โลโก้ Shopify
อีคอมเมิร์ซและร้านค้าออนไลน์บริการ SaaS (คิดค่าบริการรายเดือน)

Shopify คืออะไร และทางเลือกที่ติดตั้งบน Cloud Server เองได้

Shopify คือแพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์แบบ SaaS ที่ผู้ให้บริการดูแลเซิร์ฟเวอร์ให้ทั้งหมด เปิดร้านได้เร็วที่สุดในกลุ่มเดียวกัน แลกกับค่าบริการรายเดือนและค่าธรรมเนียมที่ผูกกับยอดขาย

ติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์เองได้
ไม่ได้ (SaaS)
ไลเซนส์
บริการ SaaS (คิดค่าบริการรายเดือน)
เว็บทางการ
เปิดเว็บไซต์
สร้าง Cloud Server เดี๋ยวนี้
  • ISO/IEC 27001
  • ISO 22301
  • ISO 20000-1
  • CSA-STAR

Data Center ในไทย มาตรฐาน TIA-942 Tier 3+ ข้อมูลอยู่ในประเทศไทย

Shopify คืออะไร

Shopify ให้ทุกอย่างที่ร้านค้าต้องใช้มาพร้อมในบริการเดียว ทั้งหน้าร้าน ระบบชำระเงิน การจัดการคำสั่งซื้อ และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับทราฟฟิกสูง ผู้ขายจึงเริ่มขายได้ภายในวันเดียวโดยไม่ต้องยุ่งกับเซิร์ฟเวอร์เลย

ต้นทุนของความสะดวกนั้นคือค่าบริการรายเดือนตามแพ็กเกจ บวกค่าธรรมเนียมที่คิดจากยอดขายในหลายกรณี เมื่อยอดขายโตขึ้น ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะเพิ่มตามไปด้วยแบบที่ควบคุมไม่ได้

ข้อจำกัดอีกด้านคือการปรับแต่ง ระบบเปิดให้ปรับได้ในกรอบที่แพลตฟอร์มกำหนด และข้อมูลลูกค้าอยู่บนระบบของผู้ให้บริการซึ่งอยู่นอกประเทศ ซึ่งเป็นประเด็นสำหรับองค์กรที่มีข้อกำหนดเรื่องที่ตั้งของข้อมูล

แผนผังการวางระบบ Shopify บน Cloud Server หนึ่งเครื่องที่ Data Center ในประเทศไทย ผู้ใช้เข้าถึงผ่านไฟร์วอลล์ ตัว Shopify และข้อมูลอยู่บนเครื่องเดียวกัน และมีสำเนาสำรองเขียนออกไปเก็บอีกไซต์หนึ่ง
Shopify ทำงานบน Cloud Server เครื่องเดียวได้ครบ เปิดเฉพาะพอร์ตที่จำเป็น ข้อมูลและสำเนาสำรองอยู่ใน Data Center ในประเทศไทย

ความสามารถเด่นของ Shopify

เปิดร้านได้เร็วที่สุด

ไม่ต้องติดตั้งหรือดูแลเซิร์ฟเวอร์ เริ่มขายได้ภายในวันเดียว

รองรับทราฟฟิกสูงโดยอัตโนมัติ

ผู้ให้บริการดูแลการขยายระบบช่วงแคมเปญให้ทั้งหมด

ระบบนิเวศแอปขนาดใหญ่

มีแอปเสริมจำนวนมากสำหรับการตลาด การจัดส่ง และการวิเคราะห์

ธีมสำเร็จรูปคุณภาพสูง

ได้หน้าร้านที่ดูดีโดยไม่ต้องจ้างออกแบบตั้งแต่ต้น

มีเครื่องมือขายหลายช่องทาง

เชื่อมกับช่องทางโซเชียลและมาร์เก็ตเพลสได้ในตัว

เมื่อไรที่ควรพิจารณาย้ายจาก Shopify มาระบบที่โฮสต์เอง

สัญญาณแรกคือค่าธรรมเนียมที่ผูกกับยอดขายเริ่มสูงกว่าค่าเซิร์ฟเวอร์และค่าดูแลอย่างชัดเจน ร้านที่ยอดขายโตขึ้นทุกปีจะถึงจุดนี้เร็วกว่าที่คิด เพราะฝั่งหนึ่งเพิ่มตามยอดขายส่วนอีกฝั่งเป็นต้นทุนคงที่

สัญญาณที่สองคือข้อจำกัดในการปรับแต่ง เมื่อธุรกิจมีกระบวนการเฉพาะ เช่น การคิดราคาตามเงื่อนไขพิเศษ หรือการเชื่อมกับระบบคลังสินค้าและ ERP ขององค์กร แพลตฟอร์มสำเร็จรูปจะเริ่มบังคับให้ปรับกระบวนการตามระบบแทนที่จะเป็นทางกลับกัน

สัญญาณที่สามคือข้อกำหนดเรื่องข้อมูล องค์กรที่ต้องเก็บข้อมูลลูกค้าไว้ในประเทศตามนโยบายภายในหรือข้อกำหนดของคู่ค้า จะทำตามไม่ได้เมื่อข้อมูลอยู่บนระบบของผู้ให้บริการต่างประเทศ

  • คำนวณค่าธรรมเนียมต่อปีเทียบกับค่า Cloud Server บวกค่าดูแล เพื่อดูจุดคุ้มทุนที่แท้จริง
  • ทำรายการกระบวนการที่แพลตฟอร์มปัจจุบันทำไม่ได้ เพื่อประเมินว่าคุ้มที่จะย้ายหรือไม่
  • ตรวจข้อกำหนดด้านข้อมูลขององค์กรและคู่ค้าก่อนตัดสินใจ
  • วางแผนย้ายแบบทดสอบคู่ขนานก่อน ไม่ปิดร้านเดิมทันที

ทางเลือกที่ติดตั้งบน Cloud Server ของ THAI DATA CLOUD ได้

สำหรับร้านทั่วไปที่มีเว็บเนื้อหาอยู่แล้ว WooCommerce บน WordPress เป็นทางที่ย้ายมาได้ง่ายที่สุด เพราะทีมการตลาดส่วนใหญ่คุ้นกับหลังบ้านอยู่แล้วและมีปลั๊กอินสำหรับช่องทางชำระเงินไทยครบ

ร้านที่มีสินค้าจำนวนมากและกฎราคาซับซ้อนควรดู Magento หรือ Shopware ซึ่งออกแบบมาสำหรับแคตตาล็อกขนาดใหญ่ ส่วนแบรนด์ที่ต้องการหน้าร้านเฉพาะตัวและมีทีมพัฒนาจะเหมาะกับ Medusa หรือ Vendure ที่แยกหน้าร้านออกจากหลังบ้าน

ไม่ว่าเลือกทางไหน สิ่งที่ได้เหมือนกันคือไม่มีค่าธรรมเนียมต่อยอดขาย ข้อมูลลูกค้าอยู่ใน Data Center ในไทย และปรับแต่งได้ไม่จำกัด แลกกับการที่ต้องมีคนดูแลระบบ ซึ่งใช้บริการ Managed Services ของเราแทนได้

ใช้ Shopify ทำอะไรได้บ้าง

  • ร้านที่ต้องการเริ่มขายเร็วที่สุดโดยไม่มีทีมเทคนิค
  • ธุรกิจที่ยอดขายยังไม่สูงพอให้ค่าธรรมเนียมเป็นภาระ
  • แบรนด์ที่ต้องการทดสอบตลาดก่อนลงทุนระบบของตัวเอง
  • ร้านที่ขายหลายช่องทางและอยากใช้เครื่องมือสำเร็จรูป

ใช้ Shopify ร่วมกับ Cloud Server ของ THAI DATA CLOUD อย่างไร

Data Center ในประเทศไทย มาตรฐาน ISO/IEC 27001 และ ISO 22301 พร้อมทีมวิศวกรคนไทยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

ถ้ายังใช้ Shopify อยู่ ระบบอื่นขององค์กรอย่างเว็บเนื้อหา ระบบสมาชิก หรือ API เชื่อมข้อมูล ยังรันบน Cloud Server ในไทยได้และดึงข้อมูลคำสั่งซื้อผ่าน API

เมื่อถึงจุดที่ค่าธรรมเนียมสูงกว่าต้นทุนระบบของตัวเอง ทีมงานของเราช่วยประเมินและวางแผนย้ายมาแพลตฟอร์มที่โฮสต์เองได้

ข้อมูลลูกค้าและคำสั่งซื้อที่ย้ายมาจะอยู่ใน Data Center ในประเทศไทย สอดคล้องกับ PDPA

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Shopify

Shopify กับ WooCommerce เลือกอะไรดี

Shopify เหมาะกับร้านที่ต้องการเริ่มเร็วและไม่มีทีมเทคนิค ส่วน WooCommerce เหมาะเมื่อยอดขายโตจนค่าธรรมเนียมเป็นภาระ หรือเมื่อต้องการปรับแต่งและควบคุมข้อมูลเอง จุดตัดสินใจที่ชัดที่สุดคือเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมต่อปีกับค่าเซิร์ฟเวอร์บวกค่าดูแล

ย้ายจาก Shopify มาระบบที่โฮสต์เองยากไหม

ไม่ยากในเชิงข้อมูล เพราะส่งออกรายการสินค้า ลูกค้า และคำสั่งซื้อเป็นไฟล์ได้ ส่วนที่ต้องวางแผนคือหน้าร้านที่ต้องทำใหม่ การตั้งค่าช่องทางชำระเงิน และการเปลี่ยน DNS ให้ไม่กระทบยอดขาย ทีมงานของเราช่วยวางแผนขั้นตอนนี้ได้

ติดตั้ง Shopify บน Cloud Server ได้ไหม

ไม่ได้ เพราะเป็นบริการแบบ SaaS ที่ผู้ให้บริการโฮสต์เอง ถ้าต้องการระบบร้านค้าบนเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองต้องเลือกแพลตฟอร์มโอเพนซอร์สอย่าง WooCommerce, Magento หรือ Medusa แทน

วางระบบที่ทำงานร่วมกับ Shopify บน Cloud Server ในไทย

แจ้งความต้องการสั้น ๆ ทีมวิศวกรจะช่วยประเมินสเปก ติดตั้ง และตั้งค่าความปลอดภัยให้พร้อมใช้งาน ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด