คำตอบสั้น ๆ: ติดตั้งและตั้งค่า Windows Server Backup ให้สำรองไฟล์ ไดรฟ์ และ System State ตามเวลา พร้อมวิธีกู้คืนไฟล์ด้วยหน้าจอและคำสั่ง wbadmin
คู่มือนี้อธิบาย Windows Server Backup ทีละขั้นตอน พร้อมคำสั่งที่ใช้ได้จริงและปัญหาที่พบบ่อย
Windows Server Backup เป็นฟีเจอร์สำรองข้อมูลที่มาพร้อม Windows Server ทุกรุ่น ไม่ต้องซื้อโปรแกรมเพิ่ม ใช้สำรองได้ทั้งไฟล์และโฟลเดอร์ ทั้งไดรฟ์ (Volume) รวมถึง System State และแบบ Bare Metal Recovery สำหรับกู้เครื่องทั้งเครื่อง เบื้องหลังใช้ Volume Shadow Copy Service (VSS) จึงสำรองไฟล์ที่กำลังเปิดใช้งานอยู่ได้โดยไม่ต้องหยุดระบบ
บทความนี้อธิบายการติดตั้งฟีเจอร์ การตั้งเวลาสำรองอัตโนมัติ การสั่งสำรองครั้งเดียวด้วยคำสั่ง wbadmin และการกู้คืนไฟล์ เหมาะกับเซิร์ฟเวอร์ที่เก็บเว็บไซต์ IIS ไฟล์งาน หรือโปรแกรมบัญชีที่ต้องมีสำเนาไว้ทุกวัน
หมายเหตุ: Windows Server Backup เป็นการสำรองระดับระบบปฏิบัติการภายในเครื่อง หากเก็บไฟล์สำรองไว้บนดิสก์ของเครื่องเดียวกัน ไฟล์นั้นจะไม่ช่วยในกรณีที่เครื่องเสียหายทั้งเครื่อง ควรใช้คู่กับการสำรองระดับ Server ตามบทความ การ Backup Server บน Cloud ของ TDC หรือคัดลอกไฟล์สำรองออกไปเก็บที่อื่นอีกชุด
สิ่งที่ต้องเตรียม
- สิทธิ์ Administrator บน Windows Server 2019 หรือ 2022
- ปลายทางสำหรับเก็บไฟล์สำรอง เช่น ดิสก์ที่สองที่เพิ่มให้เครื่อง (แนะนำ) หรือ Shared Folder บนเครื่องอื่นในเครือข่ายภายใน
- พื้นที่ปลายทางอย่างน้อยเท่ากับขนาดข้อมูลที่จะสำรอง และควรเผื่อไว้ 1.5-2 เท่าเพื่อเก็บหลายเวอร์ชัน
เลือกปลายทางให้เหมาะกับงาน
| ปลายทาง | ข้อดี | ข้อจำกัด |
|---|---|---|
| ดิสก์เฉพาะสำหรับ Backup (Dedicated disk) | เก็บได้หลายเวอร์ชัน ลบเวอร์ชันเก่าให้อัตโนมัติเมื่อพื้นที่เต็ม เร็วที่สุด | ดิสก์จะถูก Format และซ่อนจาก File Explorer ใช้เก็บอย่างอื่นไม่ได้ |
| Volume ที่มีอยู่แล้ว | ไม่ต้อง Format ดิสก์ | ประสิทธิภาพของ Volume นั้นลดลงระหว่างสำรอง และห้ามเป็น Volume เดียวกับที่ถูกสำรอง |
| Shared Network Folder | เก็บข้อมูลออกนอกเครื่อง | การสำรองแบบตั้งเวลาเก็บได้เพียงชุดล่าสุด ชุดใหม่จะเขียนทับชุดเดิม |
ขั้นตอนที่ 1: ติดตั้งฟีเจอร์ Windows Server Backup
ฟีเจอร์นี้ไม่ได้ติดตั้งมาให้ตั้งแต่แรก ติดตั้งได้สองวิธี
ผ่าน Server Manager: เปิด Server Manager เลือก Manage > Add Roles and Features กด Next จนถึงหน้า Features แล้วติ๊ก Windows Server Backup กด Next และ Install รอจนเสร็จ ไม่ต้อง Restart
ผ่าน PowerShell (Run as Administrator):
Install-WindowsFeature -Name Windows-Server-Backup
ผลลัพธ์ที่ถูกต้องจะแสดง Success เป็น True และ Restart Needed เป็น No ตรวจสอบซ้ำได้ด้วย
Get-WindowsFeature Windows-Server-Backup
คอลัมน์ Install State ต้องเป็น Installed
ขั้นตอนที่ 2: ตั้งเวลาสำรองข้อมูลอัตโนมัติ
- กด Win + R พิมพ์
wbadmin.mscแล้วกด Enter หรือเปิดจาก Server Manager > Tools > Windows Server Backup - คลิก Local Backup ทางซ้าย แล้วเลือก Backup Schedule... ในแผง Actions ทางขวา
- หน้า Select Backup Configuration เลือก Full server (recommended) เพื่อสำรองทุก Volume พร้อม System State หรือ Custom หากต้องการเลือกเฉพาะบางโฟลเดอร์ เช่น
C:\inetpubและD:\Data - ถ้าเลือก Custom ให้กด Add Items แล้วติ๊กสิ่งที่ต้องการ ถ้าต้องการกู้เครื่องทั้งเครื่องได้ในภายหลัง ให้ติ๊ก Bare metal recovery ด้วย
- หน้า Specify Backup Time เลือก Once a day และเวลา เช่น 02:00 หรือเลือก More than once a day แล้วเพิ่มเวลาหลายช่วง
- หน้า Specify Destination Type เลือกปลายทางตามตารางด้านบน
- ถ้าเลือกดิสก์เฉพาะ ระบบจะเตือนว่าดิสก์จะถูก Format ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเลือกดิสก์ถูกลูกแล้วจึงกดยืนยัน
- ตรวจสรุปในหน้า Confirmation แล้วกด Finish
หมายเหตุ: การเลือกดิสก์ผิดลูกในขั้นตอนนี้ทำให้ข้อมูลในดิสก์นั้นหายทั้งหมด ดูขนาดและหมายเลขดิสก์ใน Disk Management (
diskmgmt.msc) ให้ตรงกันก่อนเสมอ
ขั้นตอนที่ 3: สำรองครั้งเดียวด้วย wbadmin
ก่อนแก้ไขระบบครั้งใหญ่ เช่น อัปเกรดโปรแกรมหรือติดตั้ง Windows Update ควรสั่งสำรองทันทีหนึ่งชุด ใช้ Command Prompt หรือ PowerShell แบบ Run as Administrator
ตัวอย่างสำรองไดรฟ์ C: ทั้งหมดพร้อมข้อมูลที่จำเป็นต่อการบูต ไปยังไดรฟ์ E:
wbadmin start backup -backupTarget:E: -include:C: -allCritical -quiet
ตัวอย่างสำรองเฉพาะโฟลเดอร์ไปยัง Shared Folder
wbadmin start backup -backupTarget:\\192.168.10.20\backup -include:D:\Data,C:\inetpub -user:backupuser -password:YourPassword -quiet
ตัวอย่างสำรองเฉพาะ System State
wbadmin start systemstatebackup -backupTarget:E: -quiet
ระหว่างทำงานจะเห็นเปอร์เซ็นต์ความคืบหน้าของแต่ละ Volume และจบด้วยข้อความว่าการสำรองเสร็จสมบูรณ์ (The backup operation successfully completed) ตัวเลือก -quiet ทำให้ไม่ต้องกดยืนยัน ถ้าไม่ใส่ ระบบจะถาม Y/N ก่อนเริ่ม
ถ้าต้องการสำรองแบบนี้เป็นประจำด้วยสคริปต์ของตัวเอง ให้นำคำสั่งไปตั้งเวลาตามบทความ ตั้งเวลาให้งานทำงานอัตโนมัติด้วย Task Scheduler บน Windows Server
ขั้นตอนที่ 4: ปรับตั้งค่า VSS และประสิทธิภาพ
ในหน้า Windows Server Backup เลือก Configure Performance Settings... จะมีตัวเลือก Normal backup performance, Faster backup performance (สำรองแบบ Incremental เร็วกว่า แต่ระบบต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของดิสก์ จึงอาจทำให้งานเขียนดิสก์ช้าลงเล็กน้อย) และ Custom
สำหรับเซิร์ฟเวอร์ที่รัน SQL Server หรือ Exchange ให้ดูที่ขั้นตอน Advanced Settings ระหว่างสร้าง Schedule แท็บ VSS Settings มีสองแบบ
- VSS copy backup: ค่าเริ่มต้น เหมาะเมื่อมีโปรแกรมสำรองตัวอื่นทำงานด้วย จะไม่ไปยุ่งกับ Log ของแอปพลิเคชัน
- VSS full backup: เหมาะเมื่อ Windows Server Backup เป็นโปรแกรมสำรองตัวเดียว แอปที่รองรับ เช่น Exchange จะตัด Log เก่าหลังสำรองสำเร็จ