DKIM: เปิดการลงลายเซ็นอีเมลให้โดเมนขององค์กรบน Microsoft 365

เปิด DKIM ให้โดเมนขององค์กรบน Microsoft 365 สร้างคีย์ใน Defender portal เพิ่ม CNAME selector1 และ selector2 ตรวจผล dkim=pass จาก header และหมุนเวียนคีย์

โดย ทีมงาน THAI DATA CLOUD อัปเดต อ่าน 11 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
DKIM — DKIM: เปิดการลงลายเซ็นอีเมลให้โดเมนขององค์กรบน Microsoft 365
DKIM: เปิดการลงลายเซ็นอีเมลให้โดเมนขององค์กรบน Microsoft 365

คำตอบสั้น ๆ: เปิด DKIM ให้โดเมนขององค์กรบน Microsoft 365 สร้างคีย์ใน Defender portal เพิ่ม CNAME selector1 และ selector2 ตรวจผล dkim=pass จาก header และหมุนเวียนคีย์

คู่มือนี้อธิบาย DKIM ทีละขั้นตอน พร้อมคำสั่งที่ใช้ได้จริงและปัญหาที่พบบ่อย

DKIM (DomainKeys Identified Mail) คือการแนบลายเซ็นดิจิทัลไปกับอีเมลขาออกทุกฉบับ ให้เซิร์ฟเวอร์ปลายทางตรวจได้ว่าอีเมลมาจากโดเมนของคุณจริงและไม่ถูกแก้ระหว่างทาง ปัจจุบัน Exchange Online ยังไม่ลงลายเซ็นด้วยโดเมนของคุณเอง (custom domain) ให้อัตโนมัติ ผู้ดูแลต้องสร้างคีย์ เพิ่ม CNAME สองรายการ แล้วเปิดใช้งานเอง

ถ้าไม่เปิด อีเมลขององค์กรจะไม่มีลายเซ็นที่ตรงกับโดเมนใน From ซึ่งทำให้ DMARC ผ่านยากขึ้นและเสี่ยงเข้ากล่องสแปมของ Gmail หรือ Yahoo มากขึ้น เมื่อทำตามคู่มือนี้ครบ โดเมนของคุณจะลงลายเซ็นทุกอีเมลที่ส่งผ่าน Exchange Online ตรวจผลได้จาก header ว่า dkim=pass และรู้วิธีหมุนเวียนคีย์เป็น 2048 บิต

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • โดเมนที่เพิ่มและยืนยันใน Microsoft 365 แล้ว (Microsoft 365 admin center > Settings > Domains) ถ้ายังไม่ได้ทำ ดู ตั้งระเบียน DNS สำหรับ Google Workspace และ Microsoft 365
  • สิทธิ์แก้ไข DNS ของโดเมน เช่น บัญชีผู้รับจดโดเมน Cloudflare หรือแผงควบคุม DNS ของผู้ให้บริการ
  • บทบาท Security Administrator หรือ Global Administrator ใน Microsoft 365
  • ระเบียน SPF ของ Microsoft 365 ที่ตั้งไว้แล้ว เช่น v=spf1 include:spf.protection.outlook.com -all
  • ถ้าจะใช้ PowerShell ให้ติดตั้งโมดูล ExchangeOnlineManagement

ลายเซ็นของ Microsoft 365 ครอบคลุมเฉพาะอีเมลที่ส่งผ่าน Exchange Online ระบบอื่นที่ส่งในนามโดเมนเดียวกัน เช่น CRM เว็บไซต์ หรือระบบจดหมายข่าว ต้องตั้งค่าลายเซ็นของระบบนั้นแยกต่างหาก

แผนภาพ DKIM ของ Microsoft 365 Exchange Online ลงลายเซ็นอีเมล ปลายทางค้น selector ผ่าน CNAME ใน DNS ของโดเมนไปยัง public key ของ Microsoft
CNAME ในโดเมนของคุณชี้ไปยัง public key ที่ Microsoft ดูแล ปลายทางใช้คีย์นั้นตรวจลายเซ็น

ขั้นตอนที่ 1: ตรวจสถานะ DKIM ของโดเมน

เปิด Microsoft Defender portal ที่ https://security.microsoft.com ไปที่ Email & collaboration > Policies & rules > Threat policies > Email authentication settings แล้วเลือกแท็บ DKIM หรือเข้าตรงที่ https://security.microsoft.com/authentication?viewid=DKIM

ดูคอลัมน์ Status ของโดเมน ค่า NoDKIMKeys แปลว่ายังไม่มีคีย์ CnameMissing แปลว่ามีคีย์แล้วแต่ยังหา CNAME ใน DNS ไม่เจอ และ Valid แปลว่าลงลายเซ็นอยู่แล้ว

ขั้นตอนที่ 2: สร้าง DKIM keys และคัดลอกค่า CNAME

คลิกที่แถวของโดเมน (ไม่ใช่สวิตช์) เพื่อเปิดหน้ารายละเอียด ถ้ายังไม่มีคีย์ ให้คลิก Create DKIM keys ระบบจะสร้างคีย์สองชุดและแสดงค่าในส่วน Publish CNAMEs ให้คลิก Copy แล้วเก็บไว้

ถ้าใช้ PowerShell ให้สร้างคีย์แบบ 2048 บิตตั้งแต่แรก แล้วอ่านค่า CNAME ที่ต้องเผยแพร่

Connect-ExchangeOnline -UserPrincipalName [email protected]
New-DkimSigningConfig -DomainName example.com -Enabled $false -KeySize 2048
Get-DkimSigningConfig -Identity example.com | Format-List Name,Enabled,Status,Selector1CNAME,Selector2CNAME

คัดลอกค่าจากระบบเสมอ ห้ามเดาเอง เพราะตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025 โดเมนที่เพิ่มใหม่ใช้รูปแบบปลายทางที่ลงท้ายด้วย dkim.mail.microsoft ส่วนโดเมนเก่ายังใช้รูปแบบที่ลงท้ายด้วย onmicrosoft.com และสองแบบนี้ใช้ปนกันในตัวเลือกเดียวกันไม่ได้

ขั้นตอนที่ 3: เพิ่ม CNAME สองรายการที่ผู้ให้บริการ DNS

เพิ่มระเบียน CNAME สองรายการในโซน DNS ของโดเมน โดยชื่อ Host เหมือนกันทุกองค์กร ส่วนปลายทางให้ใช้ค่าที่คัดลอกมา ตัวอย่างด้านล่างเป็นโดเมน example.com ของ tenant ที่มีโดเมนเริ่มต้น examplecorp.onmicrosoft.com

Host                 Type   Value
selector1._domainkey CNAME  selector1-example-com._domainkey.examplecorp.n-v1.dkim.mail.microsoft
selector2._domainkey CNAME  selector2-example-com._domainkey.examplecorp.n-v1.dkim.mail.microsoft

แผงควบคุม DNS หลายเจ้าเติมชื่อโดเมนต่อท้ายให้อัตโนมัติ ให้กรอกช่อง Host เพียง selector1._domainkey ถ้ากรอกชื่อเต็มอาจกลายเป็น selector1._domainkey.example.com.example.com ถ้าใช้ Cloudflare ให้ตั้ง Proxy status เป็น DNS only และตั้ง TTL ตามค่าเริ่มต้นได้

ขั้นตอนที่ 4: ตรวจว่า DNS เผยแพร่แล้ว

ก่อนกลับไปเปิดใช้งาน ให้ตรวจจากเครื่องของคุณว่า CNAME ทั้งสองรายการตอบกลับถูกต้อง ใช้ PowerShell บน Windows หรือ nslookup ก็ได้

Resolve-DnsName selector1._domainkey.example.com -Type CNAME
Resolve-DnsName selector2._domainkey.example.com -Type CNAME
nslookup -type=CNAME selector1._domainkey.example.com 8.8.8.8

ค่าในช่อง NameHost ต้องตรงกับที่ระบบให้มาทุกตัวอักษร ถ้ายังไม่ขึ้นให้รอตาม TTL ของโซน ซึ่งปกติไม่เกินหนึ่งชั่วโมง

ผลคำสั่ง Resolve-DnsName ตรวจระเบียน CNAME selector1 และ selector2 ของ DKIM ว่าชี้ไปยังปลายทางของ Microsoft ถูกต้อง
ค่า NameHost ต้องตรงกับ Selector1CNAME และ Selector2CNAME จากระบบทุกตัวอักษร

ขั้นตอนที่ 5: เปิดการลงลายเซ็น DKIM

กลับไปที่หน้ารายละเอียดของโดเมน แล้วเปิดสวิตช์ Sign messages for this domain with DKIM signatures หลังกด OK สถานะต้องเปลี่ยนเป็น Signing DKIM signatures for this domain

Set-DkimSigningConfig -Identity example.com -Enabled $true

จากนั้นรันคำสั่ง Get จากขั้นตอนที่ 2 อีกครั้ง ผลที่ถูกต้องคือ Enabled : True และ Status : Valid ถ้าขึ้นข้อผิดพลาดพร้อมค่า CNAME ยาว ๆ แปลว่าระบบยังหาระเบียนไม่เจอ ให้ตรวจตัวสะกดของจุด ขีด และขีดล่างอีกครั้ง

หน้าจอจำลองการตั้งค่า DKIM ใน Microsoft Defender portal เปิดสวิตช์ Sign messages for this domain with DKIM signatures
เมื่อเปิดสำเร็จ สถานะต้องเป็น Signing DKIM signatures for this domain (ภาพจำลอง)

ขั้นตอนที่ 6: ทดสอบด้วยการอ่าน header

ส่งอีเมลจากผู้ใช้ในโดเมน example.com ไปยังบัญชี Gmail หรือ Outlook.com ที่คุณเปิดดูได้ ใน Gmail ให้เปิดอีเมลแล้วเลือก Show original จะเห็นบรรทัด DKIM: 'PASS' with domain example.com ส่วนใน header ดิบให้หาสองบรรทัดนี้

DKIM-Signature: v=1; a=rsa-sha256; c=relaxed/relaxed; d=example.com; s=selector1; ...
Authentication-Results: mx.google.com; dkim=pass [email protected] header.s=selector1 ...

ค่า d= ต้องเป็นโดเมนของคุณ ไม่ใช่ onmicrosoft.com และค่า s= บอกว่ากำลังใช้คีย์ selector1 หรือ selector2 อยู่ ขั้นตอนอย่างเป็นทางการทั้งหมดดูได้ที่ Set up DKIM to sign mail from your Microsoft 365 domain

ขั้นตอนที่ 7: หมุนเวียนคีย์ DKIM เป็นระยะ

เปลี่ยนคีย์เป็นระยะเหมือนการเปลี่ยนรหัสผ่าน ในหน้ารายละเอียดของโดเมนคลิก Rotate DKIM keys หรือใช้คำสั่ง Rotate-DkimSigningConfig -Identity example.com -KeySize 2048 ถ้าคีย์เดิมเป็น 1024 บิต การหมุนเวียนใช้เวลาประมาณสี่วัน (96 ชั่วโมง) ก่อนคีย์ใหม่เริ่มลงลายเซ็น และระหว่างนั้นหมุนเวียนซ้ำไม่ได้

เมื่อลายเซ็นผ่านแล้ว ขั้นต่อไปคือเผยแพร่ DMARC เพื่อบอกปลายทางว่าจะจัดการอีเมลที่ปลอมโดเมนของคุณอย่างไร ดูรายละเอียดใน ตั้งค่า SPF, DKIM และ DMARC เพื่อลดโอกาสอีเมลเข้า Spam

ปัญหาที่พบบ่อยเกี่ยวกับ DKIM

เช็กลิสต์ตรวจความพร้อมหลังเปิด DKIM ทั้งระเบียน CNAME สถานะ Valid ผลใน header และ SPF กับ DMARC
ผ่านครบทุกข้อแล้วค่อยปรับนโยบาย DMARC ให้เข้มขึ้น

เพิ่ม CNAME แล้วแต่สถานะยังเป็น CnameMissing ทำอย่างไร?

ตรวจสามจุด คือช่อง Host ถูกเติมโดเมนซ้ำหรือไม่ ค่าปลายทางตรงกับ Selector1CNAME และ Selector2CNAME ทุกตัวอักษรหรือไม่ และใน Cloudflare ปิด Proxy แล้วหรือยัง จากนั้นรอให้ DNS กระจายแล้วลองเปิดสวิตช์ใหม่ บางครั้ง Microsoft 365 ใช้เวลาหลายนาทีถึงหลายชั่วโมงกว่าจะตรวจเจอ

ต้องลบระเบียน DKIM ของผู้ให้บริการอีเมลเดิมไหม?

ไม่จำเป็นต้องรีบลบ เพราะแต่ละระบบใช้ชื่อ selector แยกกัน ระเบียนของระบบเดิม เช่น default._domainkey อยู่ร่วมกับ selector1 และ selector2 ของ Microsoft 365 ได้ ให้ลบเมื่อแน่ใจว่าระบบเดิมเลิกส่งอีเมลในนามโดเมนนี้แล้ว

อีเมลที่ส่งจากเว็บไซต์หรือ CRM ยังไม่ผ่าน DKIM ทำไม?

เพราะลายเซ็นของ Microsoft 365 ใส่ให้เฉพาะอีเมลที่ส่งผ่าน Exchange Online ถ้าระบบเหล่านั้นส่งตรงออกอินเทอร์เน็ต ต้องเปิดการลงลายเซ็นในระบบนั้นแยก หรือให้ส่งผ่าน SMTP ของ Microsoft 365 แทน และควรใช้ subdomain เช่น news.example.com สำหรับจดหมายข่าวจำนวนมาก

เปิด DKIM แล้วอีเมลยังเข้า Spam ปลายทาง ทำไม?

ลายเซ็นเป็นเพียงปัจจัยหนึ่ง ปลายทางยังพิจารณา SPF, DMARC ชื่อเสียงของโดเมน และเนื้อหาอีเมล ตรวจ header ว่า SPF และ DMARC ผ่านครบ และหลีกเลี่ยงลิงก์ย่อหรือไฟล์แนบที่มักถูกใช้หลอกลวง

ถ้าต้องการให้ทีมงานตั้ง DKIM, SPF และ DMARC ให้ทุกโดเมนขององค์กรหรือตรวจว่าทำไมอีเมลเข้า Spam ติดต่อทีมงาน THAI DATA CLOUD ได้ทันที องค์กรที่ต้องการจัดหาไลเซนส์หรือให้ทีมงานดูแล Microsoft 365 พร้อมระบบอีเมลทั้งหมด ดูรายละเอียดได้ที่หน้าบริการของเรา

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ DKIM

แชร์FacebookXLINELinkedIn

มีคำถามเรื่องบริการ? ติดต่อทีมงาน