BIMI: แสดงโลโก้แบรนด์ในกล่องอีเมล Gmail และ Apple Mail

ตั้งค่า BIMI ให้โลโก้แบรนด์แสดงข้างอีเมลใน Gmail และ Apple Mail ตั้งแต่ปรับ DMARC เป็น enforcement เตรียมโลโก้ SVG Tiny PS เลือก VMC หรือ CMC และเพิ่ม DNS

โดย ทีมงาน THAI DATA CLOUD อัปเดต อ่าน 10 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
BIMI — BIMI: แสดงโลโก้แบรนด์ในกล่องอีเมล Gmail และ Apple Mail
BIMI: แสดงโลโก้แบรนด์ในกล่องอีเมล Gmail และ Apple Mail

คำตอบสั้น ๆ: ตั้งค่า BIMI ให้โลโก้แบรนด์แสดงข้างอีเมลใน Gmail และ Apple Mail ตั้งแต่ปรับ DMARC เป็น enforcement เตรียมโลโก้ SVG Tiny PS เลือก VMC หรือ CMC และเพิ่ม DNS

คู่มือนี้อธิบาย BIMI ทีละขั้นตอน พร้อมคำสั่งที่ใช้ได้จริงและปัญหาที่พบบ่อย

BIMI (Brand Indicators for Message Identification) คือมาตรฐานที่ให้โดเมนประกาศผ่าน DNS ว่าโลโก้แบรนด์อยู่ที่ไหนและมีใบรับรองยืนยันหรือไม่ เมื่ออีเมลผ่านการตรวจ DMARC ผู้ให้บริการกล่องจดหมายที่รองรับจะแสดงโลโก้นั้นแทนตัวอักษรย่อข้างชื่อผู้ส่ง ผู้รับจึงแยกอีเมลจริงของบริษัทออกจากอีเมลปลอมได้ง่ายขึ้น

คู่มือนี้เหมาะกับองค์กรที่ส่งอีเมลถึงลูกค้าจำนวนมาก เช่น ใบแจ้งหนี้ การแจ้งเตือนบัญชี และจดหมายข่าว เมื่อทำครบ คุณจะรู้ว่าแต่ละผู้ให้บริการต้องการอะไร มีโลโก้รูปแบบที่ถูกต้อง ตัดสินใจได้ว่าจะขอใบรับรองแบบใด และมีระเบียน BIMI ที่ตรวจแล้วว่าทำงาน ข้อควรรู้คือมาตรฐานนี้เป็นเรื่องการแสดงผล ไม่ได้ทำให้อีเมลเข้ากล่องจดหมายได้มากขึ้นด้วยตัวเอง

แผนภาพผู้รับตรวจ DMARC ของอีเมลก่อน แล้วอ่านระเบียน BIMI เพื่อดึงโลโก้ SVG และใบรับรอง VMC หรือ CMC มาแสดงในกล่องอีเมล
ถ้า DMARC ไม่ผ่านหรือยังเป็น p=none ผู้รับจะไม่ดูระเบียน BIMI เลย

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • SPF, DKIM และ DMARC ที่ตั้งครบและผ่านกับทุกระบบที่ส่งอีเมลในนามโดเมน (ดูตั้งค่า SPF, DKIM และ DMARC)
  • รายงาน DMARC ย้อนหลังที่ยืนยันว่าไม่มีผู้ส่งที่ถูกต้องตกหล่น (ดูอ่านรายงาน DMARC)
  • ไฟล์โลโก้ต้นฉบับแบบเวกเตอร์จากนักออกแบบ
  • เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว (สำหรับ VMC) หรือหลักฐานการใช้โลโก้ (สำหรับ CMC) และงบประมาณค่าใบรับรองรายปีจากผู้ออกใบรับรอง
  • เว็บไซต์ HTTPS สำหรับวางไฟล์โลโก้และไฟล์ใบรับรอง และสิทธิ์แก้ DNS

ขั้นตอนที่ 1: ปรับ DMARC ให้อยู่ระดับ enforcement

BIMI ทำงานเฉพาะโดเมนที่ DMARC เป็น p=quarantine หรือ p=reject เท่านั้น p=none ใช้ไม่ได้ ถ้ามีแท็ก pct ต้องเป็น 100 (Gmail ระบุไว้ชัด) และนโยบายของซับโดเมน (sp) ต้องไม่เป็น none ตัวอย่างระเบียนที่ผ่านเงื่อนไข

_dmarc.example.com.  3600  IN  TXT  "v=DMARC1; p=quarantine; pct=100; rua=mailto:[email protected]"

คำเตือน: ถ้าตอนนี้ยังเป็น p=none อย่าเปลี่ยนเป็น quarantine ทันทีเพียงเพื่อให้ได้ BIMI ให้อ่านรายงาน DMARC จนแน่ใจว่าทุกระบบที่ส่งอีเมลผ่าน DKIM หรือ SPF ที่ตรงโดเมนแล้ว มิฉะนั้นอีเมลจริงของบริษัทจะเข้าโฟลเดอร์ Spam

ขั้นตอนที่ 2: ดูว่าผู้ให้บริการแต่ละรายต้องการอะไร

ผู้ให้บริการกล่องจดหมายแต่ละรายเป็นผู้ตัดสินเองว่าจะแสดงโลโก้เมื่อใด ข้อกำหนดหลัก ณ ปัจจุบันมีดังนี้

  • Gmail: ต้องมีใบรับรอง VMC (Verified Mark Certificate) หรือ CMC (Common Mark Certificate) ในรูปแบบไฟล์ PEM ผู้ส่งที่ใช้ VMC จะได้เครื่องหมายถูกยืนยันข้างชื่อด้วย
  • Apple Mail: แสดงโลโก้เมื่อมี VMC ส่วนการรองรับ CMC ให้ตรวจเอกสารล่าสุดของ Apple และ Apple ยังมีช่องทาง Branded Mail ใน Apple Business Connect ซึ่งเป็นโปรแกรมแยกต่างหาก
  • Yahoo Mail: อาจแสดงโลโก้ได้แม้ไม่มีใบรับรอง สำหรับผู้ส่งที่มีชื่อเสียงดีและปริมาณส่งเพียงพอตามดุลยพินิจของ Yahoo
  • รายชื่อผู้รองรับของ BIMI Group ปัจจุบันไม่มี Outlook จึงไม่ต้องคาดหวังโลโก้ฝั่งผู้รับที่ใช้ Outlook
ตารางเปรียบเทียบข้อกำหนด BIMI ของ Gmail, Apple Mail และ Yahoo Mail ด้านใบรับรอง VMC, CMC และเครื่องหมายถูกยืนยัน
ข้อกำหนดเปลี่ยนได้ ตรวจเอกสารของผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจซื้อใบรับรอง

ขั้นตอนที่ 3: เตรียมโลโก้แบบ SVG Tiny PS

โลโก้ต้องเป็น SVG ตามโปรไฟล์ Tiny PS (Portable/Secure) ไม่ใช่ SVG ทั่วไปที่ส่งออกจากโปรแกรมออกแบบ ข้อกำหนดสำคัญคือ อัตราส่วน 1:1 วางโลโก้ไว้กลางภาพบนพื้นสีทึบเพราะหลายแอปตัดเป็นวงกลม มีแท็ก title ห้ามมีสคริปต์ ลิงก์ภายนอก รูปภาพแบบ raster หรือแอนิเมชัน ขนาดไฟล์ควรเล็ก (แนะนำไม่เกิน 32 KB) และ Gmail ต้องการภาพขนาดอย่างน้อย 96 พิกเซล ส่วนหัวของไฟล์ควรเป็นแบบนี้

<svg version="1.2" baseProfile="tiny-ps" xmlns="http://www.w3.org/2000/svg" viewBox="0 0 512 512">
  <title>Example Co., Ltd.</title>
  ...
</svg>

หลังแก้ไฟล์ ให้ตรวจด้วยเครื่องมือตรวจโลโก้ที่ bimigroup.org ก่อนส่งให้ผู้ออกใบรับรอง เพราะโลโก้ใน VMC หรือ CMC ต้องเป็นไฟล์เดียวกับที่ประกาศใน DNS

ขั้นตอนที่ 4: เลือกและขอใบรับรอง VMC หรือ CMC

ใบรับรองทั้งสองแบบออกโดยผู้ออกใบรับรองที่เป็น Mark Verifying Authority เช่น DigiCert และ GlobalSign และมีค่าใช้จ่ายรายปีตามที่ผู้ออกใบรับรองกำหนด กระบวนการรวมการยืนยันตัวตนองค์กร จึงควรเผื่อเวลาหลายสัปดาห์

  • VMC: ใช้กับโลโก้ที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ากับสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาที่ผู้ออกใบรับรองยอมรับ ให้ตรวจรายชื่อประเทศที่รองรับกับผู้ออกใบรับรองก่อนสมัคร
  • CMC: ใช้กับโลโก้ที่ไม่ได้จดเครื่องหมายการค้า แต่ต้องพิสูจน์ว่าใช้โลโก้นั้นจริงมาระยะหนึ่งตามเงื่อนไขของผู้ออกใบรับรอง Gmail รองรับ แต่จะไม่ได้เครื่องหมายถูกยืนยัน

ผลลัพธ์ที่ได้คือไฟล์ .pem ซึ่งมีใบรับรองและโลโก้ฝังอยู่ ห้ามแก้ไฟล์นี้เอง

ขั้นตอนที่ 5: วางไฟล์โลโก้และใบรับรองบน HTTPS

อัปโหลดไฟล์ไว้ในที่ที่เปิดได้สาธารณะผ่าน HTTPS เช่น https://example.com/brand/logo.svg และ https://example.com/brand/vmc.pem ไฟล์ SVG ควรตอบ Content-Type: image/svg+xml และทั้งสองไฟล์ต้องไม่อยู่หลังหน้าล็อกอินหรือระบบป้องกันบอทที่บล็อกการดึงไฟล์อัตโนมัติ

หน้าจอเทอร์มินัลตรวจระเบียน _dmarc และ default._bimi ด้วย dig และตรวจไฟล์โลโก้ BIMI ว่าตอบ 200 แบบ image/svg+xml
DMARC ต้องเป็น quarantine หรือ reject และไฟล์โลโก้กับใบรับรองต้องเปิดได้ผ่าน HTTPS

ขั้นตอนที่ 6: เพิ่มระเบียน BIMI ใน DNS

เพิ่มระเบียน TXT ที่ชื่อ default._bimi.example.com โดย l= ชี้ไปที่โลโก้ และ a= ชี้ไปที่ไฟล์ใบรับรอง

default._bimi.example.com.  3600  IN  TXT  "v=BIMI1; l=https://example.com/brand/logo.svg; a=https://example.com/brand/vmc.pem"

ถ้ายังไม่มีใบรับรองและต้องการลองกับ Yahoo อย่างเดียว ให้เว้นค่า a= ว่างไว้ ซึ่งผู้ให้บริการส่วนใหญ่รวมถึง Gmail จะไม่แสดงโลโก้ ถ้าส่งอีเมลจากซับโดเมน ผู้รับจะหาระเบียนของซับโดเมนก่อน ถ้าไม่พบจึงใช้ของโดเมนหลัก และ DMARC ของซับโดเมนต้องเป็น enforcement ด้วย

ขั้นตอนที่ 7: ตรวจผลและรอการแสดงโลโก้

ตรวจระเบียนด้วย dig และเครื่องมือตรวจออนไลน์ แล้วส่งอีเมลจริงไปยังบัญชี Gmail และ Yahoo โลโก้อาจไม่ขึ้นทันที เพราะผู้ให้บริการแคชข้อมูลและพิจารณาชื่อเสียงของผู้ส่งประกอบด้วย ให้ตรวจซ้ำหลังผ่านไปหลายวัน และอย่าลืมต่ออายุใบรับรองก่อนหมดอายุ ไม่เช่นนั้นโลโก้จะหายไปเอง

รายการตรวจไฟล์โลโก้ BIMI แบบ SVG Tiny PS เช่น อัตราส่วน 1:1 มีแท็ก title ไม่มีสคริปต์และรูป raster
โลโก้ที่ไม่ผ่านข้อใดข้อหนึ่งจะไม่แสดง และต้องตรงกับไฟล์ที่อยู่ในใบรับรอง

ปัญหาที่พบบ่อยเกี่ยวกับ BIMI

ตั้ง BIMI แล้วอีเมลจะเข้า Inbox มากขึ้นหรือไม่?

ไม่โดยตรง มาตรฐานนี้เป็นการแสดงโลโก้สำหรับอีเมลที่ผ่าน DMARC อยู่แล้ว สิ่งที่ช่วยเรื่องการเข้า Inbox คือการตั้ง SPF, DKIM, DMARC ให้ถูกต้องและรักษาชื่อเสียงผู้ส่ง ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ต้องมีก่อนอยู่แล้ว

ตั้งค่าครบแล้วแต่ Gmail ยังไม่แสดงโลโก้ ต้องตรวจอะไร?

ตรวจตามลำดับ DMARC เป็น quarantine หรือ reject และ pct เท่ากับ 100 หรือไม่ ระเบียน BIMI มีค่า a= ที่ชี้ไฟล์ PEM ซึ่งเปิดได้จริงหรือไม่ โลโก้เป็น SVG Tiny PS ที่ตรงกับในใบรับรองหรือไม่ และอีเมลที่ทดสอบผ่าน DMARC จริงหรือไม่ (ดูใน Show original) ถ้าทุกข้อผ่านให้รอการแคช

ไม่มีเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ใช้ BIMI ได้หรือไม่?

ได้บางส่วน Gmail รองรับ CMC ซึ่งไม่ต้องจดเครื่องหมายการค้าแต่ต้องพิสูจน์การใช้โลโก้ และ Yahoo อาจแสดงโลโก้โดยไม่มีใบรับรอง ส่วน Apple Mail ให้ตรวจข้อกำหนดล่าสุด เพราะเงื่อนไขของแต่ละรายเปลี่ยนได้

ใช้ไฟล์ SVG ที่ส่งออกจากโปรแกรมออกแบบตรง ๆ ได้หรือไม่?

มักใช้ไม่ได้ เพราะไฟล์ทั่วไปมักมี baseProfile ผิด มีแท็กหรือแอตทริบิวต์ที่โปรไฟล์ Tiny PS ไม่อนุญาต หรือมีรูปภาพฝังอยู่ ต้องแปลงและตรวจด้วยเครื่องมือก่อน และเมื่อขอใบรับรองแล้วห้ามแก้ไฟล์ต่ออีก

ถ้าต้องการให้ช่วยไล่ DMARC ให้ถึงระดับ enforcement อย่างปลอดภัยก่อนทำ BIMI หรือย้ายมาใช้ Cloud Mail Server ติดต่อทีมงาน THAI DATA CLOUD อ่านขั้นตอนอย่างเป็นทางการได้ที่ BIMI Group Implementation Guide และ เอกสาร BIMI ของ Google Workspace

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ BIMI

แชร์FacebookXLINELinkedIn

มีคำถามเรื่องบริการ? ติดต่อทีมงาน