ลดความยุ่งยากในการใช้คลาวด์ พูดคุยกับเจ้าหน้าที่

Home ชี้โดเมนไปยังเซิร์ฟเวอร์ด้วย A Record หรือเปลี่ยน Name Server

ชี้โดเมนไปยังเซิร์ฟเวอร์ด้วย A Record หรือเปลี่ยน Name Server

หลังเช่า Cloud Server, Cloud VPS หรือ Web Hosting แล้ว ขั้นตอนสุดท้ายก่อนเว็บไซต์ออนไลน์คือการชี้โดเมนมายังเซิร์ฟเวอร์ใหม่ ทำได้สองวิธี คือ แก้ A Record ที่ผู้ดูแล DNS ปัจจุบัน หรือเปลี่ยน Name Server ของโดเมนให้ไปใช้ DNS ของผู้ให้บริการใหม่ทั้งหมด สองวิธีนี้ให้ผลต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องอีเมล จึงควรเลือกให้ถูกก่อนลงมือ

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • IP Address สาธารณะของเซิร์ฟเวอร์ปลายทาง หรือชื่อ Name Server ที่ผู้ให้บริการปลายทางแจ้ง
  • สิทธิ์เข้าหน้าจัดการโดเมนที่ผู้ให้บริการจดโดเมน (Registrar) และ/หรือหน้าจัดการ DNS ปัจจุบัน
  • รายการ DNS Record ทั้งหมดของโดเมนตอนนี้ โดยเฉพาะ MX, TXT และ CNAME ที่ใช้กับอีเมลและบริการอื่น (บันทึกเก็บไว้ก่อนแก้)
  • เว็บไซต์บนเซิร์ฟเวอร์ใหม่พร้อมใช้งานแล้ว

เลือกวิธีให้เหมาะกับกรณีของคุณ

แก้ A Recordเปลี่ยน Name Server
สิ่งที่เปลี่ยนเฉพาะ Record ที่แก้ เช่น เว็บไซต์ผู้ดูแล DNS ทั้งโดเมน
ผลกับอีเมลและบริการอื่นไม่กระทบต้องสร้าง MX, TXT และ Record อื่นที่ DNS ใหม่ให้ครบก่อน มิฉะนั้นอีเมลหยุดทำงาน
เวลาที่มีผลตาม TTL ของ Record เดิม มักเป็นนาทีถึงไม่กี่ชั่วโมงอาจนานถึง 24-48 ชั่วโมง
เหมาะกับใช้อีเมลที่อื่น เช่น Microsoft 365 หรือ Google Workspace และย้ายแค่เว็บต้องการจัดการ DNS ทุกอย่างที่ Control Panel ของ Hosting ใหม่ เช่น Plesk หรือ DirectAdmin

วิธีที่ 1: ชี้โดเมนด้วย A Record

ขั้นตอนที่ 1: หาว่า DNS ของโดเมนอยู่ที่ใด

nslookup -type=ns example.com

ผลลัพธ์จะแสดงชื่อ Name Server เช่น nameserver = xxx.ns.cloudflare.com แปลว่าต้องแก้ Record ที่ Cloudflare ถ้าเป็นชื่อของผู้ให้บริการจดโดเมนหรือ Hosting เดิม ให้แก้ที่หน้าจัดการ DNS ของผู้ให้บริการรายนั้น

ขั้นตอนที่ 2: ลด TTL ล่วงหน้า (แนะนำ)

หากยังมีเวลา ให้แก้ TTL ของ A Record ที่จะเปลี่ยนเป็น 300 วินาที แล้วรออย่างน้อยเท่ากับ TTL เดิม (เช่น ถ้าเดิมเป็น 86400 ให้รอ 1 วัน) เมื่อเปลี่ยน IP จริง ทั่วโลกจะเห็นค่าใหม่ภายในไม่กี่นาที และหากต้องย้อนกลับก็ทำได้เร็ว

ขั้นตอนที่ 3: แก้ A Record

ในหน้าจัดการ DNS ให้แก้หรือเพิ่ม Record ต่อไปนี้ โดยใช้ IP ของเซิร์ฟเวอร์ใหม่

NameTypeValueTTL
@AIP ของเซิร์ฟเวอร์ใหม่300
wwwA หรือ CNAMEIP เดียวกัน หรือ CNAME ไปที่ example.com300
  • ลบ A Record ของชื่อเดียวกันที่ชี้ไป IP เก่าออก อย่าให้มีสองค่าค้างอยู่
  • หากมี AAAA Record ของเซิร์ฟเวอร์เก่า ให้ลบหรือแก้เป็น IPv6 ของเซิร์ฟเวอร์ใหม่ มิฉะนั้นผู้ใช้ IPv6 จะยังไปที่เซิร์ฟเวอร์เก่า
  • ไม่ต้องแตะ MX และ TXT ของอีเมล หากไม่ได้ย้ายอีเมล
  • หากใช้ Cloudflare ในโหมด Proxy (เมฆสีส้ม) ผลของ nslookup จะแสดง IP ของ Cloudflare ไม่ใช่ IP ของคุณ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ

เมื่อเว็บทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ใหม่เรียบร้อยแล้ว จะปรับ TTL กลับเป็น 3600 ก็ได้

วิธีที่ 2: เปลี่ยน Name Server

ขั้นตอนที่ 1: เตรียม DNS Zone ที่ผู้ให้บริการใหม่ให้ครบก่อน

นี่เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ก่อนเปลี่ยน Name Server ให้เพิ่มโดเมนใน Control Panel ของ Hosting ใหม่ (Plesk หรือ DirectAdmin จะสร้าง DNS Zone ให้อัตโนมัติ) แล้วตรวจเทียบกับรายการ Record เดิมที่บันทึกไว้ เพิ่มให้ครบทุกรายการที่ยังใช้งาน โดยเฉพาะ

  • MX และ TXT (SPF) ของอีเมล หากอีเมลยังอยู่ที่ Microsoft 365, Google Workspace หรือผู้ให้บริการอื่น
  • CNAME ของ DKIM และ Autodiscover
  • TXT ยืนยันโดเมนของ Google Search Console หรือบริการอื่น
  • Record ของ Subdomain ที่ชี้ไปยังระบบอื่น

ถ้าข้ามขั้นตอนนี้ ทันทีที่ Name Server ใหม่มีผล Record ที่ไม่มีใน Zone ใหม่จะหายไปทั้งหมด และอีเมลอาจหยุดรับทันที

ขั้นตอนที่ 2: เปลี่ยน Name Server ที่ผู้ให้บริการจดโดเมน

  1. ล็อกอินหน้าจัดการโดเมนของผู้ให้บริการที่คุณจดโดเมนไว้ (ไม่ใช่หน้าจัดการ DNS)
  2. หาเมนูชื่อทำนอง Nameservers, Manage DNS Servers หรือ Change Name Servers (ชื่อเมนูต่างกันไปแต่ละผู้ให้บริการ)
  3. เลือกใช้ Name Server แบบกำหนดเอง (Custom) แล้วใส่ชื่อ Name Server ที่ผู้ให้บริการใหม่แจ้ง อย่างน้อย 2 ชื่อ
  4. บันทึก

หมายเหตุ: สำหรับโดเมน .th เช่น .co.th และ .in.th การเปลี่ยน Name Server ทำผ่านผู้ให้บริการที่ดูแลโดเมนนั้น และอาจต้องผ่านการตรวจสอบของ THNIC ซึ่งใช้เวลามากกว่าโดเมนสากล

ขั้นตอนที่ 3: รอการเปลี่ยนแปลงมีผล

การเปลี่ยน Name Server ใช้เวลามีผลตั้งแต่ไม่กี่นาทีจนถึง 24-48 ชั่วโมง เพราะ Registry และ DNS Resolver ต่าง ๆ จำค่าเดิมไว้ ระหว่างนี้ผู้ใช้บางคนจะเห็นเซิร์ฟเวอร์เก่า บางคนเห็นเซิร์ฟเวอร์ใหม่ จึงควรเปิดเซิร์ฟเวอร์เก่าไว้ต่ออย่างน้อย 2-3 วัน และหลีกเลี่ยงการแก้ข้อมูลบนเว็บเก่าในช่วงนี้

ตรวจสอบผลลัพธ์

  1. ตรวจ Name Server ปัจจุบัน (สำหรับวิธีที่ 2)
    nslookup -type=ns example.com 8.8.8.8
    ต้องแสดงชื่อ Name Server ใหม่
  2. ตรวจว่าโดเมนได้ IP ใหม่ จากหลาย DNS Server
    nslookup example.com 8.8.8.8
    nslookup example.com 1.1.1.1
    nslookup www.example.com 8.8.8.8
    ทุกคำสั่งต้องได้ IP ของเซิร์ฟเวอร์ใหม่
  3. ตรวจว่าอีเมลยังชี้ไปที่เดิมที่ถูกต้อง
    nslookup -type=mx example.com 8.8.8.8
  4. ล้าง DNS Cache ในเครื่องของคุณแล้วเปิดเว็บ บน Windows ใช้ ipconfig /flushdns

วิธีตรวจแบบละเอียดด้วย dig ดูที่ ตรวจสอบ DNS ด้วย nslookup และ dig หากต้องการทดสอบเว็บบนเซิร์ฟเวอร์ใหม่ก่อนเปลี่ยน DNS จริง ให้แก้ไฟล์ hosts ในเครื่องตามคู่มือ วิธีการแก้ไข Hosts File บน macOS

ปัญหาที่พบบ่อย

บางคนเห็นเว็บใหม่ บางคนยังเห็นเว็บเก่า

เป็นเรื่องปกติในช่วงที่ DNS ยังกระจายตัวไม่ครบ ผู้ใช้แต่ละคนใช้ DNS Resolver ต่างกัน และแต่ละที่จำค่าเดิมไว้ตาม TTL ให้รอ และตรวจว่าไม่มี A Record ของ IP เก่าค้างอยู่

เปลี่ยน Name Server แล้วอีเมลหยุดรับ

DNS Zone ที่ผู้ให้บริการใหม่ยังไม่มี MX ที่ถูกต้อง ให้เพิ่ม MX, SPF และ Record ของอีเมลใน Zone ใหม่ทันทีตามค่าที่ผู้ให้บริการอีเมลกำหนด ดู ทำความรู้จัก DNS Record

แก้ A Record แล้ว nslookup ยังได้ IP เก่า

อาจแก้ผิดที่ ตรวจ NS ตามวิธีที่ 1 ขั้นตอนที่ 1 ว่า DNS ของโดเมนอยู่ที่ผู้ให้บริการที่คุณแก้จริงหรือไม่ ถ้าถูกที่ ให้รอตาม TTL เดิม

DNS ชี้ถูกแล้ว แต่เว็บขึ้น SSL Error

เซิร์ฟเวอร์ใหม่ยังไม่มีใบรับรองของโดเมนนี้ ให้ออก SSL บนเซิร์ฟเวอร์ใหม่หลัง DNS ชี้มาแล้ว เช่น ติดตั้ง SSL ฟรี Let's Encrypt บน DirectAdmin หรือ ติดตั้ง SSL ฟรีจาก Let's Encrypt ด้วย Certbot บน Nginx

หากไม่แน่ใจว่าควรใช้วิธีใด หรือชี้โดเมนแล้วยังเปิดเว็บไม่ได้ ติดต่อทีมงาน THAI DATA CLOUD ได้ที่ https://thaidata.cloud/contact/ พร้อมแจ้งชื่อโดเมนและ IP ของเซิร์ฟเวอร์ใหม่

ผู้ให้บริการคลาวด์ไทย
เพื่อธุรกิจของคนไทย

"มุ่งมั่น" และ "มั่นคง"
พร้อมรับมือทุกการเติบโต
Trust Cloud
คลาว์ที่ปลอดภัย
คือรากฐานที่มั่นคง
cloud security