โลโก้ FreeRADIUS
VPN และ NetworkingGPLv2 (โอเพนซอร์ส)

FreeRADIUS คืออะไร และวิธีติดตั้งบน Cloud Server

FreeRADIUS คือระบบยืนยันตัวตนผู้ใช้สำหรับอุปกรณ์เครือข่าย ทั้งการเข้าใช้ไวไฟขององค์กร การเชื่อม VPN และการเข้าใช้พอร์ตสวิตช์ โดยตรวจสอบกับฐานข้อมูลผู้ใช้ส่วนกลาง

หมวดหมู่
VPN และ Networking
ติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์เองได้
ได้
สเปกเริ่มต้นที่แนะนำ
1 vCPU · RAM 2 GB
ไลเซนส์
GPLv2 (โอเพนซอร์ส)
เว็บทางการ
เปิดเว็บไซต์
สร้าง Cloud Server เดี๋ยวนี้
  • ISO/IEC 27001
  • ISO 22301
  • ISO 20000-1
  • CSA-STAR

Data Center ในไทย มาตรฐาน TIA-942 Tier 3+ ข้อมูลอยู่ในประเทศไทย

FreeRADIUS คืออะไร

ไวไฟที่ใช้รหัสผ่านร่วมกันทั้งองค์กรมีปัญหาชัดเจนคือเมื่อพนักงานลาออกต้องเปลี่ยนรหัสแล้วแจ้งทุกคนใหม่ และไม่มีทางรู้ว่าใครเชื่อมต่ออยู่บ้าง ระบบยืนยันตัวตนรายบุคคลแก้ทั้งสองเรื่องนี้

FreeRADIUS ทำหน้าที่เป็นเซิร์ฟเวอร์กลางที่อุปกรณ์เครือข่ายส่งคำขอมาถามว่าผู้ใช้คนนี้เข้าได้หรือไม่ โดยตรวจกับฐานข้อมูลผู้ใช้ที่องค์กรมีอยู่แล้ว เช่น LDAP หรือ Active Directory

นอกจากการอนุญาตหรือปฏิเสธ ระบบยังบันทึกด้วยว่าใครเชื่อมต่อเมื่อไรและนานเท่าใด ซึ่งเป็นข้อมูลที่จำเป็นทั้งสำหรับการตรวจสอบย้อนหลังและการปฏิบัติตามข้อกำหนดเรื่องการเก็บ Log

แผนผังการวางระบบ FreeRADIUS บน Cloud Server หนึ่งเครื่องที่ Data Center ในประเทศไทย ผู้ใช้เข้าถึงผ่านไฟร์วอลล์ที่เปิดเฉพาะพอร์ต 1812, 1813 ตัว FreeRADIUS และข้อมูลอยู่บนเครื่องเดียวกัน เริ่มต้นที่ 1 vCPU แรม 2 GB และมีสำเนาสำรองเขียนออกไปเก็บอีกไซต์หนึ่ง
FreeRADIUS ทำงานบน Cloud Server เครื่องเดียวได้ครบ เปิดเฉพาะพอร์ตที่จำเป็น ข้อมูลและสำเนาสำรองอยู่ใน Data Center ในประเทศไทย

ความสามารถเด่นของ FreeRADIUS

ยืนยันตัวตนรายบุคคล

แต่ละคนมีบัญชีของตัวเอง ปิดบัญชีคนที่ลาออกได้ทันที

เชื่อมกับฐานข้อมูลผู้ใช้เดิม

ใช้บัญชีจาก LDAP หรือ Active Directory ที่มีอยู่แล้ว

บันทึกการเชื่อมต่อ

รู้ว่าใครเชื่อมต่อเมื่อไรและนานเท่าใดสำหรับการตรวจสอบ

กำหนดสิทธิ์ตามกลุ่มผู้ใช้

ส่งผู้ใช้เข้าวงเครือข่ายที่ต่างกันตามแผนกได้

ใช้ได้กับอุปกรณ์หลายยี่ห้อ

รองรับมาตรฐานที่อุปกรณ์เครือข่ายทั่วไปใช้

ใช้ FreeRADIUS ทำอะไรได้บ้าง

  • ไวไฟขององค์กรที่ต้องการให้พนักงานเข้าด้วยบัญชีของตัวเอง
  • ควบคุมการเข้าใช้พอร์ตสวิตช์ในสำนักงาน
  • ยืนยันตัวตนผู้ใช้ VPN ด้วยบัญชีองค์กร
  • ผู้ให้บริการเครือข่ายที่ต้องจัดการผู้ใช้จำนวนมาก

