ลดความยุ่งยากในการใช้คลาวด์ พูดคุยกับเจ้าหน้าที่

Home อัปโหลดและจัดการไฟล์เว็บไซต์ด้วย File Manager บน Plesk

อัปโหลดและจัดการไฟล์เว็บไซต์ด้วย File Manager บน Plesk

File Manager ของ Plesk ช่วยให้คุณอัปโหลด แก้ไข ย้าย และบีบอัดไฟล์เว็บไซต์ได้ผ่านเบราว์เซอร์ โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม FTP เหมาะกับงานอย่างอัปโหลดเว็บไซต์ที่ได้จากนักพัฒนา แก้ไขไฟล์ตั้งค่าเล็กๆ น้อยๆ หรือแตกไฟล์ ZIP ของเว็บที่ย้ายมาจากโฮสต์เดิม

ขั้นตอนอ้างอิง Plesk Obsidian บน Linux ชื่อปุ่มและตำแหน่งเมนูอาจต่างกันเล็กน้อยตามเวอร์ชันย่อย

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • บัญชีเข้าใช้งาน Plesk ของโดเมน
  • ไฟล์เว็บไซต์ที่จะอัปโหลด ถ้ามีหลายไฟล์ แนะนำให้บีบอัดเป็น .zip ไฟล์เดียวก่อน จะอัปโหลดเร็วกว่าและไม่ตกหล่น
  • ถ้าเป็นการแทนที่เว็บเดิม ให้สำรองไฟล์เดิมก่อน (ดูวิธีบีบอัดในขั้นตอนที่ 5)

ขั้นตอนที่ 1: เปิด File Manager

  1. ล็อกอิน Plesk
  2. ไปที่ Websites & Domains หาโดเมนที่ต้องการ แล้วคลิก Files (หรือคลิกเมนู Files ที่แถบด้านซ้าย ถ้ามี)
  3. จะเห็นโครงสร้างโฟลเดอร์ของบัญชีโฮสติ้ง

โฟลเดอร์ที่ควรรู้จัก

โฟลเดอร์ใช้ทำอะไร
httpdocsDocument Root ของโดเมนหลัก ไฟล์ในนี้คือสิ่งที่ผู้เข้าชมเห็นที่ https://example.com/
logsLog ของเว็บเซิร์ฟเวอร์ เช่น access_log และ error_log ใช้ตรวจปัญหา
โฟลเดอร์ชื่อ Subdomain หรือโดเมนเพิ่มเติมDocument Root ของ Subdomain หรือโดเมนอื่นในบัญชีเดียวกัน ตำแหน่งจริงดูได้ที่ Hosting Settings ของโดเมนนั้น

ห้ามวางไฟล์ที่เป็นความลับ เช่น ไฟล์สำรองฐานข้อมูล ไว้ใน httpdocs เพราะทุกคนที่รู้ชื่อไฟล์จะดาวน์โหลดได้

ขั้นตอนที่ 2: อัปโหลดไฟล์

  1. คลิกเข้าโฟลเดอร์ httpdocs
  2. คลิกปุ่ม + (Add) แล้วเลือก Upload File หรือ Upload Folder หรือจะลากไฟล์จากเครื่องมาวางในหน้าต่าง File Manager ก็ได้
  3. เลือกไฟล์ แล้วรอจนแถบความคืบหน้าเสร็จ ไฟล์จะปรากฏในรายการ

การอัปโหลดผ่านเบราว์เซอร์มีขีดจำกัดขนาดไฟล์ตามการตั้งค่าของเซิร์ฟเวอร์ ถ้าไฟล์ใหญ่มาก (เช่นหลาย GB) หรืออัปโหลดแล้วล้มเหลวกลางทาง ให้ใช้โปรแกรม FTP หรือ SFTP อย่าง FileZilla แทน โดยใช้บัญชี FTP ที่ตั้งไว้ใน Plesk

ขั้นตอนที่ 3: แตกไฟล์ ZIP

  1. ติ๊กเลือกไฟล์ .zip ที่อัปโหลด หรือคลิกเมนูจุดสามจุดท้ายแถวของไฟล์นั้น
  2. เลือก Extract Files
  3. ถ้ามีไฟล์ชื่อเดียวกันอยู่แล้ว ระบบจะถามว่าจะเขียนทับหรือไม่ ติ๊ก Replace existing files ถ้าต้องการแทนที่ แล้วกด OK
  4. เมื่อแตกเสร็จ ให้ลบไฟล์ .zip ทิ้ง เพื่อไม่ให้ใครดาวน์โหลดทั้งเว็บของคุณได้

ข้อควรระวัง: ZIP หลายไฟล์บีบอัดทั้งโฟลเดอร์มา เมื่อแตกแล้วจะได้โฟลเดอร์ซ้อน เช่น httpdocs/mysite/index.php ทำให้หน้าเว็บไม่ขึ้น ต้องย้ายไฟล์ออกมาไว้ที่ httpdocs ตรงๆ (ดูขั้นตอนที่ 4)

ถ้าใน httpdocs มีไฟล์ index.html ที่เป็นหน้าเริ่มต้นของ Plesk อยู่ ให้ลบหรือเปลี่ยนชื่อ เพราะเว็บเซิร์ฟเวอร์อาจเลือกแสดงไฟล์นี้ก่อน index.php ของคุณ

ขั้นตอนที่ 4: ย้าย คัดลอก เปลี่ยนชื่อ และลบ

  • ย้ายหรือคัดลอก: ติ๊กเลือกไฟล์หรือโฟลเดอร์ แล้วเลือก Move หรือ Copy จากนั้นเลือกโฟลเดอร์ปลายทาง การเลือกไฟล์ทั้งหมดในโฟลเดอร์ทำได้ด้วยช่องติ๊กที่หัวตาราง
  • เปลี่ยนชื่อ: คลิกเมนูจุดสามจุดท้ายแถว เลือก Rename
  • ลบ: ติ๊กเลือกแล้วกด Remove ไฟล์ที่ลบจาก File Manager กู้คืนเองไม่ได้ ถ้าไม่แน่ใจให้ดาวน์โหลดเก็บไว้ก่อน

ขั้นตอนที่ 5: แก้ไขไฟล์และบีบอัดเพื่อสำรอง

คลิกชื่อไฟล์ข้อความ เช่น .htaccess หรือ wp-config.php Plesk จะเปิดใน Code Editor ซึ่งมีการไฮไลต์ไวยากรณ์ แก้แล้วกด Save หรือ OK ก่อนแก้ไฟล์สำคัญ ให้คัดลอกไฟล์เป็นชื่อสำรอง เช่น .htaccess.bak ไว้ก่อน ถ้าแก้ผิดแล้วเว็บพัง จะได้เปลี่ยนชื่อกลับได้ทันที

ไฟล์ที่ขึ้นต้นด้วยจุด เช่น .htaccess เป็นไฟล์ซ่อน ถ้าไม่เห็นในรายการ ให้ตรวจการตั้งค่าการแสดงไฟล์ซ่อนของ File Manager

เวลาจะสำรองทั้งเว็บ ให้ติ๊กเลือกไฟล์และโฟลเดอร์ แล้วเลือก Add to Archive ตั้งชื่อไฟล์ ZIP แล้วดาวน์โหลดเก็บไว้ในเครื่อง จากนั้นลบไฟล์ ZIP ออกจากเซิร์ฟเวอร์

ขั้นตอนที่ 6: ตั้งค่าสิทธิ์ไฟล์ (Permissions)

คลิกเมนูจุดสามจุดท้ายแถว แล้วเลือก Change Permissions ค่าที่เหมาะกับเว็บทั่วไปคือ

ชนิดค่าที่แนะนำ
โฟลเดอร์755 (rwxr-xr-x)
ไฟล์ทั่วไป644 (rw-r--r--)
ไฟล์ตั้งค่าที่มีรหัสผ่าน เช่น wp-config.php640 หรือ 600 ถ้าเว็บยังทำงานปกติ

ห้ามตั้ง 777 เพราะทำให้ใครก็ตามบนเซิร์ฟเวอร์เขียนไฟล์นั้นได้ และเป็นช่องทางที่มัลแวร์ใช้บ่อย บน Plesk ไฟล์ที่สร้างผ่าน File Manager จะเป็นของผู้ใช้ระบบของโดเมนอยู่แล้ว เว็บจึงเขียนไฟล์ได้โดยไม่ต้องเปิดสิทธิ์กว้างขนาดนั้น

ตรวจสอบผลลัพธ์

  1. เปิด https://example.com/ ในโหมดไม่ระบุตัวตน (Incognito) เพื่อไม่ให้ติด Cache ควรเห็นหน้าเว็บใหม่
  2. ใน File Manager ตรวจว่า index.php หรือ index.html อยู่ใน httpdocs โดยตรง ไม่ได้อยู่ในโฟลเดอร์ย่อย
  3. ถ้าหน้าเว็บขึ้น Error ให้เปิดไฟล์ใน logs หรือเมนู Logs ของโดเมน แล้วดูบรรทัดล่าสุดของ error_log

ปัญหาที่พบบ่อย

403 Forbidden หลังอัปโหลด

สาเหตุที่พบบ่อยคือไม่มีไฟล์หน้าแรกอยู่ใน httpdocs (ไฟล์ไปอยู่ในโฟลเดอร์ซ้อน) หรือสิทธิ์ไฟล์ผิด ให้ย้ายไฟล์ออกมาและตั้งสิทธิ์ตามตารางด้านบน

ยังเห็นหน้าเริ่มต้นของ Plesk

ไฟล์ index.html เดิมของ Plesk ยังอยู่ ให้ลบทิ้ง แล้วรีเฟรชหน้าเว็บ

500 Internal Server Error หลังแก้ .htaccess

มักเกิดจากคำสั่งใน .htaccess ผิดรูปแบบ ให้เปลี่ยนชื่อไฟล์กลับเป็นไฟล์สำรองที่ทำไว้ แล้วค่อยแก้ทีละบรรทัด ข้อความที่ระบุบรรทัดผิดจะอยู่ใน error_log

อัปโหลดไฟล์ใหญ่แล้วล้มเหลว

เกินขีดจำกัดของการอัปโหลดผ่านเบราว์เซอร์ ให้แบ่งไฟล์ให้เล็กลง หรือใช้ FTP/SFTP แทน

หากจัดการไฟล์แล้วเว็บไซต์ยังแสดงผลไม่ถูกต้อง ติดต่อทีมงาน THAI DATA CLOUD ได้ที่ https://thaidata.cloud/contact/

ผู้ให้บริการคลาวด์ไทย
เพื่อธุรกิจของคนไทย

"มุ่งมั่น" และ "มั่นคง"
พร้อมรับมือทุกการเติบโต
Trust Cloud
คลาว์ที่ปลอดภัย
คือรากฐานที่มั่นคง
cloud security