คลาวด์ภาครัฐ เพื่อสาธารณสุขไทยคลาวด์โรงพยาบาล ปกป้อง HIS PACS และข้อมูลผู้ป่วยตาม PDPA
ทำความเข้าใจ HIS, PACS และการวางระบบ Backup กัน Ransomware สำหรับโรงพยาบาล พร้อมแนวทาง Hybrid ที่ใช้คลาวด์ในไทยเป็น DR และคุ้มครองข้อมูลผู้ป่วยตาม PDPA อย่างถูกหลัก
- ISO/IEC 27001
- ISO 22301
- ISO 20000-1
- CSA-STAR
Data Center ในไทย มาตรฐาน TIA-942 Tier 3+ ข้อมูลอยู่ในประเทศไทย
ทำไมโรงพยาบาลจึงตกเป็นเป้าหมายอันดับต้นของ Ransomware
ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลที่มีมูลค่าสูงในสายตาอาชญากรไซเบอร์ เพราะเวชระเบียนหนึ่งรายการรวมข้อมูลระบุตัวตน ประวัติการรักษา ผลตรวจ และสิทธิการรักษาไว้ในที่เดียว ต่างจากรหัสผ่านที่เปลี่ยนใหม่ได้ ข้อมูลสุขภาพที่รั่วไหลแล้วไม่สามารถเรียกคืนหรือแก้ไขย้อนหลังได้
อีกเหตุผลสำคัญคือโรงพยาบาลหยุดให้บริการไม่ได้ เมื่อระบบถูกเข้ารหัสจนใช้งานไม่ได้ แรงกดดันจากหน้างานที่ต้องดูแลผู้ป่วยทำให้ผู้โจมตีคาดหวังว่าจะได้ค่าไถ่เร็วกว่าองค์กรทั่วไป ประกอบกับโรงพยาบาลจำนวนไม่น้อยยังใช้ระบบรุ่นเก่า มีอุปกรณ์การแพทย์เชื่อมต่อเครือข่ายจำนวนมาก และมีบุคลากรไอทีจำกัด จึงกลายเป็นเป้าหมายที่คุ้มค่าในมุมของผู้โจมตี
การป้องกันที่ได้ผลจึงไม่ใช่แค่ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส แต่ต้องมีทั้งการเฝ้าระวังภัยคุกคาม การสำรองข้อมูลที่ผู้โจมตีแก้ไขหรือลบไม่ได้ และแผนกู้คืนที่ซ้อมจนมั่นใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ให้บริการคลาวด์เฉพาะทางอย่าง THAI DATA ช่วยโรงพยาบาลออกแบบได้ตั้งแต่วันแรก
HIS คืออะไร ทำไมจึงเป็นหัวใจของโรงพยาบาล
HIS (Hospital Information System) หรือระบบสารสนเทศโรงพยาบาล คือซอฟต์แวร์หลักที่เชื่อมการทำงานของทุกแผนกเข้าด้วยกัน ตั้งแต่จุดลงทะเบียน ห้องตรวจ ห้องยา ห้องปฏิบัติการ ไปจนถึงการเงินและการเบิกจ่ายสิทธิการรักษา
หัวใจของ HIS คือเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (EMR) ที่บันทึกประวัติผู้ป่วย คำวินิจฉัย คำสั่งแพทย์ และรายการยา เมื่อทุกจุดบริการอ่านและเขียนข้อมูลชุดเดียวกัน การรักษาจึงต่อเนื่องและปลอดภัยขึ้น แต่ในทางกลับกัน หาก HIS ล่ม ทั้งโรงพยาบาลจะได้รับผลกระทบพร้อมกัน งานหลักที่พึ่งพา HIS ได้แก่
- งานทะเบียน คิวตรวจ และการค้นประวัติผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน
- เวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ คำสั่งแพทย์ และการบันทึกการรักษา
- ระบบห้องยา การตรวจสอบประวัติแพ้ยา และการจ่ายยา
- การเงิน การออกใบเสร็จ และการเบิกจ่ายตามสิทธิการรักษา

PACS คืออะไร และทำไมข้อมูลภาพทางการแพทย์จึงสำรองยาก
