Offboarding: จัดการบัญชีพนักงานลาออกโดยข้อมูลไม่หาย

ขั้นตอน Offboarding บน Microsoft 365 เมื่อพนักงานลาออก บล็อกการลงชื่อเข้าใช้ แปลงเป็น Shared Mailbox ย้ายไฟล์ OneDrive แล้วถอดไลเซนส์ตามลำดับที่ข้อมูลไม่หาย

โดย ทีมงาน THAI DATA CLOUD อัปเดต อ่าน 12 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
Offboarding — Offboarding: จัดการบัญชีพนักงานลาออกโดยข้อมูลไม่หาย
Offboarding: จัดการบัญชีพนักงานลาออกโดยข้อมูลไม่หาย

คำตอบสั้น ๆ: ขั้นตอน Offboarding บน Microsoft 365 เมื่อพนักงานลาออก บล็อกการลงชื่อเข้าใช้ แปลงเป็น Shared Mailbox ย้ายไฟล์ OneDrive แล้วถอดไลเซนส์ตามลำดับที่ข้อมูลไม่หาย

คู่มือนี้อธิบาย Offboarding ทีละขั้นตอน พร้อมคำสั่งที่ใช้ได้จริงและปัญหาที่พบบ่อย

Offboarding คือขั้นตอนจัดการบัญชีเมื่อพนักงานลาออก ซึ่งต้องทำสองอย่างพร้อมกัน คือ ตัดสิทธิ์เข้าถึงระบบทันที และเก็บอีเมลกับไฟล์งานไว้ให้คนที่รับช่วงต่อ บน Microsoft 365 ลำดับขั้นตอนสำคัญมาก เพราะถ้าถอดไลเซนส์ก่อน ข้อมูลอีเมลจะเริ่มนับถอยหลังสู่การลบ และถ้าลบบัญชีผิดจังหวะ Shared Mailbox ที่แปลงไว้ก็จะหายไปด้วย

คู่มือนี้เขียนให้ผู้ดูแลระบบและฝ่ายบุคคลใช้เป็นขั้นตอน Offboarding มาตรฐานทุกครั้งที่มีคนลาออก เมื่อทำตามลำดับครบ บัญชีเดิมจะเข้าใช้งานไม่ได้ อีเมลยังเปิดดูได้โดยหัวหน้างานในรูปแบบ Shared Mailbox ไฟล์ใน OneDrive ถูกย้ายไปที่ปลอดภัย และไลเซนส์ว่างพร้อมให้พนักงานคนใหม่

สิ่งที่ต้องเตรียม (Offboarding)

  • บทบาท User Administrator, Exchange Administrator และ SharePoint Administrator (หรือ Global Administrator ที่ครอบคลุมทั้งหมด)
  • วันและเวลาสิ้นสุดการทำงาน ชื่อหัวหน้างานหรือผู้รับช่วงงาน และอีเมลที่จะรับต่อ
  • ข้อกำหนดด้านกฎหมายหรือ HR ว่าต้องเก็บข้อมูลนานเท่าไร ถ้าต้องวาง Litigation Hold ต้องมีไลเซนส์ที่รองรับ เช่น Exchange Online Plan 2 หรือ E3 ขึ้นไป
  • ขนาดกล่องจดหมาย เพราะ Shared Mailbox ที่ไม่มีไลเซนส์จุได้ไม่เกิน 50 GB
  • ถ้าบัญชีซิงก์มาจาก Active Directory ในองค์กร ให้ปิดบัญชีที่ฝั่ง AD ด้วย เพราะการแก้บางอย่างบน Microsoft 365 จะถูกซิงก์ทับ

ห้ามเริ่ม Offboarding จากการถอดไลเซนส์หรือลบผู้ใช้เด็ดขาด ให้ทำตามลำดับในแผนภาพด้านล่าง ถ้าองค์กรต้องเก็บสำเนาอีเมลออฟไลน์ด้วย ให้ส่งออกเป็นไฟล์ .pst ตาม การสำรองและกู้คืนอีเมลบน Outlook ก่อนเริ่ม

ลำดับขั้นตอน Offboarding บน Microsoft 365 ตั้งแต่บล็อกการลงชื่อเข้าใช้ แปลงเป็น Shared Mailbox ย้าย OneDrive จนถอดไลเซนส์
ถอดไลเซนส์เป็นขั้นท้าย ๆ เสมอ และห้ามลบบัญชีถ้ายังใช้ Shared Mailbox หรือ Forward

ขั้นตอนที่ 1: ตัดการเข้าถึงทันที

ขั้นแรกของ Offboarding ต้องทำในวันสุดท้ายของการทำงาน หรือทันทีที่ได้รับแจ้งถ้าเป็นการเลิกจ้าง เปิด Microsoft 365 admin center ที่ https://admin.microsoft.com > Users > Active users คลิกชื่อพนักงาน แล้วทำสามอย่างนี้ตามลำดับ

  1. Reset password ตั้งรหัสผ่านใหม่ที่พนักงานไม่รู้ วิธีนี้มีผลเร็วที่สุด
  2. แท็บ Account > Sign out of all sessions เพื่อบังคับให้ทุกอุปกรณ์ต้องลงชื่อเข้าใช้ใหม่ภายในประมาณหนึ่งชั่วโมง
  3. Block sign-in > ติ๊ก Block this user from signing in > Save changes การบล็อกอาจใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมงจึงมีผลครบ จึงต้องรีเซ็ตรหัสผ่านควบคู่เสมอ

ถ้าพนักงานใช้อีเมลบนมือถือส่วนตัว ให้สั่งลบเฉพาะข้อมูลบัญชีงานออกจากเครื่องด้วย Get-MobileDevice -Mailbox และ Clear-MobileDevice ใน Exchange Online PowerShell สำหรับแอป Outlook การล้างจะลบเฉพาะข้อมูลของบริษัท ไม่แตะข้อมูลส่วนตัว

หน้าจอจำลองหน้าผู้ใช้ใน Microsoft 365 admin center ระหว่าง Offboarding พร้อมปุ่ม Block sign-in, Reset password และ Convert to shared mailbox
เริ่มที่ Reset password และ Block sign-in ส่วน Delete user ห้ามกดถ้ายังใช้ Shared Mailbox (ภาพจำลอง)

ขั้นตอนที่ 2: ตั้งข้อความตอบกลับและการส่งต่ออีเมล

ในหน้าผู้ใช้คนเดิม ไปที่แท็บ Mail แล้วตั้งค่าสองอย่าง เพื่อไม่ให้ลูกค้าที่ยังส่งอีเมลมาหาคนเดิมตกหล่น

ควรส่งต่อไปยังอีเมลภายในองค์กรเท่านั้น การส่งต่ออัตโนมัติไปอีเมลภายนอกถูกนโยบาย Outbound spam ของ Microsoft 365 บล็อกเป็นค่าเริ่มต้น และเสี่ยงข้อมูลรั่ว

ขั้นตอนที่ 3: แปลงกล่องจดหมายเป็น Shared Mailbox ก่อนถอดไลเซนส์

ยังอยู่ที่แท็บ Mail คลิก Convert to shared mailbox แล้วคลิก Convert อีเมลและปฏิทินทั้งหมดจะอยู่ครบ แต่กลายเป็นกล่องจดหมายที่หลายคนเปิดได้ ตัวเลือกนี้จะไม่แสดงถ้าบัญชีไม่มีไลเซนส์ นี่คือเหตุผลที่ต้องทำก่อนถอดไลเซนส์

จากนั้นให้สิทธิ์หัวหน้างานเปิดกล่องจดหมาย ทำได้ใน Exchange admin center > Recipients > Mailboxes > เลือกกล่องจดหมาย > แท็บ Delegation หรือใช้ PowerShell ซึ่งตรวจผลได้ในคำสั่งเดียว

Connect-ExchangeOnline -UserPrincipalName [email protected]
Set-Mailbox -Identity [email protected] -Type Shared
Add-MailboxPermission -Identity [email protected] -User [email protected] -AccessRights FullAccess -AutoMapping $true
Add-RecipientPermission -Identity [email protected] -Trustee [email protected] -AccessRights SendAs -Confirm:$false
Get-Mailbox -Identity [email protected] | Format-List RecipientTypeDetails

ผลที่ถูกต้องคือ RecipientTypeDetails : SharedMailbox กล่องจดหมายจะขึ้นใน Outlook ของหัวหน้างานเองเพราะตั้ง AutoMapping ไว้ ดูวิธีใช้งานต่อได้ที่ สร้างและใช้งาน Shared Mailbox บน Microsoft 365

ผลคำสั่ง PowerShell แปลงกล่องจดหมายพนักงานลาออกเป็น Shared Mailbox ให้สิทธิ์ FullAccess แก่หัวหน้างาน และตรวจผล
ตรวจ RecipientTypeDetails ให้เป็น SharedMailbox ก่อนไปถอดไลเซนส์

ขั้นตอนที่ 4: ย้ายไฟล์ใน OneDrive ให้ผู้รับช่วงงาน

  1. ในหน้าผู้ใช้ เลือกแท็บ OneDrive ใต้ Get access to files คลิก Create link to files
  2. คลิกลิงก์เพื่อเปิด OneDrive ของพนักงาน เลือกโฟลเดอร์ที่ต้องเก็บ แล้วใช้ Move to หรือ Copy to ไปยัง Document Library ของแผนกบน SharePoint หรือ OneDrive ของหัวหน้างาน

การย้ายจะเก็บเฉพาะเวอร์ชันล่าสุดของไฟล์ ถ้าต้องการประวัติเวอร์ชันให้ย้ายเสร็จก่อนที่บัญชีจะถูกลบ ทำขั้นตอนนี้ให้จบเร็ว เพราะตามนโยบายปัจจุบัน OneDrive ที่ไม่มีไลเซนส์จะกลายเป็นอ่านอย่างเดียวหลัง 60 วัน และถูกเก็บถาวรหลัง 93 วัน ซึ่งผู้ดูแลและผู้ใช้เปิดไฟล์ไม่ได้จนกว่าจะคืนไลเซนส์หรือเปิดการเรียกเก็บเงิน

ขั้นตอนที่ 5: ส่งต่อความเป็นเจ้าของทีม กลุ่ม และนัดหมาย

ตรวจว่าพนักงานเป็นเจ้าของคนเดียวของ Microsoft Teams หรือ Microsoft 365 Group ใดหรือไม่ ที่ Microsoft 365 admin center > Teams & groups > Active teams & groups แล้วเพิ่มเจ้าของคนใหม่ก่อน ไม่เช่นนั้นกลุ่มจะไม่มีใครจัดการสมาชิกได้

นัดประชุมแบบเกิดซ้ำที่พนักงานเป็นผู้จัดจะค้างอยู่ในปฏิทินของทุกคนและจองห้องประชุมไว้ ให้ยกเลิกด้วยคำสั่งนี้ (ใส่ -PreviewOnly เพื่อดูรายการก่อนยกเลิกจริง)

Remove-CalendarEvents -Identity [email protected] -CancelOrganizedMeetings -QueryWindowInDays 365

ขั้นตอนที่ 6: ถอดไลเซนส์

การถอดไลเซนส์ควรเป็นขั้นท้าย ๆ ของ Offboarding เมื่อแปลงเป็น Shared Mailbox และย้ายไฟล์เสร็จแล้ว ไปที่หน้าผู้ใช้ > แท็บ Licenses and apps เอาเครื่องหมายถูกออกจากไลเซนส์ทั้งหมด แล้วคลิก Save changes ไลเซนส์ที่ว่างจะมอบให้พนักงานใหม่ได้ทันที หรือลดจำนวนที่ Billing > Your products ถ้าไม่ได้รับคนแทน

ถ้ากล่องจดหมายใหญ่เกิน 50 GB หรือต้องวาง Hold ไว้ตามกฎหมาย ห้ามถอดไลเซนส์ที่รองรับ Hold ออก ให้คงไลเซนส์นั้นไว้กับ Shared Mailbox

ขั้นตอนที่ 7: ตัดสินใจเรื่องการลบบัญชี

ถ้าแปลงเป็น Shared Mailbox หรือตั้ง Forward ไว้ ห้ามลบบัญชีผู้ใช้ เพราะบัญชีเป็นตัวยึดกล่องจดหมายและการส่งต่อ ให้คงบัญชีไว้ในสถานะบล็อกการลงชื่อเข้าใช้และไม่มีไลเซนส์ ถ้าไม่ต้องเก็บอะไรแล้วจริง ๆ จึงลบได้ตาม วิธีลบ User Microsoft 365 บน Admin Console และยังกู้คืนได้ภายใน 30 วันตาม วิธี Restore Account ที่ถูกลบ รายละเอียดอย่างเป็นทางการทั้งชุดอยู่ใน Remove a former employee from Microsoft 365

ตรวจสอบว่า Offboarding ครบทุกข้อ

เช็กลิสต์ตรวจความครบถ้วนหลัง Offboarding พนักงานลาออก ตั้งแต่บล็อกบัญชี Shared Mailbox OneDrive จนถึงไลเซนส์
ทุกข้อต้องผ่านก่อนปิดงาน ข้อที่เป็นสีแดงคือสิ่งที่ห้ามทำ

