ทำ SEO ให้รูปภาพ ตั้งแต่ชื่อไฟล์ถึง alt text

ทำให้รูปภาพของเว็บถูกค้นเจอใน Google Images และช่วยการเข้าถึง ด้วยชื่อไฟล์ alt text ขนาดที่เหมาะสม และ Sitemap สำหรับรูป

โดย ทีมงาน THAI DATA CLOUD อัปเดต อ่าน 10 นาที เข้าชม 4 ครั้ง

แชร์FacebookXLINELinkedIn
alt text — ทำ SEO ให้รูปภาพ ตั้งแต่ชื่อไฟล์ถึง alt text
ทำ SEO ให้รูปภาพ ตั้งแต่ชื่อไฟล์ถึง alt text

คำตอบสั้น ๆ: ทำให้รูปภาพของเว็บถูกค้นเจอใน Google Images และช่วยการเข้าถึง ด้วยชื่อไฟล์ alt text ขนาดที่เหมาะสม และ Sitemap สำหรับรูป

คู่มือนี้อธิบาย alt text ทีละขั้นตอน พร้อมคำสั่งที่ใช้ได้จริงและปัญหาที่พบบ่อย

Google Images คือช่องทางที่นำผู้เข้าชมมาเว็บได้จำนวนมากแต่มักถูกละเลย โดยเฉพาะธุรกิจที่ขายสินค้าที่คนค้นหาด้วยภาพ เช่น เสื้อผ้า อาหาร และของตกแต่ง

นอกจากเรื่อง SEO แล้ว การทำ alt text ที่ดียังเป็นข้อกำหนดด้านการเข้าถึงสำหรับผู้ใช้โปรแกรมอ่านหน้าจอ ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • สิทธิ์แก้ไขเนื้อหาและอัปโหลดไฟล์
  • Google Search Console

ขั้นตอนที่ 1: ตั้งชื่อไฟล์ให้สื่อความ

ชื่อไฟล์เป็นสัญญาณแรกที่ Google ใช้เข้าใจว่ารูปคืออะไร

# ไม่ดี
IMG_20260925_143022.jpg
DSC0042.png
screenshot-1.png

# ดี
cloud-server-rack-datacenter-bangkok.jpg
mysql-replication-diagram.png
plesk-ssl-settings-screen.png

หลักการ ใช้ตัวพิมพ์เล็ก คั่นด้วยขีดกลาง ไม่ใช้ขีดล่างหรือช่องว่าง และอธิบายสิ่งที่อยู่ในรูปจริง

เรื่องภาษาไทยในชื่อไฟล์ ใช้ได้แต่จะถูกเข้ารหัสใน URL ทำให้อ่านยากและบางระบบจัดการผิดพลาด แนะนำให้ใช้ภาษาอังกฤษในชื่อไฟล์แล้วใส่ภาษาไทยใน alt text แทน

# เปลี่ยนชื่อไฟล์จำนวนมาก
cd /var/www/example.com/wp-content/uploads/2026/09
for f in IMG_*.jpg; do
  echo "$f"   # ตรวจก่อนเปลี่ยนจริง
done

ระวัง การเปลี่ยนชื่อไฟล์ที่ใช้งานอยู่แล้วทำให้รูปหายจากบทความ ต้องแก้ลิงก์ในเนื้อหาด้วยและตั้ง 301 จากชื่อเดิม ทำเฉพาะกับรูปที่อัปโหลดใหม่จะปลอดภัยกว่า

ขั้นตอนที่ 2: เขียน alt text ที่ถูกต้อง

alt text คือคำอธิบายสำหรับคนที่มองไม่เห็นรูป ทั้งผู้ใช้โปรแกรมอ่านหน้าจอและเครื่องมือค้นหา

<!-- ไม่ดี ไม่ได้อธิบายอะไร -->
<img src="server.jpg" alt="รูปภาพ">
<img src="server.jpg" alt="">

<!-- ไม่ดี ยัดคำค้นหา -->
<img src="server.jpg" alt="cloud server เช่า server ราคาถูก server ไทย vps">

<!-- ดี อธิบายสิ่งที่เห็นจริง -->
<img src="server.jpg" alt="ตู้แร็คเซิร์ฟเวอร์ในศูนย์ข้อมูลกรุงเทพฯ พร้อมไฟสถานะสีเขียว">

