Hybrid Cloud Backup SolutionVMware Backup & Disaster Recovery

บริการสำหรับการสำรองข้อมูลและการกู้คืนข้อมูลในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินของระบบ VMware ที่ใช้งานในองค์กร ช่วยให้องค์กรป้องกันการสูญเสียข้อมูลที่มีความสำคัญในกรณีเกิดภัยพิบัติหรือความเสียหายกับระบบ กู้คืนข้อมูลที่สูญหายได้โดยไม่ต้องใช้เวลานานในการซื้อฮาร์ดแวร์ใหม่หรือติดตั้งระบบใหม่

  • ก่อตั้งปี 2016
  • ISO/IEC 27001 · ISO 22301
  • Data Center ไทย + สิงคโปร์
  • SLA 99.9%
30:1
อัตราส่วนการบีบอัดข้อมูล
1TB/ชั่วโมง
การันตีความเร็วในการ Backup
AES-256
เข้ารหัสข้อมูล 2 ชั้นตลอดการส่ง
12 9's
data durability

ข้อมูลขนาด 30GB เมื่อใช้ Cloud Backup จะเหลือเพียง 1GB

VMware Backup & Disaster Recovery คืออะไร

All-in-one data protection solution ที่ออกแบบมาเพื่อสภาพแวดล้อม VMware โดยเฉพาะ

สำรองข้อมูล VMware และเรียกใช้ข้อมูลสำรองได้อย่างต่อเนื่องทันที รองรับทั้ง File backup และ Image backup โดยไฟล์สำรองออกไปเก็บไว้บน Cloud Backup ซึ่งเป็นคนละที่กับเครื่องต้นทาง เป็น Secure and Scalable Data Protection ที่ขยายได้ตามข้อมูลจริงของคุณ

แผนผัง Hybrid Cloud Backup Solution แสดงการสำรองข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ VMware ภายในองค์กรและ Data Center ขึ้นไปเก็บบน Cloud Backup ของ THAI DATA CLOUD และการกู้คืนกลับขึ้น Cloud Server
Hybrid Cloud Backup Solution: ไม่ว่าเซิร์ฟเวอร์ VMware ของคุณจะตั้งอยู่ที่ใดในโลก ก็สำรองขึ้น Cloud ได้

บริการนี้ เหมาะกับใคร ?

บริการนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสำรองข้อมูลจาก VMware เซิร์ฟเวอร์ภายในองค์กร หรือเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งไว้ใน Data Center ที่คุณดูแลอยู่เองไม่ว่าที่ใดในโลก ขนาดการสำรองข้อมูลได้ตามปริมาณข้อมูลจริง การันตีความเร็วในการ Backup 1TB ต่อชั่วโมง ในอัตราส่วนการบีบอัดข้อมูล Ratio 30:1 เช่น ข้อมูลขนาด 30GB เมื่อใช้ Cloud Backup จะเหลือเพียง 1GB

ทำไมองค์กรจึงย้าย Backup ของ VMware ขึ้น Cloud

ประหยัดกว่า ปลอดภัยกว่า และกู้ระบบกลับมาได้จริงเมื่อถึงวันที่ต้องใช้

ประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าเดิม

ด้วยเทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูลขั้นสูงทำให้ได้ผลลัพธ์ Ratio 30:1 เช่น ข้อมูลขนาด 30GB เมื่อใช้ Cloud Backup สำรองข้อมูลไฟล์ Backup จะเหลือเพียง 1GB ทำให้เหลือพื้นที่ในการเก็บ Backup Files ได้นานขึ้น ประหยัดค่าใช้จ่ายได้กว่า 70% จากการใช้ระบบ Backup แบบทั่วไป

ความปลอดภัยสำคัญที่สุด

ความปลอดภัยต่อข้อมูล คือ สิ่งที่เราไม่เคยละเลยและให้ความสำคัญตลอดเวลา โดยจะเริ่มการเข้ารหัสข้อมูลขั้นสูง 2 ชั้นโดย AES256 channel HTTPS encrypted ตั้งแต่ขั้นตอนของการบีบอัดข้อมูล (ratio 30:1) และตลอดการส่งข้อมูลระหว่างเครือข่าย

พร้อมรองรับ Disaster Recovery

การสำรอง VMware virtual machines มาเก็บบน Cloud Backup แล้ว Solution นี้มีความสามารถในการทำ Disaster Recovery ได้ทันที เช่น เมื่อ Physical Server ของลูกค้ามีปัญหา เช่น Hardware เสียหาย หรือ เกิดเหตุภัยพิบัติ สามารถนำไฟล์ Backup ที่อยู่บน Cloud Restore ขึ้น Cloud Server ของ THAI DATA CLOUD ได้ทันทีทำให้การทำงานต่อเนื่องไม่ติดขัด

Image Backup กับ File Backup ต่างกันอย่างไร

กู้ไฟล์กลับมาได้ครบ ไม่เท่ากับกลับมาเปิดธุรกิจได้

หลายองค์กรเจอสถานการณ์เดียวกัน คือกู้ไฟล์กลับมาได้ครบทุกไฟล์ แต่ยังเปิดให้บริการไม่ได้ เพราะเครื่องที่เคยรันไฟล์เหล่านั้นหายไปทั้งเครื่อง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ไฟล์ แต่อยู่ที่หน่วยของสิ่งที่เราสำรองเอาไว้

File backup คือการสำรองเฉพาะไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่เลือกไว้ คุณได้ไฟล์กลับมาก็จริง แต่ต้องไปหาเครื่องใหม่ ติดตั้งระบบปฏิบัติการ ลงแอปพลิเคชัน และไล่ตั้งค่าใหม่ให้ครบก่อน ไฟล์เหล่านั้นจึงจะกลับมามีประโยชน์

Image backup คือการสำรอง VM ทั้งเครื่องเป็นภาพเดียว ครบทั้งระบบปฏิบัติการ แอปพลิเคชัน การตั้งค่า และข้อมูล เมื่อเกิดเหตุจึงยกทั้งเครื่องกลับขึ้นมาทำงานได้เลย ไม่ต้องประกอบระบบใหม่ทีละชั้น

