คำตอบสั้น ๆ: ติดตั้ง Windows App ของ Microsoft บน Mac เพิ่มเซิร์ฟเวอร์ ตั้งค่าหน้าจอ คีย์บอร์ด และแชร์โฟลเดอร์ เพื่อ Remote Desktop เข้า Windows Server ได้อย่างราบรื่น
คู่มือนี้อธิบาย Remote Desktop ทีละขั้นตอน พร้อมคำสั่งที่ใช้ได้จริงและปัญหาที่พบบ่อย
macOS ไม่มีโปรแกรม Remote Desktop ติดมากับเครื่อง แต่ Microsoft มีแอปอย่างเป็นทางการให้ดาวน์โหลดฟรีจาก Mac App Store ชื่อ Windows App ซึ่งเป็นชื่อใหม่ของแอป Microsoft Remote Desktop ที่หลายคนคุ้นเคย (เปลี่ยนชื่อในปี 2024 การตั้งค่าหลักยังเหมือนเดิม) แอปนี้ใช้โปรโตคอล RDP แบบเดียวกับ Remote Desktop Connection บน Windows จึงเชื่อมต่อ Windows Server ได้ครบทั้งภาพ เสียง Clipboard และการแชร์โฟลเดอร์
บทความนี้พาตั้งแต่ติดตั้งแอป เพิ่มเซิร์ฟเวอร์ ปรับการแสดงผลบนจอ Retina ใช้คีย์บอร์ด Mac กับ Windows และแก้ปัญหาที่พบบ่อย ชื่อเมนูในแอปอาจต่างกันเล็กน้อยตามเวอร์ชัน
สิ่งที่ต้องเตรียม
- Mac ที่ใช้ macOS รุ่นที่ Windows App รองรับ (ดูเงื่อนไขล่าสุดในหน้า Mac App Store)
- IP หรือชื่อโฮสต์ของเซิร์ฟเวอร์ เช่น
203.0.113.10และพอร์ต RDP ถ้าไม่ใช่ 3389 - ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านของ Windows Server เช่น
Administratorหรือบัญชีที่สร้างตาม สร้างผู้ใช้ใหม่สำหรับ Remote Desktop บน Windows Server - พอร์ต RDP ต้องเปิดอยู่ใน Windows Defender Firewall ของเซิร์ฟเวอร์ และหากเซิร์ฟเวอร์มี Security Group หรือ Firewall ภายนอกจากฝั่งผู้ให้บริการ ให้เปิดพอร์ตนั้นเพิ่มด้วย
ขั้นตอนที่ 1: ติดตั้ง Windows App
- เปิด App Store บน Mac ค้นหา Windows App ผู้พัฒนาต้องเป็น Microsoft Corporation
- กด Get แล้ว Install
- เปิดแอปครั้งแรก ถ้าแอปถามว่าต้องการให้ส่งข้อมูลการใช้งานหรือเข้าถึงไมโครโฟน เลือกตามต้องการ ไม่มีผลกับการเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์
ถ้าเครื่องยังมีแอป Microsoft Remote Desktop เวอร์ชันเก่า การอัปเดตจะเปลี่ยนเป็น Windows App และเก็บรายการเครื่องที่เคยเพิ่มไว้ให้
ขั้นตอนที่ 2: เพิ่มเซิร์ฟเวอร์
- ในหน้าหลักของแอป กดปุ่ม + แล้วเลือก Add PC
- ช่อง PC name ใส่ IP หรือชื่อโฮสต์ ถ้าเซิร์ฟเวอร์ใช้พอร์ตอื่นที่ไม่ใช่ 3389 ให้ใส่ต่อท้ายด้วยเครื่องหมายโคลอน เช่น
203.0.113.10:3390 - ช่อง Credentials เลือก Ask when required เพื่อให้ถามรหัสผ่านทุกครั้ง หรือเลือก Add Credentials เพื่อบันทึกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านไว้ใน Keychain ของ Mac
- ช่อง Friendly name ตั้งชื่อที่จำง่าย เช่น Web Server Production
- ตั้งค่าในแท็บ Display, Devices & Audio และ Folders ตามขั้นตอนถัดไป แล้วกด Add
ชื่อผู้ใช้ใส่ได้หลายรูปแบบ ถ้าเป็นบัญชีภายในเครื่อง ใช้ Administrator หรือ .\Administrator ถ้าเซิร์ฟเวอร์อยู่ใน Domain ใช้ DOMAIN\username หรือ [email protected]
ถ้ามีไฟล์ .rdp อยู่แล้ว เช่น ไฟล์ที่ส่งมาจากผู้ดูแลระบบ สามารถนำเข้าได้โดยลากไฟล์ไปวางในหน้าต่างแอป หรือใช้เมนู Import ของแอป
ขั้นตอนที่ 3: ตั้งค่าหน้าจอ
ในแท็บ Display
- Optimize for Retina displays: ภาพคมขึ้นบนจอ Retina แต่ตัวอักษรใน Windows จะเล็กมาก และใช้แบนด์วิดท์มากขึ้น ถ้าอินเทอร์เน็ตช้าหรืออ่านตัวอักษรไม่ถนัด ให้ปิดตัวเลือกนี้
- Start session in full screen: เปิดเต็มจอเป็น Space แยก สลับกลับ macOS ด้วยการปัดสามนิ้วหรือ Control + ลูกศร
- Update the session resolution on resize: ปรับความละเอียดตามขนาดหน้าต่างอัตโนมัติ สะดวกเมื่อย่อขยายหน้าต่างบ่อย
ขั้นตอนที่ 4: แชร์โฟลเดอร์และ Clipboard
ในแท็บ Folders ติ๊ก Redirect folders แล้วกด + เลือกโฟลเดอร์บน Mac ที่ต้องการให้เซิร์ฟเวอร์มองเห็น เช่น โฟลเดอร์ Transfer ที่สร้างไว้เฉพาะ แนะนำไม่ให้แชร์ทั้งโฟลเดอร์ Home
ในแท็บ Devices & Audio ตรวจว่าเปิด Clipboard ไว้ เพื่อคัดลอกข้อความระหว่าง Mac กับเซิร์ฟเวอร์ได้
เมื่อเชื่อมต่อแล้ว โฟลเดอร์ที่แชร์จะปรากฏใน File Explorer ของเซิร์ฟเวอร์ที่ This PC > Redirected drives and folders หรือเปิดตรงด้วย \\tsclient ในช่อง Address วิธีคัดลอกไฟล์ใหญ่ด้วย robocopy ดูได้ที่ โอนไฟล์เข้า Windows Server ผ่าน Remote Desktop