สเปก Cloud Server ที่แนะนำ

แผนภาพเทียบสเปก Cloud Server สำหรับ FreeRADIUS 3 ระดับ เริ่มจาก 1 vCPU แรม 2 GB ดิสก์ NVMe 20 GB ไปจนถึง 4 vCPU ขึ้นไป แรม 8 GB ขึ้นไป ดิสก์ NVMe 100 GB โดยเทียบขนาดแยกตามแต่ละคอลัมน์
เริ่มจากระดับที่ตรงกับการใช้งานตอนนี้ แล้วเพิ่ม CPU และ RAM ทีหลังได้บนเครื่องเดิม
ระดับการใช้งานvCPURAMDisk
เริ่มต้นผู้ใช้ไม่เกินหลักร้อย1 vCPU2 GBNVMe 20 GB
แนะนำองค์กรที่มีผู้ใช้หลักพันคน2 vCPU4 GBNVMe 40 GB
ใช้งานหนักผู้ใช้จำนวนมากและเก็บบันทึกการเชื่อมต่อยาว4 vCPU ขึ้นไป8 GB ขึ้นไปNVMe 100 GB

ดูราคาตามสเปกได้ที่ ราคา Cloud Compute หรือให้ทีมงานช่วยประเมินสเปกจากปริมาณผู้ใช้จริงของคุณ

วิธีติดตั้ง FreeRADIUS บน Cloud Server ของ THAI DATA CLOUD

ขั้นตอนด้านล่างใช้กับ Cloud Server ที่เพิ่งสร้างใหม่จากหน้าจัดการของ THAI DATA CLOUD ได้ทันที ถ้าไม่สะดวกทำเอง ทีมวิศวกรของเราติดตั้งและตั้งค่าให้ฟรีสำหรับลูกค้า Cloud Server

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • Ubuntu Server 24.04 LTS หรือ Rocky Linux 9
  • ฐานข้อมูลผู้ใช้ เช่น LDAP, Active Directory หรือ MariaDB
  • ใบรับรองสำหรับการยืนยันตัวตนแบบเข้ารหัส
  • อุปกรณ์เครือข่ายที่รองรับมาตรฐานนี้

ทดสอบบน Ubuntu Server 24.04 LTS

  1. 1

    ติดตั้ง FreeRADIUS

    sudo apt update
    sudo apt -y install freeradius freeradius-ldap freeradius-utils
  2. 2

    เพิ่มอุปกรณ์เครือข่ายที่อนุญาตให้ถาม

    ระบุไอพีของอุปกรณ์และคีย์ลับที่ใช้ร่วมกัน ซึ่งต้องตั้งค่าให้ตรงกันทั้งสองฝั่ง

    # /etc/freeradius/3.0/clients.conf
    client office-ap {
      ipaddr = 10.10.20.0/24
      secret = ChangeThisSharedSecret
    }
  3. 3

    ตั้งค่าเชื่อมกับ LDAP

    # /etc/freeradius/3.0/mods-available/ldap
    ldap {
      server = "ldap://10.10.0.50"
      identity = "cn=radius,dc=example,dc=com"
      password = ChangeThisStrongPassword
      base_dn = "dc=example,dc=com"
    }
  4. 4

    เปิดใช้งานโมดูลและทดสอบในโหมดแสดงรายละเอียด

    รันในโหมดแสดงรายละเอียดเพื่อดูว่าคำขอถูกประมวลผลอย่างไร ซึ่งช่วยหาสาเหตุได้เร็วที่สุดเมื่อยังตั้งค่าไม่ถูก

    sudo ln -s ../mods-available/ldap /etc/freeradius/3.0/mods-enabled/
    sudo freeradius -X
  5. 5

    ทดสอบด้วยบัญชีจริง

    radtest username password 127.0.0.1 0 testing123
  6. 6

    ตั้งค่าฝั่งอุปกรณ์เครือข่าย

    ตั้งไวไฟหรือสวิตช์ให้ใช้โหมดยืนยันตัวตนกับเซิร์ฟเวอร์นี้ พร้อมใส่คีย์ลับให้ตรงกัน แล้วทดสอบด้วยเครื่องจริงก่อนเปิดใช้ทั้งองค์กร

ตั้งเซิร์ฟเวอร์สำรองไว้เสมอ เพราะถ้าเซิร์ฟเวอร์นี้ล่ม พนักงานทั้งองค์กรจะเชื่อมต่อเครือข่ายไม่ได้พร้อมกัน

พอร์ตที่ต้องเปิดบน Firewall

พอร์ตโปรโตคอลใช้ทำอะไร
1812UDPคำขอยืนยันตัวตน (เปิดเฉพาะจากอุปกรณ์เครือข่าย)
1813UDPบันทึกการใช้งาน

สิ่งที่ควรทำต่อหลังติดตั้งเสร็จ

  • ใช้คีย์ลับที่ยาวและต่างกันต่ออุปกรณ์แต่ละกลุ่ม
  • เปิดรับคำขอเฉพาะจากไอพีของอุปกรณ์เครือข่ายที่กำหนด
  • ใช้วิธียืนยันตัวตนที่เข้ารหัสและมีใบรับรองที่ถูกต้อง
  • ตั้งเซิร์ฟเวอร์สำรองเพื่อไม่ให้เป็นจุดล้มเหลวจุดเดียว
  • ส่งบันทึกการเชื่อมต่อไปเก็บที่ระบบรวม Log

ทำไมควรรัน FreeRADIUS บน Cloud Server ของ THAI DATA CLOUD

Data Center ในประเทศไทย มาตรฐาน ISO/IEC 27001 และ ISO 22301 พร้อมทีมวิศวกรคนไทยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

วางเซิร์ฟเวอร์ยืนยันตัวตนบน Cloud Server ในไทยแล้วเชื่อมกับอุปกรณ์ที่สาขาผ่าน VPN

ใช้บัญชีเดียวกับระบบยืนยันตัวตนขององค์กรที่รันในวงเดียวกัน

ตั้งเซิร์ฟเวอร์สำรองคนละโซนเพื่อความต่อเนื่องของการเข้าใช้เครือข่าย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ FreeRADIUS

จำเป็นต้องใช้ RADIUS ไหมถ้ามีไวไฟรหัสผ่านเดียว

จำเป็นเมื่อองค์กรมีพนักงานเข้าออกและต้องการปิดสิทธิ์รายบุคคลได้ทันที รวมถึงเมื่อต้องรู้ว่าใครเชื่อมต่ออยู่บ้างสำหรับการตรวจสอบ ส่วนสำนักงานเล็กมากที่คนไม่เปลี่ยนอาจยังใช้รหัสผ่านร่วมได้

เชื่อมกับ Active Directory ได้ไหม

ได้ และเป็นการใช้งานที่พบบ่อยที่สุดในองค์กร ทำให้พนักงานใช้บัญชีเดียวกับที่ใช้เข้าคอมพิวเตอร์ ซึ่งลดทั้งภาระผู้ดูแลและความสับสนของผู้ใช้

ตั้งค่ายากไหม

ยากกว่าบริการทั่วไปพอสมควรเพราะมีหลายส่วนต้องตั้งให้ตรงกันทั้งฝั่งเซิร์ฟเวอร์และฝั่งอุปกรณ์ วิธีที่ช่วยได้มากคือรันในโหมดแสดงรายละเอียดระหว่างตั้งค่า เพราะจะเห็นทุกขั้นตอนของการประมวลผลคำขอ

ให้เราติดตั้ง FreeRADIUS ให้ฟรี บน Cloud Server ในไทย

แจ้งความต้องการสั้น ๆ ทีมวิศวกรจะช่วยประเมินสเปก ติดตั้ง และตั้งค่าความปลอดภัยให้พร้อมใช้งาน ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด