกจากบัญชีผู้ดูแลระบบทั่วไป ถ้าผู้โจมตียึดบัญชีผู้ดูแลโดเมนได้แล้วบัญชีนั้นลบไฟล์สำรองได้ด้วย แผนสำรองทั้งหมดก็ไม่มีความหมาย
- เก็บสำเนาชุดล่าสุดไว้ใกล้ระบบเพื่อกู้เร็ว และอีกชุดไว้คนละไซต์เพื่อกันเหตุระดับสถานที่
- เปิดที่เก็บแบบเขียนแล้วแก้ไม่ได้สำหรับสำเนาชั้นสุดท้าย
- แยกบัญชีที่ใช้กับระบบสำรองออกจากบัญชีผู้ดูแลระบบทั่วไป
- จำกัดสิทธิ์ฝั่งต้นทางให้เขียนได้แต่ลบสำเนาเก่าไม่ได้
ทดสอบกู้คืนอย่างไรให้รู้ว่าแผนใช้ได้จริง
ความผิดพลาดที่พบมากที่สุดในองค์กรคือมีไฟล์สำรองครบทุกวันแต่ไม่เคยลองกู้ แล้วพบตอนเกิดเหตุจริงว่าไฟล์เสียหาย กู้ไม่ครบ หรือกู้ได้แต่ใช้เวลานานกว่าที่ธุรกิจรับได้ ไฟล์สำรองที่ยังไม่ผ่านการทดสอบจึงยังไม่นับว่าเป็นแผนสำรอง
วิธีที่ทำได้จริงคือทดสอบตามรอบและบันทึกผลเป็นหลักฐาน อย่างน้อยไตรมาสละครั้งสำหรับระบบสำคัญ โดยกู้ขึ้นในสภาพแวดล้อมแยกที่ไม่กระทบระบบจริง แล้ววัดเวลาที่ใช้จริงเทียบกับ RTO ที่ตั้งไว้
ระบบสำรองระดับองค์กรช่วยงานส่วนนี้ได้มาก เพราะเปิดเครื่องเสมือนจากไฟล์สำรองในวงแยกได้อัตโนมัติแล้วส่งรายงานให้ผู้รับผิดชอบ ทำให้การทดสอบไม่กลายเป็นงานที่ถูกเลื่อนออกไปทุกไตรมาส
เลือกที่เก็บไฟล์สำรองให้เหมาะกับสิ่งที่ต้องกู้
งานสำรองข้อมูลด้วย Veeam จะเร็วหรือช้าไม่ได้ขึ้นกับซอฟต์แวร์เท่าที่เข้าใจกัน แต่ขึ้นกับที่เก็บปลายทางเป็นหลัก สำเนาชุดล่าสุดที่ต้องกู้บ่อยควรอยู่บนดิสก์ที่เร็วและใกล้ระบบจริง ส่วนสำเนาที่เก็บย้อนหลังนานควรอยู่บนพื้นที่ที่ราคาต่อความจุถูกกว่า
รูปแบบที่หลายองค์กรใช้คือแบ่งสองชั้น ชั้นแรกเก็บบนดิสก์ในไซต์เดียวกับระบบเพื่อกู้เร็ว ชั้นที่สองส่งต่อไปยังพื้นที่จัดเก็บที่ไซต์อื่นเพื่อรองรับเหตุระดับสถานที่ Veeam จัดการการส่งต่อระหว่างสองชั้นนี้ให้อัตโนมัติตามนโยบายที่ตั้งไว้
สิ่งที่ควรทดสอบก่อนสรุปการออกแบบคือเวลากู้คืนจริงจากแต่ละชั้น เพราะสำเนาที่อยู่ไกลและราคาถูกอาจใช้เวลากู้นานกว่าที่ธุรกิจรับได้ ตัวเลขนี้ควรได้จากการทดสอบ ไม่ใช่จากการประมาณ
เมื่อวางสองชั้นเสร็จ ให้ตั้งรายงานของ Veeam ให้ส่งผลการสำรองข้อมูลและผลการทดสอบกู้คืนถึงผู้รับผิดชอบทุกสัปดาห์ เพราะแผนสำรองที่ไม่มีใครดูรายงานคือแผนที่จะพบปัญหาตอนต้องใช้จริงเท่านั้น
ประเมินพื้นที่จัดเก็บและแบนด์วิดท์ที่ต้องใช้
พื้นที่ที่ต้องเตรียมไม่ได้เท่ากับขนาดข้อมูลจริง แต่ขึ้นกับจำนวนรอบที่เก็บย้อนหลังและอัตราการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลต่อวัน ระบบที่ข้อมูลเปลี่ยนน้อยจะใช้พื้นที่เพิ่มขึ้นช้ามาก ขณะที่ฐานข้อมูลที่เขียนหนักทุกวันจะกินพื้นที่เร็วกว่าหลายเท่าที่จำนวนรอบเท่ากัน
