คำตอบสั้น ๆ: ใช้ Cloud Server Monitoring บน TDC Enterprise อ่านกราฟ CPU, Memory, Network และ Disk เลือกช่วงเวลาให้ถูก หาต้นเหตุเมื่อโหลดสูง แล้วตัดสินใจจูนหรืออัปเกรดสเปค
คู่มือนี้อธิบาย Cloud Server Monitoring ทีละขั้นตอน พร้อมคำสั่งที่ใช้ได้จริงและปัญหาที่พบบ่อย
Cloud Server Monitoring บน TDC Enterprise คือแท็บ Monitoring ในหน้าเซิร์ฟเวอร์แต่ละเครื่อง ซึ่งแสดงกราฟการใช้ CPU, หน่วยความจำ, เครือข่าย และดิสก์ย้อนหลังตามช่วงเวลาที่เลือก ช่วยให้คุณเห็นว่าเครื่องทำงานหนักตอนไหน และทรัพยากรตัวไหนเป็นคอขวด โดยไม่ต้องติดตั้งเครื่องมือเพิ่มในเครื่อง
คู่มือนี้เหมาะกับผู้ดูแล Linux Server, Windows Server และ GPU Server ที่เว็บหรือแอปเริ่มช้า หรืออยากรู้ว่าถึงเวลาอัปเกรดสเปคแล้วหรือยัง เมื่ออ่านจบ คุณจะเลือกช่วงเวลาและค่าสถิติได้ตรงกับคำถาม อ่านรูปแบบกราฟที่บอกปัญหาได้ และรู้ว่าต้องทำอะไรต่อเมื่อ CPU, RAM หรือดิสก์สูงผิดปกติ
สิ่งที่ต้องเตรียม (Cloud Server Monitoring)
- บัญชี TDC Enterprise และ Cloud Server ที่เปิดใช้งานมาระยะหนึ่ง กราฟจะมีข้อมูลในช่วงที่เครื่องทำงานอยู่
- วันและเวลาที่ผู้ใช้แจ้งว่าระบบช้าหรือล่ม เพื่อนำมาเทียบกับกราฟ
- สิทธิ์ SSH หรือ Remote Desktop เข้าเครื่อง สำหรับหาต้นเหตุละเอียดในขั้นตอนที่ 5
หน้าจอ Cloud Server Monitoring มีสองแบบตามโซนของเซิร์ฟเวอร์ เครื่องในโซน Zenith ใช้ตัวเลือก Period และ Statistic ส่วนเครื่องในโซนอื่นมีตัวเลือก Range เพิ่มเข้ามาและมีชุดกราฟต่างกันเล็กน้อย คู่มือนี้อธิบายทั้งสองแบบ
ขั้นตอนที่ 1: เปิด Cloud Server Monitoring จากแท็บ Monitoring
ไปที่ Cloud Instance > Linux Server (หรือ Windows Server, GPU Server) คลิกชื่อเครื่อง แล้วเลือกแท็บ Monitoring ระบบจะแสดงหัวข้อ Performance Monitoring พร้อมกราฟของเครื่องนั้นเป็นการ์ดแยกตามทรัพยากร
สำหรับเครื่องโซน Zenith แท็บ Overview มีการ์ด CPU Usage แสดงเกจการใช้ CPU ขณะนั้น พร้อมป้าย Normal (ต่ำกว่า 70%), Busy (70–89%) หรือ High load (90% ขึ้นไป) และลิงก์ Monitoring สำหรับเปิดกราฟย้อนหลังได้ทันที เป็นจุดตรวจเร็วก่อนลงรายละเอียด ถ้าป้ายเป็น Busy หรือ High load ให้เปิดกราฟย้อนหลังดูว่าเริ่มสูงตั้งแต่เมื่อไร
ขั้นตอนที่ 2: เลือกช่วงเวลาและค่าสถิติให้ตรงคำถาม (Cloud Server Monitoring)
- โซน Zenith: Period เลือกได้ Hourly, Daily, Weekly, Monthly หรือ Yearly และ Statistic เลือก Max หรือ Average
- โซนอื่น: Range เลือก Last 1 hour, Last 3 hours, Last 12 hours, Last 1 day หรือ Last 7 days ส่วน Period คือความละเอียดของจุดข้อมูล เลือก Real time, 5 minutes, 20 minutes, 1 hour, 4 hours หรือ 1 day และ Statistic เลือก Max, Average หรือ Min
การเลือกค่าให้ถูกคือหัวใจของการอ่าน Cloud Server Monitoring เพราะ Average บอกภาระโดยรวม ส่วน Max เผยยอดพุ่งช่วงสั้นที่ค่าเฉลี่ยกลบไว้ ถ้าผู้ใช้บ่นว่าช้าเป็นพัก ๆ ให้ดู Max ในช่วงเวลาสั้นก่อน ถ้าต้องการรู้ว่าเครื่องเล็กเกินไปหรือไม่ ให้ดู Average ช่วงสัปดาห์ขึ้นไป คลิก Refresh ทุกครั้งที่ต้องการข้อมูลล่าสุด
ขั้นตอนที่ 3: อ่านกราฟ CPU Usage และ Memory Usage
CPU Usage คือสัดส่วน vCPU ที่จัดสรรให้เครื่องซึ่งถูกใช้อยู่ ส่วน Memory Usage คือสัดส่วน RAM ที่ถูกใช้ ทั้งคู่เป็นเปอร์เซ็นต์ของสเปคเครื่องที่คุณสั่งซื้อ ไม่ใช่ของเครื่องจริงทั้งตัว รูปแบบที่ควรสังเกตในกราฟ Cloud Server Monitoring มีดังนี้
- CPU พุ่งเป็นช่วงสั้นตรงกับเวลางานตั้งเวลา เช่น backup หรือ cron มักเป็นเรื่องปกติ
- CPU ค้างสูงต่อเนื่องหลายชั่วโมง บ่งชี้ว่าโปรเซสบางตัววนลูป มีบอทยิงเข้ามา หรือเครื่องเล็กเกินงาน
- Memory ไต่ขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ลดลง อาจเป็น memory leak ของแอป และเมื่อเต็ม ระบบจะช้าลงมากหรือปิดโปรเซสบางตัวเอง