เก็บผลการตรวจ Offboarding ไว้ในบันทึกของฝ่ายบุคคลหรือระบบตั๋วงาน พร้อมวันเวลาที่ทำแต่ละขั้นตอน เพื่อใช้อ้างอิงหากมีข้อสงสัยเรื่องการเข้าถึงข้อมูลภายหลัง

ปัญหาที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Offboarding

ถอดไลเซนส์ไปแล้วแต่ยังไม่ได้แปลงเป็น Shared Mailbox ทำอย่างไร?

ถ้ายังไม่เกิน 30 วัน ให้คืนไลเซนส์ให้บัญชีเดิม รอสักพักให้กล่องจดหมายกลับมาเชื่อมต่อ จากนั้นแปลงเป็น Shared Mailbox แล้วจึงถอดไลเซนส์อีกครั้ง ถ้าเกิน 30 วันแล้ว ข้อมูลอีเมลจะถูกลบถาวรและกู้ไม่ได้

ทำไมห้ามลบบัญชีผู้ใช้หลังแปลงเป็น Shared Mailbox?

Shared Mailbox ทุกกล่องผูกกับบัญชีผู้ใช้หนึ่งบัญชี ถ้าลบบัญชี กล่องจดหมายจะถูกลบไปด้วย ถ้าเผลอลบไปแล้ว ให้กู้บัญชีภายใน 30 วัน ใส่ไลเซนส์ รอให้กล่องจดหมายกลับมา แล้วแปลงใหม่อีกครั้ง

หลังแปลงเป็น Shared Mailbox พนักงานเก่ายังเข้าใช้ด้วยรหัสเดิมได้ไหม?

ได้ ถ้าไม่ได้รีเซ็ตรหัสผ่านและไม่ได้บล็อกการลงชื่อเข้าใช้ การแปลงประเภทกล่องจดหมายไม่ได้ปิดบัญชีให้ จึงต้องทำขั้นตอนที่ 1 ก่อนทุกครั้ง และตรวจซ้ำว่าบัญชียังอยู่ในสถานะ Sign-in blocked

Forward อีเมลไปยังอีเมลภายนอกแล้วไม่ทำงาน ทำไม?

นโยบาย Outbound spam ค่าเริ่มต้นของ Microsoft 365 บล็อกการส่งต่ออัตโนมัติไปภายนอก เพื่อกันข้อมูลรั่วหลังบัญชีถูกเจาะ ทางที่ปลอดภัยกว่าคือส่งต่อไปยังอีเมลภายในของผู้รับช่วงงาน แล้วให้เขาตอบลูกค้าเอง

ถ้าต้องการให้ทีมงานจัดทำขั้นตอน Offboarding มาตรฐาน ทำสคริปต์อัตโนมัติ หรือช่วยกู้ข้อมูลของพนักงานที่ลาออกไปแล้ว ติดต่อทีมงาน THAI DATA CLOUD ได้ทันที องค์กรที่ต้องการจัดหาไลเซนส์หรือให้ทีมงานดูแล Microsoft 365 ทั้งระบบ ดูรายละเอียดได้ที่หน้าบริการของเรา

สรุปขั้นตอน Offboarding

ทบทวน Offboarding ทั้งหมดตามลำดับ ก่อนนำไปใช้กับระบบจริง

  1. ตัดการเข้าถึงทันที
  2. ตั้งข้อความตอบกลับและการส่งต่ออีเมล
  3. แปลงกล่องจดหมายเป็น Shared Mailbox ก่อนถอดไลเซนส์
  4. ย้ายไฟล์ใน OneDrive ให้ผู้รับช่วงงาน
  5. ส่งต่อความเป็นเจ้าของทีม กลุ่ม และนัดหมาย
  6. ถอดไลเซนส์
  7. ตัดสินใจเรื่องการลบบัญชี

เมื่อทำครบทุกข้อแล้ว Offboarding จะพร้อมใช้งาน หากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาด ให้ย้อนกลับไปดูหัวข้อปัญหาที่พบบ่อยด้านบน ซึ่งรวบรวมกรณีที่พบจริงจากการใช้งาน Offboarding ไว้แล้ว

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Offboarding

แชร์FacebookXLINELinkedIn

มีคำถามเรื่องบริการ? ติดต่อทีมงาน