การเพิ่มผู้มีอำนาจ/ผู้ติดต่อย่อย Authorize Contact

Authorize Contact คือ การเพิ่มผู้ติดต่อให้มีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลและมีอำนาจในการสั่งการและรับอีเมลต่างๆ ของผู้ติดต่อหลัก

โดย ทีมงาน THAI DATA CLOUD อัปเดต อ่าน 5 นาที เข้าชม 5 ครั้ง

แชร์FacebookXLINELinkedIn
Authorize Contact — การเพิ่มผู้มีอำนาจ/ผู้ติดต่อย่อย Authorize Contact
การเพิ่มผู้มีอำนาจ/ผู้ติดต่อย่อย Authorize Contact

คำตอบสั้น ๆ: Authorize Contact คือ การเพิ่มผู้ติดต่อให้มีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลและมีอำนาจในการสั่งการและรับอีเมลต่างๆ ของผู้ติดต่อหลัก

คู่มือนี้อธิบาย Authorize Contact ทีละขั้นตอน พร้อมคำสั่งที่ใช้ได้จริงและปัญหาที่พบบ่อย

Authorize User คือ การเพิ่มผู้ติดต่อให้มีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลและมีอำนาจในการสั่งการและรับอีเมลต่างๆ ของผู้ติดต่อหลัก ด้วยเหตุผลทางด้านความปลอดภัยของข้อมูลเป็นหลัก

ตัวอย่างเช่น

Case A : หากลูกค้ามีหลายแผนกและต้องการให้แต่ละแผนก ได้รับอีเมลบริการต่างๆ ก็สามารถรับอีเมลได้เลย เช่น หากบริการจะหมดอายุ จะมีอีเมลแจ้งเตือนการชำระค่าบริการ และผู้ติดต่อหลักไม่สะดวกในการตรวจสอบอีเมลแจ้งค่าชำระบริการ อาจทำให้บริการหมดอายุและถูกระงับชั่วคราว แต่ถ้ามีผู้ติดต่อย่อยและให้สิทธิ์การรับอีเมลแจ้งเตือนการชำระค่าบริการ อีเมลแจ้งเตือนชำระค่าบริการก็จะถูกส่งไปที่ผู้ติดต่อหลัก และผู้ติดต่อย่อยค่ะ ทำให้ผู้ติดต่อย่อยสามารถชำระค่าบริการได้ทันท่วงทีค่ะ

Case B : กรณีต้องการเปลี่ยนรหัสผ่านของ Hosting Account, FTP ต้องแจ้งด้วยอีเมลที่ถือเป็นผู้มีสิทธิ์ในการสั่งการเท่านั้น

วิธีเพิ่มผู้ติดต่อย่อย Authorize Contact

สามารถทำได้ดังนี้ค่ะ
1. Login เข้าสู่ระบบที่ https://my.thaidatahosting.com และเลือก New Contact

Authorize Contact

2. ทำการกรอกข้อมูลส่วนตัวของผู้ติดต่อย่อยให้ครบถ้วน

Authorize Contact

3. เมื่อทำการ ติ๊ก Tick to configure as a sub-account with client area access เรียบร้อยแล้ว จะมีช่องให้ใส่ Password ให้ใส่ Password ได้ตามต้องการค่ะ

Authorize Contact

4. กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงอีเมลต่างๆ

Authorize Contact

5. เมื่อกด บันทึก ก็เสร็จสิ้นการเพิ่มข้อมูลผู้ติดต่อย่อยค่ะ

Authorize Contact

6. จะเห็นได้ว่าเมนู Contacts มีชื่อผู้ติดต่อเพิ่มขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว

Authorize Contact

ทำความเข้าใจ Authorize Contact ก่อนเริ่ม

ผู้ติดต่อที่ได้รับอนุญาตคือกลไกที่ทำให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนเจ้าของบัญชีได้อย่างถูกต้องและตรวจสอบได้ ปัญหาที่พบบ่อยในองค์กรคือฝ่ายไอทีต้องแจ้งงานเร่งด่วนแต่ไม่มีสิทธิ์ จึงต้องรอเจ้าของบัญชีซึ่งอาจเป็นผู้บริหารที่ติดต่อยาก การกำหนดผู้ติดต่อไว้ล่วงหน้าแก้ปัญหานี้โดยไม่ต้องแชร์รหัสผ่านบัญชีหลัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาด เพราะเมื่อเกิดเรื่องขึ้นจะไม่มีทางรู้ว่าใครเป็นผู้สั่งการจริง

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนใช้งาน Authorize Contact

  • บัญชีลูกค้าหลักที่เป็นเจ้าของบริการ
  • ชื่อ ที่อยู่อีเมล และเบอร์ติดต่อของผู้ที่จะเพิ่ม
  • ข้อสรุปว่าจะให้สิทธิ์ในส่วนใดบ้าง เช่น เรื่องทางเทคนิค การเรียกเก็บเงิน หรือการต่ออายุบริการ

ตรวจสอบว่า Authorize Contact ทำงานถูกต้องแล้ว

  1. ผู้ติดต่อที่เพิ่มปรากฏในรายการพร้อมสิทธิ์ที่กำหนด
  2. ผู้ติดต่อได้รับอีเมลแจ้งและเข้าใช้งานตามสิทธิ์ที่ได้รับได้
  3. ทดสอบว่าผู้ติดต่อเห็นเฉพาะส่วนที่ได้รับสิทธิ์ ไม่เห็นส่วนอื่น

ข้อควรรู้และข้อจำกัดของ Authorize Contact

  • ให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็นกับหน้าที่ ไม่ควรให้สิทธิ์ทั้งหมดกับทุกคนเพื่อความสะดวก
  • ทบทวนรายชื่อผู้ติดต่อทุกครั้งที่มีคนลาออกหรือเปลี่ยนหน้าที่
  • ควรมีผู้ติดต่อสำรองอย่างน้อยหนึ่งคนเสมอ เพื่อไม่ให้ติดต่อไม่ได้เมื่อผู้ติดต่อหลักไม่อยู่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Authorize Contact

ผู้ติดต่อที่เพิ่มเห็นข้อมูลการเงินด้วยไหม

เห็นเฉพาะเมื่อได้รับสิทธิ์ในส่วนนั้น สิทธิ์แยกตามหมวดได้ จึงกำหนดให้เห็นเฉพาะเรื่องทางเทคนิคอย่างเดียวได้

ยกเลิกสิทธิ์ภายหลังได้หรือไม่

ได้ทันทีครับ เจ้าของบัญชีหลักลบผู้ติดต่อหรือปรับสิทธิ์ได้ตลอดเวลา

ทำไมไม่ใช้วิธีบอกรหัสผ่านบัญชีหลักให้กันแทน

เพราะจะไม่สามารถแยกได้ว่าใครเป็นผู้ดำเนินการ และเมื่อผู้นั้นลาออกก็ต้องเปลี่ยนรหัสผ่านทั้งบัญชี การใช้ผู้ติดต่อที่ได้รับอนุญาตจึงปลอดภัยและตรวจสอบย้อนหลังได้

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Authorize Contact

แชร์FacebookXLINELinkedIn

มีคำถามเรื่องบริการ? ติดต่อทีมงาน