PACS (Picture Archiving and Communication System) คือระบบจัดเก็บและรับส่งภาพทางการแพทย์ เช่น ภาพเอกซเรย์ CT MRI และอัลตราซาวนด์ ส่วน LIS (Laboratory Information System) คือระบบบริหารงานห้องปฏิบัติการที่จัดการใบสั่งตรวจและรายงานผลแล็บ ทั้งสองระบบทำงานคู่กับ HIS เพื่อให้แพทย์เห็นข้อมูลผู้ป่วยครบถ้วนในจอเดียว
ข้อมูลภาพทางการแพทย์เป็นข้อมูลที่เติบโตเร็วที่สุดกลุ่มหนึ่งของโรงพยาบาล เพราะเครื่องมือรุ่นใหม่ให้ภาพความละเอียดสูงขึ้นและจำนวนภาพต่อการตรวจมากขึ้น ขณะที่ภาพเก่าก็ลบทิ้งไม่ได้ เนื่องจากต้องใช้เปรียบเทียบการวินิจฉัยและเก็บอ้างอิงตามระยะเวลาที่นโยบายกำหนด ปริมาณข้อมูลจึงสะสมเพิ่มขึ้นทุกปีโดยไม่มีลด
ลักษณะแบบนี้ทำให้การ Backup โรงพยาบาลด้วยวิธีเดิมเริ่มไม่เพียงพอ การสำรองแบบเต็มทุกครั้งกินเวลานานเกินหน้าต่างเวลาที่มี ส่วนการกู้คืนก็ต้องเลือกดึงเฉพาะเคสที่ต้องใช้ได้ ไม่ใช่รอกู้ทั้งก้อน ทางออกคือการสำรองแบบเพิ่มส่วนต่าง (Incremental) ร่วมกับการย้ายภาพเก่าไปเก็บบนคลาวด์ที่ขยายพื้นที่ได้ตามการใช้งานจริง

ข้อมูลผู้ป่วยกับ PDPA ทำไมต้องคุ้มครองเข้มกว่าข้อมูลทั่วไป
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) จัดให้ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยจึงต้องเข้มงวดกว่าข้อมูลทั่วไป เพราะหากรั่วไหลจะกระทบสิทธิและความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วยอย่างรุนแรง และเป็นความเสียหายที่แก้ไขย้อนหลังไม่ได้
ในทางปฏิบัติ โรงพยาบาลควรวางมาตรการคุ้มครองข้อมูลผู้ป่วยอย่างน้อย 4 ด้านต่อไปนี้
- จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงตามหน้าที่งาน ให้แต่ละคนเห็นเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการทำงานเท่านั้น
- เข้ารหัสข้อมูลทั้งขณะจัดเก็บและขณะรับส่งระหว่างระบบ
- เก็บบันทึกการใช้งาน (Audit Log) ให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าใครเข้าถึงข้อมูลใด เมื่อไร
- มีแผนรับมือเหตุข้อมูลรั่วไหล ทั้งการระงับเหตุ การแจ้งผู้เกี่ยวข้อง และการทบทวนหลังเหตุการณ์
ผู้ให้บริการคลาวด์ที่ได้รับการรับรอง ISO/IEC 27001 จะมีการควบคุมเหล่านี้เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว ช่วยให้โรงพยาบาลยกระดับการคุ้มครองข้อมูลผู้ป่วยตาม PDPA ได้เร็วขึ้น
HIS ล่มหนึ่งชั่วโมง หน้างานโรงพยาบาลเกิดอะไรขึ้น
จุดแรกที่สะดุดคือคิวผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ค้นเวชระเบียนไม่ได้ ลงทะเบียนผู้ป่วยใหม่ไม่ได้ ต้องกลับไปเขียนเอกสารด้วยมือ คิวที่ควรไหลต่อเนื่องจะสะสมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะช่วงเช้าที่ผู้ป่วยนอกหนาแน่นที่สุด
ห้องยาและห้องปฏิบัติการได้รับผลกระทบตามมาทันที ใบสั่งยาอิเล็กทรอนิกส์ไม่ถูกส่งไปห้องยา การตรวจสอบประวัติแพ้ยาทำได้ยากขึ้น ใบสั่งตรวจแล็บและการรายงานผลต้องเปลี่ยนเป็นกระดาษ ความเสี่ยงต่อความคลาดเคลื่อนจึงสูงขึ้นในทุกขั้นตอนของการรักษา
และเมื่อระบบกลับมา งานยังไม่จบ เพราะทีมต้องบันทึกข้อมูลย้อนหลังทั้งหมดเข้าระบบอีกครั้ง แผนความต่อเนื่องของโรงพยาบาลจึงต้องครอบคลุมทั้งการกู้ระบบให้เร็ว (RTO) การจำกัดปริมาณข้อมูลที่ยอมสูญเสียได้ (RPO) และขั้นตอนทำงานสำรองแบบกระดาษที่ผ่านการซ้อมมาแล้วจริง
สถาปัตยกรรมแนะนำ ระบบหลัก On-premise เสริม DR และ Backup บนคลาวด์ในไทย
โรงพยาบาลรัฐส่วนใหญ่มี HIS และ PACS ทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ในโรงพยาบาลอยู่แล้ว ซึ่งมีข้อดีเรื่องความเร็วในการตอบสนองและการเชื่อมต่อกับเครื่องมือแพทย์ในเครือข่ายภายใน แนวทางที่ได้ผลจริงจึงไม่ใช่การรื้อทุกอย่างขึ้นคลาวด์ แต่เป็นสถาปัตยกรรมแบบ Hybrid ที่เก็บข้อดีของทั้งสองโลกไว้ด้วยกัน
- ระบบหลักทำงานในโรงพยาบาลตามเดิม ผู้ใช้หน้างานไม่ต้องเปลี่ยนวิธีทำงาน
- สำเนา Backup แบบ Immutable ถูกส่งขึ้นคลาวด์ในไทยโดยอัตโนมัติตามรอบที่กำหนด
- DR บนคลาวด์พร้อมเปิดใช้งานเมื่อไซต์หลักหยุดจากไฟดับ น้ำท่วม หรือถูกโจมตี
- พื้นที่จัดเก็บภาพ PACS ระยะยาวขยายบนคลาวด์ได้ ไม่ต้องลงทุน Storage เพิ่มทุกปี
หน่วยงานที่ใช้คลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) อยู่แล้ว สามารถใช้คลาวด์ของ THAI DATA เป็นชั้น Backup และ DR เสริมได้ตามนโยบาย Cloud First เราทำงานเสริมกับ GDCC ไม่ใช่แข่งขัน
On-premise vs Hybrid vs Cloud เต็มรูปแบบ ต่างกันอย่างไร
ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกต้องสำหรับทุกโรงพยาบาล ตารางนี้สรุปข้อแตกต่างหลักของสามแนวทาง เพื่อช่วยให้ทีมไอทีและผู้บริหารเลือกแนวทางที่ตรงกับขนาด งบประมาณ และข้อจำกัดของหน่วยงานตนเอง
| หัวข้อเปรียบเทียบ | On-premise อย่างเดียว | Hybrid (On-prem + Cloud DR) | Cloud เต็มรูปแบบ |
|---|---|---|---|
| ความต่อเนื่องเมื่อไฟดับ น้ำท่วม | เสี่ยงสูง ระบบและข้อมูลสำรองอยู่ในอาคารเดียวกันทั้งหมด | สูง มีสำเนาข้อมูลและระบบ DR อยู่นอกโรงพยาบาล | สูง ระบบอยู่ใน Data Center ที่มีไฟฟ้าสำรองตามมาตรฐาน |
| การลงทุนเริ่มต้น | สูง ต้องจัดซื้อเซิร์ฟเวอร์ Storage และระบบสำรองเองทั้งหมด | ปานกลาง ใช้ระบบเดิมต่อ เพิ่มเฉพาะค่าบริการคลาวด์รายเดือน | ต่ำ จ่ายเป็นค่าบริการตามการใช้งานจริง |
| ภาระทีมไอที | สูง ดูแลฮาร์ดแวร์ ระบบ และการสำรองเองทุกชั้น | ปานกลาง ผู้ให้บริการช่วยดูแลฝั่ง Backup และ DR | ต่ำ ผู้ให้บริการดูแลโครงสร้างพื้นฐานให้เป็นหลัก |
| เหมาะกับโรงพยาบาลแบบใด | รพ.ที่ลงทุนระบบครบแล้วและมีทีมไอทีแข็งแรง | รพ.รัฐส่วนใหญ่ที่มี HIS เดิมอยู่แล้วและต้องการเพิ่มความทนทาน | รพ.ขนาดเล็ก คลินิก หรือระบบใหม่ที่เริ่มต้นจากศูนย์ |
ข้อเปรียบเทียบเป็นภาพรวมเชิงคุณภาพ รายละเอียดจริงขึ้นอยู่กับระบบงานและบุคลากรของแต่ละแห่ง ทีมงาน THAI DATA ช่วยประเมินแนวทางที่เหมาะสมให้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
แนวทาง 3-2-1 สำหรับ Backup HIS และ PACS พร้อมการซ้อมกู้คืน
หลัก 3-2-1 คือการมีข้อมูลอย่างน้อย 3 สำเนา เก็บบนสื่ออย่างน้อย 2 ชนิด และมี 1 สำเนาอยู่นอกสถานที่ สำหรับโรงพยาบาลควรเพิ่มสำเนาแบบ Immutable ที่แก้ไขหรือลบไม่ได้อีกหนึ่งชั้น เพื่อให้ยังเหลือข้อมูลกู้คืนได้แน่นอนแม้ Ransomware เจาะถึงระบบสำรอง
ระบบแต่ละตัวต้องการรอบการสำรองไม่เท่ากัน ฐานข้อมูล HIS ที่มีธุรกรรมเกิดขึ้นตลอดเวลาควรตั้ง RPO สั้นด้วยการสำรองถี่ ส่วน PACS ที่ไฟล์ใหญ่แต่เพิ่มแบบสะสมเหมาะกับการสำรองแบบเพิ่มส่วนต่าง การออกแบบตามลักษณะข้อมูลช่วยทั้งลดต้นทุนพื้นที่และย่นเวลากู้คืน
ที่สำคัญที่สุดคือการซ้อมกู้คืน เพราะระบบสำรองที่ไม่เคยทดสอบคือความเสี่ยงที่ยังมองไม่เห็น โรงพยาบาลควรทดสอบกู้คืนจริงเป็นระยะ บันทึกเวลาที่ใช้เทียบกับ RTO ที่ตั้งไว้ และจัดทำรายงานผลให้ผู้บริหารและผู้ตรวจสอบเห็นภาพเดียวกัน
เช็กลิสต์เลือกผู้ให้บริการคลาวด์สำหรับโรงพยาบาลรัฐ
ก่อนตัดสินใจ ควรใช้คำถามต่อไปนี้ประเมินผู้ให้บริการทุกราย เพราะข้อมูลผู้ป่วยไม่ใช่สิ่งที่ทดลองผิดถูกได้
- Data Center อยู่ในประเทศไทย มาตรฐาน TIA-942 Tier 3 ขึ้นไป และมีมากกว่าหนึ่งไซต์สำหรับทำ DR ต่างพื้นที่
- มีใบรับรองที่ตรวจสอบได้ เช่น ISO/IEC 27001 ด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และ ISO 22301 ด้านความต่อเนื่องทางธุรกิจ
- รองรับ Immutable Backup และมีบริการทดสอบการกู้คืนเป็นรอบ ไม่ใช่แค่รับฝากข้อมูล
- พร้อมทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามแนวทาง PDPA
- มีทีมวิศวกรในไทยที่ติดต่อได้จริงเมื่อเกิดเหตุ ไม่ต้องรอเปิดเคสข้ามประเทศ
- แนวทางบริการสอดคล้องนโยบาย Cloud First และหลักเกณฑ์การจัดชั้นข้อมูลภาครัฐของ DGA
THAI DATA CLOUD ช่วยโรงพยาบาลรัฐได้อย่างไร
THAI DATA ก่อตั้งเมื่อปี 2016 ให้บริการ Data Center มาตรฐาน TIA-942 Tier 3+ ในประเทศไทยสองไซต์ ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จึงออกแบบ DR ต่างพื้นที่ได้โดยข้อมูลผู้ป่วยไม่ออกนอกประเทศ พร้อมการรับรอง ISO/IEC 27001, ISO 22301, ISO 20000-1 และ CSA-STAR
- ออกแบบและดูแล DR สำหรับ HIS/PACS โดยกำหนด RTO/RPO ร่วมกับโรงพยาบาล
- Backup แบบ Immutable กัน Ransomware พร้อมทดสอบกู้คืนและรายงานผลเป็นรอบ
- ให้คำปรึกษามาตรการทางเทคนิคตาม PDPA สำหรับข้อมูลสุขภาพโดยเฉพาะ
- ทีมวิศวกรคนไทยดูแลต่อเนื่อง สื่อสารกับทีมไอทีของโรงพยาบาลได้ทันที
ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย โทร 061-989-8891 หรือ LINE @thaidatacloud หรืออีเมล [email protected] ทีมงานพร้อมช่วยประเมินระบบและจัดทำใบเสนอราคา
คำถามที่พบบ่อย
คลาวด์โรงพยาบาลคืออะไร
คือการใช้โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์รองรับระบบงานของโรงพยาบาล เช่น HIS PACS และระบบสำรองข้อมูล มีทั้งแบบย้ายขึ้นคลาวด์ทั้งหมด และแบบ Hybrid ที่ระบบหลักอยู่ในโรงพยาบาลแล้วใช้คลาวด์เป็น Backup และ DR
HIS คืออะไร
HIS (Hospital Information System) คือระบบสารสนเทศโรงพยาบาลที่ครอบคลุมงานทะเบียนผู้ป่วย เวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ การสั่งยา ห้องปฏิบัติการ และการเงิน เป็นระบบหลักที่ทุกจุดบริการใช้ร่วมกันตลอดเวลา
PACS คืออะไร
PACS คือระบบจัดเก็บและรับส่งภาพทางการแพทย์ เช่น เอกซเรย์ CT และ MRI ข้อมูลภาพมีขนาดใหญ่และสะสมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จึงต้องวางแผนพื้นที่จัดเก็บและการสำรองข้อมูลระยะยาวเป็นพิเศษ
ทำไมโรงพยาบาลถึงตกเป็นเป้าหมายของ Ransomware
เพราะข้อมูลสุขภาพมีมูลค่าสูงและโรงพยาบาลหยุดบริการไม่ได้ ผู้โจมตีจึงคาดหวังว่าหน่วยงานจะยอมจ่ายเพื่อให้กลับมารักษาผู้ป่วยได้เร็วที่สุด
เก็บข้อมูลผู้ป่วยบนคลาวด์ผิด PDPA หรือไม่
ไม่ผิด หากมีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม เช่น การเข้ารหัส การจำกัดสิทธิ์เข้าถึง การเก็บบันทึกการใช้งาน และการทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลกับผู้ให้บริการคลาวด์
ต้องย้าย HIS ขึ้นคลาวด์ทั้งหมดหรือไม่
ไม่จำเป็น โรงพยาบาลรัฐส่วนใหญ่เริ่มจากแบบ Hybrid คือระบบหลักทำงาน On-premise ตามเดิม แล้วใช้คลาวด์ในไทยเป็นชั้น Backup และ DR ซึ่งได้ความทนทานเพิ่มโดยไม่กระทบหน้างาน
Backup โรงพยาบาลควรทำแบบไหน
ยึดหลัก 3-2-1 คือ 3 สำเนา 2 สื่อ 1 สำเนานอกสถานที่ และเพิ่มสำเนาแบบ Immutable ที่แก้ไขหรือลบไม่ได้ พร้อมทดสอบการกู้คืนจริงเป็นระยะ
ข้อมูลถูกเก็บในประเทศไทยหรือไม่
เก็บในประเทศไทยทั้งหมด ใน Data Center มาตรฐาน TIA-942 Tier 3+ สองไซต์ ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รองรับการทำ DR ต่างพื้นที่ภายในประเทศ
โรงพยาบาลขนาดเล็กหรือหน่วยบริการปฐมภูมิใช้บริการได้ไหม
ได้ สามารถเริ่มจากการสำรองข้อมูลขนาดเล็กตามการใช้งานจริง แล้วขยายเป็น DR เต็มรูปแบบเมื่อพร้อม โดยไม่ต้องลงทุนอุปกรณ์เพิ่มเอง
เริ่มต้นอย่างไร มีค่าใช้จ่ายในการปรึกษาไหม
ปรึกษาฟรี โทร 061-989-8891 หรือ LINE @thaidatacloud ทีมงานคนไทยจะช่วยประเมินระบบ HIS/PACS ปัจจุบัน และเสนอแนวทางพร้อมใบเสนอราคาที่เหมาะกับหน่วยงาน
ขอใบเสนอราคา / ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญคลาวด์ภาครัฐฟรี
กรอกข้อมูลสั้น ๆ ทีมงานติดต่อกลับภายใน 1 วันทำการ
- 061-989-8891
- LINE @thaidatacloud
- ข้อมูลของคุณถูกเก็บเป็นความลับ และใช้เพื่อการติดต่อกลับเท่านั้น
