คลาวด์ภาครัฐ มาตรฐานสากลDR Site / Disaster Recovery สำหรับหน่วยงานภาครัฐ
DR Site คือไซต์สำรองระบบที่ทำให้หน่วยงานกลับมาให้บริการประชาชนได้เร็วเมื่อระบบหลักล่ม หน้านี้อธิบายครบตั้งแต่ความต่างกับ Backup, RTO/RPO, ระดับของ DR ไปจนถึงการวางแผนตามแนวทาง ISO 22301
- ISO/IEC 27001
- ISO 22301
- ISO 20000-1
- CSA-STAR
Data Center ในไทย มาตรฐาน TIA-942 Tier 3+ ข้อมูลอยู่ในประเทศไทย
DR Site คืออะไร ต่างจาก Backup อย่างไร
DR Site (Disaster Recovery Site) คือไซต์สำรองระบบในศูนย์ข้อมูลอีกแห่ง แยกจากศูนย์หลักทางภูมิศาสตร์ เมื่อระบบหลักใช้งานไม่ได้ ไม่ว่าจากภัยไซเบอร์ ไฟไหม้ ไฟฟ้าดับ หรือภัยพิบัติ ระบบงานสำคัญจะสลับไปทำงานที่ไซต์สำรอง ให้บริการประชาชนเดินหน้าต่อได้
ส่วน Disaster Recovery คือกระบวนการทั้งหมดในการกู้คืนระบบไอทีหลังเหตุไม่คาดฝัน ครอบคลุมเทคโนโลยี ขั้นตอนปฏิบัติ และคนที่รับผิดชอบ DR Site จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญชิ้นหนึ่งของแผน ไม่ใช่ทั้งหมดของแผน
จุดต่างจาก Backup ที่ชัดเจนคือ Backup ตอบว่าข้อมูลยังอยู่หรือไม่ แต่ DR ตอบว่าระบบจะกลับมาให้บริการได้เมื่อไร หน่วยงานที่มีเพียง Backup อาจต้องใช้เวลานานมากในการหาเครื่องใหม่ ติดตั้งระบบ และกู้ข้อมูล กว่าจะเปิดบริการได้อีกครั้ง
มี Backup แล้ว เท่ากับมี DR แล้วจริงหรือ
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือคิดว่า มีระบบสำรองข้อมูลแล้วเท่ากับมีแผนกู้คืนระบบแล้ว ความจริง Backup เป็นเพียงสำเนาข้อมูล หากศูนย์ข้อมูลหลักเสียหายทั้งอาคาร สำเนานั้นต้องมีเครื่อง เครือข่าย และทีมพร้อมกู้คืน จึงจะกลับมาเป็นบริการที่ใช้ได้จริง
ลองตั้งคำถามง่าย ๆ ว่า ถ้าห้องเซิร์ฟเวอร์ใช้งานไม่ได้ตั้งแต่เช้าวันจันทร์ หน่วยงานจะเปิดบริการอีกครั้งได้เมื่อไร ถ้าคำตอบคือไม่แน่ใจ นั่นคือสัญญาณว่ามี Backup แต่ยังไม่มี Disaster Recovery ที่แท้จริง
การปิดช่องว่างนี้ต้องมีทั้งไซต์สำรอง ระบบ replicate และทีมที่ซ้อมกู้คืนมาแล้วจริง ซึ่งผู้ให้บริการที่มีศูนย์ข้อมูลของตัวเองอย่าง THAI DATA จัดให้ครบได้โดยหน่วยงานไม่ต้องลงทุนเอง
ทำไมหน่วยงานรัฐและ CII ต้องมีแผนกู้คืนระบบ
พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 วางหลักการให้หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII) ต้องมีมาตรการป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามไซเบอร์ ซึ่งรวมถึงความสามารถในการกู้คืนระบบให้กลับมาให้บริการได้
แนวทางของ สกมช. และหลักปฏิบัติสากลชี้ทางเดียวกันคือ แผนความต่อเนื่องทางธุรกิจและแผนกู้คืนระบบต้องผ่านการซ้อมจริง ไม่ใช่เอกสารเก็บไว้เฉย ๆ ขณะที่นโยบาย Cloud First ก็เปิดทางให้ใช้บริการ DR จากผู้ให้บริการในประเทศแทนการสร้างศูนย์สำรองเอง แผนกู้คืนระบบที่ได้มาตรฐานจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวของหน่วยงานขนาดกลางและเล็กอีกต่อไป
BCP คืออะไร แล้ว DR อยู่ตรงไหนของแผน
BCP (Business Continuity Plan) หรือแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ คือแผนภาพรวมที่ตอบว่า หากเกิดเหตุที่ทำให้หน่วยงานทำงานตามปกติไม่ได้ จะยังส่งมอบบริการที่สำคัญที่สุดต่อไปได้อย่างไร ครอบคลุมทั้งบุคลากร สถานที่ กระบวนการ และระบบไอที
Disaster Recovery เป็นส่วนของ BCP ที่ว่าด้วยระบบไอทีโดยเฉพาะ ตอบว่าระบบไหนต้องกลับมาก่อน ภายในเวลาเท่าไร และยอมให้ข้อมูลสูญหายได้แค่ไหน ทำ BCP โดยไม่มีแผน DR รองรับ แผนบนกระดาษมักใช้ไม่ได้จริงเมื่อระบบไอทีหยุดพร้อมกัน
จุดเริ่มต้นที่ดีคือทำ Business Impact Analysis (BIA) จัดลำดับว่าระบบใดกระทบภารกิจมากที่สุด แล้วเลือกระดับการป้องกันให้เหมาะกับแต่ละระบบ ไม่ต้องใช้มาตรฐานสูงสุดกับทุกระบบจนงบประมาณบานปลาย
RTO กับ RPO คืออะไร อธิบายแบบเห็นภาพ
RTO (Recovery Time Objective) คือระยะเวลานานที่สุดที่ยอมให้ระบบหยุดได้ นับตั้งแต่เกิดเหตุจนระบบกลับมาใช้งาน ยิ่งกำหนด RTO สั้น ระบบสำรองยิ่งต้องพร้อมมาก และค่าใช้จ่ายก็สูงขึ้นตาม
RPO (Recovery Point Objective) คือปริมาณข้อมูลล่าสุดที่ยอมสูญเสียได้ วัดเป็นช่วงเวลา สมมติว่าสำรองข้อมูลวันละครั้งตอนเที่ยงคืน แล้วระบบล่มช่วงบ่าย ข้อมูลหลังเที่ยงคืนจะหายทั้งหมด ระบบที่ต้องการ RPO สั้นมากจึงต้องใช้การ replicate แบบต่อเนื่อง
ตัวอย่างที่เห็นภาพคือ ระบบสารบรรณหยุดครึ่งวัน เจ้าหน้าที่ยังพอใช้เอกสารกระดาษชั่วคราวได้ แต่ระบบทะเบียนราษฎร์หรือการแพทย์ฉุกเฉินหยุดเพียงชั่วครู่ก็กระทบประชาชนทันที ความเข้ม RTO และ RPO ของสองระบบนี้จึงต่างกันมาก
| ตัวอย่างระบบ | ความเข้ม RTO | ความเข้ม RPO | เหตุผลเชิงภารกิจ |
|---|---|---|---|
| เว็บไซต์ประชาสัมพันธ์ | ผ่อนได้ | ผ่อนได้ | ข้อมูลเปลี่ยนไม่บ่อย หยุดชั่วคราวกระทบจำกัด |
| ระบบสารบรรณ / งานภายใน | ปานกลาง | ปานกลาง | มีวิธีทำงานทดแทนชั่วคราวได้ แต่หยุดนานกระทบทั้งหน่วยงาน |
| ระบบบริการประชาชน เช่น งานทะเบียน | เข้มงวดมาก | เข้มงวดมาก | กระทบประชาชนทันทีที่หยุด และข้อมูลธุรกรรมสูญหายไม่ได้ |
ระดับความเข้มในตารางเป็นการเปรียบเทียบเชิงหลักการ ค่าที่เหมาะสมของแต่ละหน่วยงานควรกำหนดจากการทำ BIA ร่วมกัน
เปรียบเทียบระดับ DR: จาก Backup อย่างเดียว ถึง Hot Site
การออกแบบ DR มีหลายระดับ ตั้งแต่ประหยัดที่สุดไปจนถึงพร้อมที่สุด หัวใจคือเลือกระดับให้ตรงกับความสำคัญของแต่ละระบบ ไม่ใช่เลือกระดับสูงสุดให้ทุกระบบ
| ระดับ DR | RTO โดยทั่วไป | ค่าใช้จ่ายเชิงเปรียบเทียบ | เหมาะกับระบบแบบไหน |
|---|---|---|---|
| Backup อย่างเดียว | นานที่สุด ขึ้นกับการหาเครื่องและติดตั้งใหม่ | ต่ำที่สุด | ข้อมูลจัดเก็บถาวร ระบบที่หยุดนานได้ |
| Pilot Light | เร็วขึ้น ระบบแกนกลางที่ไซต์สำรองพร้อมเปิดใช้ | ต่ำถึงปานกลาง | ระบบงานภายในที่ยอมหยุดได้ระยะหนึ่ง เช่น ระบบสารบรรณ |
| Warm Standby | ค่อนข้างเร็ว ระบบสำรองทำงานรออยู่บางส่วน | ปานกลางถึงสูง | ระบบบริการที่กระทบประชาชนหากหยุดนาน |
| Hot Site | เร็วที่สุด สลับได้เกือบทันที | สูงที่สุด | ระบบวิกฤต เช่น งานทะเบียน การแพทย์ฉุกเฉิน |
RTO ในตารางเป็นการเปรียบเทียบโดยทั่วไป ระยะเวลาจริงขึ้นกับขนาดระบบ ปริมาณข้อมูล และความพร้อมของทีมที่ผ่านการซ้อม
องค์ประกอบของระบบ DR ที่ใช้ได้จริง
แผน DR ที่ดีไม่ได้วัดกันที่เทคโนโลยีอย่างเดียว แต่วัดกันตอนเกิดเหตุจริงว่าทีมกู้ระบบกลับมาได้ตามเป้าหรือไม่ องค์ประกอบสำคัญมีอย่างน้อยสี่ส่วน
- ไซต์สำรองที่ห่างกันทางภูมิศาสตร์ เพื่อไม่ให้ภัยพิบัติครั้งเดียว เช่น น้ำท่วมหรือไฟไหม้ กระทบทั้งสองไซต์พร้อมกัน
- การ replicate ข้อมูลระหว่างไซต์สม่ำเสมอ จะแบบต่อเนื่องหรือเป็นรอบ ขึ้นกับค่า RPO ที่กำหนด
- Runbook คู่มือขั้นตอนกู้คืนที่ชัดเจนว่าใครทำอะไร ตามลำดับไหน ติดต่อใคร ให้ทีมทำงานได้แม้ในภาวะกดดัน
- การซ้อม DR Drill สม่ำเสมอ เพื่อพิสูจน์ว่าแผนใช้ได้จริง และแก้จุดอ่อนก่อนเกิดเหตุจริง
หน่วยงานจำนวนมากมีสามข้อแรกแต่ขาดข้อสุดท้าย จึงไม่มีใครรู้ว่าแผนใช้ได้จริงหรือไม่จนถึงวันเกิดเหตุ
สถาปัตยกรรมสองไซต์ในไทย กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
THAI DATA CLOUD ให้บริการ DR บน Data Center มาตรฐาน TIA-942 Tier 3+ สองไซต์ในประเทศไทย แยกพื้นที่ระหว่างกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อกระจายความเสี่ยงจากเหตุในพื้นที่เดียว ข้อมูลถูก replicate ระหว่างสองไซต์ผ่านโครงข่ายความเร็วสูง
ข้อมูลราชการอยู่ในราชอาณาจักรไทยตลอดเส้นทาง ตอบโจทย์อธิปไตยข้อมูล (Data Sovereignty) และหลักเกณฑ์การจัดชั้นข้อมูลภาครัฐของ DGA หน่วยงานที่ใช้คลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) ยังใช้ไซต์ของเราเป็น DR เสริมอีกชั้นได้ ในลักษณะเสริมกัน ไม่ใช่แข่งกัน
ทีมวิศวกรคนไทยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ประสานงานเป็นภาษาไทยได้โดยตรง พร้อมเอกสารประกอบการตรวจสอบสำหรับผู้ตรวจภายในและภายนอก

DR Drill คืออะไร ทำไมต้องซ้อมกู้คืนระบบสม่ำเสมอ
DR Drill คือการซ้อมสลับระบบไปยังไซต์สำรองตามแผนจริง เพื่อวัดว่าค่า RTO และ RPO ที่ตั้งไว้ทำได้จริงหรือไม่ การซ้อมช่วยเผยจุดอ่อนที่มองไม่เห็นบนกระดาษ เช่น รหัสผ่านหมดอายุ สคริปต์ไม่ได้อัปเดต หรือขั้นตอนที่พึ่งพาเจ้าหน้าที่คนเดียว
แนวปฏิบัติที่ดีคือซ้อมเป็นรอบสม่ำเสมอตามความสำคัญของระบบ และซ้อมเพิ่มเมื่อระบบมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ เราออกแบบการซ้อมที่ไม่กระทบระบบให้บริการจริง พร้อมส่งรายงานผลและข้อเสนอปรับปรุงที่ใช้กับผู้ตรวจสอบและผู้บริหารได้ทันทีหลังจบทุกครั้ง
ขั้นตอนวางแผน DR ร่วมกับ THAI DATA
การเริ่มทำ DR ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน เราแบ่งงานเป็นขั้นตอนชัดเจน และทำงานร่วมกับทีมไอทีของหน่วยงานทุกขั้นตอน
- ประเมินภารกิจและทำ Business Impact Analysis (BIA) จัดลำดับความสำคัญของระบบงาน
- กำหนดค่า RTO และ RPO ของแต่ละระบบร่วมกับผู้รับผิดชอบภารกิจ
- ออกแบบสถาปัตยกรรมและเลือกระดับ DR ที่เหมาะสม เช่น Pilot Light หรือ Warm Standby ตามงบประมาณ
- ติดตั้งระบบ replicate ข้อมูล และทดสอบการสลับระบบครั้งแรกร่วมกัน
- จัดทำ Runbook ขั้นตอนกู้คืน พร้อมอบรมทีมงานของหน่วยงาน
- ซ้อม DR Drill ตามรอบที่ตกลง พร้อมรายงานผลและปรับปรุงแผนต่อเนื่อง
ทุกขั้นตอนมีเอกสารส่งมอบชัดเจน ใช้ประกอบการจัดจ้างและการตรวจสอบภายในของหน่วยงานได้
DR กับ ISO 22301 เกี่ยวข้องกันอย่างไร
ISO 22301 คือมาตรฐานสากลด้านระบบบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management System) กำหนดกรอบตั้งแต่การวิเคราะห์ผลกระทบ การวางกลยุทธ์ การจัดทำแผน ไปจนถึงการซ้อมและปรับปรุงต่อเนื่อง
แผน DR คือภาคปฏิบัติด้านไอทีของกรอบนี้ ผู้ให้บริการที่ได้รับการรับรอง ISO 22301 หมายความว่าศูนย์ข้อมูล ระบบไฟฟ้า ระบบระบายความร้อน และทีมงานของผู้ให้บริการเอง ถูกตรวจประเมินเรื่องความต่อเนื่องโดยผู้ตรวจอิสระเป็นประจำ
THAI DATA CLOUD ได้รับการรับรอง ISO 22301 ควบคู่กับ ISO/IEC 27001, ISO 20000-1 และ CSA-STAR หน่วยงานจึงอ้างอิงมาตรฐานเหล่านี้ในเอกสารจัดจ้างและการตรวจสอบภายในได้ทันที

DRaaS: บริการ DR แบบจ่ายตามการใช้งานจริง
DRaaS (Disaster Recovery as a Service) คือรูปแบบบริการที่หน่วยงานไม่ต้องลงทุนสร้างศูนย์สำรอง จัดซื้อเครื่อง หรือจ้างทีมเฝ้าระบบเอง แต่ใช้โครงสร้างพื้นฐานและทีมงานของผู้ให้บริการ แล้วจ่ายตามทรัพยากรที่ใช้จริง
รูปแบบนี้เหมาะกับงบประมาณภาครัฐ เพราะเปลี่ยนงบลงทุนก้อนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่วางแผนได้ และขยายหรือลดขนาดได้ตามภารกิจ
THAI DATA CLOUD ก่อตั้งเมื่อปี 2016 ให้บริการภาครัฐและเอกชนด้วยทีมคนไทย ปรึกษาการวางแผน DR ได้ฟรี โทร 061-989-8891, LINE @thaidatacloud หรืออีเมล [email protected]
คำถามที่พบบ่อย
DR Site คืออะไร
DR Site คือไซต์สำรองระบบในศูนย์ข้อมูลอีกแห่งที่แยกจากศูนย์หลักทางภูมิศาสตร์ เมื่อระบบหลักล่ม ระบบงานสำคัญจะสลับไปทำงานที่ไซต์สำรองเพื่อให้บริการต่อได้
มี Backup แล้ว ยังต้องมี DR Site อีกไหม
จำเป็นสำหรับระบบที่สำคัญต่อภารกิจ เพราะ Backup ตอบแค่ว่าข้อมูลยังอยู่ แต่ DR ตอบว่าระบบจะกลับมาให้บริการได้เมื่อไร
RTO กับ RPO ต่างกันอย่างไร
RTO คือระยะเวลานานที่สุดที่ยอมให้ระบบหยุด ส่วน RPO คือปริมาณข้อมูลล่าสุดที่ยอมสูญเสียได้ วัดเป็นช่วงเวลา ทั้งสองค่ากำหนดระดับการลงทุนของระบบ DR
DR Site ของ THAI DATA อยู่ในประเทศไทยไหม
อยู่ในประเทศไทยทั้งสองไซต์ บน Data Center มาตรฐาน TIA-942 Tier 3+ แยกพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ข้อมูลไม่ออกนอกราชอาณาจักร
กำหนดค่า RTO และ RPO เองได้ไหม
ได้ เรากำหนดร่วมกับหน่วยงานผ่านการทำ BIA ตามความสำคัญของแต่ละระบบ ระบบวิกฤตใช้ค่าเข้มงวด ระบบรองใช้ค่าที่ผ่อนได้ เพื่อคุมงบประมาณ
ต้องลงทุนสร้างศูนย์สำรองเองไหม
ไม่จำเป็น รูปแบบ DRaaS ให้ใช้โครงสร้างพื้นฐานและทีมงานของผู้ให้บริการ จ่ายตามการใช้งานจริง ลดงบลงทุนเริ่มต้น
DR Drill คืออะไร ควรซ้อมบ่อยแค่ไหน
DR Drill คือการซ้อมสลับระบบไปไซต์สำรองตามแผนจริง เพื่อพิสูจน์ว่าทำได้ตามค่า RTO และ RPO ควรซ้อมเป็นรอบสม่ำเสมอ และซ้อมเพิ่มเมื่อระบบเปลี่ยนแปลงใหญ่
DR เกี่ยวข้องกับ ISO 22301 อย่างไร
ISO 22301 คือมาตรฐานระบบบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ แผน DR เป็นภาคปฏิบัติด้านไอทีของมาตรฐานนี้ ซึ่ง THAI DATA CLOUD ได้รับการรับรองแล้ว
ใช้ GDCC อยู่แล้ว ใช้บริการ DR เสริมได้ไหม
ได้ หลายหน่วยงานใช้คลาวด์กลางภาครัฐเป็นระบบหลัก และใช้ไซต์ของเราเป็น DR อีกชั้นเพื่อกระจายความเสี่ยง ในลักษณะเสริมกัน ไม่ใช่แทนที่
เริ่มต้นวางแผน DR ต้องเตรียมอะไรบ้าง
เริ่มจากรายการระบบงานและความสำคัญต่อภารกิจ ทีมเราจะช่วยทำ BIA กำหนดค่า RTO/RPO และเสนอสถาปัตยกรรมพร้อมงบประมาณ ปรึกษาฟรี โทร 061-989-8891
ขอใบเสนอราคา / ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญคลาวด์ภาครัฐฟรี
กรอกข้อมูลสั้น ๆ ทีมงานติดต่อกลับภายใน 1 วันทำการ
- 061-989-8891
- LINE @thaidatacloud
- ข้อมูลของคุณถูกเก็บเป็นความลับ และใช้เพื่อการติดต่อกลับเท่านั้น
