ลดความยุ่งยากในการใช้คลาวด์ พูดคุยกับเจ้าหน้าที่

Home แก้ไข DNS Record บน DirectAdmin

แก้ไข DNS Record บน DirectAdmin

เมื่อโดเมนของคุณใช้ Name Server ของเซิร์ฟเวอร์ DirectAdmin การเปลี่ยนเส้นทางเว็บไซต์ อีเมล หรือการยืนยันความเป็นเจ้าของโดเมนกับบริการภายนอก เช่น Google Workspace, Microsoft 365 หรือ Facebook ทั้งหมดทำที่เมนู DNS Management ของ DirectAdmin คู่มือนี้อธิบายการเพิ่มและแก้ Record ที่ใช้บ่อย พร้อมจุดที่มักพิมพ์ผิดจนทำให้ Record ไม่ทำงาน

ถ้ายังไม่แน่ใจว่า Record แต่ละชนิดทำหน้าที่อะไร อ่าน ทำความรู้จัก DNS Record: A, AAAA, CNAME, MX, TXT และ NS ก่อนเริ่ม

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • บัญชี DirectAdmin ระดับผู้ใช้ที่มีโดเมนนั้นอยู่
  • ยืนยันว่าโดเมนใช้ Name Server ของเซิร์ฟเวอร์นี้จริง ตรวจด้วย dig +short NS example.com ถ้าผลเป็น Name Server ของที่อื่น เช่น Cloudflare การแก้ใน DirectAdmin จะไม่มีผล ต้องไปแก้ที่ผู้ให้บริการ DNS นั้น
  • ค่าของ Record ที่จะใส่ เช่น IP ของเซิร์ฟเวอร์ หรือค่า TXT ที่บริการภายนอกให้มา

หมายเหตุ: คู่มือนี้อ้างอิงหน้าตาแบบ Evolution ซึ่งเป็นหน้าตามาตรฐานของ DirectAdmin รุ่นปัจจุบัน ถ้าหน้าจอของคุณเป็นแบบเก่า (Enhanced) ชื่อเมนูจะเหมือนกันแต่ตำแหน่งต่างไป และในหน้า Dashboard ของ Evolution มีช่องค้นหาที่พิมพ์ชื่อเมนูเพื่อไปยังหน้านั้นได้ทันที

ขั้นตอนที่ 1: สำรองค่าเดิมก่อนแก้

DNS ที่ผิดทำให้ทั้งเว็บและอีเมลใช้ไม่ได้ ก่อนแก้ให้บันทึก Record เดิมไว้ เช่น ถ่ายภาพหน้าจอรายการทั้งหมด หรือรันคำสั่งต่อไปนี้แล้วเก็บผลไว้

dig +noall +answer example.com A
dig +noall +answer www.example.com A
dig +noall +answer example.com MX
dig +noall +answer example.com TXT

ถ้ากำลังจะย้ายเว็บหรืออีเมลไปเซิร์ฟเวอร์ใหม่ ให้ลด TTL ล่วงหน้าตาม ทำความเข้าใจ TTL และวางแผนย้าย DNS ไม่ให้เว็บล่ม

ขั้นตอนที่ 2: เปิดหน้า DNS Management

  1. เข้าสู่ระบบ DirectAdmin ถ้ามีหลายโดเมน ให้เลือกโดเมนที่ต้องการจากตัวเลือกโดเมนด้านบน
  2. ในหมวด Account Manager คลิก DNS Management
  3. จะเห็นรายการ Record ทั้งหมดของโดเมน แต่ละแถวแสดง Name, TTL, Type และ Value

ขั้นตอนที่ 3: เข้าใจรูปแบบชื่อ (จุดท้ายชื่อ)

นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งของ Record ที่ใช้ไม่ได้ ในไฟล์ DNS Zone ชื่อที่ ลงท้ายด้วยจุด คือชื่อเต็ม ส่วนชื่อที่ ไม่มีจุดท้าย ระบบจะต่อชื่อโดเมนให้อัตโนมัติ

พิมพ์ในช่องระบบตีความเป็นถูกหรือผิด
wwwwww.example.comถูก
www.example.com.www.example.comถูก
www.example.comwww.example.com.example.comผิด
example.com.ตัวโดเมนหลัก (Apex)ถูก

กฎเดียวกันใช้กับช่อง Value ของ CNAME และ MX ด้วย ถ้าชี้ไปยังชื่อเต็มนอกโดเมน เช่น shop.example.net ต้องใส่จุดท้ายเป็น shop.example.net. ดูรูปแบบของ Record เดิมที่ระบบสร้างไว้ในหน้าเดียวกันเป็นตัวอย่างได้

ขั้นตอนที่ 4: เพิ่มหรือแก้ Record

  1. คลิก Add Record
  2. เลือก Type แล้วกรอก Name, Value และ TTL (ถ้าเว้นว่าง จะใช้ค่าเริ่มต้นของ Zone)
  3. คลิก Add เพื่อบันทึก
  4. การแก้ Record เดิม ให้คลิกไอคอนแก้ไขที่แถวนั้น ถ้าเวอร์ชันของคุณไม่มีปุ่มแก้ไข ให้เพิ่ม Record ใหม่ก่อนแล้วจึงลบ Record เก่า

ตัวอย่าง Record ที่ใช้บ่อย

งานTypeNameValue
ชี้โดเมนหลักไปเซิร์ฟเวอร์Aexample.com.203.0.113.10
ชี้ Subdomain ไปอีกเครื่องAapp203.0.113.20
ชี้ชื่อไปยังบริการภายนอกCNAMEshopshop.example.net.
รับอีเมลที่เซิร์ฟเวอร์อื่นMXexample.com.mail.example.net. โดยตั้ง Priority เช่น 10
SPFTXTexample.com.v=spf1 a mx ip4:203.0.113.10 ~all
ยืนยันโดเมนกับบริการภายนอกTXTexample.com.ค่าที่บริการนั้นให้มา เช่น google-site-verification=...

ข้อควรระวัง

  • ชื่อหนึ่งจะมีได้ทั้ง CNAME และ Record ชนิดอื่นพร้อมกันไม่ได้ และไม่ควรตั้ง CNAME ที่ตัวโดเมนหลัก
  • โดเมนหนึ่งควรมี SPF Record เพียงรายการเดียว ถ้าใช้หลายบริการส่งอีเมล ให้รวมค่าไว้ใน TXT รายการเดียว
  • ถ้าย้ายอีเมลไปผู้ให้บริการอื่น นอกจากแก้ MX ต้องแจ้งเซิร์ฟเวอร์ DirectAdmin ว่าไม่ได้รับอีเมลโดเมนนี้เองแล้ว โดยเอาเครื่องหมายตัวเลือกใช้เซิร์ฟเวอร์นี้รับอีเมล (Local Mail Server) ออกในหน้า MX Records หรือ E-Mail Manager ตามเวอร์ชัน มิฉะนั้นอีเมลที่ส่งจากเว็บไซต์ในเครื่องเดียวกันจะค้างอยู่ในเครื่องแทนที่จะออกไปยังผู้ให้บริการใหม่
  • อย่าลบ Record ที่ชื่อขึ้นต้นด้วย x._domainkey ถ้ายังใช้อีเมลบนเซิร์ฟเวอร์นี้ เพราะเป็นค่า DKIM ของอีเมลที่ส่งออก

ตรวจสอบผลลัพธ์

ถามตรงไปที่ Name Server ของโดเมนก่อน เพื่อตรวจว่า Record ถูกบันทึกแล้วโดยไม่ต้องรอแคช เปลี่ยน ns1.example.com เป็นชื่อ Name Server ที่ได้จากคำสั่ง dig +short NS example.com

dig @ns1.example.com app.example.com A +short

ควรได้ 203.0.113.20 จากนั้นตรวจผ่าน DNS สาธารณะ

dig @1.1.1.1 app.example.com A +short
dig @8.8.8.8 example.com TXT +short

ถ้า Name Server ตอบถูกแต่ DNS สาธารณะยังได้ค่าเดิม แปลว่ายังติดแคชตาม TTL ของ Record เดิม ให้รอจนครบเวลา บน Windows ใช้ nslookup app.example.com 1.1.1.1 แทนได้ ดูเพิ่มที่ ตรวจสอบ DNS ด้วย nslookup และ dig

ปัญหาที่พบบ่อย

เพิ่ม Record แล้ว dig ไม่เจอเลย

ตรวจเรื่องจุดท้ายชื่อตามขั้นตอนที่ 3 ลองค้นชื่อซ้อนอย่าง app.example.com.example.com ถ้าเจอ แปลว่าพิมพ์ชื่อเต็มโดยไม่มีจุดท้าย และตรวจว่าโดเมนใช้ Name Server ของเซิร์ฟเวอร์นี้จริง

แก้ MX แล้วอีเมลไม่เข้าผู้ให้บริการใหม่

อาจยังมี MX เดิมค้างอยู่ ทำให้ผู้ส่งบางรายส่งไปเซิร์ฟเวอร์เก่า ให้ลบ MX เดิมที่ไม่ใช้แล้วและรอครบ TTL

แก้ไขมั่วจนเว็บและอีเมลใช้ไม่ได้

DirectAdmin มีปุ่มคืนค่า DNS Zone เป็นค่าเริ่มต้น (Reset Defaults ในบางเวอร์ชัน) ซึ่งจะลบ Record ที่คุณเพิ่มเองทั้งหมด รวมถึง TXT สำหรับยืนยันโดเมน ให้ใช้เป็นทางสุดท้าย แล้วเพิ่ม Record ที่จำเป็นกลับจากค่าที่บันทึกไว้ในขั้นตอนที่ 1

หากทำตามขั้นตอนแล้วยังติดปัญหา ติดต่อทีมซัพพอร์ต THAI DATA CLOUD ได้ที่ https://thaidata.cloud/contact/ โดยแจ้งชื่อโดเมน ชื่อผู้ใช้ DirectAdmin สิ่งที่ทำไปแล้ว และข้อความ Error ที่เห็น

ผู้ให้บริการคลาวด์ไทย
เพื่อธุรกิจของคนไทย

"มุ่งมั่น" และ "มั่นคง"
พร้อมรับมือทุกการเติบโต
Trust Cloud
คลาว์ที่ปลอดภัย
คือรากฐานที่มั่นคง
cloud security