ลดความยุ่งยากในการใช้คลาวด์ พูดคุยกับเจ้าหน้าที่

Home สำรองและกู้คืนเว็บไซต์ด้วย Backup Manager บน Plesk

สำรองและกู้คืนเว็บไซต์ด้วย Backup Manager บน Plesk

Backup Manager เป็นเครื่องมือสำรองข้อมูลที่อยู่ใน Plesk สำรองได้ครบทั้งไฟล์เว็บไซต์ ฐานข้อมูล กล่องอีเมล และการตั้งค่าของโดเมน (เช่น DNS, SSL, PHP) ในไฟล์เดียว เมื่อเว็บโดนแฮก ลบไฟล์ผิด หรืออัปเดตปลั๊กอินแล้วเว็บพัง ก็กู้กลับไปยังจุดที่สำรองไว้ได้ในไม่กี่คลิก

บทความนี้อธิบายการสำรองทันที การตั้งเวลาสำรองอัตโนมัติ การส่งไฟล์สำรองไปเก็บนอกเซิร์ฟเวอร์ และการกู้คืน ทั้งแบบทั้งเว็บและแบบเลือกเฉพาะไฟล์หรือฐานข้อมูล ชื่อเมนูอ้างอิง Plesk Obsidian บางตัวเลือกอาจแสดงหรือไม่แสดงขึ้นกับสิทธิ์ที่ผู้ให้บริการกำหนดในแพ็กเกจของคุณ

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • บัญชีเข้า Plesk ที่มีสิทธิ์ Backup and restore
  • พื้นที่ว่างเพียงพอ ไฟล์สำรองที่เก็บบนเซิร์ฟเวอร์นับรวมในโควตาดิสก์ของแพ็กเกจ
  • (แนะนำ) ปลายทางสำรองนอกเซิร์ฟเวอร์ เช่น FTP/SFTP Server ของคุณเอง หรือบริการ Cloud Storage ที่ Plesk รองรับผ่าน Extension

ประเภทการสำรองที่ควรรู้

ตัวเลือกความหมายใช้เมื่อ
Fullสำรองทุกอย่างครบในไฟล์เดียวสำรองก่อนแก้ไขครั้งใหญ่ หรือเป็นชุดตั้งต้นของตารางเวลา
Incrementalสำรองเฉพาะที่เปลี่ยนจากครั้งก่อน ใช้พื้นที่น้อยและเร็วสำรองรายวันระหว่างชุด Full รายสัปดาห์
Plesk storageเก็บบนเซิร์ฟเวอร์เดียวกับเว็บกู้คืนได้เร็ว แต่ไม่ช่วยถ้าเซิร์ฟเวอร์เสียหาย
Remote storageส่งไปเก็บ FTP/SFTP หรือ Cloud Storageควรมีอย่างน้อยหนึ่งชุดเสมอ

ขั้นตอนที่ 1: ตั้งค่า Remote Storage (แนะนำ)

  1. ไปที่ Websites & Domains แล้วกด Backup & Restore (ในบางธีมอยู่ในเมนู Account หรือแถบเครื่องมือของโดเมน)
  2. กด Remote Storage Settings แล้วเลือกประเภท เช่น FTP
  3. กรอก FTP server hostname or IP, Directory for backup files, FTP user name และ Password
  4. ติ๊ก Use passive mode (เหมาะกับเครือข่ายส่วนใหญ่) และติ๊ก Use FTPS ถ้าปลายทางรองรับ เพื่อให้ข้อมูลถูกเข้ารหัสระหว่างส่ง
  5. กด OK Plesk จะทดสอบการเชื่อมต่อ ถ้าผิดพลาดจะแสดงข้อความให้แก้ก่อนบันทึก

ปลายทางแบบ Cloud เช่น Amazon S3, Google Drive, Dropbox หรือ Microsoft OneDrive ต้องติดตั้ง Extension ที่เกี่ยวข้องบนเซิร์ฟเวอร์ก่อน ถ้าไม่เห็นตัวเลือก ให้สอบถามผู้ให้บริการ

ขั้นตอนที่ 2: สำรองทันที

  1. ในหน้า Backup Manager กด Back Up
  2. ส่วนเนื้อหาที่จะสำรอง เลือก All หรือเลือกเฉพาะบางส่วน เช่น เฉพาะไฟล์และฐานข้อมูล หรือเฉพาะอีเมล (ชื่อตัวเลือกต่างกันเล็กน้อยตามเวอร์ชัน)
  3. ส่วน Store in เลือก Plesk storage, Remote storage หรือทั้งสอง
  4. ส่วน Type เลือก Full
  5. ถ้าต้องการ ติ๊ก Protect backup with password เพื่อเข้ารหัสข้อมูลสำคัญในไฟล์สำรอง และจดรหัสผ่านไว้ เพราะต้องใช้ตอนกู้คืนบนเซิร์ฟเวอร์อื่น
  6. ติ๊ก Send a notification email when the backup task is completed และใส่อีเมลของคุณ
  7. กด OK

งานสำรองจะทำงานเบื้องหลัง เว็บยังใช้งานได้ตามปกติ เมื่อเสร็จ ไฟล์สำรองจะปรากฏในรายการพร้อมวันเวลา ขนาด และคำอธิบาย

ขั้นตอนที่ 3: ตั้งเวลาสำรองอัตโนมัติ

  1. ในหน้า Backup Manager กด Schedule
  2. ติ๊ก Activate this backup task
  3. เลือกความถี่ (Daily, Weekly, Monthly) และเวลา ควรเลือกช่วงที่มีผู้เข้าเว็บน้อย เช่น ตีสาม
  4. เลือก Type: Incremental และตั้งให้สร้างชุด Full ทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน ตามตัวเลือกที่มีในเวอร์ชันของคุณ
  5. ตั้งจำนวนชุดที่เก็บไว้ (Maximum number of full backup files) เช่น 4 ชุด เพื่อไม่ให้ไฟล์สำรองกินโควตาจนเต็ม
  6. เลือก Store in และเนื้อหาที่จะสำรองเหมือนขั้นตอนที่ 2 แล้วกด OK

ถ้าพื้นที่เต็มเพราะไฟล์สำรองเก่า ดูวิธีลบใน การลบไฟล์สำรองข้อมูล (Remove Auto Backup) บน Plesk

ขั้นตอนที่ 4: กู้คืนทั้งหมด

  1. ในรายการไฟล์สำรอง คลิกชื่อชุดที่ต้องการ (ดูวันเวลาให้ตรงกับช่วงก่อนเกิดปัญหา)
  2. เลือกประเภทการกู้คืนเป็นทั้งหมด (All objects หรือ Restore all ตามเวอร์ชัน)
  3. ถ้าไฟล์สำรองมีรหัสผ่าน ให้กรอกรหัส
  4. กด Restore

หมายเหตุ: การกู้คืนทั้งหมดจะเขียนทับไฟล์ ฐานข้อมูล และอีเมลปัจจุบันด้วยข้อมูลของชุดที่เลือก สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากวันที่สำรอง เช่น คำสั่งซื้อใหม่หรืออีเมลใหม่ จะหายไป ก่อนกู้คืนให้กด Back Up สร้างชุดของสถานะปัจจุบันเก็บไว้ก่อนเสมอ

ขั้นตอนที่ 5: กู้คืนเฉพาะบางส่วน

กรณีต้องการกู้เฉพาะฐานข้อมูลหรือเฉพาะไฟล์บางไฟล์ ซึ่งปลอดภัยกว่าการกู้ทั้งหมด

  1. คลิกชื่อชุดสำรองที่ต้องการ
  2. เลือกกู้คืนแบบเลือกรายการ (Selected objects) แล้วเลือกประเภท เช่น Databases หรือ Files
  3. ถ้าเป็นฐานข้อมูล ติ๊กเฉพาะฐานข้อมูลที่ต้องการ ถ้าเป็นไฟล์ ให้ค้นหาหรือไล่โฟลเดอร์ เช่น httpdocs/wp-content/uploads แล้วติ๊กเฉพาะที่ต้องการ
  4. กด Restore

อีกวิธีที่ปลอดภัยคือกด Download ไฟล์สำรองมาเก็บในเครื่อง แล้วแตกไฟล์ดูก่อนตัดสินใจ ไฟล์ที่ Download มาสามารถอัปโหลดกลับด้วยปุ่ม Upload ในหน้า Backup Manager เพื่อกู้คืนภายหลังหรือบนเซิร์ฟเวอร์ Plesk เครื่องอื่นได้

ตรวจสอบผลลัพธ์

  • รายการไฟล์สำรองแสดงชุดใหม่ตามเวลาที่ตั้ง และขนาดใกล้เคียงกับขนาดเว็บรวมฐานข้อมูล ชุด Incremental จะเล็กกว่ามาก
  • ได้รับอีเมลแจ้งผลทุกครั้งที่งานสำรองเสร็จ ถ้ามีคำเตือน (Warning) ให้อ่านรายละเอียดในอีเมลหรือคลิกดูในรายการ
  • ทดลองกู้คืนเฉพาะไฟล์เล็กๆ หนึ่งไฟล์ไปยังเว็บทดสอบอย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อยืนยันว่าไฟล์สำรองใช้งานได้จริง

ปัญหาที่พบบ่อย

สำรองไม่สำเร็จเพราะพื้นที่ไม่พอ

การสร้างไฟล์สำรองต้องใช้พื้นที่ชั่วคราวเพิ่มขึ้นระหว่างทำงาน ลดจำนวนชุดที่เก็บไว้ ลบไฟล์สำรองเก่า เปลี่ยนไปเก็บที่ Remote storage อย่างเดียว หรือยกเว้นโฟลเดอร์ที่ไม่จำเป็น เช่น โฟลเดอร์ Cache ถ้าเวอร์ชันของคุณมีตัวเลือก Exclude files

ส่งไป FTP ไม่สำเร็จ

ตรวจชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และสิทธิ์เขียนโฟลเดอร์ปลายทาง ลองสลับการติ๊ก Use passive mode และตรวจว่าเซิร์ฟเวอร์ปลายทางเปิดพอร์ต FTP รวมถึงช่วงพอร์ต Passive ไว้แล้ว

สำรองเสร็จแต่มี Warning

มักเกิดจากไฟล์บางไฟล์อ่านไม่ได้เพราะสิทธิ์ผิด หรือเป็นไฟล์ที่ถูกลบระหว่างสำรอง ไฟล์สำรองส่วนใหญ่ยังใช้ได้ แต่ควรอ่านรายการไฟล์ที่มีปัญหาแล้วแก้สิทธิ์ให้ถูกต้อง

กู้คืนแล้วเว็บยังเป็นแบบเดิม

อาจเป็น Cache ของปลั๊กอิน เบราว์เซอร์ หรือ CDN ล้าง Cache ทุกชั้นแล้วลองใหม่ ถ้าเว็บเคยโดนแฮก ให้ตรวจตามขั้นตอนใน เว็บ WordPress โดนแฮก: ขั้นตอนตรวจสอบและกู้คืน เพราะชุดสำรองที่เลือกอาจติดโค้ดอันตรายมาแล้ว

สำหรับเซิร์ฟเวอร์ทั้งเครื่อง ควรมีการสำรองระดับ Server ควบคู่ไปด้วย ดู การ Backup Server บน Cloud ของ TDC

หากทำตามขั้นตอนแล้วยังติดปัญหา สามารถติดต่อทีมงาน THAI DATA CLOUD ได้ที่ https://thaidata.cloud/contact/ โดยแจ้งชื่อโดเมน ขั้นตอนที่ทำไปแล้ว และข้อความ Error ที่พบ เพื่อให้ทีมงานตรวจสอบได้เร็วขึ้น

ผู้ให้บริการคลาวด์ไทย
เพื่อธุรกิจของคนไทย

"มุ่งมั่น" และ "มั่นคง"
พร้อมรับมือทุกการเติบโต
Trust Cloud
คลาว์ที่ปลอดภัย
คือรากฐานที่มั่นคง
cloud security