ลดความยุ่งยากในการใช้คลาวด์ พูดคุยกับเจ้าหน้าที่

Home ยืนยันความเป็นเจ้าของเว็บไซต์บน Google Search Console

ยืนยันความเป็นเจ้าของเว็บไซต์บน Google Search Console

Google Search Console เป็นเครื่องมือฟรีของ Google สำหรับเจ้าของเว็บไซต์ ใช้ดูว่าเว็บไซต์ปรากฏในผลการค้นหาอย่างไร มีคำค้นหาใดที่พาผู้เข้าชมมา หน้าใดถูก Index แล้ว และมีปัญหาอะไรที่ Google พบ เช่น หน้า 404 หรือปัญหาการแสดงผลบนมือถือ ก่อนจะเห็นข้อมูลเหล่านี้ได้ คุณต้อง ยืนยันความเป็นเจ้าของเว็บไซต์ (Verify ownership) ให้ Google ทราบก่อน

Search Console มี Property สองประเภท ได้แก่ Domain property ซึ่งครอบคลุมทุก Subdomain ทั้ง http และ https ในรายการเดียว แต่ยืนยันได้ด้วย DNS เท่านั้น และ URL-prefix property ซึ่งครอบคลุมเฉพาะ URL ที่ขึ้นต้นตรงตามที่ระบุ เช่น https://www.example.com/ แต่มีวิธียืนยันให้เลือกหลายแบบ สำหรับเว็บไซต์องค์กรส่วนใหญ่แนะนำ Domain property

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • บัญชี Google ที่จะใช้เป็นเจ้าของ Property ควรเป็นบัญชีขององค์กร ไม่ใช่บัญชีส่วนตัวของพนักงานคนใดคนหนึ่ง
  • สำหรับ Domain property: สิทธิ์แก้ไข DNS ของโดเมน เช่น ผ่าน Plesk, DirectAdmin, Cloudflare หรือผู้ให้บริการจดโดเมน
  • สำหรับ URL-prefix property: สิทธิ์อัปโหลดไฟล์ขึ้นเว็บไซต์ หรือแก้ไข <head> ของหน้าแรก

ขั้นตอนที่ 1: เพิ่ม Property

  1. เข้า https://search.google.com/search-console แล้วเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Google
  2. คลิกรายการ Property ที่มุมซ้ายบน แล้วเลือก Add property (ถ้ายังไม่มี Property ระบบจะแสดงหน้านี้ให้เอง)
  3. เลือก Domain แล้วพิมพ์ชื่อโดเมนโดยไม่ต้องมี https:// หรือ www เช่น example.com หรือเลือก URL prefix แล้วพิมพ์ URL เต็ม เช่น https://www.example.com/
  4. คลิก Continue

ขั้นตอนที่ 2 (Domain property): ยืนยันด้วย TXT Record

Search Console จะแสดงค่า TXT Record ลักษณะนี้ ให้คลิก Copy

google-site-verification=AbCdEf1234567890_ตัวอย่าง

ไปที่ระบบจัดการ DNS ของโดเมน แล้วเพิ่ม Record ใหม่ดังนี้

ช่องค่า
TypeTXT
Name / Hostเว้นว่าง หรือ @ หรือชื่อโดเมนเต็ม ตามรูปแบบของระบบ DNS นั้น
Valueค่า google-site-verification=... ที่คัดลอกมาทั้งหมด
TTLค่าเริ่มต้น หรือ 3600

บน Plesk ไปที่ Websites & Domains เลือกโดเมน แล้วเปิด DNS Settings และคลิก Add Record ดูรายละเอียดที่ แก้ไข DNS Record บน Plesk ข้อสำคัญคือต้องแก้ DNS ในระบบที่โดเมนใช้เป็น Name Server อยู่จริง หากโดเมนใช้ Name Server ของ Cloudflare ต้องเพิ่มที่ Cloudflare การเพิ่มใน Plesk จะไม่มีผล

ห้ามลบหรือแก้ TXT Record อื่นที่มีอยู่ เช่น SPF (v=spf1 ...) โดเมนหนึ่งมี TXT หลายรายการได้

ก่อนกลับไปกด Verify ให้ตรวจว่า TXT Record ปรากฏแล้ว

dig +short TXT example.com

หรือบน Windows

nslookup -type=txt example.com

เมื่อเห็นค่า google-site-verification=... ในผลลัพธ์ ให้กลับไปที่ Search Console แล้วคลิก Verify หากยังไม่เห็น ให้รอสักระยะตาม TTL ดูวิธีตรวจเพิ่มเติมที่ ตรวจสอบ DNS ด้วย nslookup และ dig

ขั้นตอนที่ 2 (URL-prefix property): เลือกวิธีที่สะดวก

วิธี HTML file

  1. ดาวน์โหลดไฟล์ยืนยัน ชื่อไฟล์จะเป็นลักษณะ google1234567890abcdef.html
  2. อัปโหลดไฟล์ไปไว้ที่โฟลเดอร์หลักของเว็บ (Document root) เช่น httpdocs บน Plesk หรือ public_html บน DirectAdmin โดยไม่เปลี่ยนชื่อและไม่แก้เนื้อหา ดูวิธีอัปโหลดที่ อัปโหลดและจัดการไฟล์ด้วย File Manager บน Plesk
  3. เปิด https://www.example.com/google1234567890abcdef.html ในเบราว์เซอร์ ต้องเห็นเนื้อหาของไฟล์
  4. กลับไปคลิก Verify

วิธี HTML tag

คัดลอกแท็กลักษณะนี้ไปวางในส่วน <head> ของหน้าแรก ก่อนแท็ก <body>

<meta name="google-site-verification" content="AbCdEf1234567890" />

สำหรับ WordPress ไม่ควรแก้ไฟล์ธีมโดยตรง ให้ใช้ช่องที่ปลั๊กอิน SEO มีให้ เช่น Yoast SEO ที่ Yoast SEO > Settings > Site connections หรือ Rank Math ที่ Rank Math > General Settings > Webmaster Tools โดยวางเฉพาะค่าใน content หรือทั้งแท็กตามที่ปลั๊กอินระบุ ตำแหน่งเมนูอาจเปลี่ยนตามเวอร์ชันของปลั๊กอิน

วิธี Google Analytics หรือ Google Tag Manager

ถ้าเว็บไซต์ติดตั้ง Google Analytics หรือ Google Tag Manager ไว้ในหน้าแรกแล้ว และบัญชีของคุณมีสิทธิ์ระดับที่เพียงพอในเครื่องมือนั้น สามารถเลือกวิธีนี้แล้วกด Verify ได้เลย

ขั้นตอนที่ 3: ส่ง Sitemap

เมื่อยืนยันสำเร็จ ไปที่เมนู Sitemaps ด้านซ้าย กรอก URL ของ Sitemap เช่น sitemap.xml หรือ sitemap_index.xml (สำหรับ Yoast และ Rank Math) หรือ wp-sitemap.xml (Sitemap มาตรฐานของ WordPress เมื่อไม่ได้ใช้ปลั๊กอิน SEO) แล้วคลิก Submit สถานะควรเป็น Success ภายในเวลาไม่นาน

ตรวจสอบผลลัพธ์

  • หน้าจอแสดงข้อความ Ownership verified หลังคลิก Verify
  • Property ปรากฏในรายการที่มุมซ้ายบน และไปที่ Settings > Ownership verification จะเห็นวิธีที่ใช้ยืนยัน
  • ข้อมูลในรายงาน Performance จะเริ่มแสดงหลังจากนั้นประมาณหนึ่งถึงสองวัน ไม่ต้องกังวลหากวันแรกยังไม่มีข้อมูล

หมายเหตุ: ต้องเก็บ TXT Record, ไฟล์ หรือแท็กยืนยันไว้ตลอด Google จะตรวจซ้ำเป็นระยะ ถ้าลบออก สถานะการเป็นเจ้าของจะหายไป ถ้าย้ายโฮสต์หรือเปลี่ยนธีม ต้องตรวจว่าวิธียืนยันยังอยู่

ขั้นตอนที่ 4: เพิ่มผู้ใช้อื่น

หากต้องการให้ทีมการตลาดหรือเอเจนซีดูข้อมูลได้ ไม่ต้องให้รหัสผ่านบัญชีของคุณ ไปที่ Settings > Users and permissions แล้วคลิก Add user เลือกสิทธิ์ Full หรือ Restricted ตามความจำเป็น

ปัญหาที่พบบ่อย

Verification failed: TXT record not found

DNS ยังไม่อัปเดต หรือเพิ่ม Record ไว้ผิดที่ ตรวจว่าเพิ่มใน DNS ที่โดเมนใช้อยู่จริงด้วย dig NS example.com +short และตรวจว่าไม่ได้ใส่ชื่อ Record เป็น example.com.example.com โดยไม่ตั้งใจ ซึ่งเกิดบ่อยในระบบที่เติมชื่อโดเมนให้อัตโนมัติ

ไฟล์ HTML เปิดได้แต่ยืนยันไม่ผ่าน

อาจมีปลั๊กอินหรือกฎ Redirect ที่เปลี่ยน URL ของไฟล์ หรือระบบป้องกันบอทที่บล็อก Googlebot ตรวจว่าเปิด URL ไฟล์ได้โดยตรงโดยไม่ถูก Redirect และไม่ต้องเข้าสู่ระบบ

แท็ก meta ไม่ถูกพบ

ปลั๊กอิน Cache อาจยังแสดงหน้าเก่า ให้ล้าง Cache ของเว็บและ CDN แล้วตรวจด้วยการเปิด View Source ของหน้าแรกว่ามีแท็กอยู่ใน <head> จริง

เมื่อยืนยันแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่แนะนำคือการตรวจไฟล์ robots.txt ให้ถูกต้อง ดู เขียนไฟล์ robots.txt ให้ถูกต้อง หากต้องการความช่วยเหลือเรื่องการเพิ่ม DNS Record หรืออัปโหลดไฟล์ ติดต่อทีมซัพพอร์ต THAI DATA CLOUD ได้ที่ https://thaidata.cloud/contact/

ผู้ให้บริการคลาวด์ไทย
เพื่อธุรกิจของคนไทย

"มุ่งมั่น" และ "มั่นคง"
พร้อมรับมือทุกการเติบโต
Trust Cloud
คลาว์ที่ปลอดภัย
คือรากฐานที่มั่นคง
cloud security