ฝั่งแบนด์วิดท์ก็ต้องคิดเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อส่งสำเนาข้ามไซต์ การสำรองครั้งแรกจะส่งข้อมูลทั้งก้อนซึ่งใช้เวลานานที่สุด ควรวางแผนให้รอบแรกเกิดในช่วงที่ทราฟฟิกงานปกติน้อย และหลังจากนั้นจะส่งเฉพาะส่วนที่เปลี่ยนซึ่งเบากว่ามาก
จุดเริ่มที่ใช้ประเมินได้คือสองถึงสามเท่าของขนาดข้อมูลจริง แล้วติดตามการใช้งานจริงในเดือนแรกเพื่อปรับ เพราะตัวเลขจริงต่างกันมากตามลักษณะข้อมูลของแต่ละองค์กร
ใช้ Veeam Backup ทำอะไรได้บ้าง
- องค์กรที่มีเครื่องเสมือนจำนวนมากและต้องกู้คืนได้ตามเวลาที่กำหนดใน SLA
- หน่วยงานที่ต้องมีแผนกู้คืนระบบและหลักฐานการทดสอบตามข้อกำหนด
- ธุรกิจที่ต้องป้องกันไม่ให้แรนซัมแวร์ทำลายไฟล์สำรอง
- องค์กรที่ต้องส่งสำเนาข้อมูลไปเก็บที่ไซต์สำรอง
สเปก Cloud Server ที่แนะนำ
| ระดับการใช้งาน | vCPU | RAM | Disk |
|---|---|---|---|
| ระบบเล็กVM ไม่เกิน 20 เครื่อง | 4 vCPU | 8 GB | ตามขนาดข้อมูลที่สำรอง |
| แนะนำVM หลายสิบเครื่องพร้อมสำเนาไปไซต์สำรอง | 8 vCPU | 16 GB | อย่างน้อย 2 ถึง 3 เท่าของข้อมูลจริง |
| องค์กรใหญ่VM หลักร้อยและมีนโยบายเก็บย้อนหลังยาว | 16 vCPU ขึ้นไป | 32 GB ขึ้นไป | พื้นที่หลาย TB |
ดูราคาตามสเปกได้ที่ ราคา Cloud Compute หรือให้ทีมงานช่วยประเมินสเปกจากปริมาณผู้ใช้จริงของคุณ
วิธีติดตั้ง Veeam Backup บน Cloud Server ของ THAI DATA CLOUD
Veeam ไม่ได้ติดตั้งด้วยคำสั่งไม่กี่บรรทัด เพราะงานที่กำหนดผลลัพธ์คือการออกแบบนโยบายให้ตรงกับค่า RPO และ RTO ที่ธุรกิจรับได้ ด้านล่างคือลำดับการวางระบบสำรองข้อมูลที่ใช้ได้จริง พร้อมสิ่งที่ต้องตัดสินใจในแต่ละขั้น
สิ่งที่ต้องเตรียม
- ไลเซนส์ Veeam ตามจำนวนเครื่องหรือรูปแบบที่เลือก
- เซิร์ฟเวอร์สำหรับติดตั้งตัวจัดการและพื้นที่เก็บไฟล์สำรอง
- การเชื่อมต่อไปยังไซต์สำรองถ้าต้องการสำเนาข้ามไซต์
ทดสอบบน Windows Server หรือ Linux ตามรุ่นที่เลือกใช้
- 1
สำรวจว่าอะไรต้องสำรองบ้าง
ทำรายการระบบทั้งหมดพร้อมระบุว่าแต่ละระบบยอมให้ข้อมูลหายได้กี่ชั่วโมงและต้องกู้กลับมาภายในกี่ชั่วโมง สองค่านี้คือสิ่งที่กำหนดรูปแบบการสำรองทั้งหมด
- 2
ออกแบบตามแนวทาง 3-2-1
เก็บข้อมูลสามชุด บนสื่อสองชนิด และอย่างน้อยหนึ่งชุดอยู่คนละไซต์ เป็นแนวปฏิบัติที่รองรับได้ทั้งฮาร์ดแวร์เสียและเหตุระดับไซต์
- 3
ติดตั้งตัวจัดการและกำหนดที่เก็บ
ติดตั้ง Veeam Backup Server แล้วเพิ่มที่เก็บไฟล์สำรอง ทั้งพื้นที่ในไซต์หลักและพื้นที่ที่ไซต์สำรอง
- 4
สร้างงานสำรองตามกลุ่มระบบ
แยกงานตามความสำคัญ เช่น ระบบหลักสำรองทุก 4 ชั่วโมง ระบบรองสำรองรายวัน เพื่อไม่ให้ทุกอย่างวิ่งพร้อมกันจนกระทบประสิทธิภาพ
- 5
เปิดที่เก็บแบบแก้ไขไม่ได้
ตั้งช่วงเวลาที่ห้ามลบหรือแก้ไฟล์สำรอง เพื่อให้ยังมีสำเนาที่สะอาดเหลืออยู่แม้ระบบถูกแรนซัมแวร์โจมตี
- 6
