Microsoft Defender for Business กับ Defender for Office 365 ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี

Microsoft Defender for Business กับ Defender for Office 365 ต่างกันอย่างไร ปกป้องอะไร ฟีเจอร์ Plan 1 และ Plan 2 และวิธีเลือกให้เหมาะกับธุรกิจ SME ไทย

โดย ทีมงาน THAI DATA CLOUD อัปเดต อ่าน 10 นาที เข้าชม 1 ครั้ง

แชร์FacebookXLINELinkedIn
Microsoft Defender for Business เทียบกับ Defender for Office 365

Microsoft Defender for Business และ Microsoft Defender for Office 365 ไม่ใช่สินค้าทดแทนกัน แต่ปกป้องคนละส่วนของระบบ ตัวแรกปกป้อง อุปกรณ์ (คอมพิวเตอร์ มือถือ เซิร์ฟเวอร์) ส่วนตัวหลังปกป้อง อีเมลและเครื่องมือทำงานร่วมกัน อย่าง Exchange Online, Teams, SharePoint และ OneDrive ธุรกิจส่วนใหญ่จึงควรใช้ทั้งสองตัวร่วมกัน

ลองนึกภาพอีเมลฟิชชิงที่แนบไฟล์อันตรายเข้ามา Defender for Office 365 จะสกัดไว้ตั้งแต่กล่องจดหมาย แต่ถ้าไฟล์อันตรายหลุดเข้ามาทางอื่น เช่น USB หรือเว็บไซต์ แล้วรันบนเครื่อง Defender for Business คือด่านที่ตรวจจับและหยุดมัน

ภาพรวมการเปรียบเทียบ Microsoft Defender ทั้งสองตัว

หัวข้อ Defender for Business Defender for Office 365
ประเภท Endpoint Security (ปกป้องอุปกรณ์) Email & Collaboration Security
สิ่งที่ปกป้อง Windows, macOS, iOS, Android, Windows Server (ต้องซื้อ add-on) Exchange Online, Teams, SharePoint, OneDrive, แอป Office
กลุ่มเป้าหมาย SMB ไม่เกิน 300 ผู้ใช้ องค์กรทุกขนาด
แผนย่อย แผนเดียว Plan 1 และ Plan 2
รวมอยู่ใน Microsoft 365 Business Premium Business Premium (Plan 1), Microsoft 365 E5 (Plan 2)
ภัยที่เน้น มัลแวร์ แรนซัมแวร์ ช่องโหว่ซอฟต์แวร์ ฟิชชิง BEC ลิงก์และไฟล์แนบอันตราย การปลอมตัว
ศูนย์จัดการ Microsoft Defender portal Microsoft Defender portal

Microsoft Defender for Business: ปกป้องอุปกรณ์ทุกเครื่อง

Defender for Business สร้างจากเทคโนโลยีเดียวกับ Microsoft Defender for Endpoint แต่ปรับให้ตั้งค่าง่ายสำหรับธุรกิจที่ไม่มีทีม Security เฉพาะ ความสามารถหลักมีดังนี้

  • Next-generation protection ใช้ Microsoft Defender Antivirus ร่วมกับ cloud protection ตรวจจับมัลแวร์แบบเรียลไทม์
  • Attack Surface Reduction (ASR) กฎลดช่องทางโจมตี เช่น บล็อกมาโครอันตรายใน Office และ Controlled Folder Access ป้องกันแรนซัมแวร์เข้ารหัสไฟล์
  • Endpoint Detection and Response (EDR) ตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ ดูไทม์ไลน์การโจมตี และสั่งแยกเครื่องออกจากเครือข่ายได้ทันที
  • Automated Investigation and Response (AIR) สืบสวนและแก้ไขเหตุการณ์อัตโนมัติ ลดภาระแอดมิน
  • Vulnerability Management ค้นหาซอฟต์แวร์ที่มีช่องโหว่หรือยังไม่อัปเดต พร้อมคำแนะนำ
  • Web content filtering และ Firewall management จำกัดเว็บไซต์ตามหมวดหมู่และจัดการไฟร์วอลล์จากส่วนกลาง

ข้อจำกัดที่ควรรู้

Defender for Business จำกัดไม่เกิน 300 ผู้ใช้ และไม่มีฟีเจอร์ขั้นสูงบางอย่างของ Defender for Endpoint Plan 2 เช่น Advanced Hunting เต็มรูปแบบ หากต้องการปกป้อง Windows Server หรือ Linux Server ต้องซื้อ add-on "Defender for Business servers" เพิ่มเติม

Microsoft Defender for Office 365: ปกป้องอีเมลและการทำงานร่วมกัน

ทุกองค์กรที่ใช้ Exchange Online ได้ Exchange Online Protection (EOP) เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ซึ่งกรองสแปมและมัลแวร์ทั่วไป Defender for Office 365 ต่อยอดด้วยการป้องกันภัยขั้นสูง แบ่งเป็นสองแผน

Defender for Office 365 Plan 1: เน้นการป้องกัน

  • Safe Attachments เปิดไฟล์แนบใน sandbox ตรวจหามัลแวร์ zero-day ก่อนถึงมือผู้ใช้
  • Safe Links ตรวจ URL ณ เวลาที่คลิก ป้องกันลิงก์ที่กลายเป็นอันตรายหลังส่งอีเมล
  • Anti-phishing ขั้นสูง ป้องกันการปลอมตัวเป็นผู้บริหารหรือโดเมนคู่ค้า และเรียนรู้รูปแบบการติดต่อปกติของผู้ใช้
  • ป้องกันไฟล์ใน SharePoint, OneDrive และ Teams ตรวจไฟล์ที่แชร์ภายในองค์กร
  • Real-time detections รายงานภัยคุกคามแบบเรียลไทม์

Defender for Office 365 Plan 2: เพิ่มการสืบสวนและฝึกพนักงาน

Plan 2 มีทุกอย่างของ Plan 1 และเพิ่ม Threat Explorer สำหรับค้นหาและลบอีเมลอันตรายออกจากทุกกล่องจดหมาย, AIR สำหรับอีเมล, Attack Simulation Training จำลองฟิชชิงเพื่อฝึกพนักงาน, Campaign Views และ Advanced Hunting ผ่าน Microsoft Defender XDR

เลือก Microsoft Defender แบบไหนให้เหมาะกับธุรกิจ

  • SMB ไม่เกิน 300 คนที่ใช้ Microsoft 365 อยู่แล้ว แพ็ก Microsoft 365 Business Premium มักคุ้มที่สุด เพราะได้ทั้ง Defender for Business และ Defender for Office 365 Plan 1 พร้อม Intune และ Entra ID P1
  • มี Endpoint Security ค่ายอื่นอยู่แล้ว แต่กังวลเรื่องฟิชชิง เพิ่มเฉพาะ Defender for Office 365 Plan 1 หรือ Plan 2
  • ต้องการฝึกพนักงานหรือสืบสวนเหตุการณ์อีเมลเชิงลึก เลือก Defender for Office 365 Plan 2
  • องค์กรเกิน 300 ผู้ใช้ ใช้ Defender for Business ไม่ได้ ควรพิจารณา Defender for Endpoint ร่วมกับ Defender for Office 365 หรือแพ็ก E3/E5

ถ้าใช้ Defender for Business อย่างเดียวโดยไม่มี Defender for Office 365 อีเมลจะได้แค่การป้องกันพื้นฐานจาก EOP ซึ่งยังเสี่ยงต่อฟิชชิงและ Business Email Compromise (BEC) ที่ซับซ้อน ข้อมูลฟีเจอร์ทั้งหมดอ้างอิงจากเอกสารของ Microsoft ได้ที่ Microsoft Defender for Business overview และ Microsoft Defender for Office 365 overview

อีกเรื่องที่มักถูกมองข้ามคือ ระบบความปลอดภัยช่วยลดโอกาสถูกโจมตี แต่ไม่ได้แทนการสำรองข้อมูล ธุรกิจที่ต้องปฏิบัติตาม PDPA ควรวางแผน สำรองข้อมูลด้วย Backup Solution ควบคู่ไปด้วย เพื่อให้กู้คืนได้เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน

คำถามที่พบบ่อย

Microsoft Defender for Business ใช้แทน Defender for Office 365 ได้ไหม?

ไม่ได้ เพราะ Defender for Business ปกป้องอุปกรณ์ ส่วน Defender for Office 365 ปกป้องอีเมลและไฟล์ใน Microsoft 365 ทั้งสองทำงานคนละชั้นและเสริมกัน

Microsoft 365 Business Premium มี Microsoft Defender อะไรบ้าง?

Business Premium รวม Defender for Business และ Defender for Office 365 Plan 1 ไว้แล้ว หากต้องการฟีเจอร์ของ Plan 2 สามารถซื้อเป็น add-on เพิ่มได้

Microsoft Defender สองตัวนี้จัดการจากที่เดียวกันไหม?

ใช่ ทั้งสองตัวจัดการผ่าน Microsoft Defender portal และข้อมูลรวมกันใน Microsoft Defender XDR ทำให้เห็นเส้นทางการโจมตีตั้งแต่อีเมลจนถึงอุปกรณ์ในหน้าจอเดียว

สรุป

Microsoft Defender for Business และ Defender for Office 365 เป็นสองด่านของระบบป้องกันเดียวกัน ด่านแรกหยุดภัยที่ทางเข้าอย่างอีเมลและไฟล์ที่แชร์ อีกด่านหยุดภัยที่ปลายทางบนอุปกรณ์ สำหรับ SME ส่วนใหญ่ การใช้ทั้งสองตัวผ่าน Microsoft 365 Business Premium คือจุดเริ่มต้นที่คุ้มค่าที่สุด

Thai Data Cloud มีจำหน่ายทั้ง Defender for Business และ Defender for Office 365 พร้อมทีมซัพพอร์ตภาษาไทยช่วยตั้งค่า ดูแพ็กเกจและราคาได้ที่หน้า Microsoft 365 และ Microsoft Defender หรือ ปรึกษาทีมงานเพื่อเลือกแพ็กที่เหมาะกับธุรกิจ

แชร์FacebookXLINELinkedIn

มีคำถามเรื่องบริการ? ติดต่อทีมงาน