Archive to cloud for large-scale NAS systemsNAS Backup

โซลูชันสำรองข้อมูล NAS ในองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูงและต้นทุนต่ำ รองรับโปรโตคอลการจัดเก็บไฟล์ทั่วไป เช่น Network File System (NFS), Common Internet File System (CIFS) และ Server Message Block (SMB)

  • ก่อตั้งปี 2016
  • ISO/IEC 27001 · ISO 22301
  • Data Center ไทย + สิงคโปร์
  • SLA 99.9%
1TB/ชม.
การันตีความเร็วในการ Backup
30:1
อัตราส่วนการบีบอัดข้อมูล
12 9's
data durability (99.9% service availability)
100Gbps
Domestic & Inter Network

ขนาดการสำรองข้อมูลได้ตามปริมาณข้อมูลจริง

Network-Attached Storage (NAS)

เป็นบริการจัดเก็บข้อมูลภายในเครือข่ายบนระบบคลาวด์ ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถจัดเก็บข้อมูลบนระบบคลาวด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งช่วยให้สามารถใช้งานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ต้องใช้งานพื้นที่จัดเก็บข้อมูลในเครื่องของตนเอง

บริการนี้ เหมาะกับใคร ?

บริการนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสำรองข้อมูลจากอุปกรณ์ NAS และ file share ภายในองค์กร หรือ NAS ที่ตั้งไว้ใน Data Center หรือที่สาขาซึ่งคุณดูแลอยู่เองไม่ว่าที่ใดในโลก ขนาดการสำรองข้อมูลได้ตามปริมาณข้อมูลจริง การันตีความเร็วในการ Backup 1TB ต่อชั่วโมง ในอัตราส่วนการบีบอัดข้อมูล Ratio 30:1 เช่น ข้อมูลขนาด 30GB เมื่อใช้ Cloud Backup จะเหลือเพียง 1GB

ภาพประกอบบริการ NAS Backup เจ้าหน้าที่ในชุดสูททำงานยืนอยู่หน้ากราฟิกชั้นจัดเก็บข้อมูลแบบซ้อนชั้น

ตระกูลบริการ Backup ของ THAI DATA CLOUD

แต่ละบริการปกป้องคนละหน่วย ใช้ร่วมกันได้ และองค์กรส่วนใหญ่ใช้มากกว่าหนึ่งอย่าง

ไม่ว่าอุปกรณ์ NAS ของคุณ ตั้งอยู่ที่ใด ก็สามารถกู้คืนข้อมูลได้อย่างปลอดภัย

ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก

ไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ภายในศูนย์ข้อมูลองค์กรเพิ่ม มีแผงควบคุมเพื่อกำหนดเวลา และแผนการสำรองข้อมูลให้ยืดหยุ่นได้

ประสิทธิภาพการสำรองข้อมูลสูง

สำรองข้อมูล NAS ได้พร้อมกันจากหลายอุปกรณ์ รองรับการสำรองข้อมูลระยะไกล โดยสามารถสร้าง mirror vault เพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญได้อย่างรวดเร็ว

ลดความซ้ำซ้อนและการบีบอัด

ระบบบีบอัดและตรวจกรองข้อมูลที่ไม่จำเป็น เพื่อการใช้พื้นที่สำรองการเก็บข้อมูล และลดแบนด์วิดธ์ของการสำรองข้อมูลไปยังคลาวด์

NAS อย่างเดียวยังไม่ใช่การสำรองข้อมูล

RAID ทำหน้าที่ของมันได้ดี แต่หน้าที่นั้นไม่ใช่การปกป้องข้อมูลของคุณ

เริ่มจากยอมรับตรงๆ ก่อนว่า RAID ทำงานได้ดีจริง และทำในสิ่งที่มันถูกออกแบบมาให้ทำ นั่นคือ ทำให้ระบบยังให้บริการต่อได้เมื่อดิสก์ลูกใดลูกหนึ่งเสีย ปัญหาอยู่ตรงที่หลายองค์กรเข้าใจว่านี่คือการสำรองข้อมูลแล้ว ทั้งที่มันคนละเรื่องกัน RAID ปกป้องคุณจากการที่ดิสก์พัง แต่ไม่ได้ปกป้องอะไรก็ตามที่ทำให้ตัวข้อมูลเสียหาย เพราะทุกการเขียนจะถูกคัดลอกไปยังดิสก์ทุกลูกในชุดทันทีและอย่างซื่อสัตย์ รวมถึงความเสียหายนั้นด้วย

เหตุการณ์ที่ทำลายข้อมูลบน NAS จริงๆ และเหตุผลที่ RAID มองไม่เห็นมันเลย:

  • ไฟล์ถูกลบหรือบันทึกทับโดยไม่ตั้งใจ: RAID เขียนการลบนั้นลงทุกลูกทันที ไม่มีเวอร์ชันเมื่อวานให้ย้อนกลับ
  • Ransomware เข้ารหัสไฟล์บน share: RAID เก็บไฟล์ที่ถูกเข้ารหัสไว้อย่างซื่อสัตย์ครบทุกลูก
  • RAID controller หรือตัวเครื่องเสีย: ดิสก์ยังดีทุกลูก แต่ชุด RAID อ่านไม่ออก
  • ไฟไหม้ น้ำท่วม ไฟฟ้าลัดวงจร หรืออุปกรณ์ถูกขโมย: ดิสก์ทุกลูกอยู่ในกล่องเดียวกัน ห้องเดียวกัน ไฟชุดเดียวกัน หายไปพร้อมกันหมด