ตั้งการทดสอบกู้คืนและรายงาน
เปิดการทดสอบกู้คืนอัตโนมัติตามรอบ และให้ระบบส่งรายงานให้ผู้รับผิดชอบ เพื่อให้มีหลักฐานยืนยันว่ากู้คืนได้จริง
THAI DATA CLOUD มีบริการสำรองข้อมูลและไซต์สำรองในไทย ทีมวิศวกรช่วยออกแบบให้ตรงกับค่า RTO และ RPO ที่องค์กรกำหนดได้
พอร์ตที่ต้องเปิดบน Firewall
| พอร์ต | โปรโตคอล | ใช้ทำอะไร |
|---|---|---|
| 443 | TCP | การจัดการและการส่งข้อมูลไปยังที่เก็บบนคลาวด์ |
| 10001-10010 | TCP | ช่องทางส่งข้อมูลระหว่างองค์ประกอบของระบบ (ตรวจสอบตามรุ่นที่ใช้) |
สิ่งที่ควรทำต่อหลังติดตั้งเสร็จ
- แยกบัญชีที่ใช้กับระบบสำรองออกจากบัญชีผู้ดูแลระบบทั่วไป
- เปิดที่เก็บแบบแก้ไขไม่ได้สำหรับสำเนาชั้นสุดท้าย
- เก็บสำเนาอย่างน้อยหนึ่งชุดไว้คนละไซต์กับระบบหลัก
- เปิดการยืนยันตัวตนสองชั้นสำหรับหน้าจัดการ
- ตรวจรายงานผลการสำรองข้อมูลทุกวัน ไม่ใช่ตรวจเฉพาะตอนต้องกู้
ทำไมควรรัน Veeam Backup บน Cloud Server ของ THAI DATA CLOUD
Data Center ในประเทศไทย มาตรฐาน ISO/IEC 27001 และ ISO 22301 พร้อมทีมวิศวกรคนไทยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง
ใช้ Cloud Server หรือพื้นที่จัดเก็บของ THAI DATA CLOUD เป็นไซต์สำรองของระบบที่อยู่ในสำนักงาน
สำรองข้อมูลข้ามไซต์ระหว่าง Data Center ในไทยและสิงคโปร์เพื่อรองรับเหตุระดับไซต์
ลดการลงทุนอุปกรณ์สำรองข้อมูลในองค์กร โดยจ่ายตามพื้นที่ที่ใช้จริง
ทีมวิศวกรไทยช่วยทดสอบแผนกู้คืนร่วมกับหน่วยงานได้ตามรอบที่กำหนด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Veeam Backup
Veeam ต่างจากการสำรองด้วยสคริปต์อย่างไร
สคริปต์เหมาะกับการสำรองไฟล์และฐานข้อมูลเฉพาะจุด ส่วน Veeam จัดการทั้งระบบในระดับเครื่องเสมือน มีการทดสอบกู้คืน รายงาน และการจัดการนโยบายที่ผู้ตรวจสอบยอมรับ ซึ่งจำเป็นสำหรับองค์กรที่มีข้อกำหนดด้าน Compliance
ใช้กับ Proxmox ได้ไหม
Veeam เน้นรองรับแพลตฟอร์มหลักอย่าง VMware และ Hyper-V เป็นอันดับแรก สำหรับ Proxmox ควรพิจารณา Proxmox Backup Server ที่ออกแบบมาคู่กันโดยตรง ซึ่งให้การสำรองแบบ Incremental และการตรวจสอบความถูกต้องเช่นกัน
ต้องใช้พื้นที่เก็บเท่าไหร่
โดยทั่วไปเริ่มประเมินที่สองถึงสามเท่าของข้อมูลจริง ขึ้นกับจำนวนรอบที่เก็บย้อนหลังและอัตราการเปลี่ยนแปลงของข้อมูล ระบบที่ข้อมูลเปลี่ยนมากทุกวันจะใช้พื้นที่มากกว่า
ทางเลือกอื่นที่คล้ายกับ Veeam Backup
แอปอื่นในหมวด Backup และ Storage
บริการของ THAI DATA CLOUD ที่เกี่ยวข้อง
ให้เราติดตั้ง Veeam Backup ให้ฟรี บน Cloud Server ในไทย
แจ้งความต้องการสั้น ๆ ทีมวิศวกรจะช่วยประเมินสเปก ติดตั้ง และตั้งค่าความปลอดภัยให้พร้อมใช้งาน ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด