อีเมลเข้า Spam ทั้งที่ตั้ง SPF แล้ว มักเกิดจากองค์ประกอบอื่นที่ยังไม่ครบ ได้แก่ DKIM, DMARC, Domain Alignment, Reverse DNS, ปุ่มยกเลิกรับข่าวสาร และอัตราที่ผู้รับกดรายงานว่าเป็น Spam ผู้ให้บริการอีเมลรายใหญ่ประกาศข้อกำหนดสำหรับผู้ส่งจำนวนมาก (Bulk Sender) ไว้ชัดเจนตั้งแต่ปี 2024 และองค์กรที่ส่งน้อยกว่าเกณฑ์ก็ได้ประโยชน์จากการทำตามข้อกำหนดเดียวกัน
บทความนี้ไล่ตรวจทีละข้อ พร้อมวิธีดูว่าอีเมลของคุณผ่านหรือไม่ผ่านตรงไหน
ข้อกำหนด Bulk Sender คืออะไร
Bulk Sender หมายถึงผู้ที่ส่งอีเมลไปยังบัญชีของผู้ให้บริการรายนั้นจำนวนมากต่อวัน เกณฑ์ที่ประกาศคือประมาณ 5,000 ฉบับต่อวัน [ตรวจสอบ: เกณฑ์และนิยามล่าสุดจากเอกสารของผู้ให้บริการแต่ละราย] ผู้ให้บริการที่ประกาศข้อกำหนดลักษณะนี้มีทั้ง Gmail, Yahoo และ Outlook.com ดูฉบับเต็มของ Google ได้ที่ Email sender guidelines
เช็กข้อที่ 1: อีเมลเข้า Spam เพราะ SPF ผ่านแต่ Alignment ไม่ผ่าน
SPF ตรวจโดเมนใน Envelope From (Return-Path) ไม่ใช่โดเมนใน From ที่ผู้รับเห็น ถ้าส่งผ่านระบบภายนอก เช่น ระบบ CRM หรือระบบส่งจดหมายข่าว Return-Path มักเป็นโดเมนของผู้ให้บริการ SPF จึงผ่านแต่ Align ไม่ตรงกับโดเมนของคุณ DMARC จะไม่นับผลนั้น
วิธีแก้: ตั้ง Custom Return-Path หรือเซ็น DKIM ด้วยโดเมนของคุณเอง อย่างใดอย่างหนึ่งผ่านแบบ Align ก็เพียงพอให้ DMARC ผ่าน
เช็กข้อที่ 2: DKIM ยังไม่ได้เซ็น หรือ Key สั้นเกินไป
ดู Header ชื่อ Authentication-Results ในอีเมลที่ได้รับ ต้องเห็น dkim=pass และ header.d= เป็นโดเมนของคุณ แนะนำให้ใช้ Key ขนาด 2048 bit ถ้าระบบรองรับ
เช็กข้อที่ 3: DMARC ยังไม่มี
เริ่มจาก Record ที่ไม่กระทบการส่ง แล้วค่อยเข้มงวดขึ้นเมื่ออ่าน Report แล้วว่าทุกระบบผ่าน
_dmarc.example.com. TXT "v=DMARC1; p=none; rua=mailto:[email protected]"
หลังจากนั้นเลื่อนเป็น p=quarantine และ p=reject ตามลำดับ การข้ามไปใช้ p=reject ทันทีทั้งที่ยังมีระบบบางตัวไม่ผ่าน จะทำให้อีเมลจริงถูกปฏิเสธ
เช็กข้อที่ 4: Reverse DNS และ HELO ไม่ตรงกัน
IP ที่ส่งอีเมลต้องมี PTR Record ชี้ไปยัง Hostname และ Hostname นั้นต้องชี้กลับมาที่ IP เดิม (Forward-confirmed Reverse DNS) ตรวจได้ด้วยคำสั่ง
dig -x 203.0.113.10 +short
dig mail.example.com +short
PTR ตั้งได้ที่ผู้ให้บริการที่เป็นเจ้าของ IP เท่านั้น ถ้าใช้ Cloud Server ต้องขอให้ผู้ให้บริการตั้งให้
เช็กข้อที่ 5: ไม่มีปุ่มยกเลิกรับอีเมล
อีเมลการตลาดต้องมี Header ตามมาตรฐาน RFC 8058 เพื่อให้ผู้รับยกเลิกได้ในคลิกเดียว
List-Unsubscribe: <https://example.com/unsub?id=abc123>
List-Unsubscribe-Post: List-Unsubscribe=One-Click
และต้องดำเนินการยกเลิกให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด [ตรวจสอบ: ระยะเวลาที่ผู้ให้บริการกำหนด] ถ้าไม่มีปุ่มนี้ ผู้รับจะกดรายงาน Spam แทน และอีเมลเข้า Spam บ่อยขึ้นในรอบถัดไป ซึ่งกระทบ Reputation มากกว่า
เช็กข้อที่ 6: Spam Rate สูงจนอีเมลเข้า Spam ต่อเนื่อง
Spam Rate คือสัดส่วนผู้รับที่กดรายงานว่าเป็น Spam ต่ออีเมลที่ส่งถึงกล่องจดหมาย ติดตามได้จาก Google Postmaster Tools และ Microsoft SNDS สาเหตุที่พบบ่อยในองค์กรไทย ได้แก่
- ส่งให้รายชื่อที่ไม่ได้ขออนุญาต หรือรายชื่อเก่าที่ไม่ได้ติดต่อนาน
- ส่งถี่เกินไปจากช่วงปกติ เช่น ช่วงแคมเปญ 11.11 และ 12.12
- หัวเรื่องและเนื้อหาไม่ตรงกับสิ่งที่ผู้รับคาดหวัง
ถ้าอีเมลจากเครื่องพิมพ์หรือแอปภายในส่งไม่ออกตั้งแต่ต้นทาง ให้ดูบทความ SMTP ของเครื่องพิมพ์และแอปเก่าส่งอีเมลไม่ออก ประกอบ
แยกอีเมลธุรกรรมออกจากอีเมลการตลาด
อีเมลธุรกรรม เช่น ใบแจ้งหนี้ และรหัส OTP ไม่ควรใช้โดเมนย่อยหรือ IP เดียวกับอีเมลการตลาด ถ้าแคมเปญการตลาดทำให้ Reputation ตก อีเมลสำคัญจะไม่เข้า Spam ตามไปด้วย การแยกแบบนี้เป็นวิธีที่ได้ผลที่สุดวิธีหนึ่งในการป้องกันไม่ให้อีเมลเข้า Spam ในระยะยาว วิธีที่ใช้กันทั่วไปคือแยก Subdomain เช่น mail.example.com สำหรับธุรกรรม และ news.example.com สำหรับการตลาด
เปิดอีเมลที่เข้า Spam แล้วดู Original Message หรือ View Source ให้หาบรรทัดต่อไปนี้
spf=pass หรือ fail
dkim=pass พร้อม header.d= ที่ตรงกับโดเมนของคุณ
dmarc=pass
X-Forefront-Antispam-Report หรือ Header เฉพาะของผู้ให้บริการ ซึ่งมักบอกคะแนนหรือเหตุผลที่จัดเป็น Spam
ถ้าทั้งสามค่าเป็น pass แต่ยังเข้า Spam ปัญหาที่ทำให้อีเมลเข้า Spam มักอยู่ที่ Reputation ของโดเมนหรือ IP และเนื้อหา ไม่ใช่การตั้งค่าทางเทคนิค
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมอีเมลเข้า Spam เฉพาะบางผู้ให้บริการ?
ผู้ให้บริการแต่ละรายใช้เกณฑ์และข้อมูล Reputation ของตัวเอง ถ้าเข้า Spam เฉพาะที่เดียว ให้ดูเครื่องมือ Postmaster ของผู้ให้บริการนั้น และตรวจว่า IP ติด Blocklist หรือไม่
องค์กรที่ส่งอีเมลน้อยกว่า 5,000 ฉบับต่อวันต้องทำตามข้อกำหนด Bulk Sender ไหม?
ไม่บังคับทุกข้อ แต่ควรทำ SPF, DKIM และ DMARC ให้ครบ เพราะเป็นพื้นฐานที่ลดโอกาสอีเมลเข้า Spam และป้องกันการปลอมแปลงโดเมน
IP ใหม่ทำให้อีเมลเข้า Spam ทั้งที่ตั้งค่าครบ เพราะอะไร?
IP ใหม่ยังไม่มีประวัติการส่ง ต้องทำ IP Warm-up คือค่อยๆ เพิ่มปริมาณส่งทีละขั้นในช่วงหลายสัปดาห์ เริ่มจากผู้รับที่มีส่วนร่วมสูง
ใช้ SPF ได้กี่ Include?
SPF มีข้อจำกัดไม่เกิน 10 DNS Lookup ถ้าเกิน ผลจะเป็น permerror และถือว่าไม่ผ่าน ควรลบบริการที่ไม่ได้ใช้แล้วออกจาก Record
สรุป
อีเมลเข้า Spam ทั้งที่ตั้ง SPF แล้วเป็นอาการที่พบบ่อย เพราะ SPF เป็นแค่หนึ่งในหลายเงื่อนไข ให้ไล่ตรวจตาม Checklist คือ Alignment, DKIM, DMARC, Reverse DNS, Unsubscribe และ Spam Rate แล้วแยกอีเมลธุรกรรมออกจากการตลาด
THAI DATA CLOUD ให้บริการ Private Mail Server, Direct Mail และ Anti Spam Gateway ที่ช่วยตั้งค่า SPF, DKIM, DMARC และ Reverse DNS ให้ถูกต้อง [ตรวจสอบ: ขอบเขตการตั้งค่าที่รวมในบริการ] อ่านกรณีศึกษาการแก้อีเมลตีกลับได้ที่ แก้ปัญหาอีเมลตีกลับด้วย Private Mail Server หรือปรึกษาทีมได้ที่ ติดต่อ THAI DATA CLOUD