สังเกตว่าไม่มีข้อไหนแก้ได้ด้วยการเพิ่มดิสก์เข้าไปในชุดเดิม สิ่งที่การสำรองข้อมูลจริงต้องมี และ RAID ให้ไม่ได้โดยโครงสร้าง มีสองอย่างเท่านั้น อย่างแรกคือสำเนาต้องอยู่คนละสถานที่กับต้นฉบับ และอย่างที่สองคือต้องย้อนกลับไปยังเวอร์ชันก่อนหน้าได้ นี่คือเหตุผลที่บริการนี้ให้คุณสามารถกำหนด Policy ของการ Backup ได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะต้องการเก็บไฟล์นานเท่าไหร่ เก็บจำนวนกี่ Backup และเป็นเหตุผลที่ไม่ว่าอุปกรณ์ NAS ของคุณ ตั้งอยู่ที่ใด ก็สามารถกู้คืนข้อมูลได้อย่างปลอดภัย

แผนผังเปรียบเทียบสามส่วน ส่วนแรกคือเหตุการณ์ที่ RAID รับมือได้ เมื่อดิสก์เสียหนึ่งลูกระบบยังทำงานต่อได้ ส่วนที่สองคือเหตุการณ์ที่ RAID รับมือไม่ได้ ทั้ง Ransomware การลบไฟล์ผิด RAID controller เสีย และไฟไหม้ น้ำท่วม การถูกขโมย เพราะทุกการเขียนถูกคัดลอกไปทุกลูกและดิสก์ทั้งสี่ลูกอยู่ในกล่องเดียวกัน ส่วนที่สามคือสำเนาบนคลาวด์คนละสถานที่ ที่เก็บเวอร์ชันย้อนหลังให้เลือกกู้คืนจากก่อนเกิดความเสียหาย
RAID ช่วยเรื่องดิสก์เสีย แต่คัดลอกความเสียหายของข้อมูลไปให้ครบทุกลูกเช่นกัน

NAS ของคุณพูดโปรโตคอลอะไร เราก็ต่อด้วยโปรโตคอลนั้น

เหตุผลที่ไม่ต้องลงอะไรบนตัว NAS เลย อยู่ในคำว่าโปรโตคอลการจัดเก็บไฟล์ทั่วไป

อุปกรณ์ NAS ไม่ใช่เซิร์ฟเวอร์อเนกประสงค์ มันคืออุปกรณ์สำเร็จรูปที่มีหน้าที่เดียว คือเผยแพร่ file share ออกมาบนเครือข่าย และนั่นคือเหตุผลเดียวกันกับที่ทำให้มันสำรองข้อมูลได้ง่าย เพราะมันพูดโปรโตคอลมาตรฐานอยู่แล้ว ระบบสำรองข้อมูลจึงแค่คุยกับมันด้วยวิธีเดียวกับที่เครื่องของผู้ใช้คุณคุยอยู่ทุกวัน

SMB / CIFS

Server Message Block / Common Internet File System ภาษาที่เครื่อง Windows ในออฟฟิศใช้เปิด share บน NAS อยู่แล้วทุกวัน ถ้าผู้ใช้ของคุณลากไฟล์เข้าออกไดรฟ์ที่แมปไว้ได้ แปลว่า NAS เครื่องนั้นพูดโปรโตคอลนี้อยู่แล้ว และระบบสำรองข้อมูลก็อ่านผ่านทางเดียวกันได้ทันที

NFS (Network File System)

รองรับทั้ง NFSv3 และ NFSv4 ฝั่ง Linux และ Unix ที่นิยมใช้ mount share ของ NAS เข้ากับเซิร์ฟเวอร์ เป็น Standard Protocols ที่อุปกรณ์ NAS ในองค์กรส่วนใหญ่เปิดใช้งานอยู่แล้ว จึงไม่ต้องเปลี่ยนวิธีที่เซิร์ฟเวอร์ของคุณเข้าถึงข้อมูล

สองอย่างนี้ครอบคลุม NAS ในองค์กรเกือบทั้งหมด เพราะเป็นสิ่งที่อุปกรณ์เปิดใช้งานไว้อยู่แล้วตั้งแต่วันที่ติดตั้ง หากไม่แน่ใจว่าเครื่องของคุณเปิดโปรโตคอลใดอยู่ หรือถูกตั้งค่าไว้ต่างจากนี้ ทีมงานตรวจสอบให้ได้ก่อนเริ่มใช้งาน

แผนผังเส้นทางการสำรองข้อมูลจากซ้ายไปขวา เริ่มจากอุปกรณ์ NAS สามเครื่องทั้งที่สำนักงานใหญ่ ทีมออกแบบ และสาขา ส่งข้อมูลออกมาด้วยโปรโตคอลที่เปิดใช้อยู่แล้วคือ SMB CIFS และ NFS v3 และ v4 โดยไม่ต้องลงโปรแกรมบนตัว NAS จากนั้นเข้าสู่ระบบสำรองข้อมูลที่ลดความซ้ำซ้อน บีบอัดในอัตราส่วน 30:1 และเข้ารหัส AES-256 พร้อม HTTPS แล้วจึงส่งขึ้น Cloud Vault และทำสำเนาเพิ่มไว้ที่ Mirror Vault สำหรับข้อมูลสำคัญ

ผลของการอ่าน share ผ่านเครือข่ายแบบนี้ คือสิ่งที่หน้าเว็บนี้สัญญาไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ภายในศูนย์ข้อมูลองค์กรเพิ่ม ไม่ต้องลงโปรแกรมอะไรลงบนตัว NAS ไม่ต้องเปลี่ยนวิธีที่ผู้ใช้เข้าถึงไฟล์ และไม่ต้องผูกกับเครื่องมือเฉพาะรุ่นของอุปกรณ์ ซึ่งสำคัญมากกับองค์กรที่มี NAS หลายรุ่นหลายยุคปนกัน

พูดให้ชัดคือ นี่คือจุดที่ NAS Backup ต่างจากสองบริการพี่น้องในตระกูลเดียวกัน การสำรองเซิร์ฟเวอร์ภายในองค์กรด้วย On Premise to Cloud Backup ทำงานโดยติดตั้งตัวแทนลงบนเครื่องต้นทาง ส่วน VMware Backup & Disaster Recovery ทำงานที่ระดับ hypervisor คือยกภาพของทั้ง virtual machine ออกมา แต่ NAS เป็นอุปกรณ์ปิดที่คุณลงโปรแกรมอะไรลงไปไม่ได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว จึงต้องอ่านผ่านโปรโตคอลที่มันเปิดไว้ ตรงกับ Key Feature ข้อ รองรับ Backup/Archive NAS Systems to Cloud และตรงกับที่การ์ดบริการระบุไว้ว่า รองรับ Standard Protocols เช่น NFSv3 and NFSv4 และ SMB

What's included

Key Features

ทุกข้อรวมอยู่ในบริการแล้ว ไม่ต้องจ่ายเพิ่มทีหลัง

  • Global Cloud ระดับ Enterprise เทียบเท่า AWS
  • Control & Monitor Backup Jobs ได้เอง
  • รองรับ VM, MySQL, Oracle, SQL, SAP HANA
  • รองรับ Backup Database table จาก on-premises
  • รองรับ Backup/Archive NAS Systems to Cloud
  • Proxy-free Migration from VMware to the Cloud
  • ข้อมูลปลอดภัยด้วยระบบ Three Data Copies
  • Cluster-based Backup increases backup efficiency
  • One-click Disaster Recovery ใน 1 คลิก
  • ปลอดภัย Deduplicated Before Backup
  • บีบอัดข้อมูลในอัตราส่วน 30:1
  • เข้ารหัสข้อมูล AES-256 encryption data security
  • 12 9's data durability, 99.9% service availability
  • Domestic & Inter Network 100Gbps
  • Support ดูแลให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

สำรอง NAS หลายเครื่อง หลายสาขา จากที่เดียว

เพราะ NAS ไม่ค่อยมีเครื่องเดียว และมักไม่มีใครรู้ว่าเครื่องไหนสำรองอยู่หรือเปล่า

NAS ไม่ค่อยมีเครื่องเดียว มันงอกขึ้นทีละตัว ฝ่ายบัญชีตัวหนึ่ง ฝ่ายออกแบบตัวหนึ่ง สาขาละตัว ซื้อคนละปี คนละรุ่น และมักไม่มีใครรู้ว่าเครื่องไหนสำรองอยู่หรือเปล่า จนถึงวันที่ต้องกู้ไฟล์ ซึ่งเป็นวันที่แย่ที่สุดที่จะมาค้นพบคำตอบ ความสามารถที่ตอบโจทย์นี้โดยตรงคือ สำรองข้อมูล NAS ได้พร้อมกันจากหลายอุปกรณ์ รองรับการสำรองข้อมูลระยะไกล โดยสามารถสร้าง mirror vault เพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญได้อย่างรวดเร็ว

หลายอุปกรณ์พร้อมกัน

งานสำรองของทุกเครื่องรวมมาอยู่ในแผงควบคุมเดียว เห็นสถานะพร้อมกันว่าเครื่องไหนสำเร็จ เครื่องไหนไม่ได้รัน ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการไล่เช็กทีละกล่อง และเป็นคนละเรื่องกับการหวังว่าคนที่ตั้งค่าเครื่องนั้นไว้เมื่อสามปีก่อนยังทำงานอยู่กับคุณ

การสำรองข้อมูลระยะไกล

NAS ที่สาขาหรือที่ต่างประเทศส่งขึ้นคลาวด์ได้โดยไม่ต้องลากข้อมูลดิบกลับสำนักงานใหญ่ก่อน เพราะ Cloud ของเรามี Data Center รองรับทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ รองรับการใช้งานสำหรับ Backup Solution ในทุกทวีปทั่วโลก บนเครือข่าย Domestic & Inter Network 100Gbps

mirror vault

สำเนาเพิ่มอีกชุดสำหรับชุดข้อมูลที่สำคัญที่สุด แยกจากชุดสำรองปกติ เพื่อไม่ให้ชุดสำรองกลายเป็นจุดเสี่ยงจุดเดียวเสียเอง

ลองเทียบกับการทำเรื่องเดียวกันนี้ด้วยอุปกรณ์ของตัวเอง หลายอุตสาหกรรมที่ต้องการทำสำรองข้อมูลข้าม Data Center ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ลูกค้าจำเป็นต้องลงทุนด้วยเม็ดเงินที่มากกว่า 10 ล้านบาท สำหรับอุปกรณ์ บุคคล และระบบเน็ตเวิร์คในการจัดทำ DR-Site / Cross region

แผนผังการสำรองข้อมูลของ THAI DATA CLOUD แสดงอุปกรณ์ NAS หลายเครื่องและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบ OSS ส่งข้อมูลรวมเข้าสู่ระบบสำรองข้อมูล HBR เพียงจุดเดียว แล้วจึงเก็บต่อไปยัง Cloud Backup Vault
อุปกรณ์ NAS หลายเครื่องรวมงานสำรองเข้าสู่ระบบเดียว แล้วเก็บลงบน Cloud Backup Vault

Traditional Backup Solutions เทียบกับ Cloud Backup & Recovery Service

เหตุผลที่องค์กรซึ่งจริงจังกับข้อมูลบน NAS เลิกซื้ออุปกรณ์สำรองมาวางเองกันเกือบทั้งหมด

ก่อนเทียบกัน มีบริบทหนึ่งที่ควรรู้ไว้ก่อน ชุดสำรองของคุณจะไปอยู่ที่ไหน ดูรายละเอียด Data Center ของ THAI DATA CLOUD ได้ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

Traditional Backup SolutionsCloud Backup & Recovery Service (THAI DATA)
ต้นทุนและการลงทุนราคาสูง: การจัดทำระบบ Backup แบบเดิม ต้องจัดซื้อทั้ง Hardware backup server ค่า storage ที่จะนำมาใช้ในการจัดเก็บ และค่า Software License สำหรับระบบ Backup ทำให้มีต้นทุนในการจัดการที่ค่อนข้างสูงประหยัดและควบคุมค่าใช้จ่ายได้: ไม่ต้องจัดซื้อ Backup Server / ไม่ต้องลงทุนค่า Software License เรามีให้พร้อมใช้งานได้ทันที ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 70% จาก Traditional Backup
การสำรองข้ามพื้นที่การทำ Cross Region เป็นไปได้ลำบาก: หลายอุตสาหกรรมที่ต้องการทำสำรองข้อมูลข้าม Data Center ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ลูกค้าจำเป็นต้องลงทุนด้วยเม็ดเงินที่มากกว่า 10 ล้านบาท สำหรับอุปกรณ์ บุคคล และระบบเน็ตเวิร์คในการจัดทำ DR-Site / Cross regionมาตรฐานระดับ Enterprise: Cloud ของเรามี Data Center รองรับทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ รองรับการใช้งานสำหรับ Backup Solution ในทุกทวีปทั่วโลก พร้อมสำหรับ Disaster Recovery
การจัดการและความยืดหยุ่นซับซ้อนในการจัดการและดูแลรักษา: Traditional backup จำเป็นต้องใช้มืออาชีพที่มีทักษะและความรู้ระดับสูงในการจัดการ Backup System แต่ไม่ได้นำมาซึ่งการทำงานที่ง่ายและการบำรุงรักษาระบบค่อนข้างลำบากแม้แต่การ Monitorความยืดหยุ่นและคล่องตัว: สามารถกำหนด Policy ของการ Backup ได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะต้องการเก็บไฟล์นานเท่าไหร่ เก็บจำนวนกี่ Backup และสามารถ Recovery ได้ตามต้องการตลอดเวลา

ทำไมข้อมูล 30GB ถึงเหลือ 1GB

สองกลไก ทำงานตามลำดับ และลำดับนั้นคือประเด็นสำคัญ

1. ลดความซ้ำซ้อนก่อน (Deduplicated Before Backup)

ระบบตรวจกรองข้อมูลที่ไม่จำเป็นและที่ซ้ำกันออกก่อน แล้วค่อยส่ง ข้อมูลก้อนที่เหมือนกันจะถูกส่งและเก็บเพียงครั้งเดียว และ file share บน NAS คือกรณีที่ได้ผลดีที่สุดในโลกสำหรับกลไกนี้ เพราะ share คือที่ที่องค์กรสะสมไบต์ชุดเดิมซ้ำไปซ้ำมา เช่น

  • ไฟล์นำเสนอชุดเดียวกันที่ถูกก๊อปไปไว้ในโฟลเดอร์ของทุกคนที่เข้าประชุม
  • โฟลเดอร์ final / final2 / final_ล่าสุด ที่ต่างกันไม่กี่หน้า
  • ไฟล์แนบเดิมที่ถูกเซฟซ้ำทุกเดือน
  • ชุดข้อมูลโครงการเก่าที่ก๊อปทั้งก้อนมาตั้งต้นโครงการใหม่

2. บีบอัดสิ่งที่เหลือ

จากนั้นจึงเข้าสู่ระบบบีบอัดและตรวจกรองข้อมูลที่ไม่จำเป็น เพื่อการใช้พื้นที่สำรองการเก็บข้อมูล และลดแบนด์วิดธ์ของการสำรองข้อมูลไปยังคลาวด์

3. เข้ารหัสตลอดทาง

ความปลอดภัยต่อข้อมูล คือ สิ่งที่เราไม่เคยละเลยและให้ความสำคัญตลอดเวลา โดยจะเริ่มการเข้ารหัสข้อมูลขั้นสูง 2 ชั้นโดย AES256 channel HTTPS encrypted ตั้งแต่ขั้นตอนของการบีบอัดข้อมูล (ratio 30:1) และตลอดการส่งข้อมูลระหว่างเครือข่าย (double security guarantee of the data itself and the transmission channel.)

ผลลัพธ์ที่ได้มีสองด้าน และแต่ละด้านมาจากคนละกลไก ด้านแรกคือเก็บน้อยลง ด้วยเทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูลขั้นสูงทำให้ได้ผลลัพธ์ Ratio 30:1 เช่น ข้อมูลขนาด 30GB เมื่อใช้ Cloud Backup สำรองข้อมูลไฟล์ Backup จะเหลือเพียง 1GB ทำให้เหลือพื้นที่ในการเก็บ Backup Files ได้นานขึ้น ประหยัดค่าใช้จ่ายได้กว่า 70% จากการใช้ระบบ Backup แบบทั่วไป ด้านที่สองคือส่งน้อยลง คือการลดแบนด์วิดธ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้การสำรอง NAS ที่สาขาผ่านลิงก์ออฟฟิศธรรมดาเป็นไปได้ตั้งแต่แรก

ข้อควรรู้ที่เราพูดตรงๆ คือ อัตราส่วนที่ได้จริงขึ้นกับชนิดข้อมูล ข้อมูลที่ซ้ำกันมากอย่างเอกสารและไฟล์งานจะได้ผลดีที่สุด ส่วนไฟล์ที่ถูกบีบอัดมาแล้วในตัวเอง เช่น วิดีโอหรือภาพถ่าย จะบีบต่อได้น้อยกว่า จึงเป็นเหตุผลที่เราประเมินจากข้อมูลจริงของคุณก่อนเสนอราคา เพราะขนาดการสำรองข้อมูลได้ตามปริมาณข้อมูลจริง ส่วนเรื่องเวลา เราการันตีความเร็วในการ Backup 1TB ต่อชั่วโมง โดยรอบแรกคือรอบที่หนักที่สุด และรอบถัดๆ ไปจะเบากว่ามาก เพราะข้อมูลที่ซ้ำถูกตัดออกไปแล้วตั้งแต่ต้นทาง

วางแผนสำรอง NAS ให้ตรงกับชนิดข้อมูลของคุณ

สิ่งที่กำหนดแผนสำรอง NAS ไม่ใช่ความจุของตัวเครื่อง แต่คือชนิดของข้อมูลที่อยู่บนนั้น

คำถามที่ตอบก่อนเลือกแผนได้ดีที่สุด คือข้อมูลบน NAS ของคุณซ้ำกันแค่ไหน เปลี่ยนบ่อยแค่ไหน และถ้าหายไปแล้วองค์กรเสียหายกี่วัน

ข้อมูลบน NAS ของคุณสิ่งที่ต้องระวังแนวทางที่เราแนะนำ
ไฟล์เอกสารและไฟล์งานของแผนก (share ที่ทุกคนเข้าถึง)คนลบหรือบันทึกทับกันเองบ่อยที่สุด และ RAID ย้อนกลับให้ไม่ได้เก็บย้อนหลังหลายชุด กำหนด Policy จำนวน Backup ที่เก็บให้ครอบคลุมอย่างน้อยหลายรอบการทำงาน ข้อมูลชนิดนี้ซ้ำกันสูง จึงได้ประโยชน์จาก Deduplicated Before Backup มากที่สุด
ไฟล์งานออกแบบ ไฟล์กราฟิก ไฟล์ CAD ขนาดใหญ่ไฟล์ใหญ่แต่แก้ทีละนิด รอบสำรองจึงหนักเกินจำเป็นถ้าส่งทั้งก้อนทุกครั้งพึ่งการลดความซ้ำซ้อนก่อนส่ง และจัดรอบสำรองนอกเวลาทำงานเพื่อไม่แย่งแบนด์วิดท์กับทีม
ไฟล์วิดีโอ ภาพถ่าย หรือไฟล์กล้องวงจรปิดบีบอัดต่อได้น้อยเพราะถูกบีบมาแล้วในตัวเอง และโตขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาแยกชุดที่ต้องเก็บยาวออกจากชุดที่หมุนทับได้ แล้วคิดพื้นที่ตามปริมาณข้อมูลจริง
ข้อมูลลูกค้าและข้อมูลส่วนบุคคลบน shareเป็นข้อมูลที่อยู่ใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และมักไม่มีใครรู้ว่าอยู่โฟลเดอร์ไหนบ้างเข้ารหัสตลอดเส้นทางด้วย AES256 channel HTTPS encrypted และเลือกให้ชุดสำรองอยู่ใน Data Center ในประเทศไทย
NAS ที่สาขาหรือหน้างานนอกสำนักงานลิงก์แคบ และไม่มีคนไอทีประจำที่ไซต์ใช้การสำรองข้อมูลระยะไกล พึ่งการลดความซ้ำซ้อนและการบีบอัดเพื่อลดแบนด์วิดธ์ และดูสถานะทุกสาขาจากแผงควบคุมเดียว
ชุดข้อมูลที่ธุรกิจหยุดไม่ได้ถ้าชุดสำรองมีชุดเดียว ตัวชุดสำรองเองก็ยังเป็นจุดเสี่ยงจุดเดียวสร้าง mirror vault เพิ่มอีกชุดสำหรับข้อมูลสำคัญที่สุด แยกออกจากชุดสำรองปกติ

ตารางนี้เป็นแนวทางประเมินเบื้องต้น ทีมงานประเมินให้ฟรีจากข้อมูลจริงบน NAS ของคุณ เพราะขนาดการสำรองข้อมูลคิดตามปริมาณข้อมูลจริง

หากบน share ของคุณมีข้อมูลส่วนบุคคลปนอยู่ อ่านรายละเอียดเรื่อง PDPA และความปลอดภัย ได้เพิ่มเติม

เริ่มสำรอง NAS ขึ้นคลาวด์อย่างไร

ห้าขั้นตอน โดยที่ไม่มีขั้นไหนต้องแตะตัว NAS ของคุณเลย

  1. 1

    สำรวจ NAS ที่มีอยู่

    รวบรวมว่ามีกี่เครื่อง อยู่ที่ไหนบ้าง เปิดโปรโตคอลใดอยู่ (SMB/CIFS, NFS) มีข้อมูลจริงเท่าไหร่ และชุดไหนที่ธุรกิจขาดไม่ได้ ขั้นนี้คือขั้นที่หลายองค์กรพบว่าตัวเองมี NAS มากกว่าที่คิด

  2. 2

    เปิดสิทธิ์อ่าน share ให้ระบบสำรอง

    เพราะเราต่อผ่านโปรโตคอลที่ NAS เปิดให้บริการอยู่แล้ว จึงไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ภายในศูนย์ข้อมูลองค์กรเพิ่ม และไม่ต้องลงโปรแกรมใดๆ ลงบนตัว NAS

  3. 3

    กำหนดแผนและ Policy ผ่านแผงควบคุม

    ตั้งเวลาสำรอง เลือกว่าจะเก็บไฟล์นานเท่าไหร่ และเก็บจำนวนกี่ Backup ได้ด้วยตนเองตามที่คุณต้องการ

  4. 4

    รอบสำรองชุดแรก

    ระบบจะ Deduplicated Before Backup แล้วบีบอัดในอัตราส่วน 30:1 ก่อนส่ง โดยเข้ารหัสตลอดทาง รอบแรกเป็นรอบที่หนักที่สุด เราจึงมักจัดไว้นอกเวลาทำงาน โดยการันตีความเร็วในการ Backup 1TB ต่อชั่วโมง

  5. 5

    ทดสอบกู้คืนจริง แล้วจึงปล่อยให้ระบบทำงานต่อเนื่อง

    ทดลอง Recovery ไฟล์กลับมาดูจริงสักชุด เพราะการสำรองที่ไม่เคยถูกกู้คืน ยังไม่นับว่าใช้งานได้ จากนั้นเพิ่ม mirror vault ให้ชุดข้อมูลสำคัญ และดูสถานะทุกเครื่องจากแผงควบคุมเดียว โดยมีทีมงาน Support ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

All-in-one data protection solution.

Secure and Scalable Data Protection

  • BSI ISO/IEC 27001
  • BSI ISO 22301
  • BSI CSA STAR

PDPA & Security compliance

บริการนี้เป็นไปตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยและ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

Read more about PDPA

FAQs

คำถามที่พบบ่อยเรื่อง NAS Backup

NAS Backup คืออะไร ต่างจากการก๊อปไฟล์เก็บไว้ใน NAS เฉยๆ อย่างไร ?

NAS Backup คือการสำรองข้อมูลที่อยู่บนอุปกรณ์ NAS ขึ้นไปเก็บไว้บนคลาวด์ โดยระบบจะอ่านไฟล์ผ่านโปรโตคอลการจัดเก็บไฟล์ทั่วไปที่ตัว NAS เปิดให้บริการอยู่แล้ว เช่น Network File System (NFS), Common Internet File System (CIFS) และ Server Message Block (SMB) แล้วนำสำเนาไปเก็บไว้คนละที่กับตัวอุปกรณ์ พร้อมเก็บย้อนหลังหลายชุดตาม Policy ที่คุณกำหนดเอง

ส่วนการก๊อปไฟล์ไปไว้อีกโฟลเดอร์ในเครื่องเดิม สำเนายังอยู่ในกล่องเดียวกับต้นฉบับ ถ้าอุปกรณ์เสีย ถูกขโมย เกิดเหตุภัยพิบัติ หรือมีคนลบทับ สำเนานั้นก็หายไปพร้อมกัน สิ่งที่ทำให้นับว่าเป็นการสำรองข้อมูลจริง คือสำเนาต้องอยู่นอกตัวอุปกรณ์ และต้องย้อนกลับไปยังเวอร์ชันก่อนหน้าได้

NAS ทำ RAID อยู่แล้ว ยังต้องสำรองข้อมูลขึ้นคลาวด์อีกไหม ?

ต้องครับ RAID ทำหน้าที่ของมันได้ดี แต่หน้าที่นั้นคือทำให้ระบบทำงานต่อได้เมื่อดิสก์ลูกใดลูกหนึ่งเสีย ไม่ใช่การย้อนเวลา ทุกอย่างที่ถูกเขียนลงไปจะถูกเขียนลงดิสก์ทุกลูกในชุดทันที ถ้ามีคนลบไฟล์ผิด บันทึกทับของเดิม หรือไฟล์ถูกเข้ารหัสโดย Ransomware RAID จะทำสำเนาความเสียหายนั้นให้ครบทุกลูกอย่างซื่อสัตย์ และไม่มีเวอร์ชันของเมื่อวานเหลือให้เรียกกลับ

นอกจากนี้ดิสก์ทุกลูกใน RAID ยังอยู่ในกล่องเดียวกัน ห้องเดียวกัน และใช้ไฟชุดเดียวกัน เหตุการณ์ระดับอุปกรณ์หรือระดับสถานที่ เช่น RAID controller เสียจนอ่านชุดข้อมูลไม่ออก ไฟไหม้ น้ำท่วม หรืออุปกรณ์ถูกขโมย จึงกวาดข้อมูลไปทั้งชุดพร้อมกัน การมีสำเนาอยู่บนคลาวด์คนละสถานที่ และเก็บย้อนหลังได้หลายชุด คือส่วนที่ RAID ทำแทนไม่ได้โดยโครงสร้าง

ต้องติดตั้งอุปกรณ์หรือลงโปรแกรมเพิ่มบน NAS ไหม ?

ไม่ต้องครับ ไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ภายในศูนย์ข้อมูลองค์กรเพิ่ม และไม่ต้องลงโปรแกรมอะไรลงบนตัว NAS เพราะระบบสำรองข้อมูลจะเชื่อมต่อเข้ากับ share ของ NAS ผ่านโปรโตคอลที่อุปกรณ์เปิดให้บริการอยู่แล้ว คือวิธีเดียวกับที่เครื่องของผู้ใช้ในออฟฟิศเปิดไฟล์บน NAS อยู่ทุกวัน คุณจึงไม่ต้องหาเครื่องมาวางเพิ่ม ไม่ต้องจัดซื้อ Backup Server และไม่ต้องลงทุนค่า Software License แยกต่างหาก

การตั้งค่าทั้งหมดทำผ่านแผงควบคุม ทั้งการกำหนดเวลา แผนการสำรองข้อมูล จำนวนชุดที่เก็บ และระยะเวลาที่ต้องการเก็บไฟล์ คุณจึง Control & Monitor Backup Jobs ได้เอง และเห็นสถานะของทุกงานได้ตลอด โดยมีทีมงาน Support ดูแลให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

รองรับโปรโตคอลอะไรบ้าง NFS, SMB, CIFS ใช้ได้ไหม ?

รองรับโปรโตคอลการจัดเก็บไฟล์ทั่วไปครับ ทั้ง Network File System (NFS), Common Internet File System (CIFS) และ Server Message Block (SMB) รวมถึง Standard Protocols อย่าง NFSv3 และ NFSv4 ซึ่งเป็นสิ่งที่อุปกรณ์ NAS ในองค์กรส่วนใหญ่เปิดใช้งานอยู่แล้ว ครอบคลุมทั้งฝั่งที่เครื่อง Windows ใช้เปิด share และฝั่งที่เซิร์ฟเวอร์ Linux ใช้ mount เข้ามา

เพราะระบบพูดภาษาเดียวกับที่ NAS ใช้แชร์ไฟล์อยู่ทุกวัน คุณจึงไม่ต้องเปลี่ยนวิธีที่ผู้ใช้เข้าถึงไฟล์ ไม่ต้องย้ายข้อมูลไปโครงสร้างใหม่ และไม่ต้องผูกกับเครื่องมือเฉพาะรุ่นของอุปกรณ์ ซึ่งสำคัญมากกับองค์กรที่มี NAS หลายรุ่นหลายยุคปนกัน หากไม่แน่ใจว่าเครื่องของคุณเปิดโปรโตคอลใดอยู่ ทีมงานตรวจสอบให้ได้ก่อนเริ่มใช้งาน

สำรอง NAS หลายเครื่องพร้อมกันได้ไหม ?

ได้ครับ ระบบสำรองข้อมูล NAS ได้พร้อมกันจากหลายอุปกรณ์ องค์กรที่มี NAS งอกขึ้นทีละตัวตามแผนก ตามชั้น หรือตามสาขา จึงรวมงาน Backup ของทุกเครื่องมาไว้ที่เดียว แล้วดูสถานะจากแผงควบคุมเดียวได้ว่าเครื่องไหนสำรองสำเร็จ เครื่องไหนไม่ได้รัน ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการต้องไล่เช็กทีละกล่อง

นอกจากนี้ยังสามารถสร้าง mirror vault เพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญได้อย่างรวดเร็ว เหมาะกับกรณีที่ต้องการให้ชุดข้อมูลที่สำคัญที่สุดมีสำเนาเพิ่มอีกชุด แยกออกจากชุดสำรองปกติ เพื่อไม่ให้ชุดสำรองกลายเป็นจุดเสี่ยงจุดเดียวเสียเอง

NAS อยู่คนละสาขา หรืออยู่ต่างประเทศ สำรองขึ้นคลาวด์ได้ไหม ?

ได้ครับ ไม่ว่าอุปกรณ์ NAS ของคุณตั้งอยู่ที่ใด ก็สามารถกู้คืนข้อมูลได้อย่างปลอดภัย ระบบรองรับการสำรองข้อมูลระยะไกล และเรามี Data Center รองรับทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ รองรับการใช้งานสำหรับ Backup Solution ในทุกทวีปทั่วโลก NAS ที่สาขาจึงส่งขึ้นคลาวด์ได้โดยตรง ไม่ต้องลากข้อมูลดิบกลับมาที่สำนักงานใหญ่ก่อน

ในแง่เส้นทางข้อมูล เรามีเครือข่าย Domestic & Inter Network ระดับ 100Gbps และระบบจะลดความซ้ำซ้อนและบีบอัดข้อมูลตั้งแต่ก่อนส่ง ปริมาณที่ต้องวิ่งผ่านลิงก์ของสาขาจึงน้อยกว่าการก๊อปไฟล์ดิบข้ามไซต์มาก เทียบกับการลงทุนทำ DR-Site หรือ Cross region ด้วยอุปกรณ์ของตัวเอง ที่ลูกค้าจำเป็นต้องใช้เม็ดเงินมากกว่า 10 ล้านบาท สำหรับอุปกรณ์ บุคคล และระบบเน็ตเวิร์ค

ข้อมูลบน NAS หลาย TB จะใช้พื้นที่และเวลาสำรองเท่าไหร่ ?

ระบบจะทำ Deduplicated Before Backup คือคัดกรองข้อมูลที่ซ้ำและไม่จำเป็นออกก่อน แล้วจึงบีบอัดในอัตราส่วน Ratio 30:1 เช่น ข้อมูลขนาด 30GB เมื่อใช้ Cloud Backup จะเหลือเพียง 1GB ทำให้เหลือพื้นที่ในการเก็บ Backup Files ได้นานขึ้น และประหยัดค่าใช้จ่ายได้กว่า 70% จากการใช้ระบบ Backup แบบทั่วไป โดยขนาดการสำรองข้อมูลคิดตามปริมาณข้อมูลจริง

ด้านเวลา เราการันตีความเร็วในการ Backup 1TB ต่อชั่วโมง สำหรับ NAS ที่มีข้อมูลจำนวนมาก รอบแรกจะเป็นรอบที่หนักที่สุดและมักจัดไว้นอกเวลาทำงาน ส่วนรอบถัดไปจะเบากว่ามากเพราะข้อมูลที่ซ้ำถูกตัดออกตั้งแต่ต้นทางแล้ว ทั้งนี้อัตราส่วนที่ได้จริงขึ้นกับชนิดข้อมูล ไฟล์เอกสารและไฟล์งานที่ซ้ำกันมากจะได้ผลดีที่สุด ส่วนไฟล์ที่ถูกบีบอัดมาแล้วอย่างวิดีโอหรือภาพถ่ายจะบีบต่อได้น้อยกว่า

ข้อมูลบน NAS ปลอดภัยแค่ไหน เข้ารหัสอย่างไร และเป็นไปตาม PDPA ไหม ?

เราเริ่มการเข้ารหัสข้อมูลขั้นสูง 2 ชั้นโดย AES256 channel HTTPS encrypted ตั้งแต่ขั้นตอนของการบีบอัดข้อมูล และตลอดการส่งข้อมูลระหว่างเครือข่าย คือปกป้องทั้งตัวข้อมูลเองและช่องทางที่ใช้ส่ง เมื่อข้อมูลถึงปลายทาง จะถูกเก็บด้วยระบบ Three Data Copies ที่ระดับ 12 9's data durability และ 99.9% service availability

ในด้านการกำกับดูแล บริการนี้เป็นไปตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยและ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และเรามี Data Center ในประเทศไทย พร้อมมาตรฐานสากลอย่าง ISO/IEC 27001 และ ISO 22301 รองรับกรณีที่องค์กรของคุณต้องระบุให้ชัดเจนว่าข้อมูลบน share ซึ่งมักมีข้อมูลส่วนบุคคลปนอยู่นั้น ถูกเก็บสำรองไว้ที่ใด

ถ้า NAS พังทั้งเครื่อง หรือไฟล์โดน Ransomware เข้ารหัส กู้คืนอย่างไร ?

คุณเลือกจุดเวลาที่ต้องการย้อนกลับไปได้ เพราะสามารถกำหนด Policy ของการ Backup ได้ด้วยตนเอง ว่าจะเก็บไฟล์นานเท่าไหร่ และเก็บจำนวนกี่ Backup จึงเลือกชุดข้อมูลของรอบก่อนหน้าที่ไฟล์จะถูกเข้ารหัสหรือถูกลบ แล้ว Recovery ได้ตามต้องการตลอดเวลา นี่คือความสามารถที่ RAID บนตัว NAS ให้ไม่ได้ เพราะ RAID ไม่ได้เก็บเวอร์ชันย้อนหลังไว้เลย

กรณีอุปกรณ์เสียหายทั้งเครื่อง หรือเกิดเหตุภัยพิบัติจนใช้งานที่ไซต์เดิมไม่ได้ ระบบรองรับ One-click Disaster Recovery ใน 1 คลิก โดยนำไฟล์ Backup ที่อยู่บน Cloud Restore ขึ้น Cloud Server ของ THAI DATA CLOUD ได้ทันที ทำให้การทำงานต่อเนื่องไม่ติดขัด ระหว่างที่คุณจัดหาอุปกรณ์ตัวใหม่มาทดแทน

NAS Backup ราคาเท่าไหร่ เริ่มต้นใช้งานอย่างไร ?

ค่าบริการขึ้นกับปริมาณข้อมูลจริงบน NAS ของคุณ จำนวนอุปกรณ์ที่ต้องการสำรอง และแผนการเก็บย้อนหลังที่ต้องการ เพราะขนาดการสำรองข้อมูลคิดตามปริมาณข้อมูลจริง เราจึงเสนอราคาให้ตรงกับการใช้งานของคุณ แทนที่จะขายเป็นแพ็กเกจสำเร็จรูป และคุณไม่ต้องจัดซื้อ Backup Server ไม่ต้องลงทุนค่า Software License และไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มในศูนย์ข้อมูลขององค์กร

เริ่มต้นได้ด้วยการให้ทีมงานสำรวจว่า NAS ของคุณมีกี่เครื่อง เปิดโปรโตคอลใดอยู่ มีข้อมูลจริงเท่าไหร่ และต้องการเก็บย้อนหลังกี่ชุด แล้วเราจะประเมินพื้นที่และค่าใช้จ่ายให้ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษาฟรี โทร 061-989-8891 หรือ LINE @thaidatacloud ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

พร้อมสำรองข้อมูล NAS ขึ้นคลาวด์แล้วหรือยัง

เราพร้อมที่จะดูแลความปลอดภัยต่อข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ของคุณ ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด