ติดตั้งและใช้งาน Google Tag Manager

ใช้ Tag Manager จัดการสคริปต์ติดตามทั้งหมดจากที่เดียว โดยไม่ต้องแก้โค้ดเว็บทุกครั้งที่เพิ่มหรือถอนเครื่องมือ

โดย ทีมงาน THAI DATA CLOUD อัปเดต อ่าน 9 นาที เข้าชม 5 ครั้ง

แชร์FacebookXLINELinkedIn
Google Tag Manager — ติดตั้งและใช้งาน Google Tag Manager
ติดตั้งและใช้งาน Google Tag Manager

คำตอบสั้น ๆ: ใช้ Tag Manager จัดการสคริปต์ติดตามทั้งหมดจากที่เดียว โดยไม่ต้องแก้โค้ดเว็บทุกครั้งที่เพิ่มหรือถอนเครื่องมือ

คู่มือนี้อธิบาย Google Tag Manager ทีละขั้นตอน พร้อมคำสั่งที่ใช้ได้จริงและปัญหาที่พบบ่อย

เว็บที่ใช้งานมานานมักมีสคริปต์ติดตามสะสมอยู่ในโค้ดหลายตัว ทั้ง Google Analytics, Facebook Pixel, สคริปต์แชท และสคริปต์โฆษณาที่เคยใช้แล้วเลิกแต่ลืมถอดออก การแก้ไขแต่ละครั้งต้องผ่านนักพัฒนาและรอรอบปรับใช้

Google Tag Manager แก้ปัญหานี้ด้วยการวางโค้ดกลางไว้ครั้งเดียว แล้วจัดการสคริปต์ทั้งหมดผ่านหน้าเว็บ ทีมการตลาดเพิ่มหรือถอนเครื่องมือได้เองโดยไม่ต้องแตะโค้ด

สิ่งที่ต้องเตรียม (Google Tag Manager)

  • บัญชี Google และสิทธิ์แก้ไขโค้ดของเว็บครั้งเดียว
  • รายการสคริปต์ติดตามที่ใช้อยู่ปัจจุบัน

ขั้นตอนที่ 1: สร้างบัญชีและ Container

ไปที่ tagmanager.google.com สร้างบัญชีใหม่ ใส่ชื่อบริษัท เลือกประเทศไทย แล้วสร้าง Container โดยใส่ชื่อโดเมนและเลือกแพลตฟอร์ม Web

จะได้รหัสรูปแบบ GTM-XXXXXXX พร้อมโค้ดสองชุดสำหรับติดตั้ง

ขั้นตอนที่ 2: วางโค้ดบนเว็บ

ชุดแรกวางใน <head> ให้สูงที่สุดเท่าที่ทำได้

<!-- Google Tag Manager -->
<script>(function(w,d,s,l,i){w[l]=w[l]||[];w[l].push({'gtm.start':
new Date().getTime(),event:'gtm.js'});var f=d.getElementsByTagName(s)[0],
j=d.createElement(s),dl=l!='dataLayer'?'&l='+l:'';j.async=true;j.src=
'https://www.googletagmanager.com/gtm.js?id='+i+dl;f.parentNode.insertBefore(j,f);
})(window,document,'script','dataLayer','GTM-XXXXXXX');</script>
<!-- End Google Tag Manager -->

ชุดที่สองวางทันทีหลัง <body>

<noscript><iframe src="https://www.googletagmanager.com/ns.html?id=GTM-XXXXXXX"
height="0" width="0" style="display:none;visibility:hidden"></iframe></noscript>

ใน WordPress ใช้ hook แทนการแก้ไฟล์ธีมโดยตรง

add_action('wp_head', function () {
    ?><script>/* โค้ดชุดแรก */</script><?php
}, 1);

add_action('wp_body_open', function () {
    ?><noscript><!-- โค้ดชุดที่สอง --></noscript><?php
});

ตรวจว่าติดตั้งสำเร็จ

curl -sL https://example.com | grep -o 'GTM-[A-Z0-9]*' | sort -u

ขั้นตอนที่ 3: เข้าใจสามองค์ประกอบหลัก

  • Tag คือสคริปต์ที่จะทำงาน เช่น โค้ด GA4 หรือ Facebook Pixel
  • Trigger คือเงื่อนไขว่าจะให้ Tag ทำงานเมื่อไร เช่น เมื่อเปิดหน้าใดหน้าหนึ่ง หรือเมื่อคลิกปุ่ม
  • Variable คือค่าที่ดึงมาใช้ เช่น URL ปัจจุบัน ข้อความบนปุ่มที่คลิก หรือมูลค่าคำสั่งซื้อ

ทุก Tag ต้องมีอย่างน้อยหนึ่ง Trigger ไม่เช่นนั้นจะไม่ทำงานเลย

ขั้นตอนที่ 4: ติดตั้ง GA4 ผ่าน GTM

ถอดโค้ด GA4 เดิมออกจากเว็บก่อน ไม่เช่นนั้นจะนับซ้ำ

ใน GTM กด Tags แล้ว New ตั้งชื่อว่า GA4 Configuration เลือกชนิด Google Tag ใส่รหัส G-XXXXXXXXXX แล้วเลือก Trigger เป็น All Pages

สำหรับ Event เพิ่มเติม สร้าง Tag ชนิด Google Analytics: GA4 Event ตั้งชื่อ Event และพารามิเตอร์ แล้วผูกกับ Trigger ที่ต้องการ

ขั้นตอนที่ 5: สร้าง Trigger สำหรับการคลิกปุ่มโทร

เปิด Variable ที่เกี่ยวกับการคลิกก่อน ไปที่ Variables แล้ว Configure แล้วติ๊กทุกตัวในหมวด Clicks

สร้าง Trigger ใหม่ ชนิด Click แล้ว Just Links ตั้งเงื่อนไข

Click URL  contains  tel:

สร้าง Tag ชนิด GA4 Event ตั้งชื่อ Event เป็น contact_call เพิ่มพารามิเตอร์

phone_number  =  {{Click URL}}
link_text     =  {{Click Text}}

ผูกกับ Trigger ที่เพิ่งสร้าง

ขั้นตอนที่ 6: ส่งข้อมูลจากเว็บเข้า GTM ด้วย dataLayer

สำหรับข้อมูลที่ GTM ดึงเองไม่ได้ เช่น มูลค่าคำสั่งซื้อ ให้เว็บส่งเข้ามา

<script>
window.dataLayer = window.dataLayer || [];
dataLayer.push({
  event: 'purchase_completed',
  transaction_id: 'ORDER-2026-0912',
  value: 2580,
  currency: 'THB',
  customer_type: 'returning'
});
</script>

ใน GTM สร้าง Variable ชนิด Data Layer Variable ตั้งชื่อตัวแปรให้ตรงกับที่ส่งมา เช่น value แล้วสร้าง Trigger ชนิด Custom Event โดยใส่ชื่อ purchase_completed

จุดสำคัญคือต้อง push ข้อมูลเข้า dataLayer ก่อนที่จะ push ตัว event ไม่เช่นนั้น GTM จะอ่านค่าไม่ได้ วิธีที่ปลอดภัยคือส่งทุกอย่างไปในการ push ครั้งเดียวตามตัวอย่างข้างบน

ขั้นตอนที่ 7: ทดสอบด้วย Preview Mode

กดปุ่ม Preview ที่มุมขวาบน ใส่ URL ของเว็บ จะเปิดหน้าต่างใหม่พร้อมแผงดีบัก

สิ่งที่ต้องตรวจ

  • แท็บ Tags แสดงว่า Tag ไหนทำงานและไหนไม่ทำงาน พร้อมเหตุผล
  • แท็บ Variables แสดงค่าจริงของตัวแปรในขณะนั้น
  • แท็บ Data Layer แสดงข้อมูลทั้งหมดที่ถูกส่งเข้ามา

คลิกที่แต่ละเหตุการณ์ในไทม์ไลน์ทางซ้ายเพื่อดูสถานะ ณ จังหวะนั้น หาก Tag ไม่ทำงาน ให้ดูที่ส่วน Firing Triggers ซึ่งบอกว่าเงื่อนไขข้อไหนไม่ผ่าน

ขั้นตอนที่ 8: เผยแพร่และจัดการเวอร์ชัน

กด Submit ใส่ชื่อเวอร์ชันและคำอธิบายว่าเปลี่ยนอะไร แล้วกด Publish

เขียนคำอธิบายให้ละเอียดทุกครั้ง เพราะเมื่อมีปัญหาในอนาคต คุณจะย้อนดูได้ว่าเวอร์ชันไหนเปลี่ยนอะไร และย้อนกลับได้ทันทีจากหน้า Versions

สำหรับทีมที่มีหลายคน ใช้ Workspace แยกกันเพื่อไม่ให้แก้ทับกัน และตั้งสิทธิ์ให้เหมาะสมที่ Admin แล้ว User Management โดยให้สิทธิ์ Publish เฉพาะผู้ที่รับผิดชอบ

ปัญหาที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Google Tag Manager

Tag ไม่ทำงานเลย

ตรวจสามข้อ โค้ด GTM อยู่บนหน้านั้นจริง Tag มี Trigger ผูกอยู่ และเผยแพร่เวอร์ชันแล้วไม่ใช่แค่บันทึก การทดสอบใน Preview ทำงานได้แม้ยังไม่เผยแพร่ ซึ่งทำให้เข้าใจผิดบ่อย

ข้อมูลถูกนับซ้ำ

มีทั้งโค้ดเดิมบนเว็บและ Tag ใน GTM ถอดโค้ดเดิมออกให้หมด ตรวจด้วยคำสั่งค้นหารหัสในหน้าเว็บ

ตัวแปรจาก dataLayer เป็นค่าว่าง

ข้อมูลถูก push หลังจาก event หรือชื่อตัวแปรไม่ตรงกัน ดูในแท็บ Data Layer ของ Preview Mode ว่าข้อมูลมาถึงจริงในจังหวะไหน

GTM ทำให้เว็บช้าลง

ตรวจว่ามี Tag ที่ไม่ได้ใช้แล้วค้างอยู่หรือไม่ ตั้ง Trigger ให้แคบที่สุดเท่าที่จำเป็น และหลีกเลี่ยงการใช้ Custom HTML Tag ที่โหลดสคริปต์หนักในทุกหน้า

ต้องการที่ปรึกษาด้านการวัดผลและโครงสร้างเว็บ ติดต่อ THAI DATA CLOUD ได้ที่ https://thaidata.cloud/contact/

สรุปขั้นตอน Google Tag Manager

ทบทวน Google Tag Manager ทั้งหมดตามลำดับ ก่อนนำไปใช้กับระบบจริง

  1. สร้างบัญชีและ Container
  2. วางโค้ดบนเว็บ
  3. เข้าใจสามองค์ประกอบหลัก
  4. ติดตั้ง GA4 ผ่าน GTM
  5. สร้าง Trigger สำหรับการคลิกปุ่มโทร
  6. ส่งข้อมูลจากเว็บเข้า GTM ด้วย dataLayer
  7. ทดสอบด้วย Preview Mode
  8. เผยแพร่และจัดการเวอร์ชัน

เมื่อทำครบทุกข้อแล้ว Google Tag Manager จะพร้อมใช้งาน หากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาด ให้ย้อนกลับไปดูหัวข้อปัญหาที่พบบ่อยด้านบน ซึ่งรวบรวมกรณีที่พบจริงจากการใช้งาน Google Tag Manager ไว้แล้ว

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Google Tag Manager

แชร์FacebookXLINELinkedIn

มีคำถามเรื่องบริการ? ติดต่อทีมงาน