หลักการเขียน

  • อธิบายสิ่งที่เห็นในรูป ไม่ใช่สิ่งที่อยากให้ค้นเจอ
  • ยาวประมาณ 60-125 ตัวอักษร
  • ไม่ต้องขึ้นต้นด้วย "รูปภาพของ" เพราะโปรแกรมอ่านหน้าจอบอกอยู่แล้วว่าเป็นรูป
  • สำหรับรูปที่เป็นลิงก์ ให้อธิบายปลายทางของลิงก์แทนเนื้อหาในรูป
  • รูปตกแต่งที่ไม่มีความหมาย ใส่ alt="" เพื่อให้โปรแกรมอ่านหน้าจอข้ามไป การไม่ใส่แอตทริบิวต์เลยต่างจากการใส่ค่าว่าง

ตรวจว่ามีรูปไหนขาด alt

curl -sL https://example.com/blog/article/ | grep -oP '<img[^>]*>' | grep -v 'alt='

ขั้นตอนที่ 3: ใส่คำบรรยายและข้อความรอบรูป

Google ใช้ข้อความรอบ ๆ รูปประกอบการเข้าใจด้วย โดยเฉพาะ <figcaption>

<figure>
  <img src="mysql-replication-diagram.png"
       alt="แผนผังการทำงานของ MySQL Replication แบบ Master-Replica"
       width="1200" height="675" loading="lazy" decoding="async">
  <figcaption>
    เครื่องหลักส่ง Binary Log ไปยังเครื่องสำรองอย่างต่อเนื่อง
    ทำให้ข้อมูลทั้งสองฝั่งตรงกันภายในเสี้ยววินาที
  </figcaption>
</figure>

ขั้นตอนที่ 4: ระบุขนาดและใช้ lazy loading

<img src="photo.jpg" alt="คำอธิบาย"
     width="1200" height="800"
     loading="lazy" decoding="async">

การระบุ width และ height ป้องกันหน้าเว็บกระโดดระหว่างโหลด ซึ่งมีผลต่อคะแนน CLS โดยตรง

ข้อยกเว้นสำคัญ รูปแรกที่ผู้ใช้เห็นทันทีเมื่อเปิดหน้าห้ามใส่ loading="lazy" เพราะทำให้คะแนน LCP แย่ลง ให้ใส่ fetchpriority="high" แทน

<img src="hero.jpg" alt="ภาพหลักของหน้า"
     width="1600" height="900"
     fetchpriority="high" decoding="async">

ขั้นตอนที่ 5: ส่งรูปให้เหมาะกับขนาดหน้าจอ

<img src="product-800.jpg"
     srcset="product-400.jpg 400w,
             product-800.jpg 800w,
             product-1600.jpg 1600w"
     sizes="(max-width: 600px) 100vw, (max-width: 1200px) 50vw, 800px"
     alt="เสื้อยืดคอกลมสีขาว รุ่นคอตตอน 100%"
     width="800" height="1000" loading="lazy">

WordPress สร้าง srcset ให้อัตโนมัติจากขนาดที่ลงทะเบียนไว้ ตรวจว่าทำงาน

curl -sL https://example.com/product/ | grep -o 'srcset="[^"]*"' | head -3

ขั้นตอนที่ 6: สร้าง Image Sitemap

ช่วยให้ Google พบรูปที่อาจเข้าถึงยาก เช่น รูปที่โหลดด้วย JavaScript

<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<urlset xmlns="http://www.sitemaps.org/schemas/sitemap/0.9"
        xmlns:image="http://www.google.com/schemas/sitemap-image/1.1">
  <url>
    <loc>https://example.com/product/tshirt/</loc>
    <image:image>
      <image:loc>https://example.com/images/tshirt-white-front.jpg</image:loc>
      <image:title>เสื้อยืดคอกลมสีขาว ด้านหน้า</image:title>
    </image:image>
    <image:image>
      <image:loc>https://example.com/images/tshirt-white-back.jpg</image:loc>
      <image:title>เสื้อยืดคอกลมสีขาว ด้านหลัง</image:title>
    </image:image>
  </url>
</urlset>

ปลั๊กอิน SEO ส่วนใหญ่รวมรูปเข้าไปใน Sitemap หลักให้อยู่แล้ว ตรวจก่อนสร้างเอง

curl -s https://example.com/sitemap.xml | grep -c 'image:loc'

ขั้นตอนที่ 7: เพิ่มข้อมูลโครงสร้างสำหรับสินค้า

รูปสินค้าที่มี Schema จะมีโอกาสแสดงพร้อมราคาและสถานะสินค้าในผลค้นหารูปภาพ

<script type="application/ld+json">
{
  "@context": "https://schema.org",
  "@type": "Product",
  "name": "เสื้อยืดคอกลมสีขาว",
  "image": [
    "https://example.com/images/tshirt-white-front.jpg",
    "https://example.com/images/tshirt-white-back.jpg"
  ],
  "offers": {
    "@type": "Offer",
    "price": "590",
    "priceCurrency": "THB",
    "availability": "https://schema.org/InStock"
  }
}
</script>

ขั้นตอนที่ 8: ติดตามผล

ใน Search Console ไปที่ Performance แล้วเปลี่ยน Search type เป็น Image จะเห็นว่ารูปได้รับการแสดงผลและคลิกเท่าไร

เปรียบเทียบกับ Web search เพื่อดูสัดส่วน เว็บที่ขายสินค้าที่ค้นหาด้วยภาพมักได้ทราฟฟิกจากรูปภาพ 10-30% ของทั้งหมด

ตรวจว่ารูปถูกเก็บดัชนีหรือไม่ด้วยการค้นหาใน Google Images

site:example.com

ปัญหาที่พบบ่อย

รูปไม่ปรากฏใน Google Images เลย

ตรวจว่า robots.txt ไม่ได้บล็อกโฟลเดอร์รูป และไม่มี header X-Robots-Tag: noimageindex

curl -sI https://example.com/images/photo.jpg | grep -i robots
curl -s https://example.com/robots.txt | grep -i uploads

รูปโหลดช้าทำให้คะแนนเว็บแย่

บีบอัดรูปและแปลงเป็น WebP ตามคู่มือเรื่องการลดขนาดรูป และตรวจว่าไม่ได้ใส่ lazy loading กับรูปแรกของหน้า

alt text ถูกใช้เป็นคำบรรยายใต้รูป

บางธีมแสดง alt เป็นข้อความใต้รูป ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ ใช้ <figcaption> สำหรับคำบรรยายและ alt สำหรับคำอธิบายรูป

รูปในเว็บมีลิขสิทธิ์ไม่ชัดเจน

ใช้เฉพาะรูปที่ถ่ายเองหรือมีสิทธิ์ใช้งานชัดเจน เก็บหลักฐานใบอนุญาตไว้ และพิจารณาใส่ข้อมูลลิขสิทธิ์ใน Schema สำหรับรูปที่เป็นทรัพย์สินขององค์กร

ต้องการโฮสติ้งที่รองรับเว็บรูปภาพจำนวนมากพร้อม CDN ติดต่อ THAI DATA CLOUD ได้ที่ https://thaidata.cloud/contact/

สรุปขั้นตอน alt text

ทบทวน alt text ทั้งหมดตามลำดับ ก่อนนำไปใช้กับระบบจริง

  1. ตั้งชื่อไฟล์ให้สื่อความ
  2. เขียน alt text ที่ถูกต้อง
  3. ใส่คำบรรยายและข้อความรอบรูป
  4. ระบุขนาดและใช้ lazy loading
  5. ส่งรูปให้เหมาะกับขนาดหน้าจอ
  6. สร้าง Image Sitemap
  7. เพิ่มข้อมูลโครงสร้างสำหรับสินค้า
  8. ติดตามผล

เมื่อทำครบทุกข้อแล้ว alt text จะพร้อมใช้งาน หากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาด ให้ย้อนกลับไปดูหัวข้อปัญหาที่พบบ่อยด้านบน ซึ่งรวบรวมกรณีที่พบจริงจากการใช้งาน alt text ไว้แล้ว

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ alt text

แชร์FacebookXLINELinkedIn

มีคำถามเรื่องบริการ? ติดต่อทีมงาน