พูดให้ตรงที่สุดคือ File backup ปกป้องข้อมูล ส่วน Image backup ปกป้องความสามารถในการทำธุรกิจต่อ และงาน Disaster Recovery เป็นไปได้จริงก็ต่อเมื่อมีอย่างหลัง

File BackupImage Backup
สิ่งที่ได้กลับมาเฉพาะไฟล์และโฟลเดอร์ที่เลือกสำรองไว้ ตัวเครื่องที่เคยรันไฟล์เหล่านั้นไม่ได้กลับมาด้วยVM ทั้งเครื่องเป็นภาพเดียว ครบทั้งระบบปฏิบัติการ แอปพลิเคชัน การตั้งค่า และข้อมูล
ขั้นตอนก่อนใช้งานได้จริงต้องหาเครื่องใหม่ ติดตั้งระบบปฏิบัติการ ลงแอปพลิเคชัน และไล่ตั้งค่าใหม่ให้ครบก่อน ไฟล์ที่กู้มาจึงจะกลับมามีประโยชน์ยกภาพทั้งเครื่องกลับขึ้นมาทำงานได้เลย ไม่ต้องประกอบระบบใหม่ทีละชั้น
เหมาะกับโจทย์แบบไหนดึงเอกสารที่เผลอลบหรือแก้ผิดกลับมาทีละไฟล์เครื่องเสียหายทั้งเครื่อง และต้องกลับมาให้บริการภายในเวลาที่ธุรกิจรับได้

บริการนี้รองรับทั้ง File backup และ Image backup โดยงาน Disaster Recovery จะพึ่ง Image backup เป็นหลัก หากโจทย์ของคุณคือไฟล์ข้อมูลภายในองค์กรมากกว่าตัวเครื่อง ดูบริการ Backup On Premise to Cloud ส่วนข้อมูลบนอุปกรณ์ NAS ดูบริการ NAS Backup

อัตราส่วนบีบอัด 30:1 เกิดขึ้นได้อย่างไร

ตัวเลขที่อธิบายที่มาได้ คือเหตุผลในการตัดสินใจ ส่วนตัวเลขที่อธิบายไม่ได้ คือโฆษณา

เริ่มจากโจทย์ตรงๆ ก่อน ข้อมูลขนาด 30GB เมื่อใช้ Cloud Backup จะเหลือเพียง 1GB ตัวเลขนี้ไม่ได้มาจากตัวบีบอัดวิเศษตัวเดียว แต่มาจากสามขั้นที่ทำงานต่อกันตามลำดับ และแต่ละขั้นตัดของทิ้งคนละแบบ

1. Deduplicated Before Backup: ตัดสิ่งที่ซ้ำออกก่อน

ขั้นแรกคือการตัดบล็อกข้อมูลที่ซ้ำกันออก ก่อน ที่จะบีบอัดหรือส่งอะไรออกไป และนี่คือขั้นที่ได้ผลกับ VMware เป็นพิเศษ เพราะ VM สิบตัวที่สร้างจากเทมเพลตเดียวกัน มีบล็อกของระบบปฏิบัติการซ้ำกันแทบทั้งหมด และ VM ตัวเดิมที่สำรองทุกวันก็เปลี่ยนแปลงจริงเพียงเศษเสี้ยวของบล็อกทั้งหมด ระบบจึงเก็บบล็อกที่ไม่ซ้ำกันไว้เพียงชุดเดียว

2. การบีบอัดข้อมูลขั้นสูง: บีบสิ่งที่เหลือ

เมื่อของซ้ำถูกตัดออกไปแล้ว เทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูลขั้นสูงจึงเข้ามาบีบเฉพาะสิ่งที่เหลือรอด ผลลัพธ์รวมของสองขั้นนี้คือการบีบอัดข้อมูลในอัตราส่วน 30:1

3. AES256: เข้ารหัสตั้งแต่ตอนบีบอัด

การเข้ารหัสข้อมูลขั้นสูง 2 ชั้นโดย AES256 channel HTTPS encrypted เริ่มทำงาน ตั้งแต่ขั้นตอนของการบีบอัดข้อมูล และต่อเนื่องตลอดการส่งข้อมูลระหว่างเครือข่าย สิ่งที่วิ่งบนสายจึงทั้งเล็กและถูกเข้ารหัสไปพร้อมกัน ไม่ใช่เข้ารหัสทีหลังเมื่อถึงปลายทางแล้ว

ผลที่ตามมามีสองข้อ และทั้งสองข้อคือเหตุผลเชิงธุรกิจ:

  • เก็บย้อนหลังได้นานขึ้นบนพื้นที่เท่าเดิม: ไฟล์เล็กลงแปลว่าเหลือพื้นที่ในการเก็บ Backup Files ได้นานขึ้น และจุดกู้คืนที่มีให้เลือกก็มากขึ้นตามไปด้วย
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายได้กว่า 70% จากการใช้ระบบ Backup แบบทั่วไป

ยังมีผลข้างเคียงที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ปริมาณข้อมูลที่ต้องวิ่งบนเครือข่ายลดลงมาก นี่คือสิ่งที่ทำให้การันตีความเร็วในการ Backup ที่ 1TB ต่อชั่วโมงเป็นไปได้ และทำให้การสำรองข้ามภูมิภาคจากเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่คนละประเทศกลายเป็นเรื่องที่ทำได้จริง

ทั้งนี้อัตราส่วนที่ได้จริงขึ้นกับลักษณะข้อมูลของคุณ และขนาดการสำรองข้อมูลคิดตามปริมาณข้อมูลจริงเสมอ

แผนผังสี่ขั้นตอนที่ทำให้ข้อมูล VM ขนาด 30GB เหลือเป็นไฟล์สำรอง 1GB เริ่มจาก Source VM แล้วตัดบล็อกที่ซ้ำด้วย Deduplicate จากนั้นบีบอัดพร้อมเข้ารหัส AES-256 ในขั้นเดียวกัน แล้วจึงส่งขึ้น Cloud Backup
บล็อกที่ซ้ำถูกตัดออกก่อน แล้วจึงบีบอัดและเข้ารหัส สิ่งที่วิ่งบนเครือข่ายจึงเล็กและปลอดภัยไปพร้อมกัน

What's included

Key Features

ทุกข้อรวมอยู่ในบริการแล้ว ไม่ต้องจัดซื้อ Backup Server หรือ Software License เพิ่ม

  • Global Cloud ระดับ Enterprise เทียบเท่า AWS
  • Control & Monitor Backup Jobs ได้เอง
  • รองรับ VM, MySQL, Oracle, SQL, SAP HANA
  • รองรับ Backup Database table จาก on-premises
  • รองรับ Backup/Archive NAS Systems to Cloud
  • Proxy-free Migration from VMware to the Cloud
  • ข้อมูลปลอดภัยด้วยระบบ Three Data Copies
  • Cluster-based Backup increases backup efficiency
  • One-click Disaster Recovery ใน 1 คลิก
  • ปลอดภัย Deduplicated Before Backup
  • บีบอัดข้อมูลในอัตราส่วน 30:1
  • เข้ารหัสข้อมูล AES-256 encryption data security
  • 12 9's data durability, 99.9% service availability
  • Domestic & Inter Network 100Gbps
  • Support ดูแลให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

Traditional Backup Solutions เทียบกับ Cloud Backup & Recovery Service

เหตุผลที่องค์กรซึ่งจริงจังกับการกู้ระบบ เลิกสร้างระบบ Backup ชุดที่สองด้วยตัวเอง

ระบบ Backup แบบเดิมไม่ได้แพ้เรื่องความสามารถ แต่แพ้เรื่องต้นทุนของการเตรียมทุกอย่างเผื่อวันที่อาจไม่มาถึง ทั้ง Hardware, Storage, Software License และคนที่ต้องมีทักษะสูงพอจะดูแลมัน ยิ่งถ้าต้องสำรองข้ามพื้นที่ไปยังData Centerคนละจังหวัดหรือคนละประเทศ ตัวเลขการลงทุนก็พุ่งขึ้นอีกระดับหนึ่งทันที

Traditional Backup SolutionsCloud Backup & Recovery Service (THAI DATA)
ต้นทุนและการลงทุนราคาสูง: การจัดทำระบบ Backup แบบเดิม ต้องจัดซื้อทั้ง Hardware backup server ค่า storage ที่จะนำมาใช้ในการจัดเก็บ และค่า Software License สำหรับระบบ Backup ทำให้มีต้นทุนในการจัดการที่ค่อนข้างสูงประหยัดและควบคุมค่าใช้จ่ายได้: ไม่ต้องจัดซื้อ Backup Server / ไม่ต้องลงทุนค่า Software License เรามีให้พร้อมใช้งานได้ทันที
การสำรองข้ามพื้นที่ (Cross Region)การทำ Cross Region เป็นไปได้ลำบาก: หลายอุตสาหกรรมที่ต้องการทำสำรองข้อมูลข้าม Data Center ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ลูกค้าจำเป็นต้องลงทุนด้วยเม็ดเงินที่มากกว่า 10 ล้านบาท สำหรับอุปกรณ์ บุคคล และระบบเน็ตเวิร์คในการจัดทำ DR-Site / Cross regionมาตรฐานระดับ Enterprise: Cloud ของเรามี Data Center รองรับทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ รองรับการใช้งานสำหรับ Backup Solution ในทุกทวีปทั่วโลก พร้อมสำหรับ Disaster Recovery
การจัดการและดูแลรักษาซับซ้อนในการจัดการและดูแลรักษา: Traditional backup จำเป็นต้องใช้มืออาชีพที่มีทักษะและความรู้ระดับสูงในการจัดการ Backup System แต่ไม่ได้นำมาซึ่งการทำงานที่ง่ายและการบำรุงรักษาระบบค่อนข้างลำบากแม้แต่การ Monitorความยืดหยุ่นและคล่องตัว: สามารถกำหนด Policy ของการ Backup ได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะต้องการเก็บไฟล์นานเท่าไหร่ เก็บจำนวนกี่ Backup และสามารถ Recovery ได้ตามต้องการตลอดเวลา

RPO และ RTO คืออะไร และกำหนดอย่างไรให้ตรงกับธุรกิจ

สองคำที่ทุกการวางแผนกู้คืนต้องตอบให้ได้ก่อน และทั้งคู่เป็นคำถามที่ธุรกิจตอบ ไม่ใช่ฝ่ายไอที

RPO (Recovery Point Objective) คือข้อมูลย้อนหลังที่ยอมเสียได้ นับถอยหลังจากจุดเกิดเหตุไปถึง Backup ชุดล่าสุดที่ใช้ได้ ค่านี้ถูกกำหนดด้วยความถี่ในการสำรองข้อมูลโดยตรง ถ้าสำรองวันละครั้ง RPO ของคุณคือหนึ่งวัน คำถามจริงจึงไม่ใช่คำถามทางเทคนิค แต่คือ “ถ้าเสียงานของทั้งวันไป ธุรกิจรับได้ไหม”

RTO (Recovery Time Objective) คือเวลาที่ยอมให้ระบบหยุดได้ นับไปข้างหน้าจากจุดเกิดเหตุจนระบบกลับมาให้บริการได้จริง ค่านี้ถูกกำหนดด้วยความเร็วที่คุณจะยกเครื่องกลับขึ้นมาทำงานได้

ไทม์ไลน์เหตุการณ์แสดง RPO นับถอยหลังจากจุดเกิดเหตุไปยัง Backup ชุดล่าสุดซึ่งคือข้อมูลที่สูญหาย และ RTO นับไปข้างหน้าจากจุดเกิดเหตุผ่านขั้นตรวจพบและกู้คืนขึ้น Cloud Server จนระบบกลับมาให้บริการ ซึ่งคือช่วงเวลาที่ระบบหยุดทำงาน
RPO นับถอยหลังจากจุดเกิดเหตุ ส่วน RTO นับไปข้างหน้า คนละทิศและกำหนดด้วยคนละปัจจัย

จุดที่คนพลาดบ่อยที่สุดคือคิดว่าสองค่านี้เป็นเรื่องเดียวกัน ทั้งที่มันเป็นอิสระต่อกัน การสำรองข้อมูลถี่ขึ้นช่วยให้ RPO สั้นลง แต่ไม่ได้ทำให้ RTO สั้นลงแม้แต่นาทีเดียว

และนี่คือเหตุผลที่ระบบ Backup แบบเดิมมักสอบตกที่ RTO มากกว่า RPO ไฟล์สำรองมีอยู่จริง เก็บไว้ครบ แต่ไม่มีเครื่องที่พร้อมจะรันมันขึ้นมา และไม่มีใครจัดซื้อ ติดตั้ง แล้วแร็คเซิร์ฟเวอร์ให้เสร็จได้ภายใน RTO ที่ธุรกิจตั้งไว้

คำตอบของบริการนี้คือ ปลายทางของการกู้คืนเป็น Cloud Server ของ THAI DATA CLOUD ที่พร้อมอยู่แล้ว คุณจึงไม่ต้องใช้เวลานานในการซื้อฮาร์ดแวร์ใหม่หรือติดตั้งระบบใหม่ ส่วน RPO นั้นคุณควบคุมได้เอง เพราะสามารถกำหนด Policy ของการ Backup ได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะต้องการเก็บไฟล์นานเท่าไหร่ เก็บจำนวนกี่ Backup

เราไม่ประกาศตัวเลข RPO หรือ RTO เดียวสำหรับทุกคน เพราะเป้าหมายที่เหมาะสมต่างกันไปตามแต่ละ Workload ทีมงานกำหนดร่วมกับคุณเป็นระบบต่อระบบ

เมื่อ Physical Server ล่ม การกู้ระบบขึ้น Cloud ทำงานอย่างไร

ลำดับเหตุการณ์จริง ตั้งแต่วินาทีที่เกิดเหตุ จนถึงวินาทีที่ระบบกลับมาให้บริการอีกครั้ง

เหตุผลเดียวที่ขั้นตอนทั้งหมดนี้เป็นไปได้ คือชุดสำรองออกไปจากเครื่องต้นทางเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ สำเนาที่ไม่เคยออกไปจากเครื่องที่มันปกป้องอยู่ ไม่ใช่แผนกู้คืน เพราะมันจะเจอเหตุเดียวกันกับเครื่องนั้นเสมอ คุณค่าทั้งหมดของ Image backup ที่อยู่นอกสถานที่ คือมันเข้าถึงได้ในวันที่ต้นทางเข้าไม่ได้แล้ว

  1. 1

    เกิดเหตุที่ไซต์เดิม

    Physical Server มีปัญหา เช่น Hardware เสียหาย หรือ เกิดเหตุภัยพิบัติ ระบบที่ไซต์เดิมหยุดให้บริการ นาทีนี้สิ่งเดียวที่ยังช่วยคุณได้คือชุดสำรองที่ออกไปอยู่นอกเครื่องนั้นแล้ว

  2. 2

    เลือกจุดกู้คืน

    เลือกจากชุด Backup ที่เก็บไว้ตาม Policy ที่คุณกำหนดเอง จำนวนชุดที่เก็บและระยะเวลาที่เก็บ คือสิ่งที่ตัดสินว่าวันนี้คุณมีจุดกู้คืนให้เลือกมากแค่ไหน

  3. 3

    Restore ขึ้น Cloud Server

    นำไฟล์ Backup ที่อยู่บน Cloud Restore ขึ้น Cloud Server ของ THAI DATA CLOUD ได้ทันที ด้วย One-click Disaster Recovery ใน 1 คลิก

  4. 4

    ระบบกลับมาให้บริการ

    ระบบทำงานต่อเนื่องไม่ติดขัด โดยไม่ต้องใช้เวลานานในการซื้อฮาร์ดแวร์ใหม่หรือติดตั้งระบบใหม่ เพราะปลายทางของการกู้คืนพร้อมรออยู่แล้ว

  5. 5

    วางแผนย้ายกลับเมื่อไซต์เดิมพร้อม

    เมื่อไซต์เดิมกลับมาใช้งานได้ จึงวางแผนย้ายระบบกลับในรอบที่กระทบธุรกิจน้อยที่สุด โดยไม่ต้องรีบตัดสินใจตอนที่ยังมีปัญหาอยู่

แผนผัง DR-Site ของ THAI DATA CLOUD แสดงการสำรอง VMware virtual machines จากไซต์ของลูกค้าขึ้นไปเก็บบน Cloud Backup และเมื่อเกิดเหตุจึง Restore ไฟล์ Backup ขึ้นเป็น Cloud Server เพื่อให้ระบบกลับมาทำงานต่อเนื่อง
เมื่อไซต์เดิมใช้งานไม่ได้ ไฟล์ Backup บน Cloud คือสิ่งที่ถูกยกขึ้นเป็น Cloud Server เพื่อให้ธุรกิจเดินต่อ

หากคุณกำลังวางแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจในภาพรวม ไม่ได้มองเฉพาะ VMware ดูบริการ Disaster Recovery and Backupประกอบได้

ทำไมต้องซ้อมกู้คืน (Recovery Drill) และซ้อมอย่างไร

Backup ที่ไม่เคยกู้คืนเลย คือ Backup ที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่ากู้ได้

องค์กรจำนวนมากได้รู้ว่าชุดสำรองของตัวเองมีปัญหา ในวันที่แย่ที่สุดวันเดียวของปี ไม่ใช่เพราะประมาท แต่เพราะไม่เคยมีโอกาสได้ลอง

เหตุผลที่ระบบแบบเดิมแทบไม่เคยถูกซ้อม อ่านได้จากคำอธิบายของตัวมันเองในตารางด้านบน คือมัน ซับซ้อนในการจัดการและดูแลรักษา และจำเป็นต้องใช้มืออาชีพที่มีทักษะและความรู้ระดับสูง แต่อุปสรรคที่ใหญ่กว่านั้นคือเรื่องกายภาพล้วนๆ ไม่มีเครื่องว่างให้กู้คืนลงไป การซ้อมจึงแปลว่าต้องซื้อฮาร์ดแวร์ชุดที่สองมาตั้งทิ้งไว้เฉยๆ หรือไม่ก็ต้องไปแตะระบบที่ยังให้บริการอยู่จริง ซึ่งไม่มีใครกล้าทำ สุดท้ายจึงไม่ซ้อมเลย

เมื่อปลายทางของการกู้คืนเป็น Cloud Server เรื่องนี้เปลี่ยนไปทั้งหมด การซ้อมหนึ่งครั้งมีต้นทุนเท่ากับการกู้คืนหนึ่งครั้ง จบแค่นั้น คุณยกไฟล์ Backup ขึ้นมาเปิดเป็นเครื่องทดสอบ ตรวจสิ่งที่ต้องตรวจ แล้วปิดทิ้งได้ โดยไม่ต้องแตะ VM ต้นทางที่ยังให้บริการอยู่เลย

สิ่งที่การซ้อมควรวัด และเป็นเหตุผลที่ต้องซ้อม:

  • RTO จริง: เวลาตั้งแต่สั่งกู้คืนจนระบบใช้งานได้จริง ไม่ใช่ตัวเลขที่ประมาณกันไว้ในเอกสาร
  • RPO จริง: ข้อมูลล่าสุดที่ได้กลับมาจริง ตรงกับความถี่ที่ตั้ง Policy ไว้หรือไม่
  • แอปพลิเคชันเปิดขึ้นได้จริงไหม: เครื่องบูตขึ้นมาไม่เท่ากับระบบพร้อมให้บริการ
  • บริการต่างๆ เชื่อมต่อกันได้ครบไหม: ระบบที่ต้องคุยกับระบบอื่นมักพังตรงนี้
  • ข้อมูลครบถ้วนและสอดคล้องกันไหม: โดยเฉพาะฐานข้อมูลที่เขียนอยู่ตลอดเวลา
  • ใครมีอำนาจสั่งประกาศภัยพิบัติตอนตีสาม: ข้อนี้ไม่ใช่เรื่องเทคนิค แต่เป็นข้อที่ทำให้เสียเวลามากที่สุดเมื่อเกิดเหตุจริง

แนะนำให้ซ้อมตามรอบที่กำหนดไว้แน่นอน และซ้อมใหม่ทุกครั้งที่ VM มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ เพราะแผนที่พิสูจน์แล้วเมื่อปีที่แล้ว ไม่ได้แปลว่ายังใช้ได้กับระบบของวันนี้ ทีม Support ดูแลให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และอยู่ตรงนี้เพื่อช่วยคุณซ้อม

วางแผน Backup Policy ให้เหมาะกับ VM แต่ละกลุ่ม

สิ่งที่กำหนด Policy จริงๆ ไม่ใช่ขนาดของ VM แต่คือความเสียหายต่อธุรกิจเมื่อ VM ตัวนั้นหยุด

ไม่ใช่ทุก VM ที่สมควรได้รับการปกป้องเท่ากัน การใช้มาตรฐานเดียวกับทุกเครื่องมีผลลัพธ์อยู่สองแบบเสมอ คือจ่ายแพงเกินไปให้กับเครื่องที่ไม่สำคัญ หรือปกป้องน้อยเกินไปสำหรับเครื่องที่ธุรกิจขาดไม่ได้ และมักจะเป็นทั้งสองอย่างพร้อมกัน

กลุ่มของ VMสิ่งที่มักเป็นปัญหาแนวทางที่เราแนะนำ
VM ระบบหลักที่ธุรกิจหยุดไม่ได้ เช่น ระบบขาย ระบบผลิตหยุดชั่วโมงเดียวก็กระทบรายได้ทันที ต้องการ RTO สั้นที่สุดImage backup ถี่ที่สุดเท่าที่รับได้ ซ้อมกู้คืนสม่ำเสมอ และให้ปลายทางกู้คืนเป็น Cloud Server ที่พร้อมใช้
VM ฐานข้อมูลข้อมูลเปลี่ยนตลอดเวลา RPO ที่ยาวเกินไปแปลว่าเสียรายการจริงสำรองถี่ขึ้นเป็นพิเศษ และดูการสำรองระดับ database เพิ่มเติม เพราะรองรับ VM, MySQL, Oracle, SQL, SAP HANA
VM ที่ต้องเก็บย้อนหลังนานตามกฎเกณฑ์พื้นที่เก็บบวมจนต้องตัดชุดเก่าทิ้งก่อนกำหนดอัตราส่วน 30:1 ทำให้เก็บ Backup Files ได้นานขึ้นบนพื้นที่เท่าเดิม และกำหนดจำนวนชุดกับระยะเวลาเก็บได้เอง
VM ที่ตั้งอยู่คนละ Data Center หรือต่างประเทศการทำ Cross Region ด้วยตัวเองต้องลงทุนมากกว่า 10 ล้านบาทBackup ขึ้น Cloud ได้จากที่ใดในโลก ผ่าน Domestic & Inter Network 100Gbps
VM ทดสอบและ VM ชั่วคราวจ่ายค่าเก็บเท่าระบบหลักทั้งที่สร้างใหม่ก็ได้Policy สั้นๆ เก็บน้อยชุด ไม่ต้องใช้มาตรฐานเดียวกับระบบหลัก

ตารางนี้เป็นแนวทางประเมินเบื้องต้น ทีมงานประเมินให้ฟรีจากสภาพแวดล้อม VMware จริงของคุณ เพราะขนาดการสำรองข้อมูลคิดตามปริมาณข้อมูลจริง

ตระกูลบริการ Backup ของ THAI DATA CLOUD

แต่ละบริการปกป้องคนละหน่วย ใช้ร่วมกันได้ และองค์กรส่วนใหญ่ใช้มากกว่าหนึ่งอย่าง

ระบบและมาตรฐานที่รองรับ

รองรับระบบปฏิบัติการหลากหลายบน VM ที่คุณสำรอง และดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากลที่ตรวจสอบได้

  • cent OS cloud linux server
  • Ubuntu
  • Euler
  • Debian
  • OpenSUSE
  • Fedora
  • Windows
  • CoreOS
  • openEuler
  • FreeBSD

เราพร้อมที่จะดูแลความปลอดภัยต่อข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ของคุณ

  • BSI ISO/IEC 27001
  • BSI ISO 22301
  • BSI CSA STAR

PDPA & Security compliance

บริการนี้เป็นไปตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยและ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

Read more about PDPA

FAQs

คำถามที่พบบ่อยเรื่อง VMware Backup และ Disaster Recovery

VMware Backup ต่างจากการทำ Snapshot ของ VMware อย่างไร ?

Snapshot คือการบันทึกสถานะของ VM ไว้ชั่วคราว โดยยังอยู่บนสตอเรจชุดเดียวกับ VM ต้นทาง จุดประสงค์จริงๆ ของมันคือการย้อนกลับระยะสั้น เช่น ย้อนสถานะก่อนอัปเดตระบบหรือก่อนแก้ไขค่าสำคัญ ข้อจำกัดจึงอยู่ตรงที่ถ้าสตอเรจหรือ Physical Server เครื่องนั้นเสียหาย Snapshot ก็หายไปพร้อมกันทั้งหมด เพราะมันไม่เคยออกไปจากเครื่องเดิมเลย และยิ่งเก็บ Snapshot ไว้นานก็ยิ่งกินพื้นที่และฉุดประสิทธิภาพของ VM ต้นทาง

ส่วน VMware Backup คือการสำรอง VMware virtual machines ออกไปเก็บไว้บน Cloud Backup ซึ่งเป็นคนละที่กับเครื่องต้นทาง เมื่อ Physical Server ของคุณมีปัญหา เช่น Hardware เสียหาย หรือเกิดเหตุภัยพิบัติ คุณยังมีไฟล์ Backup ที่นำมา Restore ขึ้น Cloud Server ของ THAI DATA CLOUD ได้ทันที ทำให้การทำงานต่อเนื่องไม่ติดขัด พูดให้สั้นที่สุดคือ Snapshot ช่วยคุณตอนแก้ไขอะไรผิด แต่ Backup ช่วยคุณตอนเครื่องหายไปทั้งเครื่อง และมีเพียงอย่างหลังเท่านั้นที่เรียกว่าแผนกู้คืนได้จริง

อัตราส่วนการบีบอัดข้อมูล Ratio 30:1 คืออะไร แล้ว Backup ข้อมูล 1TB ใช้เวลานานแค่ไหน ?

Ratio 30:1 หมายถึงข้อมูลขนาด 30GB เมื่อใช้ Cloud Backup ไฟล์ Backup จะเหลือเพียง 1GB ด้วยเทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูลขั้นสูง ตัวเลขนี้ไม่ได้มาจากการบีบอัดอย่างเดียว แต่มาจากการทำ Deduplicated Before Backup คือตัดบล็อกข้อมูลที่ซ้ำกันออกก่อนตั้งแต่ต้นทาง แล้วจึงบีบอัดสิ่งที่เหลือ ซึ่งได้ผลเป็นพิเศษกับ VMware เพราะ VM หลายตัวที่สร้างจากเทมเพลตเดียวกันมีบล็อกของระบบปฏิบัติการซ้ำกันจำนวนมาก และ VM ตัวเดิมที่สำรองทุกวันก็เปลี่ยนแปลงจริงเพียงบางส่วนเท่านั้น

ด้านความเร็ว เราการันตีความเร็วในการ Backup ที่ 1TB ต่อชั่วโมง และขนาดการสำรองข้อมูลคิดตามปริมาณข้อมูลจริง ผลพลอยได้ที่สำคัญของการบีบอัดคือปริมาณข้อมูลที่ต้องวิ่งบนเครือข่ายลดลงมาก การสำรองขึ้นคลาวด์จากที่ใดก็ได้ในโลกจึงเป็นไปได้จริง อีกทั้งยังเหลือพื้นที่ในการเก็บ Backup Files ได้นานขึ้นบนพื้นที่เท่าเดิม แปลว่าคุณมีจุดกู้คืนย้อนหลังให้เลือกมากขึ้น และประหยัดค่าใช้จ่ายได้กว่า 70% จากการใช้ระบบ Backup แบบทั่วไป ทั้งนี้อัตราส่วนที่ได้จริงขึ้นกับลักษณะข้อมูลของคุณ ทีมงานประเมินให้ได้จากสภาพแวดล้อมจริง

Image Backup กับ File Backup ต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหน ?

File backup คือการสำรองเฉพาะไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่เลือกไว้ เหมาะเวลาที่คุณอยากดึงเอกสารที่เผลอลบกลับมาทีละไฟล์ แต่จุดอ่อนจะโผล่ทันทีเมื่อเครื่องเสียหายทั้งเครื่อง เพราะคุณจะได้ไฟล์กลับมาก็จริง แต่ยังต้องไปหาเครื่องใหม่ ติดตั้งระบบปฏิบัติการ ลงแอปพลิเคชัน และไล่ตั้งค่าทุกอย่างใหม่เองก่อน กว่าไฟล์เหล่านั้นจะกลับมามีประโยชน์ ซึ่งกินเวลาเป็นวันหรือเป็นสัปดาห์

Image backup คือการสำรอง VM ทั้งเครื่องเป็นภาพเดียว ครบทั้งระบบปฏิบัติการ แอปพลิเคชัน การตั้งค่า และข้อมูล เมื่อเกิดเหตุจึงยกทั้งเครื่องกลับขึ้นมาทำงานได้เลย ไม่ต้องประกอบใหม่ทีละชั้น บริการนี้รองรับทั้ง File backup และ Image backup โดยงาน Disaster Recovery จะพึ่ง Image backup เป็นหลัก เพราะเป็นแบบเดียวที่ทำให้ระบบกลับมาให้บริการได้ภายในเวลาที่ธุรกิจรับได้ หากโจทย์ของคุณคือไฟล์ในองค์กรมากกว่าตัวเครื่อง ดูบริการ Backup On Premise to Cloud ส่วนอุปกรณ์ NAS ดูบริการ NAS Backup

RPO กับ RTO คืออะไร ควรตั้งค่าเท่าไหร่ ?

