คำตอบสั้น ๆ: เพิ่มและแก้ไข DNS Record ชนิด A, CNAME, MX และ TXT บน Plesk ตรวจว่าโดเมนใช้ DNS ของเซิร์ฟเวอร์จริง และยืนยันผลด้วย nslookup หรือ dig
คู่มือนี้อธิบาย DNS Record ทีละขั้นตอน พร้อมคำสั่งที่ใช้ได้จริงและปัญหาที่พบบ่อย
DNS Record คือข้อมูลที่บอกว่าชื่อโดเมนของคุณชี้ไปที่ใด เช่น เว็บไซต์อยู่ที่ IP ไหน อีเมลต้องส่งไปที่เซิร์ฟเวอร์ใด หรือใช้ยืนยันความเป็นเจ้าของโดเมนกับบริการภายนอกอย่าง Google หรือ Microsoft 365 ถ้าโดเมนของคุณใช้ DNS ของเซิร์ฟเวอร์ Plesk คุณแก้ไข Record เหล่านี้ได้เองจากหน้า Plesk
บทความนี้อธิบายการเพิ่มและแก้ไข Record ชนิดที่ใช้บ่อยที่สุด 4 ชนิด คือ A, CNAME, MX และ TXT อ้างอิง Plesk Obsidian ชื่อเมนูอาจต่างกันเล็กน้อยตามเวอร์ชันย่อย ถ้าต้องการทำความเข้าใจแต่ละชนิดก่อน อ่านได้ที่ ทำความรู้จัก DNS Record: A, AAAA, CNAME, MX, TXT และ NS
สิ่งที่ต้องเตรียม (DNS Record)
- บัญชีเข้าใช้งาน Plesk ของโดเมน และสิทธิ์จัดการ DNS (บางแพ็กเกจอาจปิดสิทธิ์นี้ไว้)
- ตรวจก่อนว่าโดเมนใช้ Name Server ของเซิร์ฟเวอร์ Plesk จริง ถ้าโดเมนใช้ Name Server ของที่อื่น เช่น Cloudflare หรือผู้รับจดโดเมน การแก้ใน Plesk จะไม่มีผลใดๆ ต้องไปแก้ที่ผู้ให้บริการ DNS นั้นแทน ตรวจได้ตามหัวข้อด้านล่าง
- ข้อมูลที่จะใส่ เช่น IP ของเซิร์ฟเวอร์ หรือค่า TXT ที่ได้จากบริการภายนอก ให้คัดลอกมาตรงตัว
- จดหรือถ่ายภาพค่า Record เดิมไว้ก่อนแก้ เผื่อต้องย้อนกลับ การแก้ MX หรือ A ผิดทำให้อีเมลหรือเว็บไซต์หยุดทำงานได้
ขั้นตอนที่ 1: ตรวจว่าโดเมนใช้ DNS ที่ใด (DNS Record)
จากเครื่องที่มีคำสั่ง nslookup (มีใน Windows, macOS และ Linux) ให้รัน
nslookup -type=NS example.com
ผลลัพธ์จะแสดงบรรทัด nameserver = ... ถ้าชื่อที่แสดงเป็น Name Server ของเซิร์ฟเวอร์ Plesk ที่คุณใช้ (สอบถามผู้ดูแลได้ถ้าไม่แน่ใจ) ให้แก้ใน Plesk ตามบทความนี้ ถ้าเป็นชื่ออย่าง xxx.ns.cloudflare.com ให้แก้ที่ Cloudflare วิธีตรวจ DNS เพิ่มเติมดูที่ ตรวจสอบ DNS ด้วย nslookup และ dig
ขั้นตอนที่ 2: เปิดหน้า DNS Settings (DNS Record)
- ล็อกอิน Plesk ไปที่ Websites & Domains แล้วเลือกโดเมน
- เปิดแท็บ Hosting & DNS แล้วคลิก DNS (บางเวอร์ชันชื่อ DNS Settings)
- จะเห็นตารางรายการ Record ทั้งหมดของโดเมน มีคอลัมน์ Host, Record type และ Value
ถ้าหน้านี้แจ้งว่า DNS ของโดเมนปิดอยู่ หรือทำงานแบบ Secondary แปลว่าเซิร์ฟเวอร์นี้ไม่ได้เป็น DNS หลักของโดเมน ให้ตรวจกับผู้ดูแลก่อนเปิดใช้
ขั้นตอนที่ 3: เพิ่ม Record
คลิก Add Record เลือก Record type แล้วกรอกตามชนิด ช่อง Domain name ใส่เฉพาะส่วนหน้า Plesk จะต่อท้ายด้วยชื่อโดเมนให้เอง ถ้าเว้นว่างหมายถึงตัวโดเมนหลัก
A Record: ชี้ชื่อไปยัง IP
ตัวอย่าง ชี้ app.example.com ไปยังเซิร์ฟเวอร์ IP 203.0.113.25
- Record type:
A - Domain name:
app - IP address:
203.0.113.25
ถ้าต้องการชี้ตัวโดเมนหลัก ให้แก้ Record A ที่มีอยู่แล้วแทนการเพิ่มใหม่ การมี A Record ของชื่อเดียวกันหลายรายการที่ชี้คนละ IP จะทำให้ผู้เข้าชมบางส่วนไปเซิร์ฟเวอร์ผิด
CNAME Record: ชี้ชื่อไปยังอีกชื่อหนึ่ง
ตัวอย่าง ให้ shop.example.com ชี้ไปยังระบบร้านค้าภายนอก shops.provider.example
- Record type:
CNAME - Domain name:
shop - Canonical name:
shops.provider.example
CNAME ใช้กับตัวโดเมนหลัก (example.com) ไม่ได้ และชื่อที่เป็น CNAME ต้องไม่มี Record ชนิดอื่นในชื่อเดียวกัน ถ้ามี A Record ของ shop อยู่แล้ว ต้องลบออกก่อน
MX Record: กำหนดเซิร์ฟเวอร์รับอีเมล
ตัวอย่าง ใช้อีเมลบนเซิร์ฟเวอร์ mail.example.com
- Record type:
MX - Domain name (สำหรับ MX บางเวอร์ชันชื่อช่องว่า Mail domain): เว้นว่าง (หมายถึงอีเมล
@example.com) - Mail exchanger:
mail.example.comต้องเป็นชื่อที่มี A Record ห้ามใส่เป็น IP และห้ามเป็น CNAME - Priority: ตัวเลขน้อยสำคัญกว่า เช่น
10
ถ้าย้ายอีเมลไปใช้ Google Workspace หรือ Microsoft 365 ให้ใส่ MX ตามค่าที่ผู้ให้บริการนั้นกำหนด แล้ว ลบ MX เดิม ที่ชี้มาเซิร์ฟเวอร์ Plesk ออก ไม่เช่นนั้นอีเมลบางส่วนจะยังเข้าที่เดิม และควรปิดบริการอีเมลของโดเมนใน Plesk ด้วย เพื่อไม่ให้อีเมลที่ส่งจากเว็บบนเซิร์ฟเวอร์เดียวกันถูกส่งเข้ากล่องในเครื่องแทน
TXT Record: ยืนยันโดเมนและตั้ง SPF
ตัวอย่าง เพิ่มค่ายืนยันจาก Google Search Console
- Record type:
TXT - Domain name: เว้นว่าง
- TXT record:
google-site-verification=xxxxxxxxxxxx(คัดลอกค่าจริงจากบริการนั้นมาทั้งหมด)
โดเมนหนึ่งมีหลาย TXT Record ได้ แต่ SPF ต้องมีเพียงรายการเดียว Plesk มักสร้าง SPF ให้อัตโนมัติ ค่าขึ้นต้นด้วย v=spf1 ถ้าต้องเพิ่มผู้ส่งรายใหม่ ให้แก้รายการเดิม เช่น
v=spf1 +a +mx include:_spf.google.com ~all
อย่าเพิ่ม SPF รายการที่สอง รายละเอียดการตั้ง SPF, DKIM และ DMARC ดูที่ ตั้งค่า SPF, DKIM และ DMARC เพื่อลดโอกาสอีเมลเข้า Spam