RDS Licensing: ติดตั้ง License Server และ CAL ให้ RDP หลายคน

เข้าใจ RDS Licensing ก่อนเปิด RDP ให้หลายผู้ใช้ เลือก CAL แบบ Per User หรือ Per Device ให้ตรงรุ่น แล้ว Activate License Server ก่อนช่วงผ่อนผัน 120 วันหมด

โดย ทีมงาน THAI DATA CLOUD อัปเดต อ่าน 13 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
RDS Licensing — RDS Licensing: ติดตั้ง License Server และ CAL ให้ RDP หลายคน
RDS Licensing: ติดตั้ง License Server และ CAL ให้ RDP หลายคน

คำตอบสั้น ๆ: เข้าใจ RDS Licensing ก่อนเปิด RDP ให้หลายผู้ใช้ เลือก CAL แบบ Per User หรือ Per Device ให้ตรงรุ่น แล้ว Activate License Server ก่อนช่วงผ่อนผัน 120 วันหมด

คู่มือนี้อธิบาย RDS Licensing ทีละขั้นตอน พร้อมคำสั่งที่ใช้ได้จริงและปัญหาที่พบบ่อย

RDS Licensing คือระบบไลเซนส์ของ Remote Desktop Services ที่ Windows Server ใช้ควบคุมการเข้าใช้งานแบบหลายผู้ใช้พร้อมกัน ตามค่าเริ่มต้น Windows Server ยอมให้เข้า Remote Desktop พร้อมกันได้ 2 session เพื่อการดูแลระบบเท่านั้น ถ้าต้องการให้พนักงานหลายคนใช้โปรแกรมบนเซิร์ฟเวอร์พร้อมกัน เช่นโปรแกรมบัญชีหรือ ERP ต้องติดตั้ง Role Remote Desktop Session Host และมี RDS CAL (Client Access License) สำหรับทุกผู้ใช้หรือทุกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ

คู่มือนี้อธิบายเฉพาะเรื่องที่ Microsoft กำหนดไว้ชัดเจน ได้แก่ ชนิดและรุ่นของ CAL การติดตั้งและ Activate License Server การใส่ CAL การชี้ Session Host ไปหา License Server และการตรวจสถานะ เมื่อทำครบ ผู้ใช้จะเข้าใช้งานได้ต่อเนื่องหลังช่วงผ่อนผัน 120 วันหมดลง ไม่เกิดเหตุการณ์ที่ทุกคนเข้าไม่ได้พร้อมกันในเช้าวันหนึ่ง

แผนภาพ RDS Licensing ที่ผู้ใช้เชื่อมต่อ RD Session Host ซึ่งขอ CAL จาก License Server ที่ Activate กับ Microsoft Clearinghouse
Session Host ขอ CAL จาก License Server ทุกครั้งที่ผู้ใช้หรืออุปกรณ์เชื่อมต่อ

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • Windows Server 2019, 2022 หรือ 2025 สำหรับเป็น Session Host และ License Server จะเป็นเครื่องเดียวกันก็ได้ในระบบขนาดเล็ก
  • ควรอยู่ในโดเมน Active Directory โดยเฉพาะถ้าจะใช้ CAL แบบ Per User เพราะการติดตามต้องอาศัยโดเมน
  • RDS CAL ที่ซื้อถูกต้อง พร้อม License code หรือเลขที่สัญญา (Agreement number) ตามช่องทางที่ซื้อ
  • License Server ออกอินเทอร์เน็ตทาง TCP 443 ได้ สำหรับการ Activate แบบ Automatic connection
  • บัญชี Administrator ของเครื่อง และ Domain Admin ถ้าต้องเพิ่ม License Server เข้ากลุ่มในโดเมน

เงื่อนไขการใช้ไลเซนส์ของ Microsoft บนเซิร์ฟเวอร์ที่เช่าจากผู้ให้บริการคลาวด์ขึ้นกับช่องทางและสัญญาที่ซื้อ ก่อนสั่งซื้อ CAL ควรยืนยันกับผู้ขายไลเซนส์หรือทีมงานผู้ให้บริการว่ารูปแบบใดใช้กับเครื่องของคุณได้

ขั้นตอนที่ 1: เลือกชนิดและรุ่นของ CAL ให้ถูกต้อง

ใน RDS Licensing มี CAL สองชนิด แบบ Per Device ผูกกับเครื่องที่เชื่อมต่อ เหมาะกับงานที่หลายคนผลัดกันใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเดียว เช่นพนักงานหลายกะ ส่วนแบบ Per User ผูกกับบัญชีผู้ใช้ใน Active Directory เหมาะกับพนักงานที่ใช้หลายอุปกรณ์ เช่นโน้ตบุ๊กและแท็บเล็ต

ตารางเปรียบเทียบ RDS CAL แบบ Per User และ Per Device ในระบบ RDS Licensing ทั้งการผูก การติดตาม และกรณีที่เหมาะสม
สรุปจากเอกสาร Microsoft เลือกชนิดให้ตรงกับรูปแบบการทำงานจริงขององค์กร

เรื่องรุ่นสำคัญไม่แพ้กัน CAL ต้องเป็นรุ่นเดียวกับหรือใหม่กว่า Windows Server ของ Session Host เช่นเครื่อง Windows Server 2025 ใช้ได้เฉพาะ CAL รุ่น 2025 และ License Server ต้องเป็นรุ่นเดียวกับหรือใหม่กว่า CAL ที่ติดตั้ง License Server รุ่น 2022 จึงติดตั้ง CAL รุ่น 2025 ไม่ได้ ตรวจรุ่นของเครื่องก่อนซื้อทุกครั้ง

ขั้นตอนที่ 2: ติดตั้ง Session Host และ Remote Desktop Licensing

บนเครื่องที่จะให้ผู้ใช้เข้า ติดตั้ง Role Service ของ Session Host และ RDS Licensing ด้วยคำสั่งนี้ ระบบจะรีสตาร์ตให้เมื่อเสร็จ

Install-WindowsFeature -Name RDS-RD-Server, RDS-Licensing -IncludeManagementTools -Restart
Get-WindowsFeature -Name RDS-RD-Server, RDS-Licensing

ถ้าทำผ่านหน้าจอ เปิด Server Manager › Manage › Add Roles and Features เลือก Role-based or feature-based installation ติ๊ก Remote Desktop Services แล้วในหน้า Role Services เลือก Remote Desktop Session Host และ Remote Desktop Licensing Microsoft ไม่แนะนำให้ติดตั้ง Session Host บน Domain Controller ควรแยกเครื่อง

ขั้นตอนที่ 3: Activate License Server

License Server ที่ยังไม่ Activate ออก CAL ถาวรไม่ได้ ระบบ RDS Licensing จึงทำงานได้แค่ในช่วงผ่อนผัน เปิด Server Manager › Tools › Remote Desktop Services › Remote Desktop Licensing Manager เลือกชื่อเซิร์ฟเวอร์ แล้วไปที่ Action › Activate Server

  • เลือก Connection method เป็น Automatic connection (recommended) ซึ่งติดต่อ Microsoft Clearinghouse ผ่าน TCP 443
  • กรอก Company information ได้แก่ ชื่อ นามสกุล ชื่อบริษัท และประเทศ แล้วกด Next จนจบ
  • ถ้าเครื่องออกอินเทอร์เน็ตไม่ได้ เลือก Web Browser แล้วทำขั้นตอนผ่านเบราว์เซอร์จากเครื่องอื่น
ภาพจำลองหน้า Connection Method ของ Activate Server Wizard ใน RD Licensing Manager ที่เลือก Automatic connection
เลือก Automatic connection (recommended) เมื่อเครื่องออกอินเทอร์เน็ตทาง 443 ได้ (ภาพจำลอง)

เมื่อสำเร็จ คอลัมน์ Activation Status ของเซิร์ฟเวอร์ใน RD Licensing Manager จะเป็น Activated ซึ่งแปลว่าพร้อมรับ CAL

ขั้นตอนที่ 4: ติดตั้ง CAL ด้วย Install Licenses Wizard

ที่ RD Licensing Manager เลือกเซิร์ฟเวอร์แล้วไปที่ Action › Install Licenses หน้าแรกของวิซาร์ดให้เลือก License program ให้ตรงกับเอกสารการซื้อ เช่น License Pack (Retail Purchase) หรือ Enterprise Agreement จากนั้นกรอก License code หรือเลขที่สัญญา เลือกรุ่นผลิตภัณฑ์ ชนิด CAL และจำนวน แล้วกด Finish

ตรวจผลในหน้าหลักของ RD Licensing Manager จะเห็นรายการ CAL ที่ติดตั้ง จำนวนทั้งหมด และจำนวนที่ออกให้ผู้ใช้ไปแล้ว ถ้าชนิดหรือรุ่นไม่ตรงกับที่ซื้อ ให้แก้ตอนนี้ก่อนผู้ใช้เริ่มเชื่อมต่อ

ขั้นตอนที่ 5: ชี้ Session Host ไปที่ License Server และตั้ง Licensing Mode

การตั้งค่า RDS Licensing ฝั่ง Session Host มีสองค่า คือจะขอ CAL จากเครื่องใดและใช้โหมดใด ถ้าติดตั้งแบบ Role-based ตามขั้นตอนที่ 2 ให้ตั้งผ่าน Group Policy เปิด gpedit.msc สำหรับเครื่องเดี่ยว หรือ Group Policy Management สำหรับทั้งโดเมน แล้วไปที่

Computer Configuration › Administrative Templates › Windows Components
  › Remote Desktop Services › Remote Desktop Session Host › Licensing
  • Use the specified Remote Desktop license servers ตั้งเป็น Enabled แล้วใส่ชื่อ License Server เช่น rds01.corp.example.com
  • Set the Remote Desktop licensing mode ตั้งเป็น Enabled แล้วเลือก Per User หรือ Per Device ให้ตรงกับ CAL ที่ติดตั้ง
gpupdate /force

ถ้าสร้างระบบแบบเต็มผ่าน Remote Desktop Services installation ที่มี Connection Broker ให้ตั้งที่ Server Manager › Remote Desktop Services › Overview › Tasks › Edit Deployment Properties › RD Licensing แทน สำหรับระบบในโดเมน ให้คลิกขวาที่เซิร์ฟเวอร์ใน RD Licensing Manager เลือก Review Configuration แล้วกด Add to Group เพื่อเพิ่มเครื่องเข้ากลุ่ม Terminal Server License Servers ซึ่งจำเป็นต่อการติดตาม Per User CAL

ขั้นตอนที่ 6: ตรวจสถานะด้วย RD Licensing Diagnoser

เปิด Server Manager › Tools › Remote Desktop Services › RD Licensing Diagnoser หรือพิมพ์ lsdiag.msc หน้านี้รวมสถานะ RDS Licensing ทั้งหมดของ Session Host ไว้ที่เดียว ต้องเห็น Licensing mode ตรงกับที่ตั้ง ชื่อ License Server ถูกต้อง และจำนวน CAL ที่ยังว่าง โดยไม่มีคำเตือนสีเหลืองหรือแดง ดูจำนวนวันผ่อนผันที่เหลือได้จาก PowerShell

$ts = Get-CimInstance -Namespace root/cimv2/TerminalServices -ClassName Win32_TerminalServiceSetting
Invoke-CimMethod -InputObject $ts -MethodName GetGracePeriodDays

ค่า DaysLeft คือจำนวนวันก่อนช่วงผ่อนผันหมด ถ้าตั้งค่าครบแล้วและ Diagnoser ไม่มีคำเตือน ผู้ใช้จะได้ CAL จาก License Server ตามปกติแม้ตัวเลขนี้ลดลงเรื่อย ๆ สำหรับ Per User ให้ออกรายงานการใช้งานเป็นระยะที่ RD Licensing Manager › Create Report › CAL Usage เพื่อยืนยันว่าจำนวนผู้ใช้ไม่เกินที่ซื้อ

รายการตรวจ RDS Licensing ก่อนช่วงผ่อนผันหมด ทั้งรุ่น CAL การ Activate โหมดไลเซนส์ และผลจาก RD Licensing Diagnoser
ทำให้ครบทุกข้อก่อนวันที่ DaysLeft เหลือศูนย์ ผู้ใช้จะไม่ถูกตัดการเชื่อมต่อ

ปัญหาที่พบบ่อยเกี่ยวกับ RDS Licensing

ผู้ใช้ถูกตัดการเชื่อมต่อพร้อมข้อความว่าไม่มี License Server ให้ไลเซนส์ เกิดจากอะไร?

ข้อความ there are no Remote Desktop License Servers available to provide a license มักเกิดหลังช่วงผ่อนผัน 120 วันหมด โดยที่ Session Host ยังไม่ได้ชี้ไปที่ License Server หรือ License Server ยังไม่ Activate หรือ CAL ต่างรุ่นกับเครื่อง เปิด RD Licensing Diagnoser ซึ่งจะบอกจุดที่ผิดตรง ๆ แล้วแก้ตามขั้นตอนที่ 3 ถึง 5

มีแจ้งเตือนว่า Remote Desktop licensing mode is not configured ต้องทำอะไร?

แปลว่า Session Host ยังไม่รู้โหมดไลเซนส์และกำลังนับถอยหลังช่วงผ่อนผัน ตั้งนโยบาย Set the Remote Desktop licensing mode และ Use the specified Remote Desktop license servers ตามขั้นตอนที่ 5 แล้วรัน gpupdate /force คำเตือนจะหายไปเมื่อระบบอ่านค่าใหม่

ซื้อ CAL ของ Windows Server 2022 ไว้แล้ว ใช้กับเครื่อง 2025 ได้ไหม?

ไม่ได้ CAL รุ่นเก่าใช้เข้าเครื่องรุ่นใหม่กว่าไม่ได้ แต่ CAL รุ่นใหม่ใช้กับเครื่องรุ่นเก่ากว่าได้ เช่น CAL รุ่น 2025 ใช้กับ Session Host รุ่น 2022 และ 2019 ได้ ถ้าวางแผนอัปเกรดเครื่องในอนาคต การซื้อ CAL รุ่นล่าสุดจะคุ้มกว่า

ใช้ Per User CAL กับเซิร์ฟเวอร์ที่ไม่ได้อยู่ในโดเมนได้หรือไม่?

เอกสารของ Microsoft ระบุว่า Per User CAL ติดตามไม่ได้ในสภาพแวดล้อม Workgroup และระบบไม่บังคับนับจำนวนให้ ผู้ดูแลต้องรับผิดชอบนับเองให้ครบตามสัญญา ถ้าเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้อยู่ในโดเมน Per Device ติดตามได้ชัดเจนกว่า หรือพิจารณา ติดตั้ง Active Directory ก่อนเปิดให้หลายผู้ใช้

เมื่อ RDS Licensing พร้อมแล้ว ให้สร้างบัญชีผู้ใช้ตาม คู่มือสร้างผู้ใช้ Remote Desktop และเปิด Account Lockout Policy ป้องกันการเดารหัสผ่าน ถ้าต้องการให้ช่วยวางระบบ Remote Desktop สำหรับทั้งองค์กร ติดต่อทีมงาน THAI DATA CLOUD หรือดูเครื่องที่ Cloud Windows Server รายละเอียดอ่านได้จาก เอกสาร RDS CAL และ การ Activate License Server ของ Microsoft Learn

สรุปขั้นตอน RDS Licensing

ทบทวน RDS Licensing ทั้งหมดตามลำดับ ก่อนนำไปใช้กับระบบจริง

  1. เลือกชนิดและรุ่นของ CAL ให้ถูกต้อง
  2. ติดตั้ง Session Host และ Remote Desktop Licensing
  3. Activate License Server
  4. ติดตั้ง CAL ด้วย Install Licenses Wizard
  5. ชี้ Session Host ไปที่ License Server และตั้ง Licensing Mode
  6. ตรวจสถานะด้วย RD Licensing Diagnoser

เมื่อทำครบทุกข้อแล้ว RDS Licensing จะพร้อมใช้งาน หากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาด ให้ย้อนกลับไปดูหัวข้อปัญหาที่พบบ่อยด้านบน ซึ่งรวบรวมกรณีที่พบจริงจากการใช้งาน RDS Licensing ไว้แล้ว

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ RDS Licensing

แชร์FacebookXLINELinkedIn

มีคำถามเรื่องบริการ? ติดต่อทีมงาน