RPO (Recovery Point Objective) คือปริมาณข้อมูลย้อนหลังที่ธุรกิจยอมเสียได้ นับถอยหลังจากจุดเกิดเหตุไปถึง Backup ชุดล่าสุดที่ใช้ได้ ค่านี้ถูกกำหนดด้วยความถี่ในการสำรองข้อมูลโดยตรง ถ้าคุณสำรองวันละครั้ง RPO ของคุณคือหนึ่งวัน คำถามที่ต้องตอบจึงไม่ใช่คำถามทางเทคนิค แต่คือคำถามว่างานของทั้งวันที่หายไป ธุรกิจรับได้หรือไม่ ส่วน RTO (Recovery Time Objective) คือระยะเวลาที่ยอมให้ระบบหยุดได้ นับไปข้างหน้าจากจุดเกิดเหตุจนระบบกลับมาให้บริการได้จริง

สองค่านี้เป็นอิสระต่อกัน และระบบ Backup แบบเดิมมักสอบตกที่ RTO มากกว่า RPO เพราะไฟล์สำรองมีอยู่ก็จริง แต่ไม่มีเครื่องที่พร้อมจะรันมันทันที และคุณจัดซื้อกับติดตั้งฮาร์ดแวร์ใหม่ให้เสร็จภายใน RTO ไม่ได้ จุดนี้คือเหตุผลที่ปลายทางของการกู้คืนเป็น Cloud Server ของ THAI DATA CLOUD ที่พร้อมอยู่แล้ว คุณจึงไม่ต้องใช้เวลานานในการซื้อฮาร์ดแวร์ใหม่หรือติดตั้งระบบใหม่ ส่วน RPO คุณควบคุมได้เอง เพราะสามารถกำหนด Policy ของการ Backup ได้ด้วยตนเอง ทั้งความถี่ จำนวนชุดที่เก็บ และระยะเวลาที่เก็บ ตัวเลขที่เหมาะสมต่างกันไปตามระบบ ทีมงานช่วยกำหนดร่วมกับคุณได้

ถ้า Physical Server เสียหายทั้งเครื่อง จะกู้ระบบกลับมาอย่างไร ใช้เวลานานแค่ไหน ?

เมื่อสำรอง VMware virtual machines มาเก็บบน Cloud Backup แล้ว Solution นี้มีความสามารถในการทำ Disaster Recovery ได้ทันที เช่น เมื่อ Physical Server ของลูกค้ามีปัญหา ไม่ว่าจะเป็น Hardware เสียหาย หรือเกิดเหตุภัยพิบัติ คุณสามารถนำไฟล์ Backup ที่อยู่บน Cloud มา Restore ขึ้น Cloud Server ของ THAI DATA CLOUD ได้ทันที ทำให้การทำงานต่อเนื่องไม่ติดขัด และมี One-click Disaster Recovery ให้สั่งได้ในคลิกเดียว

สิ่งที่ทำให้เร็วคือคุณไม่ต้องรอจัดซื้อฮาร์ดแวร์ใหม่หรือติดตั้งระบบใหม่ก่อน เพราะปลายทางของการกู้คืนคือ Cloud Server ที่พร้อมใช้งานอยู่แล้ว เวลาที่ใช้จริงขึ้นกับขนาดของ VM และเป้าหมาย RTO ที่ตกลงกันไว้ เราจึงไม่ประกาศเป็นตัวเลขเดียวสำหรับทุกคน แต่แนะนำให้วัดจากการซ้อมกู้คืนจริงในสภาพแวดล้อมของคุณเอง ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวที่เชื่อถือได้ และเป็นสิ่งที่ทีมงานช่วยคุณทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ข้อมูลที่สำรองขึ้น Cloud ปลอดภัยแค่ไหน ป้องกัน Ransomware ได้ไหม ?

ความปลอดภัยต่อข้อมูลคือสิ่งที่เราไม่เคยละเลย โดยเริ่มการเข้ารหัสข้อมูลขั้นสูง 2 ชั้นด้วย AES256 channel HTTPS encrypted ตั้งแต่ขั้นตอนของการบีบอัดข้อมูล และตลอดการส่งข้อมูลระหว่างเครือข่าย เท่ากับปกป้องทั้งตัวข้อมูลเองและช่องทางที่ใช้ส่ง ข้อมูลถูกเก็บด้วยระบบ Three Data Copies บน Cloud ที่มี Data Center มาตรฐานทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ และบริการนี้เป็นไปตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยและ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ในแง่การรับมือ Ransomware หลักการสำคัญที่สุดคือชุดสำรองต้องไม่ได้อยู่ที่เดียวกับระบบที่ถูกโจมตี การที่ไฟล์ Backup ออกไปอยู่บน Cloud คนละที่กับ VM ต้นทางจึงเป็นคุณสมบัติที่มีค่าที่สุดในสถานการณ์แบบนี้ และเนื่องจากการบีบอัด 30:1 ทำให้เก็บย้อนหลังได้หลายชุดโดยไม่เปลืองพื้นที่ คุณจึงมีจุดกู้คืนก่อนหน้าให้เลือกย้อนกลับไปได้ ไม่ใช่เหลือแค่ชุดล่าสุดที่อาจถูกเข้ารหัสไปแล้ว ทั้งนี้ควรกำหนด Policy จำนวนชุดและระยะเวลาเก็บให้เหมาะกับความเสี่ยงของแต่ละระบบ

เซิร์ฟเวอร์ตั้งอยู่ต่างประเทศ หรือคนละ Data Center สำรองขึ้น Cloud ได้ไหม ?

ได้ครับ บริการนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสำรองข้อมูลจาก VMware เซิร์ฟเวอร์ภายในองค์กร หรือเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งไว้ใน Data Center ที่คุณดูแลอยู่เองไม่ว่าที่ใดในโลก เพราะ Cloud ของเรามี Data Center รองรับทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ รองรับการใช้งานสำหรับ Backup Solution ในทุกทวีปทั่วโลก พร้อมสำหรับ Disaster Recovery และมีเครือข่ายระดับ Domestic & Inter Network 100Gbps รองรับการส่งข้อมูล

ข้อนี้คือจุดที่ต่างชัดเจนจากการสร้าง DR-Site เอง เพราะหลายอุตสาหกรรมที่ต้องการสำรองข้อมูลข้าม Data Center ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ จำเป็นต้องลงทุนด้วยเม็ดเงินที่มากกว่า 10 ล้านบาท สำหรับอุปกรณ์ บุคคล และระบบเน็ตเวิร์คในการจัดทำ DR-Site และ Cross region เมื่อรวมกับการบีบอัด 30:1 ที่ลดปริมาณข้อมูลบนเครือข่ายลงมาก การสำรองข้ามภูมิภาคจึงกลายเป็นเรื่องที่ทำได้จริงโดยไม่ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานชุดที่สอง

ทดสอบกู้คืน (DR Drill) ได้ไหม จะกระทบระบบที่ใช้งานจริงหรือเปล่า ?

ควรทดสอบอย่างยิ่ง เพราะ Backup ที่ไม่เคยกู้คืนเลย คือ Backup ที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่ากู้ได้จริง หลายองค์กรมารู้ว่าชุดสำรองมีปัญหาในวันที่แย่ที่สุดวันเดียวของปี เหตุผลที่ระบบแบบเดิมแทบไม่เคยถูกซ้อมคือมันซับซ้อนในการจัดการและดูแลรักษา ต้องใช้มืออาชีพที่มีทักษะสูง และไม่มีเครื่องสำรองว่างให้กู้คืนลงไป การซ้อมจึงแปลว่าต้องซื้อของชุดที่สองหรือไปแตะระบบจริง

เมื่อปลายทางของการกู้คืนเป็น Cloud Server เรื่องนี้เปลี่ยนไปทั้งหมด เพราะคุณยกไฟล์ Backup ขึ้นมาเปิดเป็นเครื่องทดสอบแล้วปิดทิ้งได้ โดยไม่ต้องแตะ VM ต้นทางที่ยังให้บริการอยู่ สิ่งที่ควรวัดในการซ้อมคือเวลาที่ใช้จริงตั้งแต่สั่งกู้คืนจนระบบใช้งานได้ ซึ่งคือ RTO จริงของคุณ และข้อมูลล่าสุดที่ได้กลับมา ซึ่งคือ RPO จริง รวมถึงตรวจว่าแอปพลิเคชันเปิดขึ้นได้จริงและข้อมูลครบถ้วน แนะนำให้ซ้อมตามรอบที่กำหนดไว้และซ้อมใหม่ทุกครั้งที่ระบบมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ ทีม Support ของเราพร้อมช่วยตลอด 24 ชั่วโมง

VMware Backup ต่างจาก On Premise to Cloud Backup และ NAS Backup อย่างไร ?

ทั้งสามอยู่ในตระกูลบริการสำรองข้อมูลเดียวกัน แต่ปกป้องคนละหน่วย VMware Backup & Disaster Recovery ทำงานที่ระดับ virtual machine คือสำรองข้อมูล VMware และเรียกใช้ข้อมูลสำรองได้อย่างต่อเนื่องทันที รองรับทั้ง File backup และ Image backup จึงเป็นตัวเดียวในกลุ่มที่ยกทั้งเครื่องกลับขึ้นมาทำงานได้ ส่วน On Premise to Cloud Backup คือการสำรองไฟล์ข้อมูลภายในองค์กรเพื่อปกป้องไฟล์ใน Data Center ภายในองค์กรของคุณไปยังระบบคลาวด์ และ NAS Backup คือการสำรองข้อมูลอุปกรณ์ NAS บนคลาวด์ รองรับ Standard Protocols เช่น NFSv3 and NFSv4 และ SMB

วิธีเลือกที่ง่ายที่สุดคือถามว่าอะไรคือสิ่งที่คุณกลัวจะเสีย ถ้าโจทย์คือเครื่องล่มแล้วต้องกลับมาให้บริการให้เร็วที่สุด ให้เริ่มที่ VMware Backup & Disaster Recovery ถ้าโจทย์คือไฟล์งานภายในองค์กร ให้ดู Backup On Premise to Cloud ถ้าโจทย์คือข้อมูลบนอุปกรณ์ NAS ให้ดู NAS Backup และถ้าเป็นฐานข้อมูลโดยเฉพาะ มี Database & SAP HANA Backup ที่รองรับ MySQL, Oracle, SQL Server databases และ SAP HANA databases ทั้งหมดนี้ใช้ร่วมกันได้ และองค์กรส่วนใหญ่ใช้มากกว่าหนึ่งอย่าง

เริ่มต้นใช้งานอย่างไร มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ?

เริ่มจากให้ทีมงานสำรวจสภาพแวดล้อม VMware จริงของคุณก่อน ทั้งจำนวน VM ปริมาณข้อมูล ตำแหน่งของ Data Center ที่เครื่องตั้งอยู่ และเป้าหมาย RPO กับ RTO ของแต่ละระบบ จากนั้นจึงกำหนด Policy ของการ Backup ให้เหมาะสม สิ่งที่คุณไม่ต้องเตรียมเลยคือ Backup Server และค่า Software License เพราะเรามีให้พร้อมใช้งานได้ทันที และไม่ว่าเซิร์ฟเวอร์ของคุณจะอยู่ที่ใดในโลก ก็สามารถ Backup ขึ้น Cloud ได้

ค่าใช้จ่ายขึ้นกับปริมาณข้อมูลจริงและขอบเขตการดูแลที่คุณต้องการ เพราะขนาดการสำรองข้อมูลคิดตามปริมาณข้อมูลจริง เราจึงเสนอราคาให้ตรงกับการใช้งานของคุณมากกว่าขายเป็นแพ็กเกจสำเร็จรูป ขอใบเสนอราคาและให้เราประเมินให้ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด โทร 061-989-8891 หรือ LINE @thaidatacloud ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

พร้อมสำรอง VMware ขึ้น Cloud และกู้ระบบกลับมาได้จริงแล้วหรือยัง

ให้ทีมงานประเมินสภาพแวดล้อม VMware จริงของคุณ แล้วเสนอ Policy กับราคาที่ตรงกับปริมาณข้อมูลจริง ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด